Masukพลอยขวัญเป่าปากหลังจากยี่หวากระฟัดกระเฟียดออกไป เธอปิดประตูกระจกห้องทำงาน ยืนพิงครู่หนึ่ง อันที่จริงแล้วเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบอสใหญ่ที่พี่บุ้งบอกมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ถ้ามีจริงก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วนายแบบใหม่ที่ว่าก็ยังไม่มีรายละเอียดอะไรให้เลย ไม่ว่าจะธีมงาน อายุ รูปร่าง รสนิยม พื้นเพครอบครัว อาชีพการงาน สไตล์ที่ชอบ/ไม่ชอบ ความหมายที่อยากจะสื่อสารผ่านเสื้อผ้าคืออะไร ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต่อการออกแบบ แต่นี่พี่บุ้งไม่มีข้อมูลอะไรให้เลย บอกแค่ว่าออกแบบได้ตามสบายเลย
เรื่องวุ่นวายครั้งก่อน พี่บุ้งตัดสินใจทำลายออเดอร์ที่มีปัญหาทิ้งทั้งหมดเพื่อรักษาชื่อเสียงของแบรนด์ มูลค่าความเสียหายหลักล้าน หากพิจารณาตามสามัญสำนึกแล้ว พลอยขวัญก็คิดว่ามีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ด้วย พี่บุ้งคงจะตามตัวเธอกลับมาใช้หนี้กระมัง
คิดได้ดังนั้นพลอยขวัญก็เรียกแรงฮึบ
หลายปีมานี้ พลอยขวัญดูผอมลงไปเยอะ เสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นชุดที่ตัดใส่เอง เนื้อผ้าทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ แต่ถ้าพิจารณาให้ดีก็จะเห็นลูกเล่นซ่อนอยู่ในงาน รวมไปถึงการแมตซ์สีและรูปแบบให้ส่งเสริมรูปร่างของตัวเอง ก็ทำให้พลอยขวัญน่ามองไม่แพ้ยี่หวาที่สวมแบรนด์เนมทั้งตัว เธอศึกษางานย้อนหลังของบริษัทเพื่อดูแนวโน้ม และเรียบเรียงการการทำงานให้เข้าที่ รวมไปถึงอ่านรายงานการประชุมเพื่อติดตามงานให้ทันคนอื่นๆ
ขั้นแรกเธอจะต้องรู้ให้ชัดเจนว่าเบื้องบนคาดหวังอะไรจากเธอ
ผู้ร่วมงานคาดหวังอะไรจากเธอ
การที่จู่ๆ ผู้บริหารใหม่จับเธอวางตำแหน่งหัวหน้า นั่นหมายความว่าเธอจะไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ต้องเริ่มจากแปดหรือเก้า มีลูกน้องในสายบัญชาอีกโขยงหนึ่ง จะทำอย่างไรให้งานขับเคลื่อนไปได้ พลอยขวัญจึงวางแผนเป้าหมายสามสิบวัน หกสิบวันและเก้าสิบวันเอาไว้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่เป๋แล้วถูกดีดออกไปเป็นรอบที่สองอีก
เข็มนาฬิกาเลื่อนมาถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว แต่พลอยขวัญหยิบห่อข้าวออกมาจากกระเป๋า นั่งกินเงียบๆ ในห้องทำงานและเร่งอ่านแฟ้มข้อมูลไปด้วย ทุกคนต้องเดินผ่านห้องของพลอยขวัญ มองผ่านกระจกใสเข้าไปเห็นพลอยขวัญกำลังตักข้าวเข้าปาก ข้าวกล่องที่มีแต่ข้าวกับเต้าหู้ผัดถั่วงอกง่ายๆ ก็เลยกลายเป็นหัวข้อซุบซิบของทุกแผนกไปในทันที
“ทุกคน... เราไปกินซูชิสายพานในห้างกันดีกว่า พี่เลี้ยงเอง”
ยี่หวาพูดเสียงดังข่ม เริ่มต้นดึงพวกเด็กในแผนกไปเป็นพวก “คนที่จะมาเป็นหัวหน้าน่ะ ถ้ามัวทำตัวยากจนขี้เหนียว มีแต่จะน่าอายนะว่ามั้ย แต่คนหน้าด้านบางคนคงจะไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ จะทำงานได้ถึงสิ้นเดือนรึเปล่าก็ยังไม่รู้ ยังทำเป็นชูคอนั่งรอให้คนอื่นเป็นฝ่ายเข้าไปคารวะ แหม... ช่างกล้า”
พลอยขวัญไม่ได้ตอบโต้อะไร ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากจะแสดงน้ำใจผูกสัมพันธ์กับคนอื่น แต่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีค่ากินแค่ห้าร้อย ถ้าไม่ประหยัดก็คงจะไม่รอดถึงสิ้นเดือนแน่ พลอยขวัญส่งยิ้มแห้งๆ ให้ทุกคน ก่อนจะถอนหายใจเมื่อยี่หวาเดินเชิด นำขบวนคนในแผนกออกไปจนหมด เหลือเพียงเธอคนเดียวกับแผนกว่างเปล่า
หลายเดือนถัดมา พชรเอาแต่เดินกระวนกระวายอยู่ในห้องสำหรับพักรอภายในโรงแรมคอนติเนนทัล เอาแต่เดินวนจนรองเท้าแทบสึก รอบตัวเขานั้นเต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียกับลิลลี่บานสะพรั่ง ยิ่งดูขับเน้นให้ชายรูปงามชุดทักซิโด้เต็มยศโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมาย “เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” ร่างสูงสง่ายืดตัวขึ้นทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเจ้าสาวกำลังจะมาถึง พชรนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เขาต้องมาพบเธออีกครั้งในรอบหลายปี เขาใช้เวลาขัดสีฉวีวรรณอยู่ในห้องน้ำราวๆ สามชั่วโมง เมื่อพลอยขวัญเดินออกมาจากลิฟต์และเขาได้พบเธอ พี่พลอยขวัญเป็นสาวสวยชวนตะลึงยิ่งกว่าที่เขาจดจำได้เสียอีก ผมยาว ดวงตากลมโตและยิ้มหวาน ความทรงจำทั้งหลายก็หลากท่วมท้น ช่างเหมือนความฝันที่บังเกิดชีวิตชีวา ความงามอ่อนโยนและอบอุ่นของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กลิ่นหอมของเธอยังอบอวลและรอยยิ้มยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขาไม่รู้วาย&nbs
เขาเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่จัดแสดงคอลเล็กชัน ซึ่งเกินความคาดคิดของพลอยขวัญไปมาก เธอนึกภาพไว้ว่าจะจัดในฮอลล์การประชุมสักแห่ง แต่เขาใช้คอนเนคชั่นอันแสนลึกลับ ติดต่อพื้นที่สวยๆ ติดฝั่งเจ้าพระยาซึ่งมีพระปรางค์วัดอรุณเป็นฉากหลัง ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิดและแสงสีเสียงเต็มอัตรา คราวนี้แม้แต่นักข่าวก็วิ่งหาบัตรเข้างานไม่ได้ ทุกสายตาต่างจับจ้องและรอคอย ปกติทั่วไปแล้วการจัดแสดงแฟชั่นโชว์จะต้องเลือกนายแบบนางแบบที่สูงยาวเข่าดี รูปร่างเฟอร์เฟค แต่พลอยขวัญเลือกจัดแฟชั่นโชว์ในรูปแบบใหม่ซึ่งเลือกใช้นางแบบหลายรูปร่าง หลากเชื้อชาติและสีผิวมาร่วมเดินโชว์สินค้า ชุดของเธอไม่ได้เจาะกลุ่มว่าต้องเป็นสเปกแบบไหนถึงจะใส่แล้วสวย แต่ออกแบบมาเพื่อทุกคน ตั้งแต่หุ่นนางแบบเอวบาง ไปจนถึงนางแบบพลัสไซส์ เพราะเธอคิดว่าไม่ว่าคนจะหุ่นแบบไหน สีผิวแบบไหน เราสามารถเป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้เสมอ “แนวคิดของคอลเล็กชันนี้คืออกแบบเพื่อให้สวมใส่ได้ทุกโอกาส คัตติ้งเนี้ยบ มีน้ำหนักและไม่ย
“แม่ๆ บอกว่าเราจะต้องเจอกับอาการอ้อนสามเดือนหรือโคลิด เด็กทารกจะแผดเสียงจ้าทั้งคืน ลูกจะเรียกร้องเวลาทุกนาทีของเรา ต้องปั๊มนมเก็บไว้ พี่จะเหนื่อยมากเพราะร่างกายรวน” เขางึมงำและเริ่มเตรียมตัว ทำราวกับจะเหมางานเลี้ยงเด็กไปเองทั้งหมด ทำเอาพลอยขวัญหลุดขำ “เราจะช่วยกันจ้ะ ถ้าลูกโยเย เราจะผลัดกันนั่งเก้าอี้โยกเห่กล่อม ตกลงนะ” ตอนนี้ไม่ว่าอะไรๆ ก็ดูจะเป็นไปได้สวยทุกๆ อย่าง พชรขอพบหมอกุมารเวชเพื่อปรึกษาและซักถามสิ่งต่างๆ เขาจดทุกคำพูดของหมอ ส่วนพลอยขวัญไม่เครียดเลยเพราะรู้ดีว่าทารกแต่ละคนจะออกแบบตารางชีวิตของตัวเอง ต่อให้อ่านตำราหรือศึกษาวิธีเลี้ยงลูกจากแม่ๆ สักกี่คน เจ้าเด็กน้อยก็จะทำตามใจตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ พชรจับมือเธอไว้ตลอดช่วงเวลาขากลับจากโรงพยาบาล จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา “พี่พลอยวางใจผมนะ ชีวิตคู่ของเราจะต้องสมบูรณ์แบบครับ ผมจะตามใจพี่ทุกอย่าง” พลอยขวัญย
และสรวงสวรรค์ก็ส่งบททดสอบใหม่มาให้เธอ พลอยขวัญลังเลมาสักพักแล้ว แต่ก็ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านขายยา ตั้งใจว่าจะทดสอบเพื่อความสบายใจ ใจหนึ่งก็คิดว่าคงจะไม่หรอก แต่อีกใจก็รู้สึกลึกๆ ว่าใช่ ยืนยันด้วยผลเส้นสีชมพูที่ปรากฏขึ้นชัดเจน พลอยขวัญอ่านผลซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อออกมาเจอมาเฟียหนุ่มยืนรออยู่ด้านนอกห้องน้ำ เขายังไม่รู้ แต่เขามีสิทธิ์ที่จะรู้... “พี่โอเครึเปล่าครับ” “จ้ะ พี่มีบางอย่างอยากจะบอกน้องเติร์ด” น้ำเสียงของเธอคงจะเคร่งเครียดเกินไปนิด ทำให้เขาวิตกกังวลไปด้วย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ” “จะว่าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ต้องรับมือไปตลอดชีวิต อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่คิดว่าเราคงจะผ่านไปได้” พล
บทส่งท้าย จับมือเดินหน้า ตั้งแต่นั้นมาถึงแม้จะงานยุ่งแค่ไหน แต่ช่วงเย็นพชรก็จะเร่งงานเร็วจี๋เพื่อเตรียมตัวไปรับพลอยขวัญกลับบ้านด้วยกัน หลายคนไม่เข้าใจทำไมต้องเร่งงานอะไรนักหนา แต่สำหรับเขาแล้ววันทั้งวันจะเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เขาต้องเตรียมพร้อมเข้าครัว เสกของกินอร่อยๆ มากมายและนั่งกินด้วยกันกับเธอด้วยรอยยิ้ม ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างมีงานที่ต้องเคลียร์ มีเอกสารที่ต้องจัดการ ก็แค่แยกกันไปแต่ไม่ห่างจากกัน และกระโจนเข้าหากันทุกครั้งที่มีโอกาส “พี่พลอย ดื่มน้ำก่อนนะครับ” หลังจากเคี่ยวกรำเธออย่างหนักหน่วงร้อนแรงอยู่หลายชั่วโมง อานุภาพกายสัมผัส แววตาสื่อรัก กลิ่นกายเร้าใจให้ใฝ่ฝัน รสอันซาบซ่าน เสียงพร่ำคำรัก พชรมอบทุกอย่างให้เธออย่างเต็มที่ ค่อยดูว่าเธอพึงพอใจไหม และพชรไม่เคยละเลยความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ แม้แต่น้อย นั่นทำให
“พาพี่ไปที่เตียงสิ” “ครับ” แม้ว่าจะแข่งกันหน้าแดง แต่พลอยขวัญเรียกแรงฮึบ โน้มริมฝีปากเข้าหาก่อน บดเบียด จูบและกระหวัดลิ้นกันและกันเงียบๆ พลอยขวัญวางมือลงตรงแผ่นหลังกำยำ รับรู้ถึงแรงสั่นไหวภายในที่ขับขานออกมาผ่านทางแววตา พลอยขวัญปล่อยให้เขานำทางอย่างเต็มใจและมอบจุมพิตดื่มด่ำมากมาย และก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อเขามองร่างเปลือยเปล่าของเธอด้วยสีหน้าตะลึงงัน “อย่ามองเลยนะ” “ให้ผมดูเถอะครับ” มือแกร่งดึงแขนเธอที่พยายามปิดบังเนื้อตัวออก ไม่เคยมีใครได้ใกล้ชิดเธอถึงเพียงนี้มาก่อน ผิวขาวละมุนเรียบเนียนถึงกับแดงก่ำไปทั้งตัว “พี่สวยเหลือเกิน” มือของเขาใหญ่ขึ้น ร้อนขึ้นกว่าที่เธอจดจำได้ ฟอนเฟ้นและใช้ลิ้นโลมไล้ตรงผิวอ่อนไหวที่ท้ายทอย จากนั้นก็ลากยาวต่ำลงมา พลอยขวัญไม่รู้เลยว่ามันจะดำเนินไปถึงจุดไ
ชั้นบนสุดของบริษัทนั้นเป็นชั้นผู้บริหารซึ่งสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มเต็มไปด้วยรสนิยมอันน่าทึ่ง ทุกรายละเอียดเคร่งขรึม ข่มทับผู้มาเยือนด้วยโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่นั่งพลิกอ่านเอกสารทีละหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เหล่าผู้รับคำสั่งจึงต
“น้องเติร์ด ไปกินข้าวกันค่ะ ป่ะ ทุกคนไปกินข้าวกัน” “ครับพี่” เขากล่าวยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินตามหลังพลอยขวัญไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ทิ้งยี่หวาให้หน้าชาไปคนเดียว คนอื่นๆ ต่างก็แยกย
วันต่อๆ มา โปรเจคที่ทำเสร็จไปประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ยี่หวามักจะโผล่หน้ามาที่แผนกแล้วหาเรื่องกลับก่อนเวลาเสมอ พลอยขวัญมอบหมายงานอะไรให้ไปก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร วันนี้เป็นวันดีเดย์ นายแบบจะใส่ชุดจริงแล้วถ่ายภาพ งานจะยุ่งขึ้นหลายเท่า พลอยขวัญจึงยื่นคำขาดให้ยี่หวาเข้า
แสงแดดแผดเปรี้ยงกับอากาศอบอ้าวแทบไม่มีลมพัดเป็นสัญญาณบอกว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว พลอยขวัญตัวเหนียวหนะไม่ต่างคนอื่นๆ แต่เธอรับมือได้สบายมากเพราะที่ผ่านมาก็นอนห้องพัดลมและผ่านฤดูร้อนมาได้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเพราะได้ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำ แม้แต่ไอ้ปื๊ดก็ครางสบาย วันนี้เป็นวั







