Teilen

บทที่5

last update Veröffentlichungsdatum: 11.04.2026 02:29:00

หลังเลิกเรียนสามสาวเพื่อนรักก็พากันมานั่งอยู่ในร้านอาหารบนห้างสรรพสินค้าสุดหรูใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ทุกคนกำลังเรียนอยู่ ต่างเปิดเมนูดูรายการอาหารพร้อมกับคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งไปพลางๆ เพื่อรอเพื่อนซี้อีกคนที่วันนี้มาทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

“ไอ้กานมันยังทำงานไม่เสร็จอีกเหรอ นี่มันจะทุ่มอยู่แล้วนะ”    

สินีนาฏบ่นขึ้นเบาๆ ไม่จริงจังนัก

“ฉันโทรไปเมื่อกี้เห็นบอกว่าเสร็จแล้วนี่ กำลังเก็บของ อีกเดี๋ยวก็คงมามั้ง นั่นไง! พูดถึงก็มาพอดีเลย กาน! ทางนี้” พอคีรดาเหลือบไปเห็นเพื่อนสาวกำลังก้าวผ่านประตูห้องอาหารเข้ามาก็รีบโบกมือเรียก พลางแย้มยิ้มกว้างส่งให้

เมื่อศิริกานดากวาดตามองเห็นเพื่อนๆ เรียกอยู่ตรงโต๊ะมุมด้านในสุดของร้านก็ฉีกยิ้มสวยให้เพื่อนรักทั้งสามคนนำไปก่อน แล้วพาร่างระหงในชุดสีชมพูอ่อนเปิดไหล่หนึ่งข้าง ยาวเคลียขาอ่อน อวดความอวบอิ่มของผิวสาวขาวนวลสีน้ำนมสดให้เห็นกันแบบจะจะตา ซึ่งเป็นชุดทำงานของเธอในวันนี้ พร้อมกับหิ้วกระเป๋าข้าวของใบโต และหอบหนังสือเรียนเต็มอ้อมแขนก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหาสามร่างที่กำลังมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

พอมาหยุดยืนหน้าโต๊ะก็เห็นสินีนาฏกับนลินยังมองเธอตาค้างอยู่ ยกเว้นคีรดาที่เปิดยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ศิริกานดาจึงเอ่ยแซวยิ้มๆ

“ไง! มองกันตาค้างเลยเหรอ ฉันสวยใช่ไหมล่ะ”

‘แต่เอ๊ะ! มองอีกทีสายตาแม่เพื่อนซี้ทั้งสามคนไม่ได้โฟกัสมาที่เธอนี่นา แต่มองข้ามไหล่ไปจ้องอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างหลังเธอนั่นต่างหากล่ะ’

 และพอเห็นเพื่อนรักทั้งสามยกมือไหว้แทบจะพร้อมๆ กัน ศิริกานดาก็ต้องหันขวับกลับไปมองเบื้องหลังรวดเร็ว สาวน้อยถึงกับเบิกตาโต อ้าปากค้าง แทบทำหนังสือเรียนร่วงหลุดมือ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มที่เดินตามมาหยุดยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้นั้น

“ฉันลืมบอกพวกแกน่ะว่าวันนี้ฉันมีเจ้ามือ”

คุณหนูไฮโซประจำกลุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มซุกซน พลางยักคิ้วถี่ๆ ให้เพื่อนสาวทั้งสามคนไปด้วย ก่อนรีบลุกไปควงแขนพี่ชายอย่างประจบประแจง แล้วเอ่ยถามเสียงอ่อนเสียงหวาน

“มาเร็วนะคะพี่คิงส์ขา ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ”

คีรินทร์พยักหน้าพลางใช้มือโยกศีรษะน้องสาวเบาๆ เป็นคำตอบ ก่อนจะถูกคนเป็นน้องลากไปนั่งตรงโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นแบบทรงกลมนั่งได้ห้าคนพอดี คีรดาทรุดลงนั่งข้างๆ พี่ชาย ด้านนลินกับสินีนาฏที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็รีบกระเถิบเลื่อนไปนั่งเก้าอี้อีกตัวอย่างว่องไว โดยเว้นเก้าอี้ตัวข้างๆ ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในกลุ่มเอาไว้ แล้วใช้สายตาจิกมาที่ศิริกานดาอย่างพร้อมเพรียง ประมาณว่า

‘แกต้องนั่งตรงนี้’

แต่คนขาแข็งด้วยความตกใจที่เจอคู่กรณีแบบคาดไม่ถึงก็ยังยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม พร้อมกับทำหน้าประดักประเดิดเล็กน้อย กระทั่งเสียงทุ้มหันมาเอ่ยกับเธอเสียงเรียบๆ แต่เน้นหนักๆ และดังพอที่ทุกคนในโต๊ะจะได้ยิน พลางกวาดตาสีสนิมคมเข้มมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“นั่งสิ! ผมรู้แล้วว่าคุณ...สวย”

นั่นแหละศิริกานดาถึงพาหน้าแดงปลั่งไปทรุดนั่งตรงเก้าอี้ว่างที่เหลือ เธอวางกระเป๋าเอาไว้ที่พื้น ส่วนหนังสือเรียนก็วางไว้บนตัก

จากนั้นแต่ละคนก็ต่างเปิดเมนูบนโต๊ะกันพึ่บพั่บเพื่อสั่งอาหารเมื่อมีพนักงานเข้ามายืนรอรับออเดอร์อยู่ข้างๆ โต๊ะ ยกเว้นศิริกานดาที่คอยก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของคนนั่งข้างๆ ที่จ้องหน้าเธอจ้องเอาๆ อย่างไม่วางตา ก่อนมือใหญ่จะหยิบเมนูบนโต๊ะเอามาวางลงตรงหน้าเธอ แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ราวกับจะคุยกับเธอแค่สองคน แต่มันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับอาหารในเมนูนั้นเลย

“งานพิเศษของคุณที่ว่านำเสนอสินค้าแนะนำผลิตภัณฑ์อะไรนั่นน่ะ บริษัทที่จ้างคุณเขาขายอะไร”

จากคำถามน้ำเสียงราบเรียบที่ได้ยิน ศิริกานดาคงคิดว่าเขาอยากจะรู้จริงๆ ถ้าหากว่าดวงตาสีน้ำตาลคมกริบจะไม่กวาดอ้อยอิ่งลงไปมองผิวขาวอวบอิ่มที่มันโผล่พ้นชุดออกมาพร้อมๆ กับที่เขาพูดไปด้วย และนั่นทำให้เธอรู้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เขาหมายถึงมันคืออะไร

ศิริกานดาเห็นว่ามีแค่เพื่อนสนิทซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงทั้งสิ้นก็เลยไม่คิดจะเปลี่ยนชุดให้เสียเวลา ถ้ารู้ว่าเขาจะมาร่วมโต๊ะด้วยแบบนี้ เธอคงไปเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาให้เรียบร้อยก่อนมาที่นี่แน่นอน คนรู้ตัวว่าโดนดูถูกกัดปากเบาๆ ก่อนจะทำเหมือนไม่รู้ความนัยแอบแฝงที่เขาถามมานั้นซะ แล้วเอ่ยตอบออกไปหน้าตายเสียงขุ่นเล็กน้อย หากค่อนข้างดังเพื่อให้เพื่อนอีกสามคนได้ยินและได้เห็นว่าตอนนี้กำลังมีผู้ใหญ่รังแกเด็ก

“ครีมบำรุงผิวค่ะ”

เพื่อนสาวอีกสามคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกเมนูอาหารถึงกับเงยขึ้นมามองคนพูดกับชายหนุ่มหนึ่งเดียวในกลุ่มอย่างสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ได้เห็นทั้งสองคนกำลังจ้องหน้ากันเขม็ง และเป็นฝ่ายชายที่เบือนหน้าหนี ทำทีหันไปสั่งเบียร์กับพนักงานรับออเดอร์ด้วยท่าทางเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาสามคู่ที่กำลังส่งตรงมาด้วยความแปลกใจนั้นแม้แต่น้อย

ศิริกานดาเองก็ทำไม่สนใจสายตาของเพื่อนๆ เช่นกัน มือเล็กเปิดเมนูพลิกดูรายการอาหารช้าๆ แล้วสั่งอาหารออกไปสองสามอย่าง ด้านสาวน้อยอีกสามนางจึงหันกลับไปสนใจเมนูอาหารกันต่ออีกครั้ง

หลังจากที่สั่งอาหารกันเสร็จ ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ นลินก็ล้วงสมุดเล่มบางๆ ในกระเป๋ามายื่นให้ศิริกานดาพร้อมกับเอ่ยบอก

“เลคเชอร์วิชาที่แกโดดเรียน แกเอาไปอ่านก่อนแล้วกัน”

“แล้วอาจารย์บุษบาว่าไงบ้าง เรื่องที่ฉันโดดเรียนน่ะ”

ศิริกานดาถามเบาๆ พยายามถนอมเสียงเอาไว้เพื่อไม่ให้ไปรบกวนชายหนุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธออีกด้าน หลังจากรับสมุดจากมือเพื่อนเอามากองรวมกับหนังสือเรียนบนตัก

“ฉันบอกแม่ว่าแกต้องรีบทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเทอม แม่เข้าใจดี แต่บอกว่าอย่าให้บ่อยมากนัก เพราะใกล้สอบแล้ว”

“อืม...ขอบใจแกมากนะลิน”

“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้สำหรับฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” นลินฉีกยิ้มแป้นให้เพื่อนสาว ด้านศิริกานดาก็คลี่ยิ้มจริงใจส่งตอบให้ไป

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ฤทธิ์รัก   บทที่189(The end)

    ตอนนี้ห้องทำงานของคีรินทร์แทบเปลี่ยนเป็นห้องเลี้ยงเด็กอ่อนไปแล้ว เพราะมีข้าวของเครื่องใช้ของลูกชายเต็มไปหมด มีแม้กระทั่งเตียงนอนหลังใหญ่ที่คีรินทร์สั่งซื้อแล้วขนมาไว้ในห้องทำงาน ซึ่งสามารถลงไปนอนกลิ้งเล่นได้ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเลยก็ว่าได้“ไม่เมื่อยหรอกครับ อีกสักสิบคนก็ยังไหว ว่าแต่คุณเถอะ พร้อมไหม”“หึ! พูดอะไรนึกถึงตอนแพ้ท้องด้วยนะคะ”ศิริกานดาปรายตาค้อนพร้อมกับปรามาสให้ไปเล็กน้อย เพราะตอนเธอท้องเจ้าหนูคีต คีรินทร์แพ้หนักมากอยู่สี่เดือนเต็ม ตื่นเช้ามาต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอ้วกเกือบทุกวัน และมีอาการวิงเวียนปวดหัวอยู่ตลอดเวลา จนต้องพกทั้งยาดม ยาลม ยาหอมติดตัวเอาไว้ประจำราวกับคนสูงวัย บางวันชายหนุ่มทำงานแทบไม่ได้จนต้องหาที่นอนพักงีบเอาแรง แล้วโยนให้ลูกน้องไปทำงานแทนอยู่บ่อยๆ นึกแล้วศิริกาดาก็แอบขำ ขณะที่สามีหนุ่มก็โต้กลับมายิ้มๆ“แพ้ท้องแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”“ปากดีไปเถอะ”“ไอ้ใหญ่มันชวนผมฟอร์มทีมฟุตบอล มันรับผิดชอบไปหกคน ส่วนผมห้าคน คุณโอเคไหม”“โนค่ะ ขออีกสองพอแล้วนะคะ ถ้าห้าคนสภาพกานคงเยินน่าดูเลย และบอกเอาไว้ก่อนเลย ว่าห้ามไปรวมหัวคิดแผนการปั๊มลูกไม่บอกไม่กล่าวกันอีกเป็นอันขาดเลยนะคะ ไม่งั

  • ฤทธิ์รัก   บทที่188

    หลังจากเรียนเสร็จศิริกานดาก็ขับรถมาจนถึงตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทเคพี แม็คเวล กรุ๊ปเอาตอนเกือบห้าโมงเย็น หญิงสาวขึ้นลิฟต์แก้วไปยังชั้นที่สามสิบซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ และขณะนี้หัวใจอีกสองดวงของเธออยู่ที่นี่พอลิฟต์เปิดออกเธอก็ก้าวตรงไปยังหน้าห้องทำงานของสามีแล้วเอ่ยทักทายคุณเลขาฯ ที่นั่งประจำโต๊ะอยู่ตรงหน้าห้องอย่างคุ้นเคยกันดี เพราะช่วงสองเดือนมานี้ได้เจอกันอยู่บ่อยๆ“สวัสดีค่ะคุณริสา”ศิริกานดาแย้มยิ้มหวานส่งให้พร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย เล่นเอาเลขาฯ สาวใหญ่รับไหว้แทบไม่ทัน ถึงแม้คนที่ทักทายมาก่อนจะอ่อนวัยกว่ามาก แต่เธอคือดวงใจของเจ้านายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง เปรียบเสมือนเป็นเจ้านายสาวอีกหนึ่งคนก็ย่อมได้ แต่ภรรยาสาวคนสวยของเจ้านายก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว พูดคุยทักทายกับพนักงานอย่างเธอด้วยความเป็นกันเองทุกครั้ง เป็นริสาเองเสียอีกที่รู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกลที่ต้องมารับการเคารพจากภรรยาของคนเป็นเจ้านาย เธอจึงคลี่ยิ้มแห้งๆ เล็กน้อย แล้วถึงเอ่ยทักทายตอบ“สวัสดีค่ะ คุณหนูคีตน่าจะหลับปุ๋ยไปแล้ว ตอนริสาเอางานเข้าไปให้เห็นเจ้านายกำลังกล่อมตาปรือเชียวค่ะ”คุณหนูคีต

  • ฤทธิ์รัก   บทที่187

    คล้อยหลังน้องสาวคีรินทร์ก็ทิ้งศีรษะลงกับพนักพิง หน้าตาคมสันซีดเซียวกว่าปกติ หากก็ยังพยายามคลี่ยิ้มส่งให้ภรรยาสาวที่ตอนนี้หน้าตูมอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล้แก้มเนียนบูดบึ้งนั้นเบาๆ พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย“อย่าเพิ่งมาชวนผมรบตอนนี้นะ เวียนหัว ไม่พร้อมรบอย่างแรง วันนี้อยู่ที่ทำงานก็อ้วกทั้งวันเลย”จากที่คิดจะวีนให้เสียหน่อย แต่พอได้เห็นสภาพสามีแล้วศิริกานดาก็วีนให้ไม่ลง และเธอเดาได้ไม่อยากว่าเขาเป็นอะไร“เดี๋ยวกานไปเอาผ้าเย็นมาให้นะคะ”พอภรรยาสาวลุกก้าวออกไปคีรินทร์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบ เพราะรู้สึกภายในห้องมันหมุนเคว้งไปหมด มองตรงไหนก็ตาลายราวกับพื้นตีกลับหากไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่ามีผ้าเย็นๆ ลูบไล้มากับผิวหน้า พอเขาลืมตาปุ๊บคนที่ทำหน้าที่บริการผ้าเย็นก็เอ่ยถามออกมาเบาๆ ชนิดที่ว่าตรงประเด็นเผง ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยซึ่งบอกไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน“คุณคิงส์อยากมีลูกเหรอคะ”“จะอยากหรือไม่อยากตอนนี้ก็มีแล้วไงครับ”พูดพลางใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนเรียบของเธอไปมาแผ่วเบา กิริยานุ่มนวลอ่อนโยนและน้ำเสียงน่าฟังของเขา ทำเอาอารมณ์ไม่พอ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่186

    “แกหมายความว่าไง”คนมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้สงสัยในคำพูดกำกวมปนวกวนของเพื่อนรักอยู่เต็มแก่ เธอจึงจ้องหน้านิ่งๆ เป็นการบังคับให้เพื่อนจอมแสบตอบออกมาตรงๆขณะที่คีรดาก็จ้องสบตาเพื่อนไม่ยอมหลบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วถึงบอกออกไปเสียงดังฟังชัด“ฉันท้อง”“หา! นี่แกลืมไปฉีดยาคุมเหรอไอ้ควีน” ศิริกานดาเบิกตากว้างพร้อมโพล่งออกมาอย่างตกใจ“เดือนที่แล้วฉันก็ไปฉีดพร้อมกับแกไง จำไม่ได้เหรอ”“ถ้างั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้มั้ง คุณใหญ่เขาจะน้ำยาเด็ดจนยาคุมเอาไม่อยู่เชียวเหรอแก ไปตรวจให้ดีๆ เอาให้แน่ๆ ก่อนไหมไอ้ควีน”ศิริกานดายังพยายามคิดบวกเข้าไว้ และปลอบใจทั้งตัวเองและเพื่อนรักไปในคราวเดียวกัน ก็ไปฉีดยาคุมมาด้วยกัน ถ้าคีรดาท้องแล้วเธอจะรอดหรือ หากคำตอบของคีรดากลับทำเอาใจแป้วลงไปถนัดใจ“ฉันไปตรวจกับคุณหมอที่คลินิกมาแล้ว ท้องชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์” “แล้ว...ท้องได้ไง”คนตกใจปนอึ้งถามออกมาเบาๆ ราวกับคนละเมอ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบรรดาผู้หญิงอย่างพวกเธอ แถมยังเรียนปริญญาโทภาคปกติยังไม่จบกันเลย ถ้าท้องก็ต้องดรอปเรียนกันให้วุ่นวายอีก“ก็คุณหมอเจ้าของคลีนิกที่เราไปฉีดยาคุมเป็นเพื่อนพี่คิงส์กับ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่185

    “มันไม่ปฏิเสธแสดงว่าเรื่องจริง แกเตรียมสินสอดไปขอเมียให้มันได้เลยไอ้คิงส์”คีรินทร์ยักไหล่เบาๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เพิ่งรู้ เรื่องนี้เขาก็พอจะทราบจากคนงานที่ท่าเทียบเรือและเหมืองแร่ที่กระบี่มาบ้าง แต่ในเมื่อวาคินมันยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัว เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง ถ้าพร้อมเมื่อไรมันก็พูดออกมาเองนั่นแหละ“คืนนี้ฉันมีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะเพื่อน น้องควีนไปส่งพี่ที่หน้าบ้านหน่อย”เซบาสเตียนลุกจากโซฟาแล้วดึงร่างเล็กให้ก้าวตามออกไปยังหน้าคฤหาสน์ทันที ปล่อยให้คีรินทร์และศิริกานดามองตามไปอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไร เพราะจู่ๆ คนที่นั่งทอดอารมณ์อยู่ดีๆ ก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยขอตัวเสียอย่างนั้นชั่วครู่สองสามีภรรยาถึงหันมามองหน้ากันพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนทั้งคู่จะจับจูงกันลุกจากโซฟาก้าวขึ้นไปยังห้องพักบนชั้นสองของบ้าน เนื่องจากผ่านการเดินทางมายาวนานนับสิบชั่วโมงยังไม่ได้พักกันเลย“ไปตัดเล็บกันดีกว่านะเรา”ประโยคของสามีที่เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงกันออกมาจากห้องรับแขก ทำให้ศิริกานดาต้องเหล่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนเธอจะลองเชิงแย็บถามดู“ตัดเล็บเฉยๆ นะคะ”“ฝันไปเถอะทูนหัว”ภรรยาสาวค้อ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่184

    เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มยังคงเงียบกริบอย่างเถียงไม่ออก คีรินทร์จึงจัดการเทศนาต่อ“แต่แกสองคนกัดกันไปมาแบบนี้คิดว่าคนที่อยู่ตรงกลางและรักพวกแกไม่น้อยไปกว่ากันจะมีความสุขไหม ฉันเองเห็นเฉยๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกนะ นั่นก็น้องชาย นี่ก็เพื่อน ฉันไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ฉันรู้ว่าแกรักน้องสาว ไอ้คิน ส่วนแกไอ้ใหญ่ ถ้ารักยัยควีนจริงก็เลิกทะเลาะกันสักที ความสุขของคนที่พวกแกรักแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไงวะ”นักมวยคู่เอกต่างนั่งกันสงบนิ่งราวกับซึ้งในรสพระธรรม ก่อนที่วาคินจะเมินหน้าไปอีกทาง ด้านเซบาสเตียนก็ปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หากทุกคนที่นั่งกันอยู่โดยรอบก็โล่งใจไปตามๆ กัน ต่างเข้าใจดีว่าการที่คนไม่กินแหนงแคลงใจกันมานาน แล้วจู่ๆ จะให้มาคืนดีกันมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก แค่ทั้งสองไม่หาเรื่องลับฝีปาก และต่างคนต่างเฉย นี่ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดแล้วโดยเฉพาะศิริกานดาที่แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่ก้าวเข้ามาในบ้านเธอยังไม่มั่นใจในสีหน้าและท่าทางของคนเป็นสามีสักเท่าไร ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของเขา เธอก็อดแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่าเขาจะมาอาละวาดให้เข้าหน้ากันไม่ติดเข้า

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status