تسجيل الدخول“น้อยใจอะไรล่ะ เขางานยุ่งจะตายไป ฉันเช็คตารางงานของเขากับเลขามาหมดแล้ว ตารางงานอาทิตย์นี้เขาไม่มีว่างเลย ฉันก็เลยไม่ชวนเขาดีกว่า เพราะยังไงเขาก็มาด้วยไม่ได้ บอกเขาว่าแค่กลับบ้านน่ะดีแล้ว ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวไปนั่นแหละ” ปารารินพูดออกไปแล้วคิดถึงเรื่องที่เขาไปจูบกับแฟนเก่าของเขาไม่หาย
“หึๆ ระวังเขาเหงาแล้วออกไปเที่ยวสาวๆล่ะปราง ผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้นะจะบอกให้ ร้อยๆทั้งร้อยก็ต้องเจ้าชู้กันบ้างล่ะ” คิมหันต์พูดเตือนเพื่อนสาวออกไปแล้วก้ยิ้มขำๆ “เขาคงไม่เหมือนคิมขนาดนั้นหรอกมั้ง” ปารารินแซวกลับแบบขำๆ จนคิมหันต์มองหน้าเพื่อนสาวแบบอึ้งๆ “ฮ่าๆ สมน้ำหน้า อยากยุ่งเรื่องของคนอื่นเขาดีนัก” เจนนี่พูดไปก็ยิ้มขำเมื่อแฟนของเธอโดนปาราริย้อนรอยเข้าให้ “ตอนนี้ผมถอดเขี้ยวถอดเล็บแล้ว จะไปเอาอะไรมาเจ้าชู้ล่ะ ผม็แค่พูดเตือนปรางมันไปก็เท่านั้นแหละ ผู้มันงานดีขนาดนั้นผู้หญิงที่ไหนก็อยากเข้าหาทั้งนั้นแหละ ไม่รู้ปรางมันไว้ใจให้อยู่คนเดียวได้ยังไง เป้นคิมนะให้ตามมาเลย” คิมหันต์พูดบอกไปแล้วยักไหล่ตามความคิดของเขา “แกไม่ต้องมาพูดให้ฉันโลเลเลยนะไอ้คิม ไปๆ ไปขึ้นเครื่องกันได้แล้ว” ปารารินพูดบอกไปก็ลุกขึ้น เมื่อได้ยินเสียงประกาศให้ไฟล์ของเธอขึ้นเครื่องได้แล้ว จากนั้นปารารินก็เดินนำทั้งสองไป ส่วนคิมหันต์ก็เข้าไปประคองเจนนี่แล้วพากันเดินตามปารารินไป ณ คอนโดของภารัณ ภารัณก็งัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วก็พบกับความเงียบภายในห้อง เขาก็นึกได้ว่าเมื่อคืนเข้าแยกห้องนอนกับปารารินเพราะเธองอนเขาเรื่องของปิ่นแก้วเมื่อคืน เขาจึงรีบลุกออกไปหาเธอที่ห้องฝั่งตรงข้ามทันที เพราะเมื่อคืนไม่ได้เอา เช้านี้เขาก้ต้องได้จัดการกับเธอก่อนไปทำงาน “ก๊อกๆ ปรางตื่นหรือยัง เปิดประตูให้พี่หน่อย” ภารัณพูดออกไปก็เคาะประตูเรียก ก่อนจะหันสายตาไปมองนาฬิกาใหญ่ที่แขวนอยู่ในห้องรับแขกก็รู้ว่าตอนนี้มันเกือบจะเจ็ดโมงครึ่งแล้ว “ปราง พี่หัวข้าวแล้วนะ ตื่นมาทำอาหารเช้าให้พี่หน่อยเร็วเด็กดี” ภารัณพูดเสริมออกไป แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับกลับมา ทั้งที่เวลานี้ปกติแล้วปารารินจะออกมาทำอาหารเช้าให้เขาทานแล้ว “แกร๊ก หึๆ อ่อยกันชัดๆเลยยัยตัวแสบ” ภารัณเอามือหมุนลูกบิดก็พบว่ามันไม่ได้ล็อค ทำให้เขายิ้มด้วยสายตากรุ้มกริ่มทันที เพราะคิดว่าปารารินกำลังอ่อยเขาอยู่ ไม่งั้นเธอไม่ปลดล็อคห้องอย่างนี้หรอก “ปรางจ๋า ได้เวลาป้อนนมผัวแล้วนะเด็กดี” ภารัณพูดไปด้วยเสียงอ้อนๆ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องที่ปารารินนอนเมื่อคืน แล้วเขาก็มองหาเธออย่างสงสัยเพราะเตียงถูกผ้าคลุมไว้อย่างดี ทำให้เขาทำหน้าคิ้วขมวดก่อนจะเดินตามหาปารารินไปทั่วห้อง “ไปไหนเนี่ยแต่เช้าวะเนี่ย แม่ง ไม่คิดจะบอกกันเลยสักคำหรือไง ปราง ปรางอยู่ข้างนอกหรือเปล่า ปราง” ภารัณเอ่ยเรียกปารารินไปพร้อมกับเดินออกไปตามหาเธอด้านนอกก็ไม่เห็นวี่แววของเธอเลยสักนิด เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างอารมณ์เสีย จากนั้นภารัณก็เดินไหยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาปารารินแต่ก็ไม่สามารถติดต่อปารารินได้ ทำให้ภารัณนั้นยิ่งอารมณ์เสียมากกว่าเดิม ก่อนจะส่งข้อความไปให้ปารารินให้เธอรีบติดต่อกลับมาหาเขาแบบด่วนๆ แล้วเขาก็เดินไปเปิดน้ำที่ตู้เย็นมาดื่มอย่างพยายามลดความไม่พอใจนั้น ก่อนจะเห็นโน้ตที่หน้าตู้เย็นจึงหยิบมาดูพร้อมกับอ่านข้อความอย่างตั้งใจ “นี่คิดจะกลับบ้านก็กลับงั้นเหรอปราง แล้วออกไปตั้งแต่เช้าเลยเนี่ยนะ คิดจะแกล้งพี่ใช่ไหมเนี่ย ได้ ให้มันรู้ไปสิว่าพี่จะตามเราไม่เจอ” ภารัณพูดไปก็กำโน้ตนั้นจนเละคามือก่อนจะปาทิ้งไป แล้วเขาก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปตามหาปารารินที่บ้านของเธอ พอภารัณอายน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็โทรหาวิชุดาเลขาคนสนิทของเขาให้ส่งที่อยู่คอนโดของปารารินมาให้เขา แล้วจากนั้นเขาก็รีบขับรถออกไปหาปารารินที่คอนโดของเธอทันที แต่พนักงานด้านล่างบอกว่าปารารินไม่ได้กลับมาที่คอนโดนี้อาทิตย์กว่าๆแล้ว มีแต่เพื่อนของเธอพักอยู่ที่นี่ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็กลับบ้านต่างจังหวัดกันหมดแล้ว ทำให้ภารัณต้องกลับมานั่งขบคิดที่บริษัทของเขาอย่างอดไม่ได้ “คุณวิ เรื่องที่ผมให้ไปสืบมาน่ะได้เรื่องหรือยัง รีบเข้ามารายงานสิ” ภารัณพูดออกไปอย่างบ่นเมื่อเขาไปหาปารารินที่คอนโดแล้วเธอไม่อยู่ “ได้ๆแล้วค่ะคุณภาม วิกำลังจะเข้าไปแล้วค่ะ สักครู่นะคะ” วิชุดาพูดออกไปแบบเหนื่อยๆหลังจากที่เธอไปสอบถามกับเพื่อนๆในบริษัทของปารารินมาว่าเธอไปไหน จากนั้นไม่นานวิชุดาก็เดินเข้าไปหาภารัณพร้อมกับเอกสารสมัครงานของปารารินตามที่ภารัณสั่ง ให้เธอช่วยตามตัวปารารินมา “คุณภามคะ นี่ใบสมัครของน้องปรางค่ะ แล้วก็นี่ใบลางานหนึ่งอาทิตย์ค่ะของน้องปรางค่ะ” วิชุดาพูดออกไปก็วางเอกสารลงที่โต๊ะของเจ้านายหนุ่มแบบกล้าๆกลัวๆ เพราะสีหน้าของภารัณตอนนี้ดูไม่สบอารมณ์เอาซะเลย “ลางานหนึ่งอาทิตย์เลยงั้นเหรอ แล้วไม่บอกกันเลยสักคำเนี่ยนะ มันจะมากเกินไปแล้วนะปราง แล้วนี่คุณรู้ไหมว่าปรางเขาลางานไปไหนตั้งหนึ่งอาทิตย์” ภารัณพูดกัดฟันออกไปอย่างข่มความไม่พอใจของตัวเอง เพราะเขาไม่คิดว่าเธอจะโกรธเรื่องเมื่อเขาจนหนีไปแบบนี้ “อ่อ เห็นคุณชเอมบอกว่าน้องปรางลากลับบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ เธอลาเอาไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วค่ะ นี่น้องปรางไม่ได้บอกคุณภามหรอกเหรอคะ” วิชุดาเอ่ยถามออกไปแล้วมองอย่างสงสัย ก็สองคนนี้คบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ ปารารินก็น่าจะบอกสิว่าเธอจะไปไหนน่ะ “ถ้าบอกแล้วผมจะมานั่งถามคุณแบบนี้ไหมห้ะคุณวิ แล้วในใบสมัครของปารารินมีที่อยู่แค่ที่นี่หรือไง บ้านต่างจังหวัดน่ะ จังหวัดอะไรคุณรู้หรือเปล่า ” ภารัณถามออกไปด้วยเสียงห้วนๆ เมื่อเขาไม่ได้ข้อมูลของปารารินสักอย่างเพราะในใบสมัครงานเธอใส่เพียงที่อยู่ที่คอนโดเท่านั้น “ไม่รู้ค่ะคุณภาม แต่วิลองถามคุณชเอมให้แล้วนะคะ เห็นว่าอยู่ทางภาคเหนือแต่เธอก็บอกว่าจำไม่ได้น่ะค่ะว่าน้องปรางเขาอยู่จังหวัดอะไร วิว่าคุณภามโทรถามน้องปรางเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ” วิชุดาพูดบอกไปก็ก้มหน้าลงอย่างกลัวๆ เพราะภารัณเหมือนพายุที่พร้อมอาลาวาดได้ทุกเมื่อเลย ตั้งแต่มีแฟนเด็กอารมณ์ฉุนเชียวยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีกนะเนี่ย วิชุดาคิดในใจอย่างอดไม่ได้ “เฮ้อ ถ้าผมโทรถามได้ผมจะมานั่งโมโหอย่างนี้ไหมห้ะ ไม่ได้เรื่อง” ภารัณพูดออกไปก็ลุกออกไปทันที ทั้งๆที่เขาพึ่งจะเข้ามาในบริษัทได้ไม่นาน “อ่าวไอ้ภาม ไปไหนวะ ไอ้ภาม” ปรินทร์ที่เดินสวนทางจะเข้ามาในห้องเอ่ยถามเพื่อนหนุ่มไป ก่อนจะเอ่ยเรียกภารัณไปเมื่อเขากำลังจะเดินออกไป “ไปตามหาแฟนสิวะ แฟนกูหาย” ภารัณพูดบอกไปก่อนจะรีบเดินออกไป เพรามีอยุ่ที่หนึ่งที่จะให้คำตอบกับเขาได้ว่าปารารินอยู่ที่ไหน และเขามั่นใจว่าเขาจะต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน “อะไรของมันวะเนี่ย แฟนหายอะไรของมันเนี่ย คุณวิ ไอ้ภามมันรีบไปไหนนะ” ปรินทร์พูดไปแบบงงๆ ก่อนจะเดินเข้าไปถามวิชุดาที่อยู่ในห้องทำงานของภารัณอยู่ “ไปตามหาน้องปรางน่ะสิคะ พอดีน้องปรางลางานหนึ่งอาทิตย์แล้วเธอก็กลับบ้านต่างจังหวัด แต่สงสัยเธอจะไม่ได้บอกคุณภามน่ะสิคะ คุณภามถึงได้อาลาวาดแต่เช้าแบบนี้ นี่ให้วิไปตามหาที่อยู่ของน้องมาแต่เช้าแล้วนะคะเนี่ย เฮ้อ มีแฟนเด็กแล้ววุ่นวายจริงๆ” วิชุดาพูดบอกไปอย่างละเอียด ก่อนจะบ่นๆออกไปเมื่อภารัณดูขาดปารารินไม่ได้อย่างนั้น ไม่รู้จะติดอะไรนักหนา “แค่เนี่ยอ่ะนะ เฮ้อ ไอ้ภามนี่มันหลงเด็กคนนั้นเกินไปแล้วนะเนี่ย ไม่คิดจะให้เขาห่างตัวเลยหรือไง” ปรินทร์พูดไปแล้วก็ส่ายหน้าไปมาอย่างระอากับพฤติกรรมของเพื่อนหนุ่มที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







