เข้าสู่ระบบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ณ จังหวัดลำปาง หลังจากที่ลงเครื่องแล้วเจนนี่และคิมหันต์รวมถึงปารารินก็นั่งรถกลับมาที่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เพราะมีโรงงานทำสิ่งประดิษฐ์จากเซรามิก จึงทำให้โรสรินตัดสินใจย้ายบ้านมาตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานเพื่อความสะดวกและเพื่อการขยายกิจการในอนาคตอีกด้วย พอทั้งสามถึงบ้านโรสรินก็ถามนั่นถามนี่ด้วยความดีใจเพราะลูกสาวและหลานสาวไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ทำให้เธออดดีใจไม่ได้ที่วันนี้ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสักที “กริ้งๆ กริ้งๆ ยัยปราง ใครโทรมาน่ะ ฉันว่าแกรับสายหน่อยไหม โทรมาเป็นร้อยๆรอบแล้วมั้งนั่น” เจนนี่พูดกระซิบเพื่อนสาวที่กำลังกดปิดเสียงโทรศัพท์ที่มันดังมาตั้งแต่ลงเครื่องจนกระทั่งพวกเธอมาถึงบ้าน “ผัวโทรมาตามแน่ๆอ่ะแบบนี้ ดูหน้าก็รู้แล้วเนี่ย แกน่าจะบอกเขาดีๆไม่ใช่ทิ้งแค่โน้ตไว้แบบนั้น เฮ้อ” คิมหันต์พูดออกไปแบบรู้ทัน ก็ดูเอาเถอะมันจะกลับบ้านมางานแต่งตั้งหนึ่งอาทิตย์มันกลับทิ้งโน้ตบอกเอาไว้ โดยไม่มีการพูดถึงหรือบอกกว่าเลยสักนิด นี่ถ้าเป็นเขานะครั้งต่อไปปารารินไม่ได้ไปไหนแน่ๆ รู้จักนิสัยของผู้ชายน้อยไปซะแล้วผู้หญิงบ้านนี้ “ไม่ต้องมารู้ดีได้ไหมไอ้คิม ฉันแต่ปล่อยให้เขาหัวร้อนบ้างจะเป็นไรไปล่ะ สีสันชีวิตของคนเป็นแฟนกันน่าแก” ปารารินพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มแบบกวนๆ “หึ แล้วฉันจะคอยดูว่าแกจะทำตัวสีสันกันอีท่าไหน แกเห็นที่นูนๆนี่ไหม นี่ก็เรียกว่าสีสันชีวิตเหมือนกันนะปราง ระวังไอ้แฟนปลอมๆของแกมันจะให้รางวัลชิ้นใหญ่กับแกเข้าล่ะ” คิมหันต์ไปก็ชี้ไปที่หน้าท้องของเจนนี่เป็นการเตือนปารารินไม่ให้ประมาทกับอารมณ์ของผู้ชาย เพราะเขาน่ะเจอมาแล้ว “ไอ้คิม ไอ้ปากไม่ดี มันใช่เวลามาพูดแบบนี้ไหมห้ะ” ปารารินพูดเอ็ดเพื่อนหนุ่มออกไปอย่างอดไม่ได้ ไอ้บ้า มาแช่งให้เธอท้องได้ยังไงกัน “พอๆ แม่มานู้นแล้วน่ะ” เจนนี่ห้ามทั้งสองให้หยุดถกเถียงกันเมื่อแม่ของเธอเดินมาหาแล้ว “เป็นไงล่ะ เห็นบ้านใหม่ของพวกเราแล้วสวยไหม แม่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อลูกกับปรางโดยเฉพาะเลยนะ ฝั่งนี้แม่ทำให้เจนนี่ ส่วนฝั่งนี้แม่ทำให้ปรางไง เวลาที่เราสองคนแต่งงานมีครอบครัวจะได้อยู่เป็นสัดส่วนของใครของมันไงล่ะ” โรสรินเอ่ยพูดบอกไป แล้วเธอก็ชี้ให้ลูกสาวกับลูกเขยและหลานสาวดูบ้านที่เธอพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานอย่างภาคภูมิใจ “นี่แม่ก่ะจะไม่ให้เจนนี่กับปรางไปอยู่ที่อื่นเลยใช่ไหมคะเนี่ย ถึงขั้นทำบ้านให้เสร็จสรรพแบบนี้” เจนนี่พูดบอกไป ก่อนจะมองอย่างอึ้งๆ เพราะบ้านใหม่ของแม่เธออยู่ตรงกลางแล้วมีบ้านของเธอและปารารินอยู่ขนาบข้างทั้งสองอย่างสวยงาม “ก็ไม่ขนาดนั้น แม่ก็ทำเผื่อไว้ให้พวกแกเฉยๆ แบบนี้พวกแกจะได้ไม่ว่าแม่ไปก้าวก่ายความเป็นส่วยตัวของพวกแกไง แล้วเฟอร์นิเจอร์อะไรแม่ก็ใส่มาให้หมดแล้ว เหลือก็แต่ตัวพวกแกน่ะเข้าไปอยู่เท่านั้นแหละ” โรสรินพูดบอกไปก็ยิ้มออกมา เพราะเธอตั้งใจทำให้ลูกสาวและหลานสาวโดยเฉพาะ “ขอบคุณนะคะป้าโรส ป้าโรสน่ารักที่สุดเลยค่ะ” ปารารินพูดไปแบบอ้อนๆก็เข้าไปกอดป้าของตัวเองอย่างรักใคร่ เพราะป้าของเธอไม่เคยลำเอียงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดทำบ้านให้เจนนี่ก็ยังมิวายทำบ้านให้เธอด้วย แบบนี้ไม่ให้เธอรักเหมือนแม่แท้ๆได้ยังไงล่ะ “ป้าก็รักหนูนะลูก แล้วป้าอยากให้หนูมาช่วยเจนนี่กับคิมทำงานที่นี่ จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา” โรสรินพูดบอกไปก็โอบกอดหลานสาวอย่างรักใคร่ “อ่อ ปรางว่าแค่เจนนี่กับคิมก็เอาอยู่แล้วล่ะค่ะป้าโรส ดูสิคะสองคนนี้พร้อมเป็นพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงกันจะตายไป ” ปารารินพูดไปก็หัวเราะออกมาใส่เพื่อนทั้งสองที่ยืนมองเธออยู่ด้วยสายตากวนๆ “แต่ป้าคิดว่าถ้าหนูอยู่ด้วยมันจะดีกว่าน่ะสิ รีบๆเบื่อกรุงเทพเช้าล่ะจะได้กลับมาอยู่บ้านเรา มาช่วยกันทำให้ธุรกิจของบ้านเราเจริญรุ่งเรืองไปอีก” โรสรินพูดเสริมออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ เพราตอนนี้ลูกสาวและลูกเขยยอมกลับมาอยู่บ้านแล้ว ต่อไปก็ถึงคิวของหลานสาวของเธอ “ยัยปรางมันไม่เบื่อง่ายๆหรอกค่ะแม่ ตอนนี้ยัยปรางมันมีของดีอยู่ที่นั่น ดีไม่ดีเดี๋ยวยัยปรางกลับไปรอบนี้คงอีกนานกว่าจะกลับบ้านเรา” เจนนี่พูดแซวเพื่อนสาวออกไป เมื่อเพื่อนสาวกำลังอ้อนแม่ของเธออยู่ เธอจึงแกล้งแซวออกไป “จริงครับ ไม่รู้ว่าพอหลานคลอดแล้วจะมาหรือเปล่า” คิมพูดเสริมออกไปก็ยิ้มออกไปแบบกวนๆ เพราะรู้ว่าปารารินไม่อยากให้แม่ยายของเขารู้เรื่องแฟนหนุ่มปลอมๆอะไรนั่น “สองคนนี้พูดจากแปลกๆ อะไรกันลูก หนูมีของดีอะไรอยู่ที่กรุงเทพเหรอปราง อย่าบอกป้านะว่าหนูแอบซุกหนุ่มๆไว้น่ะ” โรสรินพูดออกไปแบบเดาๆแล้วมองหลานสาวอย่างจดจ้อง “ตอบแม่ฉันไปสิยัยปราง โกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะเพื่อน” เจนนี่พูดแล้วก้ยิ้มมุมปากออกไปใส่ปารารินแบบกวนๆ รวมถึงคิมหันต์เองก็ด้วย ทำให้ปารารินมองค้อนใส่เพื่อนทั้งสองอย่างอดไม่ได้ “เออ รู้แล้วน่า แกสองคนี่มันปากปีจอจริงๆ” ปารารินพูดต่อว่าเพื่อนทั้งสองเสร็จก็หันมามองหน้าของป้าตัวเองแล้วยิ้มแห้งๆออกไป “ว่าไง เราซุกหนุ่มไว้จริงเหรอ” โรสรินถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นทั้งสองแซวกันไปมาจนจับใจความได้ว่ามันต้องใช้แบบที่เธอเดาอย่างแน่นอนค่ะ “อ่อ ก็ไม่เชิงหรอกค่ะป้า คือ ปรางแค่มีแฟนน่ะค่ะ ไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ” ปารารินพูดบอกไปก็มองหน้าป้าแบบเขินๆ “ไม่สำคัญได้ยังไงกัน เรามีแฟนทั้งคนนะ ร้อยวันพันปีเราเคยคบใครที่ไหนกัน แล้วแฟนเราเป็นใครกัน ทำอาชีพอะไร แล้วทำไมเราไม่พามาให้ป้ารู้จักด้วยหึ” โรสรินพูดไปก่อนจะเอ่ยถามคำถามหลานสาวแบบรัวๆ “ใจเย็นสิครับคุณแม่ ให้ปรางมันตอบทีล่ะคำถามดีกว่าครับ” คิมหันต์พูดไป เมื่อแม่ยายของเขาเล่นถามรัวๆจนปารารินตอบไม่ทันแล้ว “ก็แม่ตื่นเต้นนิ อ่ะๆ ไหนตอบป้ามาสิปราง” โรสรินพูดออกไปก้รอหลานสาวตอบอย่างใจจดใจจ่อ “คือคุณป้าจำรูปของผู้ชายที่ติดอยู่ในห้องของปรางที่คอนโดเมื่อคราวก่อนๆได้ไหมคะ คนนั้นแหละค่ะ แฟนปรางเอง” ปารารินพูดบอกไปตามตรง ก่อนจะทำหน้าเขินอายออกไป “อะไรนะ พ่อหนุ่มในฝันของเรานั่นน่ะเหรอจะเป็นแฟนของเรา นี่ป้าไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมเนี่ย เจนนี่ คิม มันเป็นความจริงเหรอ” โรสรินเอามือทาบอกอย่างไม่เชื่อ เพราะเธอเห็นปารารินคลั่งพ่อหนุ่มนั่นมาตั้งนานแล้ว แต่เธอไม่คิดว่าวันหนึ่งหลานสาวจะได้เป็นแฟนกับพ่อหนุ่มนั่นจริงๆ เธอจึงหันไปถามลูกสาวและลูกเขยอย่างต้องการพยาน “จริงค่ะแม่ ยัยปรางพิชิตเป้าหมายคว้าหนุ่มในฝันของตัวเองและสาวๆอีกหลายคนมาจริงค่ะ” เจนนี่พูดเสริมออกไปอย่างจริงจัง เพราะเธอรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่น่าเชื่อ ขนาดเธอเองแรกๆยังไม่เชื่อเลย “คุณพระ งั้นก็พามาให้ป้ารู้จักเลยสิ ชวนเขามางานแต่งของเจนนี่กับคิมสิลูก ป้าจะได้รู้จักว่าที่หลานเขยเอาไว้สักหน่อย” โรสรินพูดบอกไปแบบดีใจ เพราะเธอเห็นหลานสาวคลั่งหนุ่มคนนี้มานานแล้ว เธอก็อยากจะรู้จักตัวเป็นๆซะหน่อย อยากจะรู้ว่ามีอะไรดีถึงทำให้หลานสาวของเธอรักและหลงใหลขนาดนี้ “อ่อ คือ แฟนปรางเขาไม่ว่างน่ะค่ะคุณป้า ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะคะ ปรางจะพาเขามาแนะนำให้คุณป้ารู้จักแน่นอนค่ะ” ปารารินพูดไปก้ยิ้มแห้งให้กับป้าของเธอ เพราะเขายังไม่ได้รักได้ชอบอะไรในตัวเธอ เธอจึงไม่อยากจะพาเขามา เพราะถ้าวันหนึ่งเลิกกันเธอจะได้ไม่ต้องหาเหตุผลมาตอบผู้ใหญ่ “เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก งั้นถ้าเขาว่างๆปรางก็ชวนเขามาเที่ยวบ้านเรานะลูก” โรสรินพูดบอกไปแบบเข้าใจ และไม่ได้บังคับอะไรหลานสาว “ค่ะคุณป้า ปรางพาเขามาแน่นอนค่ะ” ปารารินพูดไปก็ยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปมองหน้าของเพื่อนทั้งสองที่ยืนยิ้มให้กับเธอแบบกวนๆ เพราะถ้าสองคนนี้ไม่ปากพล่อยล่ะก็ เธอก็ไม่ต้องโดนกดดันแบบนี้ “งั้นเราไปดูบ้านกันต่อเถอะป่ะ จะได้มาสรุปว่าจะจัดงานกันที่ไหนดี” โรสรินพูดบอกไป จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันเดินชมบ้านของเจนนี่และคิม เพื่อที่จะหามุมจัดงานแต่งภายในแบบเรียบง่าย เพราะเนื้อที่บ้านของพวกเธอก็กว้างพอที่จะจัดงานได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งพาโรงแรมให้สิ้นเปลือง“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







