LOGINเฮ้ย... คนเยอะชิบ" ดาวตกมองไปยังลานกว้างหน้าหอประชุมที่เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง อาตี๋รีบเดินเข้ามาเกาะไหล่เณอ
"กูเริ่มตื่นเต้นแล้วว่ะ" เณอหัวเราะเบา ๆเมื่อเช้ามึงก็ตื่นเต้น" "ก็ตอนนั้นรับน้องตอนนี้จับสายรหัส" " มันคนละฟีล" มาร์คส่ายหน้า "มึงตื่นเต้นทุกกิจกรรม" ทั้งสี่หัวเราะก่อนเดินตามแถวเข้าไป ... หน้าประตูหอประชุม รุ่นพี่ปีสองหลายสิบคนยืนเรียงแถวต้อนรับน้องใหม่ ทุกคนสวม เสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่า ปักตราคณะเหนือหน้าอกด้านซ้าย ดูเป็นระเบียบและสง่างาม ปีหนึ่งที่เดินผ่านต่างยกมือไหว้พร้อมกัน "สวัสดีครับพี่" "สวัสดีครับ" เสียงตอบรับดังต่อเนื่อง เณอเงยหน้ามองไปด้านหน้า ก่อนสายตาจะหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง สิงโต... ยืนอยู่หน้าประตูหอประชุมในเสื้อช็อปวิศวะ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย กำลังตรวจรายชื่อนักศึกษาที่เดินเข้าหอ "เช็กชื่อแล้วเข้าด้านในได้เลยครับ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ฟังดูสุภาพ เมื่อถึงคิวของทั้งสี่คน สิงโตเงยหน้าขึ้น "ห้อง B-308" เณอกับอาตี๋พยักหน้า "ครับ" "ห้อง B-309" ดาวตกกับมาร์คตอบรับ "ครับ" สิงโตขีดเช็กชื่อ ก่อนเงยหน้ามองทั้งสี่อีกครั้ง "เข้าไปนั่งแถวกลาง" "อีกไม่กี่นาทีจะเริ่มกิจกรรม" "ครับพี่" ทั้งสี่ยกมือไหว้ก่อนเดินเข้าไปอาตี๋แอบกระซิบทันที "มึง..." "พี่ดูแลหอใส่ช็อปแล้วโคตรหล่อ"ดาวตกรีบศอกใส่เพื่อน "เบา!" "เดี๋ยวพี่ได้ยิน" "ก็กูชมเฉย ๆ" เณอส่ายหน้าพร้อมหลุดยิ้ม ... ภายในหอประชุม นักศึกษาปีหนึ่งนั่งเรียงกันเต็มพื้นที่ บนเวที... รุ่นพี่ปีสามกำลังเตรียมไมโครโฟนส่วนด้านหลังหอประชุม มีรุ่นพี่ปีสี่นั่งคอยสังเกตการณ์อย่างเงียบ ๆเสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง จนกระทั่ง... ปี๊ดดดดด! เสียงนกหวีดดังลั่นหอประชุมทุกคนเงียบลงแทบจะพร้อมกัน รุ่นพี่ปีสามก้าวขึ้นเวที "สวัสดีน้องวิศวะทุกคน" "สวัสดีครับ!" เสียงตอบรับดังก้องทั้งหอประชุมรุ่นพี่ยิ้ม ก่อนกวาดตามองน้องใหม่ทุกคน "คืนนี้...คือคืนแรก" "ที่น้องทุกคนจะได้รู้จักคำว่า...ครอบครัววิศวะ" หอประชุมเงียบสนิท "ที่นี่...ไม่มีใครเก่งคนเดียวไม่มีใครเดินคนเดียวเวลามีปัญหา พวกเราจะช่วยกัน" "นี่คือสิ่งที่วิศวะทุกคนส่งต่อกันมาหลายรุ่น" เณอฟังเงียบ ๆสายตาเต็มไปด้วยความตั้งใจส่วนอาตี๋...นั่งหลังตรงผิดปกติจนดาวตกหันไปกระซิบ "มึงเป็นไร" อาตี๋ตอบเบา ๆ "กูเริ่มรู้สึกว่า...กูเลือกคณะไม่ผิด" เณอยิ้มมุมปากความรู้สึกนั้น...เขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน บนเวที รุ่นพี่ปีสามยิ้มก่อนกล่าวต่อ "หลังจากนี้...เราจะเข้าสู่กิจกรรมแรกของชาววิศวะกิจกรรม...สายรหัส" สิ้นเสียงประกาศทั้งหอประชุมก็เต็มไปด้วยเสียงฮือฮาและความตื่นเต้นของนักศึกษาปีหนึ่งโดยไม่มีใครรู้เลยว่า...ค่ำคืนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ ความรักและการแข่งขัน...ที่กำลังรอพวกเขาอยู่ รหัสที่ทั้งหอประชุมเงียบรุ่นพี่ปีสามวางกล่องไม้ใบใหญ่ไว้กลางเวที "ต่อไป...พี่จะเรียกน้องขึ้นมาจับซองทีละคน" "ในซองจะมีรหัส ห้ามเปิดจนกว่าพี่จะสั่ง" นักศึกษาปีหนึ่งพยักหน้าพร้อมกันความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวทั่วทั้งหอประชุม ... "เณอ" "ครับ" ร่างสูงเดินขึ้นเวทีอย่างเรียบเฉย มือเรียวล้วงหยิบซองสีขาวออกมาหนึ่งซอง ก่อนเดินกลับมานั่งที่เดิม "ดาวตก" "อาตี๋" "มาร์ค" ทั้งสี่คนต่างได้ซองของตัวเองไม่นาน...นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนก็ได้รับซองครบรุ่นพี่ปีสามยิ้ม ก่อนยกไมโครโฟนขึ้น "เปิดได้!" เสียงซองกระดาษถูกฉีกดังขึ้นพร้อมกันทั่วหอประชุมอาตี๋รีบเปิดก่อนเพื่อน "ของกู...V-18" ดาวตกมองของตัวเอง "R-07" มาร์ค "K-15" เณอค่อย ๆ ดึงกระดาษในซองออกมาตัวอักษรสีดำตัวใหญ่เขียนไว้เพียงว่า "S-01" เณอเลิกคิ้วนิด ๆ "คืออะไร" ยังไม่ทันได้ถามเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากด้านหลังหอประชุม "เฮ้ย...S-01..." "จริงดิ ใครได้" รุ่นพี่ปีสองหลายคนหันมองมาทางเณอพร้อมกัน แม้แต่เจอร์ยังหันไปมองสิงโต "มึง...น้องมึงมาแล้ว" สิงโตมองกระดาษในมือเณอ ก่อนนิ่งไปเล็กน้อย สายน้ำหัวเราะเบา ๆ "บังเอิญจัด" เจอร์ตบบ่าสิงโต "ขอให้โชคดี" สิงโตเพียงยิ้มมุมปากแต่ไม่ได้พูดอะไร ... ฝั่งปีหนึ่งอาตี๋หันมามองเพื่อน "เณอ ทำไมรุ่นพี่มองมึงเต็มเลย" เณอส่ายหน้า "ไม่รู้" ดาวตกกระซิบ "หรือมึงจับได้รหัสแปลก" เณอมองกระดาษอีกครั้งS-01เพียงสี่ตัวอักษรแต่กลับทำให้ทั้งหอประชุมฮือฮาโดยที่เจ้าของรหัส...ยังไม่รู้เลยว่ามันหมายถึงอะไร เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในมหาวิทยาลัย เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นแทบทุกเครื่อง 📱 ENGINEER CAMPUS เพจดังประจำมหาวิทยาลัยที่มีผู้ติดตามนับหมื่นคนโพสต์ล่าสุดถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว "เฟรชชี่วิศวะปีนี้งานดีมาก 👀" ด้านล่างเป็นรูปถ่ายของนักศึกษาปีหนึ่งหลายคนที่ถูกแอบถ่ายระหว่างกิจกรรมเมื่อคืน รูปแรก...อาตี๋กำลังยิ้มกว้างรูปต่อมา...ดาวตกกำลังหัวเราะ มาร์คยืนกอดอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและรูปสุดท้าย... ชายหนุ่มหน้าหวาน ผิวขาว ลักยิ้ม ดัดฟัน กำลังหันหน้ามองเวที ใต้โพสต์มีข้อความสั้น ๆ "คนนี้ใครครับ? หล่อมาก!" "ปีหนึ่งวิศวะใช่ไหม" "ขอวาร์ปด่วน!" ยอดไลก์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่อาตี๋กำลังเลื่อนโทรศัพท์อยู่ในโรงอาหารเจ้าตัวถึงกับสำลักนม "แค่ก!" "เณอ! มึงดังแล้ว!" เณอเงยหน้าจากการกินข้าว "อะไร" อาตี๋ยื่นโทรศัพท์ให้ดูเณอมองเพียงแวบเดียวก่อนตอบเรียบ ๆ "ก็แค่รูป" ดาวตกถึงกับหัวเราะ "มึงไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม" มาร์คพยักหน้า "ยอดแชร์กำลังขึ้นไม่หยุด" ขณะเดียวกัน...อีกมุมหนึ่งของโรงอาหารสิงโต สายน้ำ และเจอร์ ก็นั่งมองโพสต์เดียวกันเจอร์ยิ้มกว้าง "น้องมึงขึ้นเพจแล้ว" สายน้ำหัวเราะ "หน้าตาแบบนั้น..." "ไม่ขึ้นก็น่าแปลก" สิงโตไม่ได้พูดอะไรเพียงมองภาพของเณอบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะอมยิ้มบาง ๆโดยที่ไม่มีใครรู้...จากวันนี้เป็นต้นไปชื่อของ "เณอ" จะเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วมหาวิทยาลัย... เช้าวันต่อมา... เวลา 08.10 น. โรงอาหารคณะวิศวกรรมแน่นขนัดไปด้วยนักศึกษาทุกชั้นปีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงช้อนกระทบจานดังคลอไปทั่วมุมหนึ่งของโรงอาหารเณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์ค กำลังกินข้าวเช้าก่อนเข้าเรียน อาตี๋กำลังเลื่อนโทรศัพท์ไปมา จู่ ๆ ... "เชี่ย!" เสียงดังจนคนโต๊ะข้าง ๆ หันมามองดาวตกรีบตีแขนเพื่อน "เบา!" "มึงจะตกใจอะไรนักหนา" อาตี๋รีบยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเณอ "มึงดู!" เณอรับโทรศัพท์มามองเป็นเพจของมหาวิทยาลัยENGINEER CAMPUSเพจที่ขึ้นชื่อเรื่องลงรูปหนุ่มหล่อ สาวสวย และข่าวสารของคณะ โพสต์ล่าสุด...ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขนทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!""ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่าดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั
ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช
ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น "สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว "แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" "ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก
เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ "น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง "พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" "หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ "คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ "พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" "แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม







