ANMELDENทางตรงยาวทอดตัวอยู่เบื้องหน้าบิ๊กไบค์สีดำยังคงนำอยู่ปลายจมูก
เจ้าของรถหมอบต่ำจนแผ่นหลังแทบแนบแฟริ่ง ลมที่ปะทะหมวกกันน็อกส่งเสียงหวีดหวิว เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด ก่อนนิ้วเท้าจะงัดคันเกียร์ขึ้น แชะ! เกียร์หกเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็นคำรามแหลมสูงความเร็วทะยานขึ้นอีกครั้ง สองร้อย... สองร้อยยี่สิบ... สองร้อยสี่สิบ... ผู้ชมหลายคนกลั้นหายใจแต่บิ๊กไบค์สีขาว...ยังไม่เร่งแซง มันยังคงเกาะท้ายนิ่ง...นิ่งเสียจนหลายคนเริ่มสงสัย "หรือหมดแรงแล้ว..." "คงไม่มีจังหวะแล้วมั้ง" ชายคนหนึ่งส่ายหน้า "ไม่..." "เขากำลังรอ" รออะไร...ไม่มีใครตอบได้ ... เหลืออีกเพียงสองโค้งสุดท้ายโค้งซ้ายแคบ...ต่อด้วยทางตรงเข้าเส้นชัย หากใครออกจากโค้งสุดท้ายได้ดีกว่าคนนั้นจะชนะทันที รถสีดำเลือกเข้าไลน์ด้านนอก เป็นไลน์มาตรฐาน เร็ว... ปลอดภัยแต่ในจังหวะเดียวกันรถสีขาวกลับขยับเข้าด้านใน แคบกว่า เสี่ยงกว่าและเร็วกว่า...เสียงฮือฮาดังสนั่น "เฮ้ย!" "จะมุดเหรอ!" "ช่องนั้นไม่มีทาง!" ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตรหากคำนวณผิด...ทั้งสองคันอาจเกี่ยวกันจนล้มแต่เจ้าของรถสีขาวไม่ลังเล กำเบรกหน้า ถ่ายน้ำหนักตัวลงก่อนปล่อยเบรกอย่างนุ่มนวลตัวรถเอียงลงอีก อีกนิด...จนปลายเข่าครูดพื้นแอสฟัลต์ ครืดดดดด! ประกายไฟสีส้มแลบออกจากแผ่นรองเข่าคนดูหลายคนเผลอยกขาตาม บางคนกำชายเสื้อแน่น บางคนลืมหายใจทุกสายตาจ้องไปยังรถทั้งสองคันบิ๊กไบค์สีขาวเกาะไลน์ด้านในได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะเปิดคันเร่งทันทีที่ผ่านจุด Apex บรื้นนนนนนน!! ล้อหลังส่งกำลังลงพื้นเต็มแรงตัวรถพุ่งออกจากโค้งราวกับถูกยิงออกจากหนังสติ๊กปลายแฟริ่งสีขาว...ค่อย ๆ แซงปลายแฟริ่งสีดำ ทีละนิ้ว... ทีละคืบ... จนกระทั่งขึ้นนำได้เพียงครึ่งล้อ "แซงแล้ว!!" เสียงพิธีกรตะโกนลั่นสนามแต่ยังไม่จบรถสีดำไม่ยอมปล่อย เจ้าของรถหมอบต่ำลงอีกครั้งอาศัยแรงดูดลมจากคันหน้า ขยับออกด้านขวา ทั้งสองคันวิ่งเคียงกัน ทางตรงสุดท้าย...เหลืออีกเพียงร้อยเมตร ห้าสิบเมตร... ยี่สิบเมตร... สิบเมตร... เสียงเครื่องยนต์สองคันดังแข่งกันจนทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทไม่มีใครรู้...ไม่มีใครกล้าฟันธง...ว่าใครคือผู้ชนะ มีเพียงเส้นสีขาวที่ทอดอยู่เบื้องหน้า...รอให้หนึ่งในนั้นเป็นคนข้ามไปก่อนเส้นชัย...อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์ทั้งสองคันคำรามก้องจนพื้นแอสฟัลต์สั่นสะเทือน รถสีดำ... รถสีขาว... ตีคู่กันราวกับถูกผูกไว้ด้วยเชือกเส้นเดียว ห้าเมตร... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง... ฟ้าวววว!! บิ๊กไบค์ทั้งสองพุ่งผ่านเส้นชัยแทบจะพร้อมกันสนามทั้งสนามเงียบลง เงียบ...จนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อย ๆ ผ่อนรอบลง ไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้าตัดสินเพราะด้วยสายตา... แยกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครถึงก่อน กรรมการรีบเปิดภาพจากกล้องที่ติดอยู่เหนือเส้นชัยทุกคนเงยหน้ามองจอ LED ขนาดใหญ่ ภาพถูกเปิดซ้ำ... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ก่อนจะซูมช้าลงปลายล้อหน้าของบิ๊กไบค์สีขาว...ผ่านเส้นชัยก่อนเพียง... ไม่ถึงครึ่งล้อ ทั้งสนามเงียบงันอยู่หนึ่งอึดใจ ก่อนเสียงประกาศจะดังลั่น "ผู้ชนะ...หมายเลข 19!" เฮลั่นสนาม!เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง และเสียงนกหวีดดังสนั่นไปทั่วลานแข่งนักแข่งเจ้าของบิ๊กไบค์สีขาวไม่ได้ชูมือดีใจ เพียงค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งยกมือซ้ายขึ้นแตะหน้าอกเบา ๆ ก่อนชูสองนิ้วไปทางคู่แข่งเป็นการให้เกียรติ นักแข่งบิ๊กไบค์สีดำชะลอรถลงเช่นกัน แม้จะแพ้...แต่เขากลับยกมือขึ้นตอบ ไม่มีคำพูดมีเพียงความเคารพในฝีมือของกันและกัน ... ทั้งสองคันขี่กลับเข้ามายังลานด้านหน้าเสียงคนดูยังคงดังไม่หยุด "ถอดหมวก!" "ขอดูหน้า!" "ใครวะ!" นักแข่งทั้งสองดับเครื่องพร้อมกันความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องไปยังนักแข่งหมายเลข 19 เจ้าของบิ๊กไบค์สีขาวยกมือขึ้นช้า ๆปลดสายรัดใต้คาง แกร๊ก... หมวกกันน็อกถูกยกออกเส้นผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาบนหน้าผากเจ้าของใบหน้าหล่อหวานยกมือเสยผมลวก ๆ ขนตายาวรับกับดวงตาคมใสลักยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าตัวยิ้มบาง ๆ เหล็กดัดฟันสะท้อนแสงไฟจนเห็นเด่นชัดคนดูทั้งสนามถึงกับอ้าปากค้าง "...เด็ก?" "เชี่ย..." "หน้าตาอย่างกับดารา" "มึงดูดัดฟันดิ!" "ปีหนึ่งปะวะ!" เด็กหนุ่มเพียงรับผ้าขนหนูจากทีมงานมาซับเหงื่ออย่างเรียบเฉยราวกับชัยชนะเมื่อครู่...เป็นเรื่องธรรมดาพิธีกรเดินถือไมโครโฟนเข้ามา "ขอแสดงความยินดีด้วยครับ! แนะนำตัวกับทุกคนหน่อยครับ" เด็กหนุ่มรับไมโครโฟนมายิ้มบาง ๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ "ผม...เณอครับ" สิ้นเสียงนั้น ทั้งสนามก็จดจำชื่อนี้ทันที เณอ ... พิธีกรหันไปอีกฝั่ง "แล้วรองแชมป์ของเราล่ะครับ!" ชายหนุ่มเจ้าของบิ๊กไบค์สีดำหัวเราะเบา ๆก่อนปลดหมวกกันน็อกออกเช่นกันใบหน้าคมเข้มปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ เส้นผมสีดำยุ่งเล็กน้อยจากเหงื่อ ดวงตาคมกริบที่ดูเจ้าชู้โดยธรรมชาติ เพียงถอดหมวกออก...เสียงกรี๊ดจากสาว ๆ รอบสนามก็ดังขึ้นทันที "พี่สิง!!" "กรี๊ดดด!" "หล่อเหมือนเดิม!" เจ้าตัวเพียงยิ้มมุมปากก่อนหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกไม่มีรอยยิ้มท้าทาย ไม่มีการโอ้อวด มีเพียงสายตาของนักแข่ง...ที่ยอมรับในฝีมือของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาก่อนยื่นมือออกไป "แข่งได้มันดี" เณอก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนยื่นมือของตัวเองไปจับ "พี่ก็เหมือนกันครับ" มือทั้งสองจับกันแน่นเป็นการจับมือที่ไม่ได้มีผู้แพ้หรือผู้ชนะ มีเพียงนักแข่งสองคน... ที่ต่างเคารพฝีมือของกันและกัน สิงยิ้มบาง ๆ "ครั้งหน้า..." "ผมไม่แพ้แน่" เณอหัวเราะเบา ๆลักยิ้มทั้งสองข้างปรากฏชัด "งั้น..." "ไว้เจอกันใหม่ครับ" พูดจบ เด็กหนุ่มก็หยิบหมวกกันน็อกขึ้นสวมอีกครั้งสตาร์ตเครื่อง บรื้นนน... เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ ก่อนบิ๊กไบค์สีขาวจะเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่ง ทิ้งไว้เพียงไฟท้ายสีแดงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด สิงยืนมองตามจนรถคันนั้นหายลับสายตา มุมปากยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว "เณอ..." เขาพึมพำชื่อของอีกฝ่ายเบา ๆไม่รู้เลยว่า...อีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กหนุ่มคนนั้นจะกลายเป็น น้องใหม่คณะวิศวกรรม และเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล...เฮ้ย... คนเยอะชิบ" ดาวตกมองไปยังลานกว้างหน้าหอประชุมที่เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง อาตี๋รีบเดินเข้ามาเกาะไหล่เณอ "กูเริ่มตื่นเต้นแล้วว่ะ" เณอหัวเราะเบา ๆเมื่อเช้ามึงก็ตื่นเต้น" "ก็ตอนนั้นรับน้อง" "ตอนนี้จับสายรหัส" "มันคนละฟีล" มาร์คส่ายหน้า "มึงตื่นเต้นทุกกิจกรรม" ทั้งสี่หัวเราะก่อนเดินตามแถวเข้าไป ... หน้าประตูหอประชุม รุ่นพี่ปีสองหลายสิบคนยืนเรียงแถวต้อนรับน้องใหม่ ทุกคนสวม เสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่า ปักตราคณะเหนือหน้าอกด้านซ้าย ดูเป็นระเบียบและสง่างาม ปีหนึ่งที่เดินผ่านต่างยกมือไหว้พร้อมกัน "สวัสดีครับพี่" "สวัสดีครับ" เสียงตอบรับดังต่อเนื่อง เณอเงยหน้ามองไปด้านหน้า ก่อนสายตาจะหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง สิงโต... ยืนอยู่หน้าประตูหอประชุมในเสื้อช็อปวิศวะ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย กำลังตรวจรายชื่อนักศึกษาที่เดินเข้าหอ "เช็กชื่อแล้วเข้าด้านในได้เลยครับ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ฟังดูสุภาพ เมื่อถึงคิวของทั้งสี่คน สิงโตเงยหน้าขึ้น "ห้อง B-308" เณอกับอาตี๋พยักหน้า "ครับ" "ห้อง B-309" ดาวตกกับมาร์คตอบรับ "ครับ" สิงโตขีดเช็กชื่อ ก่อนเงยหน้ามองทั้งสี่อีกครั้ง "เข้าไ
โอ้โห!" อาตี๋เดินสำรวจห้องอย่างตื่นเต้น "ดีกว่าที่คิดอีก" เณอเดินไปเปิดหน้าต่าง ปล่อยให้ลมอ่อน ๆ พัดเข้ามา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง "น่าอยู่" "งั้นพวกน้องจัดของก่อน" สิงโตพูดพลางถอยออกมายืนหน้าห้อง "อีกหนึ่งชั่วโมง ลงมาประชุมชั้นล่างพี่จะแนะนำกฎการอยู่หอเพิ่มเติม" "ครับ" ทั้งคู่รับคำพร้อมกันก่อนสิงโตจะเดินไปยังห้องถัดไป อาตี๋รีบเดินมาปิดประตู แล้วหันมากระซิบกับเณอทันที "เณอ..." "ว่า" "พี่ดูแลหอ..." "หล่อว่ะ" เณอหัวเราะเบา ๆ "เมื่อกี้มึงยังจะจีบพี่สายน้ำอยู่เลย" อาตี๋ยกนิ้วขึ้นนับ "คนนี้หล่อแบบอบอุ่น" "พี่สายน้ำหล่อแบบเย็นชา" "คนละฟีล" เณอถึงกับหัวเราะออกมา "มึงเลือกไม่ได้สักคน" "กูเลือกได้!" อาตี๋ตอบหน้าตาย "กูเลือกพี่สายน้ำ" เณอส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ "โล่งอก...อย่างน้อยพี่สิงโตก็รอด" ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน โดยไม่รู้เลยว่าฃห้อง B-313 ที่อยู่ปลายทางเดิน ประตูยังแง้มไว้เล็กน้อย และสิงโต...ได้ยินเสียงคุยของสองรูมเมตแทบทั้งหมดชายหนุ่มส่ายหน้าพร้อมหัวเราะในลำคอ "ปีหนึ่งปีนี้..." "คงไม่เหงาแล้วล่ะ"เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ห้อง B-308 เต็มไปด้วยเสียงเปิดกร
กิจกรรมรับน้องช่วงเช้าสิ้นสุดลงในเวลาเกือบบ่าย รุ่นพี่ปีสามเดินถือไมโครโฟนขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง "น้อง ๆ ที่พักหอในมหาวิทยาลัย ฟังทางนี้ครับ" นักศึกษาปีหนึ่งหลายคนรีบหันมามอง "เดี๋ยวพี่จะพาไปที่หอพัก" "เมื่อไปถึง จะมีรุ่นพี่ปีสองประจำหอเป็นคนรับรายงานตัว แจกกุญแจห้อง และพาเข้าที่พัก" "หากมีปัญหาเรื่องห้องพัก สามารถแจ้งรุ่นพี่ประจำหอได้ตลอด" สิ้นเสียงประกาศ เด็กปีหนึ่งทยอยลากกระเป๋าเดินตามรุ่นพี่ไปเป็นขบวน "ในที่สุดก็จะได้นอนแล้ว" ดาวตกบิดขี้เกียจจนเสียงกระดูกดังกร๊อบมาร์คหัวเราะเบา ๆ "เพิ่งบ่ายเอง" "กูตื่นตั้งแต่ตีห้า" ดาวตกทำหน้ามุ่ย "ง่วงเป็นนะ" อาตี๋ที่ลากกระเป๋าเดินตามหลังบ่นอุบ "หนักชะมัด" เณอหันไปมองก่อนยิ้มมุมปาก "ใครบอกให้ขนมาทั้งบ้าน" "แม่กู!" อาตี๋ตอบทันที ทำเอาทั้งกลุ่มหัวเราะออกมา... หอพักนักศึกษาชายตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย เป็นอาคารสูงห้าชั้น ทาสีขาวสลับเทา บรรยากาศร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ เมื่อเดินเข้าไปในล็อบบี้เด็กปีหนึ่งหลายคนก็ชะงัก ด้านหน้าเคาน์เตอร์...รุ่นพี่ปีสองสามคนนั่งเรียงกันอยู่หลังโต๊ะไม้ยาว คนหนึ่งกำลังเช็กเอกสารอีกคนกำลังจัดก
กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน แต่ละกลุ่มต้องแนะนำตัว บอกเหตุผลที่เลือกเรียนวิศวะ และช่วยกันทำภารกิจเล็ก ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะความเกร็งในตอนเช้าค่อย ๆ จางหาย แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...หลังจากกิจกรรมนี้จบลง รุ่นพี่ปีสามกำลังจะเรียก "รุ่นพี่ปีสอง" ออกมาทั้งคณะและนั่น... จะเป็นครั้งแรกที่เณอและสิงโตได้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นวินาทีที่... อาตี๋จะได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอมกิจกรรมละลายพฤติกรรมผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงหัวเราะของเด็กปีหนึ่งเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเกร็งในตอนเช้า บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงมาก เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์คนั่งรวมกลุ่มอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าอาคาร อาตี๋ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจ "นึกว่าจะโดนว้ากตั้งแต่เช้า" ดาวตกหัวเราะ "กูเหมือนกัน" "แต่รุ่นพี่ใจดีว่ะ" มาร์คพยักหน้า "ผิดกับที่คิดไว้เยอะ" เณอไม่ได้พูดอะไร เพียงมองบรรยากาศรอบตัวเงียบ ๆทันใดนั้น... ปี๊ดดดดด!! เสียงนกหวีดดังลั่นไปทั่วลานกิจกรรมนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนรีบลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติรุ่นพี่ปีสามหลายคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากร
เช้าวันจันทร์... แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเคลื่อนตัวเข้ามาไม่ขาดสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองที่เดินถือสัมภาระกันขวักไขว่ ป้ายผ้าผืนใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์พลิ้วไหวตามแรงลม "ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์" เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงเรียกเพื่อนดังไปทั่วลานหน้าอาคาร ในจังหวะนั้น... เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังแผ่วเข้ามา ก่อนรถสปอร์ตไบค์สีขาวจะค่อย ๆ จอดเข้าช่องจอดอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มร่างสูงถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ เส้นผมสีดำขยับตามแรงลม ดวงตาคมทอดมองอาคารตรงหน้า ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มบาง "สี่ปีต่อจากนี้..." "ฝากตัวด้วยนะ" เณอสะพายเป้ขึ้นไหล่ ก่อนเดินตรงไปยังจุดลงทะเบียนอย่างไม่รีบร้อน ระหว่างทางมีสายตาหลายคู่แอบมอง "คนนั้นหล่อว่ะ" "ดัดฟันด้วย" "หน้าหวานชะมัด" เจ้าตัวได้ยิน...แต่ไม่ได้สนใจสำหรับเณอ...วันนี้สำคัญกว่าการถูกมอง เพราะมันคือวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัย ... "ขอโทษครับ"เสียงหนึ่งเรียกไว้เณอหันไปมอง เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ยืนถือแผนที่มหาวิทยาลัยกลับหัว
ทางตรงยาวทอดตัวอยู่เบื้องหน้าบิ๊กไบค์สีดำยังคงนำอยู่ปลายจมูก เจ้าของรถหมอบต่ำจนแผ่นหลังแทบแนบแฟริ่ง ลมที่ปะทะหมวกกันน็อกส่งเสียงหวีดหวิว เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด ก่อนนิ้วเท้าจะงัดคันเกียร์ขึ้น แชะ! เกียร์หกเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็นคำรามแหลมสูงความเร็วทะยานขึ้นอีกครั้ง สองร้อย... สองร้อยยี่สิบ... สองร้อยสี่สิบ... ผู้ชมหลายคนกลั้นหายใจแต่บิ๊กไบค์สีขาว...ยังไม่เร่งแซง มันยังคงเกาะท้ายนิ่ง...นิ่งเสียจนหลายคนเริ่มสงสัย "หรือหมดแรงแล้ว..." "คงไม่มีจังหวะแล้วมั้ง" ชายคนหนึ่งส่ายหน้า "ไม่..." "เขากำลังรอ" รออะไร...ไม่มีใครตอบได้ ... เหลืออีกเพียงสองโค้งสุดท้ายโค้งซ้ายแคบ...ต่อด้วยทางตรงเข้าเส้นชัย หากใครออกจากโค้งสุดท้ายได้ดีกว่าคนนั้นจะชนะทันที รถสีดำเลือกเข้าไลน์ด้านนอก เป็นไลน์มาตรฐาน เร็ว... ปลอดภัยแต่ในจังหวะเดียวกันรถสีขาวกลับขยับเข้าด้านใน แคบกว่า เสี่ยงกว่าและเร็วกว่า...เสียงฮือฮาดังสนั่น "เฮ้ย!" "จะมุดเหรอ!" "ช่องนั้นไม่มีทาง!" ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตรหากคำนวณผิด...ทั้งสองคันอาจเกี่ยวกันจนล้มแต่เจ้าของรถสีขาวไม่ลังเล กำเบรกหน้า ถ่ายน้ำหนักตั







