Mag-log inบทที่3
แพ้แค่การแข่ง แต่ความหล่อชนะขาด ทางตรงยาวทอดตัวอยู่เบื้องหน้าบิ๊กไบค์สีดำยังคงนำอยู่ปลายจมูก เจ้าของรถหมอบต่ำจนแผ่นหลังแทบแนบแฟริ่ง ลมที่ปะทะหมวกกันน็อกส่งเสียงหวีดหวิว เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด ก่อนนิ้วเท้าจะงัดคันเกียร์ขึ้น แชะ! เกียร์หกเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็นคำรามแหลมสูงความเร็วทะยานขึ้นอีกครั้ง สองร้อย... สองร้อยยี่สิบ... สองร้อยสี่สิบ... ผู้ชมหลายคนกลั้นหายใจแต่บิ๊กไบค์สีขาว...ยังไม่เร่งแซง มันยังคงเกาะท้ายนิ่ง...นิ่งเสียจนหลายคนเริ่มสงสัย "หรือหมดแรงแล้ว..." "คงไม่มีจังหวะแล้วมั้ง" ชายคนหนึ่งส่ายหน้า "ไม่...เขากำลังรอ" รออะไร...ไม่มีใครตอบได้ เหลืออีกเพียงสองโค้งสุดท้ายโค้งซ้ายแคบ...ต่อด้วยทางตรงเข้าเส้นชัย หากใครออกจากโค้งสุดท้ายได้ดีกว่าคนนั้นจะชนะทันที รถสีดำเลือกเข้าไลน์ด้านนอก เป็นไลน์มาตรฐาน เร็ว... ปลอดภัยแต่ในจังหวะเดียวกันรถสีขาวกลับขยับเข้าด้านใน แคบกว่า เสี่ยงกว่าและเร็วกว่า...เสียงฮือฮาดังสนั่น "เฮ้ย!จะมุดเหรอ!" "ช่องนั้นไม่มีทาง!" ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตรหากคำนวณผิด...ทั้งสองคันอาจเกี่ยวกันจนล้มแต่เจ้าของรถสีขาวไม่ลังเล กำเบรกหน้า ถ่ายน้ำหนักตัวลงก่อนปล่อยเบรกอย่างนุ่มนวลตัวรถเอียงลงอีก อีกนิด...จนปลายเข่าครูดพื้นแอสฟัลต์ ครืดดดดด! ประกายไฟสีส้มแลบออกจากแผ่นรองเข่าคนดูหลายคนเผลอยกขาตาม บางคนกำชายเสื้อแน่น บางคนลืมหายใจทุกสายตาจ้องไปยังรถทั้งสองคันบิ๊กไบค์สีขาวเกาะไลน์ด้านในได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะเปิดคันเร่งทันทีที่ผ่านจุด Apex บรื้นนนนนนน!! ล้อหลังส่งกำลังลงพื้นเต็มแรงตัวรถพุ่งออกจากโค้งราวกับถูกยิงออกจากหนังสติ๊กปลายแฟริ่งสีขาว...ค่อย ๆ แซงปลายแฟริ่งสีดำ ทีละนิ้ว... ทีละคืบ... จนกระทั่งขึ้นนำได้เพียงครึ่งล้อ "แซงแล้ว!!" เสียงพิธีกรตะโกนลั่นสนามแต่ยังไม่จบรถสีดำไม่ยอมปล่อย เจ้าของรถหมอบต่ำลงอีกครั้งอาศัยแรงดูดลมจากคันหน้า ขยับออกด้านขวา ทั้งสองคันวิ่งเคียงกัน ทางตรงสุดท้าย...เหลืออีกเพียงร้อยเมตร ห้าสิบเมตร... ยี่สิบเมตร... สิบเมตร... เสียงเครื่องยนต์สองคันดังแข่งกันจนทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทไม่มีใครรู้...ไม่มีใครกล้าฟันธง...ว่าใครคือผู้ชนะ มีเพียงเส้นสีขาวที่ทอดอยู่เบื้องหน้า...รอให้หนึ่งในนั้นเป็นคนข้ามไปก่อนเส้นชัย...อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์ทั้งสองคันคำรามก้องจนพื้นแอสฟัลต์สั่นสะเทือน รถสีดำ... รถสีขาว... ตีคู่กันราวกับถูกผูกไว้ด้วยเชือกเส้นเดียว ห้าเมตร... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง... ฟ้าวววว!! บิ๊กไบค์ทั้งสองพุ่งผ่านเส้นชัยแทบจะพร้อมกันสนามทั้งสนามเงียบลง เงียบ...จนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อย ๆ ผ่อนรอบลง ไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้าตัดสินเพราะด้วยสายตา... แยกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครถึงก่อน กรรมการรีบเปิดภาพจากกล้องที่ติดอยู่เหนือเส้นชัยทุกคนเงยหน้ามองจอ LED ขนาดใหญ่ ภาพถูกเปิดซ้ำ... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ก่อนจะซูมช้าลงปลายล้อหน้าของบิ๊กไบค์สีขาว...ผ่านเส้นชัยก่อนเพียง... ไม่ถึงครึ่งล้อ ทั้งสนามเงียบงันอยู่หนึ่งอึดใจ ก่อนเสียงประกาศจะดังลั่น "ผู้ชนะ...หมายเลข 19!" เฮลั่นสนาม!เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง และเสียงนกหวีดดังสนั่นไปทั่วลานแข่งนักแข่งเจ้าของบิ๊กไบค์สีขาวไม่ได้ชูมือดีใจ เพียงค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งยกมือซ้ายขึ้นแตะหน้าอกเบา ๆ ก่อนชูสองนิ้วไปทางคู่แข่งเป็นการให้เกียรติ นักแข่งบิ๊กไบค์สีดำชะลอรถลงเช่นกัน แม้จะแพ้...แต่เขากลับยกมือขึ้นตอบ ไม่มีคำพูดมีเพียงความเคารพในฝีมือของกันและกัน ... ทั้งสองคันขี่กลับเข้ามายังลานด้านหน้าเสียงคนดูยังคงดังไม่หยุด "ถอดหมวก! ขอดูหน้า!" "ใครวะ!" นักแข่งทั้งสองดับเครื่องพร้อมกันความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องไปยังนักแข่งหมายเลข 19 เจ้าของบิ๊กไบค์สีขาวยกมือขึ้นช้า ๆปลดสายรัดใต้คาง แกร๊ก... หมวกกันน็อกถูกยกออกเส้นผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาบนหน้าผากเจ้าของใบหน้าหล่อหวานยกมือเสยผมลวก ๆ ขนตายาวรับกับดวงตาคมใสลักยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าตัวยิ้มบาง ๆ เหล็กดัดฟันสะท้อนแสงไฟจนเห็นเด่นชัดคนดูทั้งสนามถึงกับอ้าปากค้าง "...เด็ก?" "เชี่ย..." "หน้าตาอย่างกับดารา" "มึงดูดัดฟันดิ!" "ปีหนึ่งปะวะ!" เด็กหนุ่มเพียงรับผ้าขนหนูจากทีมงานมาซับเหงื่ออย่างเรียบเฉยราวกับชัยชนะเมื่อครู่...เป็นเรื่องธรรมดาพิธีกรเดินถือไมโครโฟนเข้ามา "ขอแสดงความยินดีด้วยครับ! แนะนำตัวกับทุกคนหน่อยครับ" เด็กหนุ่มรับไมโครโฟนมายิ้มบาง ๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ "ผม...เณอครับ" สิ้นเสียงนั้น ทั้งสนามก็จดจำชื่อนี้ทันที เณอ พิธีกรหันไปอีกฝั่ง "แล้วรองแชมป์ของเราล่ะครับ!" ชายหนุ่มเจ้าของบิ๊กไบค์สีดำหัวเราะเบา ๆก่อนปลดหมวกกันน็อกออกเช่นกันใบหน้าคมเข้มปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ เส้นผมสีดำยุ่งเล็กน้อยจากเหงื่อ ดวงตาคมกริบที่ดูเจ้าชู้โดยธรรมชาติ เพียงถอดหมวกออก...เสียงกรี๊ดจากสาว ๆ รอบสนามก็ดังขึ้นทันที "พี่สิง!!" "กรี๊ดดด!" "หล่อเหมือนเดิม!" เจ้าตัวเพียงยิ้มมุมปากก่อนหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกไม่มีรอยยิ้มท้าทาย ไม่มีการโอ้อวด มีเพียงสายตาของนักแข่ง...ที่ยอมรับในฝีมือของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาก่อนยื่นมือออกไป "แข่งได้มันดี" เณอก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนยื่นมือของตัวเองไปจับ "พี่ก็เหมือนกันครับ" มือทั้งสองจับกันแน่นเป็นการจับมือที่ไม่ได้มีผู้แพ้หรือผู้ชนะ มีเพียงนักแข่งสองคน... ที่ต่างเคารพฝีมือของกันและกัน สิงโตยิ้มบาง ๆ "ครั้งหน้า...ผมไม่แพ้แน่" เณอหัวเราะเบา ๆลักยิ้มทั้งสองข้างปรากฏชัด "งั้น... ไว้เจอกันใหม่ครับ" พูดจบ เด็กหนุ่มก็หยิบหมวกกันน็อกขึ้นสวมอีกครั้งสตาร์ตเครื่อง บรื้นนน... เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ ก่อนบิ๊กไบค์สีขาวจะเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่ง ทิ้งไว้เพียงไฟท้ายสีแดงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด สิงยืนมองตามจนรถคันนั้นหายลับสายตา มุมปากยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว "เณอ..." เขาพึมพำชื่อของอีกฝ่ายเบา ๆไม่รู้เลยว่า...อีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กหนุ่มคนนั้นจะกลายเป็น น้องใหม่คณะวิศวกรรม และเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล...ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขนทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!""ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่าดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั
ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช
ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น "สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว "แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" "ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก
เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ "น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง "พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" "หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ "คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ "พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" "แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม
![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




