Mag-log inบทที่5
ละลายพฤริกรรม กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน แต่ละกลุ่มต้องแนะนำตัว บอกเหตุผลที่เลือกเรียนวิศวะ และช่วยกันทำภารกิจเล็ก ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะความเกร็งในตอนเช้าค่อย ๆ จางหาร แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...หลังจากกิจกรรมนี้จบลง รุ่นพี่ปีสามกำลังจะเรียก "รุ่นพี่ปีสอง" ออกมาทั้งคณะและนั่น... จะเป็นครั้งแรกที่เณอและสิงโตได้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นวินาทีที่... อาตี๋จะได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอมกิจกรรมละลายพฤติกรรมผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงหัวเราะของเด็กปีหนึ่งเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเกร็งในตอนเช้า บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงมาก เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์คนั่งรวมกลุ่มอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าอาคาร อาตี๋ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจ "นึกว่าจะโดนว้ากตั้งแต่เช้า" ดาวตกหัวเราะ "กูเหมือนกัน" "แต่รุ่นพี่ใจดีว่ะ" มาร์คพยักหน้า "ผิดกับที่คิดไว้เยอะ" เณอไม่ได้พูดอะไร เพียงมองบรรยากาศรอบตัวเงียบ ๆทันใดนั้น... ปี๊ดดดดด!! เสียงนกหวีดดังลั่นไปทั่วลานกิจกรรมนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนรีบลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติรุ่นพี่ปีสามหลายคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดาน ชายหนุ่มร่างสูง ผู้เป็นประธานรับน้อง ก้าวออกมาถือไมโครโฟน "น้อง ๆ ทุกคนครับวันนี้...พวกน้องอาจจะรู้จักแค่รุ่นพี่ปีสามแต่จริง ๆ แล้ว...คนที่น้องจะเจอบ่อยที่สุดคือ..." เขาหยุดเว้นจังหวะก่อนหันไปมองอาคารเรียน แล้วตะโกนเสียงดัง "ปีสอง!!ออกมา!!"สิ้นเสียงนั้น... เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นพร้อมกัน ตึก.. ตึก... ตึก... นักศึกษาปีสองในเสื้อช็อปวิศวะทยอยเดินลงบันไดอาคารเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง เสียงพูดคุยของปีหนึ่งเงียบลงทันที "โอ้โห..." ดาวตกอุทานเบา ๆ "ปีสองเยอะชะมัด" มาร์คพยักหน้าเห็นด้วย "เป็นร้อยคนเลย" เณอยืนมองเงียบ ๆสายตาไล่มองรุ่นพี่ทีละคน จนกระทั่ง... ชายหนุ่มหน้าตี๋ ผิวขาว บุคลิกสุขุม เดินออกมาจากแถวกลาง สีหน้าเรียบนิ่ง เดินด้วยท่าทางสงบ เหมือนไม่สนใจสายตาใคร อาตี๋...ถึงกับตาค้าง "..." "..." "..." ดาวตกหันมอง "มึง..." อาตี๋ค่อย ๆ ยกมือจับแขนเพื่อน "มึง...มึง ๆ ๆ" "อะไรอีก" อาตี๋ชี้มือสั่น ๆ ไปด้านหน้า "คนนั้นโอ๊ย...หล่อ...หล่อมาก..." ดาวตกมองตาม "ใครวะ" "หน้าตี๋...ขาว...นิ่ง...โอ๊ย..." อาตี๋ยกมือกุมอก "สเปกกู...ของจริง..." ดาวตกรีบเอามือปิดปากเพื่อน "มึงเบา!" อาตี๋ดิ้น "ปล่อย!" "กูจะมอง!" มาร์คหลุดหัวเราะ "เพิ่งเปิดเทอมเองนะ" เณอพูดเรียบ ๆ "เดี๋ยวโดนรุ่นพี่หมายหัว" ดาวตกเสริมทันที "แล้วมึงจะโดนเตะสลบ" อาตี๋เม้มปากพยายามเก็บอาการ...เงียบได้เพียงห้าวินาที ก่อนจะกระซิบอีกครั้ง "เขาหล่อจริง ๆ นะ..." ดาวตกถึงกับกุมขมับ "กูจะบ้า..." ทั้งกลุ่มหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่รู้เลยว่า...รุ่นพี่ที่อาตี๋กำลังมองไม่วางตามีชื่อว่า...สายน้ำชายหนุ่มผู้ได้ฉายา "เจ้าชายน้ำแข็งแห่งวิศวะ" แต่...ก่อนที่เด็กปีหนึ่งจะได้มองรุ่นพี่คนอื่นต่อเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของลานทุกสายตาพร้อมใจกันหันไป ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อช็อปวิศวะพาดไหล่ เดินเข้ามาพร้อมเพื่อนอีกคนเจ้าตัวเดินล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าสบาย ๆ แต่แววตากลับดึงดูดทุกสายตา "นั่นใครวะ..." เสียงปีหนึ่งคนหนึ่งกระซิบ "พี่สิงโต..." รุ่นพี่ข้าง ๆ ตอบเบา ๆ "นักแข่งบิ๊กไบค์อันดับต้น ๆ ของสนาม แล้วก็...หัวหน้ารุ่นปีสอง" เณอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มคนนั้นเป็นครั้งแรก...โดยไม่รู้เลยว่า คนที่กำลังเดินเข้ามาคือคู่แข่งในสนามแข่งเมื่อคืน และเป็นคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล... เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลาน หลังจากรุ่นพี่ปีสองเดินออกมาประจำตำแหน่ง รุ่นพี่ปีสามยิ้มก่อนพูดต่อ "น้อง ๆ ทุกคนครับ ปีสองพวกนี้...คือคนที่น้องจะต้องเจอแทบทุกวัน" "ทั้งตอนเรียน ตอนทำกิจกรรม หรือแม้แต่เวลามีปัญหา" "ดังนั้น...ถ้าเจอพี่ปีสอง ยกมือไหว้ให้เป็นนิสัยนะครับ" เด็กปีหนึ่งพยักหน้าพร้อมกัน "ครับ!" ภาคินยิ้มอย่างพอใจก่อนหันไปมองปีสอง "ต่อไป...ฝากดูแลน้อง ๆ ด้วย""ครับ!" เสียงตอบรับของรุ่นพี่ปีสองดังก้องไปทั่วลานเณอมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆมหาวิทยาลัย...ต่างจากที่เขาคิดไว้มาก ไม่มีเสียงดุด่าไม่มีการข่มขู่ มีแต่คำว่า "รุ่นพี่" ที่พร้อมส่งต่อประสบการณ์ให้รุ่นน้อง อีกด้านหนึ่ง สิงโตยืนพิงเสาอาคาร มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหมุนกุญแจรถเล่น สายตาคมกวาดมองเด็กปีหนึ่งผ่าน ๆ ก่อนจะสะดุดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งหน้าหวาน...ตัวสูง...ยืนตัวตรงอยู่แถวกลาง "..." คุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออกสิงโตขมวดคิ้วนิดเดียว ก่อนละสายตา "เฮ้ย สิง" เจอร์เดินเข้ามาสะกิด "มองอะไร" "เปล่า" สิงโตตอบสั้น ๆ "เหมือนเห็นคนหน้าคุ้น" เจอร์หัวเราะ "เด็กปีหนึ่งตั้งเป็นร้อย จะคุ้นได้ไง" สิงโตยักไหล่ "นั่นดิ"... "ปีสองทุกคน แยกย้ายได้ครับ" สิ้นเสียงประกาศ รุ่นพี่ปีสองทยอยเดินกลับไปช่วยเก็บอุปกรณ์ ส่วนปีหนึ่ง...รุ่นพี่สตาฟก็ปล่อยพัก เพื่อให้ทุกคนไปรับสัมภาระก่อนเข้าหอพัก "เย้!" "เมื่อยจะตาย"ดาวตกบิดขี้เกียจ "กูไปรับกระเป๋าก่อน"อาตี๋รีบดีดตัวขึ้น "เดี๋ยวของหาย" "รีบไป"เณอหัวเราะเบา ๆ ทั้งสี่คนเดินไปยังเต็นท์รับฝากสัมภาระอาตี๋ยื่นบัตรรับฝากให้รุ่นพี่สตาฟ "พี่ครับ รับกระเป๋าครับ" รุ่นพี่รับบัตรไปดูก่อนหันไปมองด้านหลังผ่านไปครู่หนึ่ง... รุ่นพี่อีกคนเดินกลับมามือเปล่า "เอ่อ...น้องครับ กระเป๋าใบนี้...ไม่อยู่แล้ว" "...ครับ?"อาตี๋ยิ้มค้าง "หาไม่เจอ" "..." "..." "..." "หาย!?" เสียงอาตี๋ดังลั่นเต็นท์ ดาวตกรีบเดินเข้ามา "เป็นไรวะ" "กระเป๋ากูหาย!" "ห๊ะ!" ดาวตกถึงกับตาโต มาร์ครีบช่วยหารอบ ๆเณอเดินไปดูทุกมุมของจุดรับฝาก แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่...ก็ไม่เจอดาวตกถอนหายใจ ก่อนหันไปมองเพื่อน "กูบอกแล้ว มึงจะเอามาทำไม เอาไว้ที่หอก็ได้" อาตี๋ทำหน้าจะร้องไห้ "แม่กูเป็นคนเอาลงรถ...กูไม่ได้อยากลากมา..." ดาวตกเห็นเพื่อนหน้าเสียก็ถอนหายใจ "เออ ๆ ไม่ด่าละ" เณอมองไปรอบ ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบ "แยกกันหาถ้าใครเจอ โทรบอก" ทุกคนพยักหน้าก่อนจะแยกย้ายวิ่งหากระเป๋าคนละทิศละทาง ในเวลาเดียวกันสายน้ำกำลังช่วยรุ่นพี่เก็บเก้าอี้บริเวณสนามหญ้าด้านหลังอาคารระหว่างเดินผ่านต้นก้ามปูใหญ่ สายตาคมก็เหลือบไปเห็น กระเป๋าเดินทางสีดำใบหนึ่ง ตั้งอยู่เพียงลำพัง "ของใคร..." เขาเดินเข้าไปหยิบขึ้นมามองซ้าย มองขวาไม่มีเจ้าของ สายน้ำยกกระเป๋าขึ้น ก่อนหันไปหารุ่นพี่ปีสาม "พี่ครับ ผมเจอกระเป๋า" ภาคินหันมา "งั้นประกาศตามหาเจ้าของเลย" สายน้ำพยักหน้าก่อนรับไมโครโฟนมาไว้ในมือเสียงของเขาดังขึ้นทั่วลานกิจกรรม "มีน้องคนไหน...ทำกระเป๋าเดินทางสีดำหายไหมครับ"... เสียงประกาศลอยเข้าหูอาตี๋ที่กำลังวิ่งหากระเป๋าเจ้าตัวหยุดเท้าทันที "เฮ้ย!" หันไปมองเพื่อน "กูได้ยิน!" ดาวตกรีบผลักหลัง "ยังยืนทำไม!" "วิ่งสิวะ!" อาตี๋ออกตัวสุดชีวิต วิ่งตรงไปยังเวทีกลางหัวใจเต้นแรง...แต่ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเพราะกำลังจะได้กระเป๋าคืน หรือเพราะ...คนที่ถือกระเป๋าอยู่บนเวทีคือรุ่นพี่หน้าตี๋คนนั้น...อีกครั้งค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขนทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!""ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่าดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั
ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช
ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น "สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว "แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" "ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก
เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ "น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง "พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" "หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ "คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ "พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" "แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม







