Home / LGBTQ+ / ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด / ละลายพฤติกรรม บทที่5

Share

ละลายพฤติกรรม บทที่5

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-25 15:09:22

บทที่5

ละลายพฤริกรรม

กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน แต่ละกลุ่มต้องแนะนำตัว บอกเหตุผลที่เลือกเรียนวิศวะ และช่วยกันทำภารกิจเล็ก ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะความเกร็งในตอนเช้าค่อย ๆ จางหาร แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...หลังจากกิจกรรมนี้จบลง รุ่นพี่ปีสามกำลังจะเรียก "รุ่นพี่ปีสอง" ออกมาทั้งคณะและนั่น... จะเป็นครั้งแรกที่เณอและสิงโตได้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นวินาทีที่... อาตี๋จะได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอมกิจกรรมละลายพฤติกรรมผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงหัวเราะของเด็กปีหนึ่งเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเกร็งในตอนเช้า บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงมาก เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์คนั่งรวมกลุ่มอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าอาคาร อาตี๋ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจ

"นึกว่าจะโดนว้ากตั้งแต่เช้า"

ดาวตกหัวเราะ

"กูเหมือนกัน"

"แต่รุ่นพี่ใจดีว่ะ"

มาร์คพยักหน้า

"ผิดกับที่คิดไว้เยอะ"

เณอไม่ได้พูดอะไร เพียงมองบรรยากาศรอบตัวเงียบ ๆทันใดนั้น... ปี๊ดดดดด!! เสียงนกหวีดดังลั่นไปทั่วลานกิจกรรมนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนรีบลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติรุ่นพี่ปีสามหลายคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดาน ชายหนุ่มร่างสูง ผู้เป็นประธานรับน้อง ก้าวออกมาถือไมโครโฟน

"น้อง ๆ ทุกคนครับวันนี้...พวกน้องอาจจะรู้จักแค่รุ่นพี่ปีสามแต่จริง ๆ แล้ว...คนที่น้องจะเจอบ่อยที่สุดคือ..."

เขาหยุดเว้นจังหวะก่อนหันไปมองอาคารเรียน แล้วตะโกนเสียงดัง

"ปีสอง!!ออกมา!!"สิ้นเสียงนั้น... เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นพร้อมกัน ตึก.. ตึก... ตึก...

นักศึกษาปีสองในเสื้อช็อปวิศวะทยอยเดินลงบันไดอาคารเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง เสียงพูดคุยของปีหนึ่งเงียบลงทันที

"โอ้โห..." ดาวตกอุทานเบา ๆ

"ปีสองเยอะชะมัด"

มาร์คพยักหน้าเห็นด้วย

"เป็นร้อยคนเลย"

เณอยืนมองเงียบ ๆสายตาไล่มองรุ่นพี่ทีละคน จนกระทั่ง... ชายหนุ่มหน้าตี๋ ผิวขาว บุคลิกสุขุม เดินออกมาจากแถวกลาง สีหน้าเรียบนิ่ง เดินด้วยท่าทางสงบ เหมือนไม่สนใจสายตาใคร อาตี๋...ถึงกับตาค้าง

"..."

"..."

"..."

ดาวตกหันมอง

"มึง..." อาตี๋ค่อย ๆ ยกมือจับแขนเพื่อน

"มึง...มึง ๆ ๆ"

"อะไรอีก"

อาตี๋ชี้มือสั่น ๆ ไปด้านหน้า

"คนนั้นโอ๊ย...หล่อ...หล่อมาก..."

ดาวตกมองตาม

"ใครวะ"

"หน้าตี๋...ขาว...นิ่ง...โอ๊ย..." อาตี๋ยกมือกุมอก

"สเปกกู...ของจริง..."

ดาวตกรีบเอามือปิดปากเพื่อน

"มึงเบา!"

อาตี๋ดิ้น

"ปล่อย!"

"กูจะมอง!"

มาร์คหลุดหัวเราะ

"เพิ่งเปิดเทอมเองนะ"

เณอพูดเรียบ ๆ

"เดี๋ยวโดนรุ่นพี่หมายหัว"

ดาวตกเสริมทันที

"แล้วมึงจะโดนเตะสลบ"

อาตี๋เม้มปากพยายามเก็บอาการ...เงียบได้เพียงห้าวินาที ก่อนจะกระซิบอีกครั้ง

"เขาหล่อจริง ๆ นะ..."

ดาวตกถึงกับกุมขมับ

"กูจะบ้า..."

ทั้งกลุ่มหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่รู้เลยว่า...รุ่นพี่ที่อาตี๋กำลังมองไม่วางตามีชื่อว่า...สายน้ำชายหนุ่มผู้ได้ฉายา

"เจ้าชายน้ำแข็งแห่งวิศวะ"

แต่...ก่อนที่เด็กปีหนึ่งจะได้มองรุ่นพี่คนอื่นต่อเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของลานทุกสายตาพร้อมใจกันหันไป

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อช็อปวิศวะพาดไหล่ เดินเข้ามาพร้อมเพื่อนอีกคนเจ้าตัวเดินล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าสบาย ๆ แต่แววตากลับดึงดูดทุกสายตา

"นั่นใครวะ..." เสียงปีหนึ่งคนหนึ่งกระซิบ

"พี่สิงโต..." รุ่นพี่ข้าง ๆ ตอบเบา ๆ

"นักแข่งบิ๊กไบค์อันดับต้น ๆ ของสนาม แล้วก็...หัวหน้ารุ่นปีสอง"

เณอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มคนนั้นเป็นครั้งแรก...โดยไม่รู้เลยว่า

คนที่กำลังเดินเข้ามาคือคู่แข่งในสนามแข่งเมื่อคืน และเป็นคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล... เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลาน หลังจากรุ่นพี่ปีสองเดินออกมาประจำตำแหน่ง รุ่นพี่ปีสามยิ้มก่อนพูดต่อ

"น้อง ๆ ทุกคนครับ ปีสองพวกนี้...คือคนที่น้องจะต้องเจอแทบทุกวัน"

"ทั้งตอนเรียน ตอนทำกิจกรรม หรือแม้แต่เวลามีปัญหา"

"ดังนั้น...ถ้าเจอพี่ปีสอง ยกมือไหว้ให้เป็นนิสัยนะครับ"

เด็กปีหนึ่งพยักหน้าพร้อมกัน

"ครับ!"

ภาคินยิ้มอย่างพอใจก่อนหันไปมองปีสอง

"ต่อไป...ฝากดูแลน้อง ๆ ด้วย""ครับ!"

เสียงตอบรับของรุ่นพี่ปีสองดังก้องไปทั่วลานเณอมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆมหาวิทยาลัย...ต่างจากที่เขาคิดไว้มาก ไม่มีเสียงดุด่าไม่มีการข่มขู่

มีแต่คำว่า "รุ่นพี่" ที่พร้อมส่งต่อประสบการณ์ให้รุ่นน้อง

อีกด้านหนึ่ง

สิงโตยืนพิงเสาอาคาร มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหมุนกุญแจรถเล่น สายตาคมกวาดมองเด็กปีหนึ่งผ่าน ๆ ก่อนจะสะดุดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งหน้าหวาน...ตัวสูง...ยืนตัวตรงอยู่แถวกลาง

"..."

คุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออกสิงโตขมวดคิ้วนิดเดียว ก่อนละสายตา

"เฮ้ย สิง" เจอร์เดินเข้ามาสะกิด

"มองอะไร"

"เปล่า" สิงโตตอบสั้น ๆ

"เหมือนเห็นคนหน้าคุ้น"

เจอร์หัวเราะ

"เด็กปีหนึ่งตั้งเป็นร้อย จะคุ้นได้ไง"

สิงโตยักไหล่

"นั่นดิ"...

"ปีสองทุกคน แยกย้ายได้ครับ"

สิ้นเสียงประกาศ รุ่นพี่ปีสองทยอยเดินกลับไปช่วยเก็บอุปกรณ์

ส่วนปีหนึ่ง...รุ่นพี่สตาฟก็ปล่อยพัก เพื่อให้ทุกคนไปรับสัมภาระก่อนเข้าหอพัก

"เย้!"

"เมื่อยจะตาย"ดาวตกบิดขี้เกียจ

"กูไปรับกระเป๋าก่อน"อาตี๋รีบดีดตัวขึ้น

"เดี๋ยวของหาย"

"รีบไป"เณอหัวเราะเบา ๆ ทั้งสี่คนเดินไปยังเต็นท์รับฝากสัมภาระอาตี๋ยื่นบัตรรับฝากให้รุ่นพี่สตาฟ

"พี่ครับ รับกระเป๋าครับ"

รุ่นพี่รับบัตรไปดูก่อนหันไปมองด้านหลังผ่านไปครู่หนึ่ง... รุ่นพี่อีกคนเดินกลับมามือเปล่า

"เอ่อ...น้องครับ กระเป๋าใบนี้...ไม่อยู่แล้ว"

"...ครับ?"อาตี๋ยิ้มค้าง

"หาไม่เจอ"

"..."

"..."

"..."

"หาย!?" เสียงอาตี๋ดังลั่นเต็นท์ ดาวตกรีบเดินเข้ามา

"เป็นไรวะ"

"กระเป๋ากูหาย!"

"ห๊ะ!" ดาวตกถึงกับตาโต

มาร์ครีบช่วยหารอบ ๆเณอเดินไปดูทุกมุมของจุดรับฝาก แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่...ก็ไม่เจอดาวตกถอนหายใจ ก่อนหันไปมองเพื่อน

"กูบอกแล้ว มึงจะเอามาทำไม เอาไว้ที่หอก็ได้"

อาตี๋ทำหน้าจะร้องไห้

"แม่กูเป็นคนเอาลงรถ...กูไม่ได้อยากลากมา..."

ดาวตกเห็นเพื่อนหน้าเสียก็ถอนหายใจ

"เออ ๆ ไม่ด่าละ" เณอมองไปรอบ ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบ

"แยกกันหาถ้าใครเจอ โทรบอก"

ทุกคนพยักหน้าก่อนจะแยกย้ายวิ่งหากระเป๋าคนละทิศละทาง

ในเวลาเดียวกันสายน้ำกำลังช่วยรุ่นพี่เก็บเก้าอี้บริเวณสนามหญ้าด้านหลังอาคารระหว่างเดินผ่านต้นก้ามปูใหญ่ สายตาคมก็เหลือบไปเห็น

กระเป๋าเดินทางสีดำใบหนึ่ง ตั้งอยู่เพียงลำพัง

"ของใคร..."

เขาเดินเข้าไปหยิบขึ้นมามองซ้าย มองขวาไม่มีเจ้าของ สายน้ำยกกระเป๋าขึ้น ก่อนหันไปหารุ่นพี่ปีสาม

"พี่ครับ ผมเจอกระเป๋า"

ภาคินหันมา

"งั้นประกาศตามหาเจ้าของเลย"

สายน้ำพยักหน้าก่อนรับไมโครโฟนมาไว้ในมือเสียงของเขาดังขึ้นทั่วลานกิจกรรม

"มีน้องคนไหน...ทำกระเป๋าเดินทางสีดำหายไหมครับ"... เสียงประกาศลอยเข้าหูอาตี๋ที่กำลังวิ่งหากระเป๋าเจ้าตัวหยุดเท้าทันที

"เฮ้ย!" หันไปมองเพื่อน

"กูได้ยิน!"

ดาวตกรีบผลักหลัง

"ยังยืนทำไม!"

"วิ่งสิวะ!"

อาตี๋ออกตัวสุดชีวิต วิ่งตรงไปยังเวทีกลางหัวใจเต้นแรง...แต่ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเพราะกำลังจะได้กระเป๋าคืน หรือเพราะ...คนที่ถือกระเป๋าอยู่บนเวทีคือรุ่นพี่หน้าตี๋คนนั้น...อีกครั้ง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ครอบครัวของนักบิด

    ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขน​ทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...​คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู​"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!"​"ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่า​ดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บันทึกจากคมและดาวตก1

    ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ​ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ ​บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ​ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ​เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   เส้นทางสุดท้าย

    ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ​ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น ​"สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว ​"แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ​ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" ​"ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ​ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." ​คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   สัญญาญเตือน

    เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ​บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ​ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ​ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ ​"น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ​ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บนโซฟา

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม ​บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง ​"พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก ​คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" ​"หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ ​"คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ความหวงใย

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ​บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ ​"พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" ​คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" ​"แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status