Share

บทที่4 เพื่อนใหม่

last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 15:09:18

บทที่4

เพื่อนใหม่

เช้าวันจันทร์... แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเคลื่อนตัวเข้ามาไม่ขาดสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองที่เดินถือสัมภาระกันขวักไขว่ ป้ายผ้าผืนใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์พลิ้วไหวตามแรงลม

"ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์"

เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงเรียกเพื่อนดังไปทั่วลานหน้าอาคาร ในจังหวะนั้น... เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังแผ่วเข้ามา ก่อนรถสปอร์ตไบค์สีขาวจะค่อย ๆ จอดเข้าช่องจอดอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มร่างสูงถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ เส้นผมสีดำขยับตามแรงลม ดวงตาคมทอดมองอาคารตรงหน้า ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มบาง

"สี่ปีต่อจากนี้...ฝากตัวด้วยนะ"

เณอสะพายเป้ขึ้นไหล่ ก่อนเดินตรงไปยังจุดลงทะเบียนอย่างไม่รีบร้อน

ระหว่างทางมีสายตาหลายคู่แอบมอง

"คนนั้นหล่อว่ะ"

"ดัดฟันด้วยหน้าหวานชะมัด"

เจ้าตัวได้ยิน...แต่ไม่ได้สนใจสำหรับเณอ...วันนี้สำคัญกว่าการถูกมอง

เพราะมันคือวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัย

"ขอโทษครับ"เสียงหนึ่งเรียกไว้เณอหันไปมอง

เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ยืนถือแผนที่มหาวิทยาลัยกลับหัวกลับหาง สีหน้าดูสับสนไม่น้อย

"วิศวะ...ไปทางไหนครับ"

เณอก้มมองแผนที่ ก่อนหัวเราะเบา ๆ

"นายถือกลับด้าน"

"หา?" เด็กหนุ่มรีบพลิกกระดาษ

"..."

"จริงด้วย" เจ้าตัวหัวเราะเขิน ๆ

"ผมว่าเดินวนตั้งนาน ทำไมไม่ถึงสักที"

"ไปด้วยกันไหม" เณอ อดคำไม่ได้

"จริงเหรอ!"

"อืม"

เด็กหนุ่มยิ้มกว้างทันที

"เรา ดาวตก นะ"

"เณอ" ทั้งคู่จับมือกันเบา ๆ

"ยินดีที่ได้รู้จัก"

"เช่นกัน"

ยังเดินมาไม่ถึงจุดลงทะเบียนเสียงล้อกระเป๋าก็ครูดพื้นดังตามหลังมา

ครืด...ครืด...

"โอ๊ย หนักชะมัด!"

ทั้งคู่หันไปมอง ชายหนุ่มหน้าตี๋กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กว่าตัวเองเสียอีก เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก

"พักก่อน..." เจ้าตัวปล่อยด้ามจับ ก่อนหอบหายใจดาวตกมองกระเป๋า

แล้วมองหน้าอีกฝ่าย

"นาย...เอากระเป๋ามาทำไมวะ"

ชายหนุ่มถอนหายใจ

"แม่เราสิ บอกว่ารับน้องเสร็จก็เข้าหอเลย เอาของกูลงจากรถหมด กูเลยต้องลากมาทั้งใบ"

ดาวตกหลุดหัวเราะ

"แม่นายใจเด็ดว่ะ"

"กูจะร้อง"

เณอหัวเราะนิด ๆ ก่อนชี้ไปยังเต็นท์ด้านหน้า

"ตรงนั้นมีจุดรับฝากสัมภาระ เดี๋ยวค่อยไปรับหลังจบกิจกรรม"

ชายหนุ่มตบหน้าผากตัวเอง

"เออว่ะ! ลืมคิด" ก่อนยื่นมือมา

" เรา อาตี๋ เรียกกูมึงได้ปะ"

" ได้ดิกูดาว " ดาวตกจับมือทันที

"เณอ"

อาตี๋ยิ้มกว้าง

"ดีเลย วันแรกก็มีเพื่อนแล้ว"

ทั้งสามเดินมาถึงเต็นท์ลงทะเบียน อาตี๋นำกระเป๋าใบใหญ่ไปฝากกับรุ่นพี่สตาฟ พร้อมรับบัตรรับฝากไว้ในกระเป๋าสตางค์อย่างดี

"ห้ามหายนะ" เจ้าตัวพึมพำกับตัวเองดาวตกหัวเราะ

"มึงพูดเหมือนลางเลย"

"อย่าแช่งสิ"

"ขอทางหน่อยครับ" เสียงสุภาพดังขึ้น ชายหนุ่มหน้าหล่อสไตล์เกาหลีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

"แถวลงทะเบียนใช่ไหมครับ"

เณอพยักหน้า

"ใช่"

"ขอบคุณครับ" เจ้าตัวยิ้ม

"ผมชื่อ มาร์ค"

อาตี๋รีบยื่นมือ

"มาพอดีเลย เรากำลังรวมแก๊ง"

มาร์คหัวเราะ

"รวมแก๊งตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมเลยเหรอ"

ดาวตกยักไหล่

"จะได้ไม่เหงา"

"ฝากตัวด้วยนะ" มาร์คจับมือที่ละคน

"ยินดีที่ได้รู้จัก"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคักทั้งสี่คนไม่รู้เลยว่า... การพบกันในเช้าวันนี้ จะกลายเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้นที่สุดตลอดชีวิตมหาวิทยาลัย แต่ในอีกไม่กี่นาที...

"ทุกคน เชิญมารวมตัวที่ลานกิจกรรมได้เลยครับ"

เสียงของรุ่นพี่สตาฟดังผ่านลำโพง ทำให้เด็กปีหนึ่งที่กำลังยืนพูดคุยกันเริ่มทยอยเดินเข้าประจำจุด ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาใหม่เกือบสามร้อยชีวิต ทุกคนยืนเรียงแถวตามสาขาบ้างตื่นเต้น...บ้างเกร็ง... บ้างแอบมองรุ่นพี่ด้วยความสงสัย เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์ค เดินไปต่อท้ายแถวของสาขาเครื่องกล

"คนเยอะกว่าที่คิดนะ"

ดาวตกกระซิบ

"อืม"

เณอพยักหน้ารับมาร์คมองไปรอบ ๆ

"น่าจะมีหลายห้อง"

อาตี๋กลับสนใจอย่างอื่น

"มึง...ดูดิ" เจ้าตัวพยักพเยิดไปทางกลุ่มสาว ๆ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

ดาวตกรีบตีแขน

"มึงจะมองสาวตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ"อาตี๋รีบส่ายหน้า

"เปล่า กูดูว่า...เขามองกูหรือเปล่า"

"..."

"..."

"..."

เณอกับมาร์คหันมองพร้อมกันดาวตกถอนหายใจ

"มั่นหน้ามาก"

"หล่อก็แบบนี้" อาตี๋เชิดหน้าด้วยสีหน้าภูมิใจ

ทำเอาทั้งสามคนหลุดหัวเราะเสียงหัวเราะยังไม่ทันเงียบ... ปี๊ดดดดด!!เสียงนกหวีดดังลั่นลาน นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนยืนตัวตรงโดยอัตโนมัติ รุ่นพี่ในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มหลายสิบคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดานสีหน้าของแต่ละคนจริงจัง แต่ไม่ได้ดูน่ากลัว

ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งก้าวออกมาถือไมโครโฟน

"สวัสดีครับน้องปีหนึ่ง"เสียงตอบกลับดังพร้อมกัน

"สวัสดีครับ!"

รุ่นพี่ยิ้ม

"พี่ชื่อภาคิน ฃเป็นประธานรับน้องปีนี้ก่อนอื่น...พี่ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครอบครัววิศวกรรมศาสตร์ " เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลานภาคินยกมือขึ้นเล็กน้อยเสียงทั้งหมดเงียบลงทันที

"หลายคนอาจเคยได้ยินว่า...รับน้องวิศวะโหดพี่อยากบอกว่า...สิ่งที่พวกเราทำ ไม่ใช่เพื่อกดดันใครแต่เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและรู้ว่าคำว่า...วิศวะไม่ใช่แค่ชื่อคณะแต่มันคือครอบครัว"

เด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มตั้งใจฟังรวมถึงเณอด้วยภาคินพูดต่อต่อจากนี้ทุกคนอาจต้องเหนื่อยต้องเจองานหนักต้องทำโปรเจกต์ต้องอดนอนแต่จำไว้อย่างหนึ่ง" เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ที่นี่...ไม่มีใครเดินคนเดียว" เงียบ...ก่อนเสียงปรบมือจะดังขึ้นทั่วทั้งลาน เณอเผลอยิ้มออกมา ประโยคสั้น ๆแต่ทำให้เขารู้สึกว่า...การเลือกเรียนวิศวะอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่นานนักรุ่นพี่สตาฟก็เริ่มถือแฟ้มเดินแยกไปแต่ละแถว

"เดี๋ยวพี่จะจับกลุ่มกิจกรรมครับ" ทุกคนพยักหน้ารับเสียงเรียกชื่อดังขึ้นทีละกลุ่ม จนมาถึง...

"กลุ่มที่ห้า! เณอ!ดาวตก!อาตี๋!มาร์ค!"

ทั้งสี่คนหันมามองหน้ากันอาตี๋ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว

"เฮ้ย!ได้อยู่ด้วยกันจริง!" ดาวตกยิ้มไม่แพ้กัน

"ดีเลย"

มาร์คหัวเราะเบา ๆ

"โชคดีนะ"

เณอเองก็รู้สึกโล่งใจอย่างน้อย...วันแรกของมหาวิทยาลัย เขาก็ไม่ได้เริ่มต้นเพียงลำพัง กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ครอบครัวของนักบิด

    ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขน​ทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...​คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู​"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!"​"ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่า​ดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บันทึกจากคมและดาวตก1

    ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ​ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ ​บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ​ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ​เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   เส้นทางสุดท้าย

    ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ​ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น ​"สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว ​"แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ​ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" ​"ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ​ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." ​คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   สัญญาญเตือน

    เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ​บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ​ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ​ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ ​"น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ​ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บนโซฟา

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม ​บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง ​"พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก ​คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" ​"หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ ​"คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ความหวงใย

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ​บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ ​"พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" ​คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" ​"แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status