Masukบทที่4
เพื่อนใหม่ เช้าวันจันทร์... แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเคลื่อนตัวเข้ามาไม่ขาดสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองที่เดินถือสัมภาระกันขวักไขว่ ป้ายผ้าผืนใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์พลิ้วไหวตามแรงลม "ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์" เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงเรียกเพื่อนดังไปทั่วลานหน้าอาคาร ในจังหวะนั้น... เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังแผ่วเข้ามา ก่อนรถสปอร์ตไบค์สีขาวจะค่อย ๆ จอดเข้าช่องจอดอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มร่างสูงถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ เส้นผมสีดำขยับตามแรงลม ดวงตาคมทอดมองอาคารตรงหน้า ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มบาง "สี่ปีต่อจากนี้...ฝากตัวด้วยนะ" เณอสะพายเป้ขึ้นไหล่ ก่อนเดินตรงไปยังจุดลงทะเบียนอย่างไม่รีบร้อน ระหว่างทางมีสายตาหลายคู่แอบมอง "คนนั้นหล่อว่ะ" "ดัดฟันด้วยหน้าหวานชะมัด" เจ้าตัวได้ยิน...แต่ไม่ได้สนใจสำหรับเณอ...วันนี้สำคัญกว่าการถูกมอง เพราะมันคือวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัย "ขอโทษครับ"เสียงหนึ่งเรียกไว้เณอหันไปมอง เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ยืนถือแผนที่มหาวิทยาลัยกลับหัวกลับหาง สีหน้าดูสับสนไม่น้อย "วิศวะ...ไปทางไหนครับ" เณอก้มมองแผนที่ ก่อนหัวเราะเบา ๆ "นายถือกลับด้าน" "หา?" เด็กหนุ่มรีบพลิกกระดาษ "..." "จริงด้วย" เจ้าตัวหัวเราะเขิน ๆ "ผมว่าเดินวนตั้งนาน ทำไมไม่ถึงสักที" "ไปด้วยกันไหม" เณอ อดคำไม่ได้ "จริงเหรอ!" "อืม" เด็กหนุ่มยิ้มกว้างทันที "เรา ดาวตก นะ" "เณอ" ทั้งคู่จับมือกันเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จัก" "เช่นกัน" ยังเดินมาไม่ถึงจุดลงทะเบียนเสียงล้อกระเป๋าก็ครูดพื้นดังตามหลังมา ครืด...ครืด... "โอ๊ย หนักชะมัด!" ทั้งคู่หันไปมอง ชายหนุ่มหน้าตี๋กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กว่าตัวเองเสียอีก เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก "พักก่อน..." เจ้าตัวปล่อยด้ามจับ ก่อนหอบหายใจดาวตกมองกระเป๋า แล้วมองหน้าอีกฝ่าย "นาย...เอากระเป๋ามาทำไมวะ" ชายหนุ่มถอนหายใจ "แม่เราสิ บอกว่ารับน้องเสร็จก็เข้าหอเลย เอาของกูลงจากรถหมด กูเลยต้องลากมาทั้งใบ" ดาวตกหลุดหัวเราะ "แม่นายใจเด็ดว่ะ" "กูจะร้อง" เณอหัวเราะนิด ๆ ก่อนชี้ไปยังเต็นท์ด้านหน้า "ตรงนั้นมีจุดรับฝากสัมภาระ เดี๋ยวค่อยไปรับหลังจบกิจกรรม" ชายหนุ่มตบหน้าผากตัวเอง "เออว่ะ! ลืมคิด" ก่อนยื่นมือมา " เรา อาตี๋ เรียกกูมึงได้ปะ" " ได้ดิกูดาว " ดาวตกจับมือทันที "เณอ" อาตี๋ยิ้มกว้าง "ดีเลย วันแรกก็มีเพื่อนแล้ว" ทั้งสามเดินมาถึงเต็นท์ลงทะเบียน อาตี๋นำกระเป๋าใบใหญ่ไปฝากกับรุ่นพี่สตาฟ พร้อมรับบัตรรับฝากไว้ในกระเป๋าสตางค์อย่างดี "ห้ามหายนะ" เจ้าตัวพึมพำกับตัวเองดาวตกหัวเราะ "มึงพูดเหมือนลางเลย" "อย่าแช่งสิ" "ขอทางหน่อยครับ" เสียงสุภาพดังขึ้น ชายหนุ่มหน้าหล่อสไตล์เกาหลีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน "แถวลงทะเบียนใช่ไหมครับ" เณอพยักหน้า "ใช่" "ขอบคุณครับ" เจ้าตัวยิ้ม "ผมชื่อ มาร์ค" อาตี๋รีบยื่นมือ "มาพอดีเลย เรากำลังรวมแก๊ง" มาร์คหัวเราะ "รวมแก๊งตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมเลยเหรอ" ดาวตกยักไหล่ "จะได้ไม่เหงา" "ฝากตัวด้วยนะ" มาร์คจับมือที่ละคน "ยินดีที่ได้รู้จัก" เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคักทั้งสี่คนไม่รู้เลยว่า... การพบกันในเช้าวันนี้ จะกลายเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้นที่สุดตลอดชีวิตมหาวิทยาลัย แต่ในอีกไม่กี่นาที... "ทุกคน เชิญมารวมตัวที่ลานกิจกรรมได้เลยครับ" เสียงของรุ่นพี่สตาฟดังผ่านลำโพง ทำให้เด็กปีหนึ่งที่กำลังยืนพูดคุยกันเริ่มทยอยเดินเข้าประจำจุด ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาใหม่เกือบสามร้อยชีวิต ทุกคนยืนเรียงแถวตามสาขาบ้างตื่นเต้น...บ้างเกร็ง... บ้างแอบมองรุ่นพี่ด้วยความสงสัย เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์ค เดินไปต่อท้ายแถวของสาขาเครื่องกล "คนเยอะกว่าที่คิดนะ" ดาวตกกระซิบ "อืม" เณอพยักหน้ารับมาร์คมองไปรอบ ๆ "น่าจะมีหลายห้อง" อาตี๋กลับสนใจอย่างอื่น "มึง...ดูดิ" เจ้าตัวพยักพเยิดไปทางกลุ่มสาว ๆ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ดาวตกรีบตีแขน "มึงจะมองสาวตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ"อาตี๋รีบส่ายหน้า "เปล่า กูดูว่า...เขามองกูหรือเปล่า" "..." "..." "..." เณอกับมาร์คหันมองพร้อมกันดาวตกถอนหายใจ "มั่นหน้ามาก" "หล่อก็แบบนี้" อาตี๋เชิดหน้าด้วยสีหน้าภูมิใจ ทำเอาทั้งสามคนหลุดหัวเราะเสียงหัวเราะยังไม่ทันเงียบ... ปี๊ดดดดด!!เสียงนกหวีดดังลั่นลาน นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนยืนตัวตรงโดยอัตโนมัติ รุ่นพี่ในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มหลายสิบคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดานสีหน้าของแต่ละคนจริงจัง แต่ไม่ได้ดูน่ากลัว ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งก้าวออกมาถือไมโครโฟน "สวัสดีครับน้องปีหนึ่ง"เสียงตอบกลับดังพร้อมกัน "สวัสดีครับ!" รุ่นพี่ยิ้ม "พี่ชื่อภาคิน ฃเป็นประธานรับน้องปีนี้ก่อนอื่น...พี่ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครอบครัววิศวกรรมศาสตร์ " เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลานภาคินยกมือขึ้นเล็กน้อยเสียงทั้งหมดเงียบลงทันที "หลายคนอาจเคยได้ยินว่า...รับน้องวิศวะโหดพี่อยากบอกว่า...สิ่งที่พวกเราทำ ไม่ใช่เพื่อกดดันใครแต่เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและรู้ว่าคำว่า...วิศวะไม่ใช่แค่ชื่อคณะแต่มันคือครอบครัว" เด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มตั้งใจฟังรวมถึงเณอด้วยภาคินพูดต่อต่อจากนี้ทุกคนอาจต้องเหนื่อยต้องเจองานหนักต้องทำโปรเจกต์ต้องอดนอนแต่จำไว้อย่างหนึ่ง" เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ที่นี่...ไม่มีใครเดินคนเดียว" เงียบ...ก่อนเสียงปรบมือจะดังขึ้นทั่วทั้งลาน เณอเผลอยิ้มออกมา ประโยคสั้น ๆแต่ทำให้เขารู้สึกว่า...การเลือกเรียนวิศวะอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่นานนักรุ่นพี่สตาฟก็เริ่มถือแฟ้มเดินแยกไปแต่ละแถว "เดี๋ยวพี่จะจับกลุ่มกิจกรรมครับ" ทุกคนพยักหน้ารับเสียงเรียกชื่อดังขึ้นทีละกลุ่ม จนมาถึง... "กลุ่มที่ห้า! เณอ!ดาวตก!อาตี๋!มาร์ค!" ทั้งสี่คนหันมามองหน้ากันอาตี๋ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว "เฮ้ย!ได้อยู่ด้วยกันจริง!" ดาวตกยิ้มไม่แพ้กัน "ดีเลย" มาร์คหัวเราะเบา ๆ "โชคดีนะ" เณอเองก็รู้สึกโล่งใจอย่างน้อย...วันแรกของมหาวิทยาลัย เขาก็ไม่ได้เริ่มต้นเพียงลำพัง กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนานค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขนทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!""ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่าดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั
ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช
ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น "สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว "แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" "ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก
เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ "น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง "พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" "หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ "คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ "พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" "แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม



![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


