แชร์

กฎของ ห่อ. บทที7

last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-26 03:02:02

โอ้โห!" อาตี๋เดินสำรวจห้องอย่างตื่นเต้น

"ดีกว่าที่คิดอีก"

เณอเดินไปเปิดหน้าต่าง ปล่อยให้ลมอ่อน ๆ พัดเข้ามา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง

"น่าอยู่"

"งั้นพวกน้องจัดของก่อน"

สิงโตพูดพลางถอยออกมายืนหน้าห้อง

"อีกหนึ่งชั่วโมง ลงมาประชุมชั้นล่างพี่จะแนะนำกฎการอยู่หอเพิ่มเติม"

"ครับ"

ทั้งคู่รับคำพร้อมกันก่อนสิงโตจะเดินไปยังห้องถัดไป อาตี๋รีบเดินมาปิดประตู แล้วหันมากระซิบกับเณอทันที

"เณอ..."

"ว่า"

"พี่ดูแลหอ...หล่อว่ะ"

เณอหัวเราะเบา ๆ

"เมื่อกี้มึงยังจะจีบพี่สายน้ำอยู่เลย"

อาตี๋ยกนิ้วขึ้นนับ

"คนนี้หล่อแบบอบอุ่นพี่สายน้ำหล่อแบบเย็นชาคนละฟีล"

เณอถึงกับหัวเราะออกมา

"มึงเลือกไม่ได้สักคน"

"กูเลือกได้!"

อาตี๋ตอบหน้าตาย

"กูเลือกพี่สายน้ำ"

เณอส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ

"โล่งอก...อย่างน้อยพี่สิงโตก็รอด"

ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน โดยไม่รู้เลยว่าฃห้อง B-313 ที่อยู่ปลายทางเดิน ประตูยังแง้มไว้เล็กน้อย และสิงโต...ได้ยินเสียงคุยของสองรูมเมตแทบทั้งหมดชายหนุ่มส่ายหน้าพร้อมหัวเราะในลำคอ

"ปีหนึ่งปีนี้...คงไม่เหงาแล้วล่ะ"เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

ห้อง B-308 เต็มไปด้วยเสียงเปิดกระเป๋าและจัดของ

อาตี๋นั่งคุกเข่าอยู่หน้าเตียงตัวเอง เสื้อผ้าถูกกองไว้เต็มพื้นห้อง

"โอ๊ย...ทำไมแม่กูยัดของมาเยอะขนาดนี้วะ"

เณอที่กำลังจัดหนังสือเข้าชั้น หันมามองเพียงแวบเดียว

"แม่กลัวมึงอด"

"กูอยู่มหา'ลัย ไม่ได้ไปออกรบ"

"ก็ไม่แน่" เณอตอบหน้าตาย

"ถ้ามึงยังพูดไม่หยุดแบบนี้"

อาตี๋หัวเราะเสียงดัง

"มึงเริ่มมีมุกแล้วนี่หว่า"

เณอเพียงส่ายหน้า ก่อนหันกลับไปจัดโต๊ะต่อ

ฝั่งห้อง B-309

"ดาวตก!" มาร์คเรียกเสียงเข้ม

"มึงกำลังทำอะไร"

ดาวตกที่กำลังยืนบนเก้าอี้ หันมายิ้มแหย ๆ

"กูจะแขวนชั้นวางของ"

"เอาค้อนมาจากไหน"

"ยืมลุง รปภ."

มาร์คถึงกับกุมขมับ

"เขาห้ามตอกผนังหอ"

"ตอกเบา ๆ ก็ได้"

"ไม่ได้!"

ยังไม่ทันที่ดาวตกจะเถียง

ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งคู่ชะงัก มาร์คหันไปเปิดประตู หน้าห้อง... สิงโตยืนกอดอกอยู่สายตาคมเหลือบมองค้อนในมือดาวตก ก่อนจะมองรูที่เพิ่งถูกตอกบนผนัง

"..."

ดาวตกรีบซ่อนค้อนไว้ด้านหลัง

"พี่...คือ..."

สิงโตถอนหายใจเบา ๆ

"กฎข้อแรกของหอห้ามตอกผนัง"

"ครับ..."

"ลงมาประชุมได้แล้ว"

พูดจบก็เดินจากไปดาวตกหันมาหามาร์ค

"พี่เขาโกรธปะ"

มาร์คยิ้มบาง ๆ

"ถ้าโกรธจริง...มึงโดนยึดค้อนไปแล้ว"

ดาวตกถอนหายใจอย่างโล่งอก

...

ไม่นานนัก เด็กปีหนึ่งทั้งชั้นก็ลงมารวมตัวกันที่ห้องประชุมเล็กชั้นล่างสิงโตยืนอยู่หน้าห้อง พร้อมแฟ้มกฎระเบียบในมือเมื่อทุกคนนั่งครบ เขาจึงเริ่มพูด

"ก่อนอื่น...ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่หอพักนักศึกษาชาย พี่เชื่อว่า หลายคนเพิ่งออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวครั้งแรก"

"เพราะฉะนั้น...ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เป็นบ้านหลังที่สอง"

น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ฟังแล้วอบอุ่นเด็กปีหนึ่งตั้งใจฟังทุกคนแม้แต่อาตี๋ยังนั่งนิ่งผิดปกติ สิงโตเปิดแฟ้ม

"กฎมีไม่เยอะ ข้อหนึ่ง...เคารพสิทธิของเพื่อนร่วมหอข้อสอง...ห้ามส่งเสียงดังหลังสี่ทุ่ม ข้อสาม...ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้าห้องพัก"

"ข้อสี่..." เขาเงยหน้าขึ้น

"ห้ามทะเลาะวิวาทถ้ามีปัญหามาหาพี่ อย่าใช้กำลัง" ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน

"ครับ"

สิงโตยิ้มบาง ๆ

"มีใครสงสัยไหม" ทันทีที่สิ้นคำมือของอาตี๋ก็ยกขึ้นทันทีดาวตกถึงกับหลับตาปี๋

"มาแล้ว..."

สิงโตพยักหน้า

"ถามได้"

อาตี๋ลุกขึ้นยืน

"พี่ครับ..."

"ถ้าผมฝันร้าย...ผมเคาะห้องพี่ได้ไหมครับ" ทั้งห้องเงียบ...ก่อนเสียงหัวเราะจะดังลั่น แม้แต่สายน้ำที่เดินเข้ามาส่งเอกสารให้สิงโต ยังหลุดหัวเราะออกมา สิงโตยกมือกุมหน้าผาก ก่อนยิ้มออกมานิด ๆ

"ถ้าฝันร้าย...โทรหาแม่"

เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิมอาตี๋เกาหัวเขิน ๆ

"ครับ..."

ดาวตกรีบกระซิบ

"กูบอกแล้ว...มึงอย่าถาม"

เณอหัวเราะจนต้องยกมือปิดปากนี่เป็นครั้งแรก...ที่เขาหัวเราะตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยและสิงโตก็บังเอิญเห็นรอยยิ้มนั้นพอดี ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย

"..."

เด็กคนนี้...เวลายิ้มก็มีลักยิ้มด้วยเหรอเขารีบละสายตา ก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดรุ่นพี่อีกครั้งโดยไม่รู้เลยว่า...หัวใจของตัวเอง เริ่มจดจำรอยยิ้มของรุ่นน้องคนหนึ่งไว้แล้ว หลังจากทุกคนจัดห้องเสร็จได้ไม่นาน

ก่อน หน้านั้น10นาที่

ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

อาตี๋ที่กำลังนอนแผ่บนเตียงสะดุ้งลุกขึ้น

"ใครวะ"

เจ้าตัวรีบเดินไปเปิดประตู แกร๊ก... เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปวิศวะยืนอยู่หน้าห้อง

"พี่สิง"

อาตี๋รีบยกมือไหว้

"สวัสดีครับ"

สิงโตพยักหน้ารับ ก่อนก้มมองเอกสารในมือ

"ห้อง B-308 ใช่ไหม"

"ครับ"

"อีกสิบนาที"

"ลงไปห้องประชุมวันนี้จับสายรหัส"

อาตี๋ตาโตทันที

"วันนี้เลยเหรอครับ!"

"ใช่"

"แล้วห้ามสาย"

"ครับ!"

ระหว่างที่สิงโตกำลังจะเดินกลับ สายตาคมกลับเหลือบเข้าไปในห้องโดยบังเอิญ เณอกำลังนั่งจัดหนังสืออยู่ปลายเตียง ส่วนข้างโต๊ะ...

มีหมวกกันน็อกสีขาวมุกวางอยู่ และเมื่อมองออกไปนอกระเบียง

บิ๊กไบค์สปอร์ตสีขาวมุก จอดเด่นอยู่ใต้ต้นไม้หน้าหอ สิงโตเลิกคิ้วนิด ๆ

"รถสีขาวคันนั้น..."

เณอเงยหน้าขึ้น

"ของผมครับ"

"ขี่มาเรียน?"

"ครับ"

สิงโตพยักหน้าเบา ๆ

"ชอบบิ๊กไบค์?"

"ครับ"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

"ขี่เล่น...หรือแข่ง"

เณอมองหน้ารุ่นพี่ ก่อนตอบตามตรง

"แข่งครับ"

สิ้นคำนั้น... อาตี๋ที่ยืนอยู่ข้างประตูถึงกับหันขวับ

"ห๊ะ!?"

"มึงแข่งรถด้วยเหรอ!"

เณอหันไปมองเพื่อน

"อือ"

"แข่งมาสักพักแล้ว"

อาตี๋อ้าปากค้าง

"เชี่ย...กูนึกว่ามึงแค่ขี่มาเรียน!ไม่คิดว่ามึงเป็นนักแข่ง!"

เณอหัวเราะเบา ๆ

"ก็ไม่ได้มีอะไรน่าบอก"

"โห..."

อาตี๋เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อน

"เท่ว่ะ!"

"กูยังขี่เกียร์ออโต้ไม่ค่อยเป็นเลย"

เณอหลุดหัวเราะ

"เดี๋ยวก็เป็น"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ครอบครัวของนักบิด

    ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขน​ทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...​คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู​"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!"​"ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่า​ดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บันทึกจากคมและดาวตก1

    ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ​ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ ​บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ​ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ​เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   เส้นทางสุดท้าย

    ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ​ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น ​"สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว ​"แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ​ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" ​"ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ​ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." ​คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   สัญญาญเตือน

    เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ​บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ​ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ​ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ ​"น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ​ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บนโซฟา

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม ​บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง ​"พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก ​คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" ​"หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ ​"คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ความหวงใย

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ​บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ ​"พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" ​คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" ​"แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status