แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ใบชาสด
ผมขยะแขยงจนกินอะไรไม่ลงไปทั้งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมถูกอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกตัวเข้าไปในห้องพักอาจารย์

เขาชี้ไปที่ใบสมัครขอสิทธิ์เรียนต่อปริญญาโทกับจดหมายรับรองนักศึกษาดีเด่น ขณะพูดด้วยเสียงไม่เป็นมิตรนัก

“หลินโจว เมื่อวานเธอไปอาละวาดที่งานหมั้น มันส่งผลกระทบที่แย่มากเลยนะ”

“จี้โหรวเป็นตัวแทนนักศึกษาดีเด่นของคณะ แถมกำลังจะได้ไปฝึกงานที่หน่วยงานสำคัญประจำเมือง”

“ถ้าเธอขืนดึงดันจะปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ของฝ่ายหญิงให้ได้ ก็เท่ากับทำลายอนาคตของผู้หญิงเขาเลยนะ”

“ส่วนเรื่องสิทธิ์การเรียนต่อป.โทของเธอ ทางคณะคงต้องขอประชุมเพื่อพิจารณากันใหม่อีกที”

ผมกำหมัดแน่น

“นี่อาจารย์กำลังขู่ผมเหรอครับ?”

“ฉันกำลังสอนให้เธอรู้จักสัจธรรมของการเป็นคนต่างหาก”

อาจารย์ที่ปรึกษายกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีไม่รีบร้อน

“ฉันเคยเจอฉู่เสวียนแล้ว เขาเป็นเด็กใสซื่อแถมยังรู้ความ ในเมื่อชีวิตเธอมีอะไรดี ๆ ตั้งมากมาย ก็ควรใจกว้างยอมปล่อยมือไปสิ”

“ลูกผู้ชายเขาไม่มานั่งจมปลักอยู่กับเรื่องความรักแค่นี้หรอก”

“อย่าเอาอนาคตของตัวเองมาทิ้ง เพราะผู้หญิงแค่คนเดียวเลยนะ”

ผมดึงใบสมัครกลับมาทันที พร้อมกับมองหน้าอาจารย์ด้วยสายตาเย็นชา

“อนาคตของผม ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการขายศักดิ์ศรีหรอกครับ”

ผมคิดว่านี่คงเป็นเรื่องน่าสะอิดสะเอียนที่สุดที่พวกเขาจะทำได้แล้ว

แต่พอผมก้าวเท้ามาถึงทางเดินใต้ร่มไม้ในมหาวิทยาลัย ข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารก็เด้งขึ้นมา

นี่คือบัญชีคู่ที่ผมเปิดร่วมกับจี้โหรว

ในนั้นมีเงินอยู่สองแสนห้าหมื่นซึ่งผมเก็บสะสมจากการทำงานพาร์ตไทม์ตลอดหลายปี

ช่วงนี้อาการป่วยของคุณย่ากำเริบหนัก ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในบ้านเกิดมาตลอด

นี่คือเงินค่าผ่าตัดที่ผมเตรียมไว้ให้ท่าน

ผมรีบโทรหาจี้โหรวทันที

“ทำไมเงินในบัญชีถึงหายไปได้ล่ะ?”

เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก

“ก็น้องสาวของฉู่เสวียนเขาต้องจ่ายค่าเทอม ฉันเลยให้เขายืมไปหมุนก่อน”

“อาโจว ตอนนี้นายยังไม่ได้ใช้เงินก้อนใหญ่อะไรนี่ ช่วยเหลือครอบครัวเขาก่อนมันจะเป็นอะไรไป?”

ผมโกรธจนตัวสั่น

“นี่มันเงินค่าผ่าตัดย่าฉันนะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องเงินของฉัน?”

ผมคิดว่าเธอคงจะรู้สึกสลดใจบ้าง

แต่น้ำเสียงของเธอกลับกลายเป็นรำคาญใจ

“นายอย่าเอาคุณย่ามาเป็นข้ออ้างหน่อยเลย”

“คุณย่าไม่ได้เพิ่งมาป่วยวันสองวันนี้สักหน่อย เลื่อนผ่าตัดออกไปอีกไม่กี่วันมันจะเป็นอะไรเชียว?”

“ถ้าน้องสาวของฉู่เสวียนจ่ายค่าเทอมไม่ทัน ก็ต้องถูกไล่ออก ซึ่งจะส่งผลไปตลอดชีวิตของเธอเลยนะ”

“นายช่วยเลิกเห็นแก่ตัวสักทีได้ไหม?”

ผมหลับตาลง พยายามฝืนบังคับตัวเองให้ใจเย็น ๆ

“จี้โหรว คืนเงินฉันมาซะ เดี๋ยวนี้”

เธอถอนหายใจ ทำเหมือนกำลังรับมือกับคนที่ชอบหาเรื่องโดยไม่มีเหตุผล

“ฉันโอนเงินไปแล้ว มาเอาคืนตอนนี้ไม่ได้หรอก”

“รอเดือนหน้าเงินเดือนฝึกงานออก เดี๋ยวฉันเอามาโปะให้แล้วกัน”

“เลิกงี่เง่าได้แล้ว วันนี้ฉันยุ่ง แค่นี้นะ”

เมื่อสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไป ผมก็ทิ้งตัวลงบนม้านั่ง พลางหอบหายใจหนักหน่วง

ผ่านไปไม่นาน ก็มีแจ้งเตือนสเตตัสในเฟซบุ๊กเด้งขึ้นมา

เป็นรูปภาพเก้าช่องที่หัวหน้าห้องโพสต์เอาไว้

ในรูปนั้น จี้โหรวกับฉู่เสวียนกำลังกอดกันกลม พร้อมยิ้มหวานหยดย้อย

แคปชั่นเขียนไว้ว่า

“รักแท้ชนะทุกสิ่ง ในที่สุดคนมีใจก็สมหวังกันสักที”

ด้านล่างเต็มไปด้วยยอดไลก์และคอมเมนต์อวยพรจากเพื่อนร่วมชั้น

ขณะผมกำลังดูคอมเมนต์อยู่นั้น ก็มีข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา

“พี่หลิน จี้โหรวบอกว่านาฬิกาคาสิโอที่พี่ให้เธอมันดูเด็กน้อยเกินไป ก็เลยยกให้ผมใส่แทนแล้ว”

“พี่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ?”

นาฬิกาเรือนนี้ เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีที่ผมซื้อให้จี้โหรว

ผมจะไปว่าอะไรได้ล่ะ

เพราะตอนนี้ แม้แต่ตัวเธอผมก็ไม่อยากได้แล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 9

    หลังความจริงกระจ่าง หัวหน้างานก็ติดต่อมาหาผมด้วยตัวเอง"หลินโจว ที่ไล่คุณออกไปก่อนหน้านี้ เป็นเพราะบริษัทพิจารณาไม่ถี่ถ้วนเอง""คุณกลับมาทำงานได้ทุกเมื่อเลยนะ"ผมพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง"ไม่เป็นไรครับ""สิ่งที่พวกคุณต้องการไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นคนที่จะไม่มีประเด็นดราม่าต่างหาก""ผมคงไม่เหมาะหรอกครับ"ฝ่ายเจ้าของบ้านเช่าก็หิ้วผลไม้มาหาถึงที่ห้องเหมือนกัน"พ่อหนุ่ม ฉันหาคนมาเช็ดรอยสีบนประตูให้สะอาดแล้วนะ""เธออยู่ต่อให้สบายใจเถอะ เดี๋ยวฉันลดค่าเช่าให้ครึ่งหนึ่ง"ผมไม่ได้พูดให้เธอต้องลำบากใจ"ขอบคุณครับ แต่ผมเตรียมตัวจะย้ายออกแล้ว""จะไปไหนล่ะ?""ไปต่างประเทศครับ"ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยสมัครโครงการแลกเปลี่ยนในต่างประเทศเอาไว้ศาสตราจารย์ของทางนั้นเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต จึงส่งอีเมลกลับมาหาผมอีกครั้งเขายินดีที่จะเก็บตำแหน่งไว้ให้ แถมยังช่วยเดินเรื่องขอทุนการศึกษาให้ด้วยประโยคสุดท้ายในอีเมลเขียนว่า"ผลการเรียนและความสามารถของคุณ ไม่ควรถูกฝังกลบเพียงเพราะข่าวลือโคมลอย"ผมตอบรับจดหมายรับตัวเข้าเรียนฉบับนั้นหนึ่งวันก่อนออกเดินทาง จี้โหรวมาหาผมเธอผอมลงไ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 8

    หลังจากที่คลิปเสียงถูกโพสต์ออกไป โซเชียลก็ลุกเป็นไฟในพริบตาแต่พรรคพวกของฉู่เสวียนก็ยังคงไม่ยอมรับ"คลิปเสียงมันตัดต่อกันได้""หลินโจวทำได้ทุกอย่าง เพื่อเปลี่ยนฝั่งรถทัวร์นั่นแหละ"แต่ทนายโจวก็ปล่อยหลักฐานฉบับเต็มออกมาอย่างรวดเร็วทั้งเวลา เบอร์โทร และเนื้อหาข้อความที่คุณย่าได้รับ ถูกตีแผ่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนทั้งหมดป้าจางเองก็อัดคลิปวิดีโอไว้คลิปหนึ่งเหมือนกัน"วันนั้นฉันเป็นคนพาคุณย่าไปส่งโรงพยาบาล""ก่อนที่แกจะหน้ามืดล้มไป ในมือถือก็มีแต่คนส่งข้อความมาด่าทอหลานชายแกไม่หยุด""ตอนนั้นอาโจวยังอยู่บนรถไฟ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยซ้ำ"และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลกับตั๋วรถไฟความเร็วสูงก็มีเวลาที่ตรงกันเป๊ะวันนั้น ผมกำลังรีบเดินทางกลับบ้านเกิดข้อกล่าวหาที่บอกว่าผมเป็นคนส่งคลิปวิดีโอไปยั่วโมโหคุณย่าตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิงหลังจากนั้นไม่นาน ทางเฟซบุ๊กก็ออกแถลงการณ์ผลการตรวจสอบรูปแคปหน้าจอแชตที่ฉู่เสวียนเอามาโชว์นั้นผ่านการตัดต่อจริง ๆรูปโปรไฟล์ก็เพิ่งถูกแปะทับลงไปทีหลังข้อความถูกก๊อปปี้มาจากเทมเพลตของคนอื่นประวัติการแชตต้นฉบับที่เขาอ้างถึง ไม่เคยมี

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 7

    วันที่หนังสือแจ้งเตือนทางกฎหมายถูกส่งออกไป จี้โหรวก็โทรศัพท์มาทันทีพอผมกดรับสาย เธอก็เปิดฉากตั้งคำถามใส่ผมอย่างไม่ไว้หน้า"หลินโจว นายก่อเรื่องพอหรือยัง?""ฉู่เสวียนถูกนายบีบจนไม่กล้าออกจากบ้านแล้วนะ""เดิมทีร่างกายเขาก็ไม่ค่อยจะดี นายต้องบีบให้เขาตายก่อนใช่ไหมถึงพอใจ?""นายทำเรื่องชั่วช้าจนคุณย่าตัวเองต้องตาย แล้วยังจะดึงคนอื่นมาซวยไปด้วยอีกเหรอ?""หลินโจว ทำไมนายถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้นะ?"ผมแค่นหัวเราะหยัน"นี่เธอยังอ่านหนังสือแจ้งเตือนไม่ละเอียดด้วยซ้ำ ก็รีบออกโรงปกป้องมันแล้วสินะ?"เธอพูดแทรกผมขึ้นมาทันที"ฉันไม่จำเป็นต้องอ่าน""รูปแคปหน้าจอมันก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว นายส่งอะไรไปให้ฉู่เสวียน นายเองก็รู้ดีแก่ใจ""รีบยกเลิกหนังสือแจ้งเตือนซะ แล้วก็ไปขอโทษเขาออกสื่อด้วย""ไม่งั้น ฉันจะเอาประวัติแชตเก่า ๆ ของพวกเราปล่อยลงเน็ตให้หมด""ให้ทุกคนได้เห็นกันไปเลยว่า ปกตินายชอบบังคับให้ฉันรายงานตัวเรื่องแผนการเดินทางยังไง แล้วก็กีดกันไม่ให้ฉันเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นขนาดไหน"ผมเงียบไปสองวินาที"เอาสิ""จะได้ให้ทุกคนเห็นกันไปเลยว่า ปากเธอเรียกฉันว่าที่รัก แต่ลับหลังกลับแอบไปคบซ้อนคนอ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 6

    กระแสของโพสต์นั้นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆมีคนโทรเข้าจนโทรศัพท์ผมแทบระเบิดเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนแห่มาเป็นพยานในช่องคอมเมนต์หัวหน้าห้องเปิดประเด็นเป็นคนแรก"ฉันเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมหาลัยเดียวกับเขาสี่ปีเต็ม""หลินโจวเป็นพวกชอบบงการสุด ๆ หมอนั่นมักจะบังคับให้จี้โหรวรายงานตัวตลอดว่าไปไหนมาบ้าง แล้วก็ห้ามไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นด้วย"จ้าวข่ายรีบเข้ามาคอมเมนต์ต่อทันที"ฉันเป็นรูมเมตอยู่กับมันสี่ปี""มันถือดีว่าตัวเองเรียนเก่งแถมบ้านรวย ก็เลยชอบดูถูกคนอื่นตลอด""ฉู่เสวียนโดนมันรังแกซะยับเยินเลยละ"กระทั่งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังไปให้สัมภาษณ์กับพวกสื่อออนไลน์เขาถอนหายใจใส่กล้อง"หลินโจวผลการเรียนดีมากนะ น่าเสียดายที่นิสัยใจคอมีปัญหา""ก่อนเรียนจบ เขายังไปอาละวาดในงานหมั้นของเพื่อนร่วมชั้น จนเกือบถึงขั้นลงไม้ลงมือกันด้วยซ้ำ""ทางมหาวิทยาลัยเคยตักเตือนเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดกลับตัวกลับใจ"พวกเขาเล่าเป็นตุเป็นตะ ชาวเน็ตยิ่งปักใจเชื่อโดยไม่มีข้อกังขาผมลงไปกินบะหมี่ชั้นล่าง พอเถ้าแก่จำผมได้ เขาก็กระชากเมนูคืนทันที"ออกไปซะ"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง"แต่ผมยังไม่ได้สั่งอาห

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 5

    วันที่สามหลังมาถึงเมืองหนานเฉิง ผมได้เข้าทำงานในบริษัทด้านการศึกษาแห่งหนึ่งเมื่อหัวหน้างานอ่านเรซูเม่ของผมจบ ก็พยักหน้ารับทันที"หลินโจว ผลการเรียนของคุณไม่เลวเลย งั้นก็ทดลองงานดูก่อนสักหนึ่งเดือนแล้วกัน"ผมยื่นมือรับบัตรพนักงาน"ขอบคุณครับ ผมจะตั้งใจทำงานแน่นอน"นี่คือคำพูดดี ๆ ประโยคแรกที่ผมได้ยิน นับตั้งแต่คุณย่าจากไปผมเช่าห้องเล็ก ๆ ไว้ห้องหนึ่ง นำโกศอัฐิของคุณย่ามาตั้งไว้ข้างเตียง"ย่าครับ รอผมตั้งตัวได้เมื่อไหร่ ผมจะพาย่าไปดูทะเลนะครับ"แต่ผมเพิ่งทำงานได้แค่สองวัน หัวหน้าก็เรียกผมเข้าไปในห้องทำงานเขาเลื่อนใบลาออกมาตรงหน้าผม"พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาแล้วนะ"ผมชะงักกึก"ทำไมล่ะครับ?""บริษัทไม่อยากมีปัญหา"เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ"คุณดูเอาเองเถอะ"บนหน้าจอคือโพสต์ในเฟซบุ๊กที่มียอดคนกดไลก์ทะลุแสนหัวข้อโพสต์เขียนไว้ว่า"หนุ่มมหาลัยดังบุกชิงตัวเจ้าสาวกลางงาน เพื่อกดดันฝ่ายหญิงถึงขั้นตั้งใจยั่วโมโหคุณย่าแท้ ๆ จนเสียชีวิต"โพสต์นั้นแนบทั้งรูปถ่าย ชื่อมหาวิทยาลัย และชื่อจริงของผมไว้เสร็จครบถ้วนในคลิปวิดีโอ ฉู่เสวียนโอบกอดจี้โหรว หน้าตาเคร่งเครียด"ผมกับจี้โหรวเ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 4

    ผมบล็อกเบอร์ของฉู่เสวียน จากนั้นก็วิ่งวุ่นไปทั่วทั้งเมือง ยอมลดศักดิ์ศรีบากหน้าไปขอยืมเงินจากเพื่อนฝูงกระทั่งตกเย็น ในที่สุดผมก็รวบรวมเงินได้ครบหนึ่งแสนห้าหมื่นค่าผ่าตัดของคุณย่าถือว่ามีหวังแล้วแต่วินาทีที่ผมก้าวเท้าขึ้นรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิด ป้าจางซึ่งเป็นเพื่อนบ้านก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี"อาโจว รีบกลับมาเถอะลูก คุณย่าเธอเกิดเรื่องแล้ว!""เมื่อตอนบ่าย อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหาคุณย่าเธอ บอกว่าเขาหมั้นหมายกับจี้โหรวแล้ว""เขาบอกว่าเธอถูกทิ้งแต่ยังตามตอแยไม่เลิก เลยจะให้คุณย่าช่วยเตือนสติเธอว่าอย่าทำตัวขายหน้าไปมากกว่านี้""หลังจากนั้นเขาก็ส่งรูปกับคลิปวิดีโอมาในไลน์อีกเยอะแยะ""พอคุณย่าเธอเห็นเข้าก็ถึงกับหมดสติไปเลย!""ตอนนี้ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ หมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วง!"ผมหูอื้อสมองขาวโพลนโทรศัพท์มือถือร่วงจากมือ หล่นกระแทกพื้นกว่าผมจะไปถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ไฟหน้าห้องฉุกเฉินก็ดับลงพอดีหมอมองหน้าผมด้วยแววตาที่มีแต่ความเสียใจ"คนไข้มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นบริเวณกว้าง หมอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ"ผมยืนตะลึงอยู่ต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status