แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ใบชาสด
ผมบล็อกเบอร์ของฉู่เสวียน จากนั้นก็วิ่งวุ่นไปทั่วทั้งเมือง ยอมลดศักดิ์ศรีบากหน้าไปขอยืมเงินจากเพื่อนฝูง

กระทั่งตกเย็น ในที่สุดผมก็รวบรวมเงินได้ครบหนึ่งแสนห้าหมื่น

ค่าผ่าตัดของคุณย่าถือว่ามีหวังแล้ว

แต่วินาทีที่ผมก้าวเท้าขึ้นรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิด ป้าจางซึ่งเป็นเพื่อนบ้านก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี

"อาโจว รีบกลับมาเถอะลูก คุณย่าเธอเกิดเรื่องแล้ว!"

"เมื่อตอนบ่าย อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหาคุณย่าเธอ บอกว่าเขาหมั้นหมายกับจี้โหรวแล้ว"

"เขาบอกว่าเธอถูกทิ้งแต่ยังตามตอแยไม่เลิก เลยจะให้คุณย่าช่วยเตือนสติเธอว่าอย่าทำตัวขายหน้าไปมากกว่านี้"

"หลังจากนั้นเขาก็ส่งรูปกับคลิปวิดีโอมาในไลน์อีกเยอะแยะ"

"พอคุณย่าเธอเห็นเข้าก็ถึงกับหมดสติไปเลย!"

"ตอนนี้ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ หมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วง!"

ผมหูอื้อสมองขาวโพลน

โทรศัพท์มือถือร่วงจากมือ หล่นกระแทกพื้น

กว่าผมจะไปถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ไฟหน้าห้องฉุกเฉินก็ดับลงพอดี

หมอมองหน้าผมด้วยแววตาที่มีแต่ความเสียใจ

"คนไข้มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นบริเวณกว้าง หมอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ"

ผมยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น มองดูร่างของคุณย่าที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวเข็นออกมา

หญิงชราที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เล็ก คนที่มักเก็บมันเผาส่วนที่หวานที่สุดไว้ให้ผม คนที่ชอบลูบหัวผมแล้วเรียกว่าหลานรัก จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว

ผมคุกเข่าลงหน้าเตียงผู้ป่วย แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลสักหยด

ความโศกเศร้าแสนสาหัสทำให้ผมสูญเสียความรู้สึกไปหมดสิ้น

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ จี้โหรวก็รีบเดินทางมาหาด้วยสภาพอิดโรย

เมื่อเธอเห็นผ้าขาวบนเตียงผู้ป่วยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหาผม แล้วยื่นมือหมายสวมกอด

"อาโจว ฉันขอโทษ ฉันมาสายไป"

"ฉันไม่รู้เลยว่าคุณย่าจะป่วยหนักขนาดนี้ ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่มีวันแตะต้องเงินก้อนนั้นเด็ดขาด"

ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น จ้องมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ

"ไสหัวไป!"

แต่จี้โหรวกลับสวมกอดผมจากด้านหลัง

"อาโจว ฉันรู้ว่าตอนนี้นายกำลังเสียใจ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้"

"คนตายไปแล้วฟื้นกลับมาไม่ได้ นายอย่าทรมานตัวเองอีกเลย เดี๋ยวฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคอยช่วยจัดการงานศพคุณย่าเอง"

ทันทีที่เธอพูดจบ สายเรียกเข้าจากฉู่เสวียนก็ดังขึ้น

"โหรวโหรว ผมคิดถึงคุณจังเลย"

"ผมเริ่มเจ็บหัวใจขึ้นมาอีกแล้วสิ คุณจะกลับเมื่อไหร่ครับ?"

จี้โหรวลังเลไปชั่วครู่ ก่อนมองมาทางผมด้วยความลำบากใจ

"อาโจว ยังไงคุณย่าท่านก็เสียแล้ว ถึงฉันอยู่ต่อไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้"

"ถ้างั้นฉันขอตัวกลับไปดูอาการฉู่เสวียนก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาช่วยนายจัดงานศพ ตกลงไหม?"

ผมจ้องมองเธอ ในใจรู้สึกว่ามันช่างน่าตลกสิ้นดี

คุณย่าของผมตายทั้งคน

แต่เธอกลับจะไปอยู่ดูแลไอ้ผู้ชายที่เป็นคนทำให้คุณย่าผมตายเนี่ยนะ

ผมหลับตาลงด้วยความเคียดแค้น

"จี้โหรว ไปซะเถอะ"

"แล้วจากนี้ไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก"

ส่วนหนี้แค้นที่ฉู่เสวียนติดค้างผมไว้ ไม่ช้าก็เร็วผมต้องไปทวงคืนด้วยตัวเองแน่

แต่จี้โหรวกลับคิดว่าผมแค่พูดประชดไปอย่างนั้นเอง

"งั้นนายก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ มีอะไรก็โทรมาหาฉันได้ตลอด"

พูดจบ เธอก็รีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปทันที

สามวันต่อมา ผมจัดการงานศพของคุณย่าเสร็จเรียบร้อย

ผมตัดสินใจขายบ้านที่บ้านเกิดทิ้ง แล้วยกเลิกช่องทางการติดต่อเดิมทั้งหมด

ตอนที่ผมขึ้นรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่เมืองหนานเฉิง จี้โหรวก็เดินทางมาที่บ้านของผมอีกครั้ง

เธอพินิจมองลานบ้านที่ว่างเปล่า ก่อนคว้าตัวป้าจางมาถามอย่างร้อนรน

"หลินโจวไปไหนแล้วคะ?"

ป้าจางปรายตามองเธอด้วยความเย็นชา

"อาโจวเหรอ ย้ายออกไปแล้วน่ะสิ"

"และก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 9

    หลังความจริงกระจ่าง หัวหน้างานก็ติดต่อมาหาผมด้วยตัวเอง"หลินโจว ที่ไล่คุณออกไปก่อนหน้านี้ เป็นเพราะบริษัทพิจารณาไม่ถี่ถ้วนเอง""คุณกลับมาทำงานได้ทุกเมื่อเลยนะ"ผมพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง"ไม่เป็นไรครับ""สิ่งที่พวกคุณต้องการไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นคนที่จะไม่มีประเด็นดราม่าต่างหาก""ผมคงไม่เหมาะหรอกครับ"ฝ่ายเจ้าของบ้านเช่าก็หิ้วผลไม้มาหาถึงที่ห้องเหมือนกัน"พ่อหนุ่ม ฉันหาคนมาเช็ดรอยสีบนประตูให้สะอาดแล้วนะ""เธออยู่ต่อให้สบายใจเถอะ เดี๋ยวฉันลดค่าเช่าให้ครึ่งหนึ่ง"ผมไม่ได้พูดให้เธอต้องลำบากใจ"ขอบคุณครับ แต่ผมเตรียมตัวจะย้ายออกแล้ว""จะไปไหนล่ะ?""ไปต่างประเทศครับ"ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยสมัครโครงการแลกเปลี่ยนในต่างประเทศเอาไว้ศาสตราจารย์ของทางนั้นเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต จึงส่งอีเมลกลับมาหาผมอีกครั้งเขายินดีที่จะเก็บตำแหน่งไว้ให้ แถมยังช่วยเดินเรื่องขอทุนการศึกษาให้ด้วยประโยคสุดท้ายในอีเมลเขียนว่า"ผลการเรียนและความสามารถของคุณ ไม่ควรถูกฝังกลบเพียงเพราะข่าวลือโคมลอย"ผมตอบรับจดหมายรับตัวเข้าเรียนฉบับนั้นหนึ่งวันก่อนออกเดินทาง จี้โหรวมาหาผมเธอผอมลงไ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 8

    หลังจากที่คลิปเสียงถูกโพสต์ออกไป โซเชียลก็ลุกเป็นไฟในพริบตาแต่พรรคพวกของฉู่เสวียนก็ยังคงไม่ยอมรับ"คลิปเสียงมันตัดต่อกันได้""หลินโจวทำได้ทุกอย่าง เพื่อเปลี่ยนฝั่งรถทัวร์นั่นแหละ"แต่ทนายโจวก็ปล่อยหลักฐานฉบับเต็มออกมาอย่างรวดเร็วทั้งเวลา เบอร์โทร และเนื้อหาข้อความที่คุณย่าได้รับ ถูกตีแผ่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนทั้งหมดป้าจางเองก็อัดคลิปวิดีโอไว้คลิปหนึ่งเหมือนกัน"วันนั้นฉันเป็นคนพาคุณย่าไปส่งโรงพยาบาล""ก่อนที่แกจะหน้ามืดล้มไป ในมือถือก็มีแต่คนส่งข้อความมาด่าทอหลานชายแกไม่หยุด""ตอนนั้นอาโจวยังอยู่บนรถไฟ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยซ้ำ"และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลกับตั๋วรถไฟความเร็วสูงก็มีเวลาที่ตรงกันเป๊ะวันนั้น ผมกำลังรีบเดินทางกลับบ้านเกิดข้อกล่าวหาที่บอกว่าผมเป็นคนส่งคลิปวิดีโอไปยั่วโมโหคุณย่าตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิงหลังจากนั้นไม่นาน ทางเฟซบุ๊กก็ออกแถลงการณ์ผลการตรวจสอบรูปแคปหน้าจอแชตที่ฉู่เสวียนเอามาโชว์นั้นผ่านการตัดต่อจริง ๆรูปโปรไฟล์ก็เพิ่งถูกแปะทับลงไปทีหลังข้อความถูกก๊อปปี้มาจากเทมเพลตของคนอื่นประวัติการแชตต้นฉบับที่เขาอ้างถึง ไม่เคยมี

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 7

    วันที่หนังสือแจ้งเตือนทางกฎหมายถูกส่งออกไป จี้โหรวก็โทรศัพท์มาทันทีพอผมกดรับสาย เธอก็เปิดฉากตั้งคำถามใส่ผมอย่างไม่ไว้หน้า"หลินโจว นายก่อเรื่องพอหรือยัง?""ฉู่เสวียนถูกนายบีบจนไม่กล้าออกจากบ้านแล้วนะ""เดิมทีร่างกายเขาก็ไม่ค่อยจะดี นายต้องบีบให้เขาตายก่อนใช่ไหมถึงพอใจ?""นายทำเรื่องชั่วช้าจนคุณย่าตัวเองต้องตาย แล้วยังจะดึงคนอื่นมาซวยไปด้วยอีกเหรอ?""หลินโจว ทำไมนายถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้นะ?"ผมแค่นหัวเราะหยัน"นี่เธอยังอ่านหนังสือแจ้งเตือนไม่ละเอียดด้วยซ้ำ ก็รีบออกโรงปกป้องมันแล้วสินะ?"เธอพูดแทรกผมขึ้นมาทันที"ฉันไม่จำเป็นต้องอ่าน""รูปแคปหน้าจอมันก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว นายส่งอะไรไปให้ฉู่เสวียน นายเองก็รู้ดีแก่ใจ""รีบยกเลิกหนังสือแจ้งเตือนซะ แล้วก็ไปขอโทษเขาออกสื่อด้วย""ไม่งั้น ฉันจะเอาประวัติแชตเก่า ๆ ของพวกเราปล่อยลงเน็ตให้หมด""ให้ทุกคนได้เห็นกันไปเลยว่า ปกตินายชอบบังคับให้ฉันรายงานตัวเรื่องแผนการเดินทางยังไง แล้วก็กีดกันไม่ให้ฉันเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นขนาดไหน"ผมเงียบไปสองวินาที"เอาสิ""จะได้ให้ทุกคนเห็นกันไปเลยว่า ปากเธอเรียกฉันว่าที่รัก แต่ลับหลังกลับแอบไปคบซ้อนคนอ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 6

    กระแสของโพสต์นั้นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆมีคนโทรเข้าจนโทรศัพท์ผมแทบระเบิดเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนแห่มาเป็นพยานในช่องคอมเมนต์หัวหน้าห้องเปิดประเด็นเป็นคนแรก"ฉันเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมหาลัยเดียวกับเขาสี่ปีเต็ม""หลินโจวเป็นพวกชอบบงการสุด ๆ หมอนั่นมักจะบังคับให้จี้โหรวรายงานตัวตลอดว่าไปไหนมาบ้าง แล้วก็ห้ามไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นด้วย"จ้าวข่ายรีบเข้ามาคอมเมนต์ต่อทันที"ฉันเป็นรูมเมตอยู่กับมันสี่ปี""มันถือดีว่าตัวเองเรียนเก่งแถมบ้านรวย ก็เลยชอบดูถูกคนอื่นตลอด""ฉู่เสวียนโดนมันรังแกซะยับเยินเลยละ"กระทั่งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังไปให้สัมภาษณ์กับพวกสื่อออนไลน์เขาถอนหายใจใส่กล้อง"หลินโจวผลการเรียนดีมากนะ น่าเสียดายที่นิสัยใจคอมีปัญหา""ก่อนเรียนจบ เขายังไปอาละวาดในงานหมั้นของเพื่อนร่วมชั้น จนเกือบถึงขั้นลงไม้ลงมือกันด้วยซ้ำ""ทางมหาวิทยาลัยเคยตักเตือนเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดกลับตัวกลับใจ"พวกเขาเล่าเป็นตุเป็นตะ ชาวเน็ตยิ่งปักใจเชื่อโดยไม่มีข้อกังขาผมลงไปกินบะหมี่ชั้นล่าง พอเถ้าแก่จำผมได้ เขาก็กระชากเมนูคืนทันที"ออกไปซะ"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง"แต่ผมยังไม่ได้สั่งอาห

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 5

    วันที่สามหลังมาถึงเมืองหนานเฉิง ผมได้เข้าทำงานในบริษัทด้านการศึกษาแห่งหนึ่งเมื่อหัวหน้างานอ่านเรซูเม่ของผมจบ ก็พยักหน้ารับทันที"หลินโจว ผลการเรียนของคุณไม่เลวเลย งั้นก็ทดลองงานดูก่อนสักหนึ่งเดือนแล้วกัน"ผมยื่นมือรับบัตรพนักงาน"ขอบคุณครับ ผมจะตั้งใจทำงานแน่นอน"นี่คือคำพูดดี ๆ ประโยคแรกที่ผมได้ยิน นับตั้งแต่คุณย่าจากไปผมเช่าห้องเล็ก ๆ ไว้ห้องหนึ่ง นำโกศอัฐิของคุณย่ามาตั้งไว้ข้างเตียง"ย่าครับ รอผมตั้งตัวได้เมื่อไหร่ ผมจะพาย่าไปดูทะเลนะครับ"แต่ผมเพิ่งทำงานได้แค่สองวัน หัวหน้าก็เรียกผมเข้าไปในห้องทำงานเขาเลื่อนใบลาออกมาตรงหน้าผม"พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาแล้วนะ"ผมชะงักกึก"ทำไมล่ะครับ?""บริษัทไม่อยากมีปัญหา"เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ"คุณดูเอาเองเถอะ"บนหน้าจอคือโพสต์ในเฟซบุ๊กที่มียอดคนกดไลก์ทะลุแสนหัวข้อโพสต์เขียนไว้ว่า"หนุ่มมหาลัยดังบุกชิงตัวเจ้าสาวกลางงาน เพื่อกดดันฝ่ายหญิงถึงขั้นตั้งใจยั่วโมโหคุณย่าแท้ ๆ จนเสียชีวิต"โพสต์นั้นแนบทั้งรูปถ่าย ชื่อมหาวิทยาลัย และชื่อจริงของผมไว้เสร็จครบถ้วนในคลิปวิดีโอ ฉู่เสวียนโอบกอดจี้โหรว หน้าตาเคร่งเครียด"ผมกับจี้โหรวเ

  • ลารักคนใจร้าย   บทที่ 4

    ผมบล็อกเบอร์ของฉู่เสวียน จากนั้นก็วิ่งวุ่นไปทั่วทั้งเมือง ยอมลดศักดิ์ศรีบากหน้าไปขอยืมเงินจากเพื่อนฝูงกระทั่งตกเย็น ในที่สุดผมก็รวบรวมเงินได้ครบหนึ่งแสนห้าหมื่นค่าผ่าตัดของคุณย่าถือว่ามีหวังแล้วแต่วินาทีที่ผมก้าวเท้าขึ้นรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิด ป้าจางซึ่งเป็นเพื่อนบ้านก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี"อาโจว รีบกลับมาเถอะลูก คุณย่าเธอเกิดเรื่องแล้ว!""เมื่อตอนบ่าย อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหาคุณย่าเธอ บอกว่าเขาหมั้นหมายกับจี้โหรวแล้ว""เขาบอกว่าเธอถูกทิ้งแต่ยังตามตอแยไม่เลิก เลยจะให้คุณย่าช่วยเตือนสติเธอว่าอย่าทำตัวขายหน้าไปมากกว่านี้""หลังจากนั้นเขาก็ส่งรูปกับคลิปวิดีโอมาในไลน์อีกเยอะแยะ""พอคุณย่าเธอเห็นเข้าก็ถึงกับหมดสติไปเลย!""ตอนนี้ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ หมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วง!"ผมหูอื้อสมองขาวโพลนโทรศัพท์มือถือร่วงจากมือ หล่นกระแทกพื้นกว่าผมจะไปถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ไฟหน้าห้องฉุกเฉินก็ดับลงพอดีหมอมองหน้าผมด้วยแววตาที่มีแต่ความเสียใจ"คนไข้มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นบริเวณกว้าง หมอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ"ผมยืนตะลึงอยู่ต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status