LOGIN“เริ่มชอบแล้วใช่ไหม” ฝ่ายสามียิ้มอย่างมีชัยเมื่อสามารถทำให้ชายาสุดที่รักครวญครางด้วยความเสียวสะท้าน สะโพกสอบที่ยังเต็มไปด้วยพละกำลังไม่ต่างจากวัยหนุ่ม เริ่มบดเบียดเสียดสี กระแทกกระทั้นใส่สะโพกกลมกลึงที่แทบจะไม่ได้เสียรูปทรงไปจากสี่สิบปีก่อน“ข้าเคยไม่ชอบบทรักของท่านด้วยหรือหย่งหมิง” นางตอบเสียงกระเส่าแล้วโอบรอบลำคอแกร่งของสามีเมื่อถูกเขาอุ้มตัวลอยจากโต๊ะ “เบา ๆ หน่อยนะหย่งหมิง” รีบกระซิบบอกก่อนที่เขาจะทำรุนแรงให้นางเสียวซ่านจนเผลอครางเสียงดัง“ไม่มีใครได้ยินหรอก เจ้าก็รู้ว่าข้าสั่งห้ามทุกคนเข้ามาในเขตส่วนตัวถ้าไม่ได้เรียก” ซู้ด... อา.. เขาครางกระเส่าสลับกับคำพูด จับร่างบางที่ซอยสะโพกโต้กับสะโพกสอบไม่หยุด “ไม่มีใครรู้ใจข้าเท่าเจ้าอีกแล้ว”ไม่ว่าจะลีลารักแบบไหนนางก็สามารถโต้ตอบได้อย่างช่ำชอง แม้ในท่าที่เป็นรองแบบนี้นางก็ยังทำให้มังกรของเขาหายใจแทบไม่ออก เสียวซ่านไปทั้งแก่นและลามไปทั่วร่างกาย“ท่านอยากโลมเล้าให้ข้าเคลิ้มทำไมล่ะ” อา... นางตอดรัดเจ้ามังกรยักษ์ของเขาทั้งที่ตัวเองกำลังถูกเล่นงานจนเสียวซ่าน “ข้าเสียวมากเลยหย่งหมิง ซู้ด.. ยอดรัก..ยอดรัก ข้าไม่ไหวแล้ว อา.. ซู้ด...”“ข้าก็เหมือน
บุรุษทั้งสองต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน แล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางกุ้ยหย่งเฟิงเดินออกมาได้ไม่ถึงสิบเซียะก็เดินกลับไปหาหญิงสาวอีกครั้ง“ท่านแม่ของข้าชอบใช้น้ำผึ้งทำขนม ผสมยาสมุนไพร ถ้าน้ำผึ้งของเจ้ายังไม่มีเจ้าของข้าขอซื้อได้ไหม”“แต่มันอาจจะเยอะมากเลยนะ ท่านจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยไหม”“ไม่มีปัญหา เท่าไหร่ข้าก็เอา”“ถ้าอย่างนั้นข้าขายให้ท่านก็ได้แต่ต้องตกลงราคากันก่อน ข้าขายชั่งละยี่สิบอีแปะนะ”“ไม่มีปัญหา ถ้าได้น้ำผึ้งแล้วเจ้าเอาไปส่งที่..” เขานิ่งไปชั่วอึดใจ “พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาเอาที่นี่ก็แล้วกัน”“ให้ข้าไปส่งที่บ้านของท่านก็ได้”“ไม่เป็นไร เพราะเรือนข้าอยู่ไกลจากที่นี่มาก” เขาไม่กล้าบอกว่าเป็นใครเพราะกลัวว่านางจะเปลี่ยนไป“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้คงไม่ทันหรอก เพราะข้าต้องกรองน้ำผึ้งอีก”“แล้วจะให้มาเอาวันไหนดี”“อีกสักสามวันก็แล้วกัน”“ตกลง อีกสามวันข้างหน้า ช่วงเวลานี้ข้าจะส่งคนมาหาเจ้า”“เจ้าค่ะ”“นอกจากน้ำผึ้งแล้วเจ้ายังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่”“ท่านต้องการอะไรบอกข้ามาได้เลย ถ้าหาให้ได้ข้าก็จะหาให้”“ถ้าเจ้ามีสมุนไพรป่ามาขายข้าก็ยินดีรับซื้อนะ เพราะท่านน้า
“เอาสิ” เจี้ยนคังตอบแบบรักษาหน้า จงใจจะแกล้งเจ้านายแต่กลับผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย “ซาลาเปาหมดแล้วหรือแม่หนู” “หมดแล้วเจ้าค่ะป้าหรู แต่ข้าเก็บส่วนของท่านไว้ให้แล้ว” หญิงสาวยกหม้อนึ่งชั้นที่ว่างเปล่าออกไป ทำให้เห็นซาลาเปาที่ยังเหลืออยู่อีกหลายลูก “ของป้าหรูห้าลูกเจ้าค่ะ” “ขอบใจมากแม่หนู วันพระหน้าเก็บไว้ให้ข้าอีกนะ” หญิงชราหยิบเงินส่งให้หญิงสาวแล้วรับซาลาเปาเดินจากไป “ขอบคุณนะเจ้าคะป้าหรู” “เจ้าโกหกข้า” เจี้ยนคังหน้าตึงใส่หญิงสาวเมื่อลูกค้าของนางจากไปแล้ว “ข้าแค่ถามว่าจะเอาไหมเพราะลูกค้าขาประจำของข้ามาแล้ว ข้าพูดแบบนี้เรียกว่าโกหกตรงไหน” “เจ้า!” กุ้ยหย่งเฟิงอารมณ์ดีขึ้นเป็นกองหลังจากได้เห็นความขายขี้หน้าขององครักษ์ตัวแสบ “เจ้ายังมีซาลาเปาเหลืออีกไหม ขอซื้ออีกสักลูกได้หรือไม่เพราะข้ายังไม่อิ่มเลย” “ไม่มีแล้วนายท่าน ซาลาเปาซึ้งนี้มีคนจองเอาไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว แต่ถ้าท่านยังไม่อิ่มข้าแนะนำให้ท่านลองไปซื้อแป้งทอดร้านนั้นดู แป้งของเขามีรสชาติหวานมันอย่างลงตัว รับรองว่ากินแล้วต้องติดใจ”
“รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักกับคนเก่งเช่นเจ้า” หย่งเฟิงทักทายกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ท่านปู่เคยบอกให้ข้าไปทำความเคารพท่านอ๋องและพระชายา แต่ข้าก็ผลัดมาตลอดเพราะเรื่องงาน วันนี้ท่านให้เกียรติมาถึงบ้านของเรา คราวหน้าข้าจะหาโอกาสแวะไปทักทายท่านทั้งสองบ้าง”“ด้วยความยินดีคุณหนู”“เรียกข้าว่าไป๋หลานดีกว่าเจ้าค่ะ”“ไป๋หลาน” เขาทำตามอย่างว่าง่ายอาการของหลานสาวและบุรุษหนุ่มสร้างความพึงพอใจให้ผู้เฒ่าฉียิ่งนัก เขาไม่พูดอะไรนอกจากดื่มน้ำชา ฟังทั้งสองสนทนากันไปเงียบ ๆ สักพักก็หาข้ออ้างปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง......................กระทั่งชายหนุ่มกลับไปแล้ว จึงเรียกหลานสาวให้กลับมาพบอีกครั้ง“ท่านปู่เรียกข้าหรือเจ้าคะ”“นั่งสิ”“เจ้าค่ะ” หญิงสาวนั่งลง สีหน้ามีรอยยิ้มละมุนแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก บ่งบอกให้รู้ว่าอารมณ์ของนางดีเป็นพิเศษ“เจ้าว่าคุณชายเฟิงเป็นอย่างไรบ้าง” ถามไปแล้วประมุขฉีก็พึงพอใจกับอาการขัดเขินของหลานสาว เพราะหลายครั้งที่เขาพูดถึงชายหนุ่มคนอื่นนางไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย “เจ้าชอบเขาไหม”“ข้ารู้สึกดีต่อเขาเจ้าค่ะท่านปู่”“แล้วรู้สึกดีถึงขั้นอยากแต่งงานกับเขาไหม”“ท่านปู่!
“ขอรับคุณหนู ข้าจะกลับมาตอบแทนแน่นอน”“ข้ากับเพื่อนจะรอท่านลุงกลับมานะ” มะลิตอบรับพร้อมรอยยิ้ม คุยกับชายชราอีกสองสามประโยคก็บอกลา เดินแยกกันไปคนละทางกุ้ยหย่งเฟิงเดินออกจากหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งถนน มองหญิงสาวทั้งสองที่เดินแบกของคุยกันไป..เสี้ยววินาทีที่ตัดสินใจจะเดินกลับคฤหาสน์หลังจากได้แอบเห็นเรื่องราวดี ๆ เขาก็เปลี่ยนใจเป็นเดินตามพวกนางไปแทน............................บนโต๊ะอาหารเช้า“ข้าขอโทษขอรับท่านพ่อ” กุ้ยหย่งเฟิงสำนึกผิดโดยไม่ต้องรอให้บิดาเอ่ยปากตำหนิขึ้นมาก่อน“เจ้ารับปากพ่อแล้วไม่ใช่หรืออาเฟิง” กุ้ยอ๋องถามเสียงขรึม ไม่ได้แสดงความยินดียินร้ายใด ๆกุ้ยถิงมองหน้าสามีและลูกชาย แต่ไม่ปริปากพูดใด ๆ เพราะรู้ว่าลูกชายทำผิดต่อบิดาของเขา ถึงแม้จะรักลูกชายมากเพียงใด แต่นางต้องให้เกียรติสามีในฐานะบิดาและประมุขของบ้าน“ขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหนีแต่มีความจำเป็นจริง ๆ”“แล้วเจ้าจะชดใช้ยังไง ประมุขฉีเป็นผู้อาวุโส ข้าไม่อยากทำเหมือนไม่ให้เกียรติเขาหรอกนะ”“ข้าจะไปขอโทษเขาวันนี้ ท่านพ่อว่าดีหรือไม่”“ก็ดีกว่าไม่ไปเลย กุ้ยถิง เอาโสมตากแห้งทำเป็นของกำนัลแด่ประมุขฉีสักหนึ่งชั่งด้วยนะ”“
“เอาเวลาไปช่วยคนอื่นหมด เจ้ามันโง่มากนะจำปี”“ก็ข้าไม่มีใครต้องเลี้ยงดูแล้วนี่”“แต่เจ้าก็ต้องออกเรือนนะ เจ้าควรทำเก็บเอาไว้ใช้จ่ายตอนมีลูกด้วยสิ”“ผู้หญิงที่ทำให้พ่อแม่แท้ ๆ ต้องตาย แล้วยังทำให้พ่อแม่บุญธรรมต้องตายไปอีกอย่างข้าใครเขาจะมาเอา แม้แต่คนในตลาดที่ดีกับข้าก็ยังไม่อยากได้ข้าร่วมสกุลเลย” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอะไร เพราะตัวนางเองก็ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน“ใครว่าไม่มี ชาวตะวันตกที่จ้างเจ้าทำซาลาเปาหนึ่งร้อยลูกเป็นเสบียงให้ลูกเรือในวันออกจากฝั่งคนนั้นไง”จำปีหัวเราะด้วยความขบขัน “เฮนรี่ไม่ได้ชอบข้าหรอก เขากับข้าเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”“ข้าไม่เชื่อหรอก เห็นมานั่งเฝ้าอยู่ตลอด”“เชื่อข้าเถอะ เพราะเฮนรี่มีคนที่ชอบแล้ว” นางไม่รู้ตัวเลยหรือว่าที่เฮนรี่มานั่งเฝ้านั่งรออยู่ตรงนี้เพราะมาดักเจอนางต่างหาก พอได้เจอนางทีไรก็แทบจะไม่เหลียวมามองตนด้วยซ้ำ“ใครกัน ข้ารู้จักหรือไม่”“คราวหน้าถ้าเขาเข้าฝั่งมาก็ลองถามดูสิ รับรองว่าเจ้าต้องตกใจแน่”“เจ้าบอกข้าหน่อยไม่ได้เหรอ”“เฮนรี่ก็ยังไม่เคยบอกข้าเหมือนกัน”“แต่เจ้ารู้นี่”“ข้าก็ไม่รู้”“แต่ข้ามั่นใจว
“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เดี๋ยวเขาจะได้ใจ” มือใหญ่ดันหลังนางให้เดินต่อไปเมื่อนางทำท่าจะหยุด“จอห์น”“ข้าพูดทำไมไม่เชื่อฟัง”“ข้าไม่ได้ไม่เชื่อฟังท่านนะ ข้าแค่ต้องการจะบอกท่านว่าตอนนี้ข้าหิวข้าวมากต่างหากเล่า” ท้องเล็ก ๆ ของนางเริ่มส่งเสียงร้อง “ข้าจะไปเตรียมน้ำให้ท่านล้างตัวล้างเท้า แต่ข้าขอกินข้าวสัก
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”“สนุกนักใช่ไหมที่ทำให้ข้ากลายเป็นบ้าได้ขนาดนี้” เขารีบดันบานประตูที่กำลังจะปิดใส่หน้า แล้วเดินเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงกลอนด้วยมือตัวเอง “เจ้าร้องไห้หรือ ข้าทำเจ้าเจ็บตรงไหนเจ้าถึงร้องไห้” เมื่อได้เห็นน้ำตาเม็ดโตไหลเป็นสายน้ำตามแก้มนวล ใจที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเ
นางตอบสนองอย่างไร้เดียงสา แต่ก็เร้าใจยิ่งนัก มือใหญ่ลูบคลำไปทั่วร่างละมุน ผงกหัวขึ้นมามองอย่างหลงใหลมองหน้าที่แดงก่ำด้วยอารมณ์พิศวาส และเริ่มจูบนางใหม่ตั้งแต่หน้าผาก ไล่ลงมาที่เปลือกตา แก้ม จมูก นิ่งนานอยู่ที่เรียวปากบางอย่างดูดดื่ม ชิมรสหวานในโพรงปากของนางอย่างเรียกร้อง มือใหญ่เอื้อมไปยกเรียวขาบ
ชายหนุ่มที่กำลังกินข้าวรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อน ๆ หันไปมองแล้วรีบลุกขึ้น“ท่านจอห์นเรียกข้าหรือขอรับ”“กินข้าวอยู่หรือ”“ขอรับ”“ใกล้จะอิ่มหรือยัง หรือว่าเพิ่งเริ่มกินล่ะ”“ข้าเพิ่งกินเสร็จพอดี ท่านจอห์นมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ”“ข้าสงสัยว่าทำไมเจ้าถึงไม่ไปรับใช้เอียนเท่านั้นเอง”“ข้ารับใช้ท่านเอีย







