Home / รักโบราณ / ลิขิตรักหงส์มังกร / ตอนที่ 3: หงส์ในกรงเล็บมังกร

Share

ตอนที่ 3: หงส์ในกรงเล็บมังกร

Author: Nitchie
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-25 19:35:52

แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองของวังหลวงจนดูราวกับมังกรยักษ์ที่กำลังขยับเกล็ด แต่สำหรับ เสิ่นเวย ความงดงามเหล่านี้เปรียบเสมือนกรงขังที่โอ่อ่าหรูหราเท่านั้น ตำหนักหยาดพิรุณที่นางพำนักอยู่เดิมทีเป็นเพียงตำหนักรกร้างทางทิศตะวันตกที่เงียบเหงาปานป่าช้า ทว่าบัดนี้มันกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งด้วยการมาถึงของเจ้าของคนใหม่ผู้มีสถานะกำกวมยิ่งนัก

นางไม่ได้เข้ามาด้วยขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีตระกูลขุนนางคอยหนุนหลัง แต่กลับก้าวกระโดดจาก 'นางกำนัลชั้นต่ำ' ขึ้นมาเป็น 'เสิ่นไฉเหริน' เพียงชั่วข้ามคืน ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระงมไปทั่ววังหลังราวกับฝูงผึ้งที่แตกรัง

วันนี้นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลายกิ่งหลิวเบาบาง แม้เนื้อผ้าจะดีกว่าชุดหยาบๆ ในโรงซักล้าง แต่นางกลับรู้สึกอึดอัดกับชายอาภรณ์ที่ยาวระพื้น ขณะที่นางกำลังเดินมุ่งหน้าไปยังหอสมุดหลวงเพื่อถวายงาน เส้นทางกลับถูกขวางกั้นด้วยกลุ่มสตรีในชุดหรูหราที่กำลังชมสวนโบตั๋นอยู่อย่างรื่นรมย์

“ดูนั่นสิ... กาในฝูงหงส์ที่เขาลือกันชัดๆ” เสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้นจากกลางกลุ่ม

สตรีผู้พูดคือ สนมเว่ย หรือ เว่ยเจาอี๋ บุตรสาวของเสนาบดีกรมโยธาผู้ทรงอิทธิพล นางประคองพัดจีบที่วาดลวดลายมุกดาอย่างประณีต พลางมองเมินเสิ่นเวยด้วยหางตา “ข้าล่ะสงสัยนัก กลิ่นสาบจากน้ำคลำและเศษอาหารในโรงซักล้างมันล้างออกง่ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ผิวพรรณที่หยาบกร้านจากการขยี้ผ้าขี้ริ้วมาแรมปี ฝ่าบาททรงมองเห็นสิ่งใดในตัวนางกันแน่ หรือว่าช่วงนี้จะทรงเบื่ออาหารรสเลิศในวังหลวง จนอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาลิ้มรส 'ของพื้นๆ' ที่วางขายตามข้างถนนดูบ้าง?”

เสียงหัวเราะคิกคักจากเหล่านางกำนัลและสนมระดับล่างที่คอยประจบประแจงดังรับกันเป็นทอดๆ คำพูดนั้นจงใจกรีดแทงไปที่ปมด้อยของเสิ่นเวยอย่างไม่ปิดบัง หากเป็นสตรีอื่นคงม้วนหน้าหนีหรือร่ำไห้ด้วยความอัปยศ แต่เสิ่นเวยกลับหยุดชะงักฝีเท้า นางหลับตาลงนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพียงครู่เดียว ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่สงบนิ่งดุจน้ำในสระมรกต

นางไม่เพียงไม่หลบตา แต่กลับก้าวเดินเข้าไปหาเว่ยเจาอี๋ด้วยท่วงท่าที่มั่นคง สง่างาม และทุกย่างก้าวมีความหมายราวกับนักรบที่กำลังเดินเข้าสู่สนามรบ

“ถวายพระพรเว่ยเจาอี๋เพคะ ขอพระนางทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง” เสิ่นเวยย่อตัวลงทำความเคารพอย่างพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกินจนน่าเกลียด “ที่พระนางตรัสว่าฝ่าบาททรงอยากลิ้มรสของพื้นๆ นั้น หม่อมฉันมิต่อต้านเพคะ เพราะโลกนี้บางครั้งความเรียบง่ายกลับแฝงไว้ด้วยความจริงแท้ อาหารที่ดูหรูหรา ตกแต่งด้วยทองคำและอัญมณี หากเบื้องหลังปรุงด้วยวัตถุดิบที่เน่าเฟะและมีหนอนชอนไช ไม่เพียงแต่จะไร้รสชาติ แต่ยังอาจทำลายสุขภาพของผู้เสวยให้ทรุดโทรมลงได้นะเพคะ”

นางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก “หม่อมฉันที่เป็นเพียง ‘สมุนไพรพื้นบ้าน’ แม้รูปลักษณ์จะไม่งดงามสะดุดตา และมีรสขมปร่าไปบ้าง แต่ในยามที่บ้านเมืองเกิดอาพาธ หม่อมฉันกลับมีคุณสมบัติในการ 'ถอนพิษ' และรักษาโรคร้ายได้ดีเยี่ยมกว่ามวลบุปผาที่ประดับแจกันไว้เพียงเพื่อความเจริญตา... พระนางเห็นด้วยไหมเพคะ?”

เว่ยเจาอี๋หน้าถอดสี มือที่ถือพัดสั่นระริก คำเปรียบเปรยเรื่อง ‘วัตถุดิบเน่าเฟะ’ นั้นรุนแรงและเจาะจงเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ มันกระทบถึงตระกูลเว่ยที่กำลังถูกเพ่งเล็งเรื่องงบประมาณการซ่อมเขื่อนอย่างจัง

“เจ้า... เจ้ากล้าสามหาวกับข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” เว่ยเจาอี๋คำรามเสียงต่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเงื้อมมือขึ้นสูง หวังจะประทับรอยนิ้วมือลงบนใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นให้สาสมกับความอวดดี

“พระนางโปรดระงับโทสะ” เสิ่นเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงราบเรียบเช่นเดิม ทว่าดวงตาของนางกลับมีความกดดันบางอย่างที่ทำให้มือของเว่ยเจาอี๋หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ “ตอนนี้หม่อมฉันกำลังมุ่งหน้าไปถวายงานถอดรหัสตำราโบราณตามพระบัญชาลับของฝ่าบาท หากหม่อมฉันไปสายหรือปรากฏกายด้วยรอยตำหนิบนใบหน้า ฝ่าบาทอาจจะทรงสงสัยว่าใครกันหนอที่ใจกล้าขัดขวางงานสำคัญของราชสำนักเพียงเพื่อระบายอารมณ์ส่วนตน... และเมื่อนั้น ความผิดฐานขัดพระบรมราชโองการอาจจะหนักหนากว่าความหมั่นไส้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวมากนักนะเพคะ”

ความเงียบเข้าปกคลุมสวนโบตั๋นทันที เหล่านางสนมที่เคยหัวเราะต่างก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว เว่ยเจาอี๋กัดฟันจนกรามสั่น นางรู้ดีว่าช่วงนี้จ้าวลวี่ทรงเรียกใช้สตรีนางนี้แทบทุกวัน หากเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ บิดาของนางที่กำลังมีคดีติดตัวย่อมไม่อาจช่วยเหลือนางได้

“หึ! ฝากไว้ก่อนเถิดเสิ่นเวย สักวันข้าจะกระชากหน้ากากนิ่งๆ ของเจ้าออกมาให้ได้!” เว่ยเจาอี๋สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนจะเดินนำขบวนบริวารจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เมื่อพ้นจากสายตาผู้คน เสิ่นเวยลอบระบายลมหายใจยาว ความเข้มแข็งเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อย นางมองดูปลายนิ้วที่ยังคงสากกระด้างของตัวเอง... ความจริงที่เว่ยเจาอี๋พูดนั้นไม่ผิด นางมีกลิ่นสาบของโรงซักล้างติดตัวอยู่จริงๆ แต่นั่นไม่ใช่จุดอ่อน มันคือเกราะป้องกันต่างหาก

“ในวังหลังแห่งนี้ ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงผลประโยชน์ที่ซ้อนทับกัน” นางพึมพำกับตัวเอง

การที่จ้าวลวี่ส่งนางมาที่ตำหนักหยาดพิรุณ ไม่ใช่เพราะต้องการชุบเลี้ยงนางให้เป็นที่โปรดปราน แต่พระองค์กำลังใช้ตำแหน่ง 'สนมไฉเหริน' เป็นกำแพงมนุษย์และเหยื่อล่อ เพื่อดึงให้ตระกูลเว่ยเผยพิรุธออกมา นางคือหมากที่ถูกวางไว้ในจุดที่อันตรายที่สุด เพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของศัตรูในระยะประชิด

ที่หอสมุดหลวงอันเงียบสงัด กลิ่นน้ำหมึกและกระดาษเก่าช่วยให้ใจของเสิ่นเวยสงบลงได้บ้าง จ้าวลวี่ประทับรออยู่ก่อนแล้วที่โต๊ะตัวใหญ่หน้าต่างบานสูง พระองค์ทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ในสวนเมื่อครู่ผ่านหน้าต่างชั้นบนมาโดยตลอด

“เจ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคาดไว้มาก เสิ่นเวย” จ้าวลวี่ตรัสโดยไม่หันมามอง แววตาของเขาจ้องมองไปยังผืนฟ้ากว้าง “ข้านึกว่าเจ้าจะร่ำไห้แล้ววิ่งกลับตำหนัก หรือไม่ก็ก้มหน้ายอมรับความอัปยศไปเสียแล้ว”

“น้ำตาเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่ไม่มีที่ให้ถอยเพคะฝ่าบาท” เสิ่นเวยก้าวเข้าไปใกล้ ค้อมกายทำความเคารพก่อนจะวางห่อตำราลงบนโต๊ะ “ความเจ็บปวดในโรงซักล้างสอนให้หม่อมฉันรู้ว่า การนิ่งเฉยต่อคำพูดไร้สาระคือการรักษาพลังงานไว้เพื่อสิ่งที่มีค่ามากกว่า แทนที่จะทรงชื่นชมที่หม่อมฉันเอาตัวรอดจากการรุมสกรัมของสตรีในวังหลัง ทรงมาอธิบายเรื่อง ‘งบประมาณลับ’ ที่ตระกูลเว่ยเสนอมาเมื่อเช้าจะดีกว่าเพคะ”

จ้าวลวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของนาง “เจ้าสนใจงานมากกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองเสียอีกนะ”

“เพราะงานคือสิ่งเดียวที่จะการันตีว่าหม่อมฉันจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เพคะ” นางเปิดม้วนแผนที่และสมุดบัญชีออก “หม่อมฉันตรวจดูตัวเลขการสั่งซื้อหินแกรนิตจากแคว้นทางใต้ พบว่ามีจุดที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง ราคาที่ระบุไว้สูงกว่าราคาตลาดถึงสามเท่า แต่ปริมาณที่ส่งมอบกลับลดลงกึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับน้ำหนักของเรือขนส่งที่ระบุในตราประทับท่าเรือ”

ทั้งสองเริ่มจดจ่อกับการวิเคราะห์แผนงานกันอย่างเคร่งเครียด ท่ามกลางกองหนังสือหนาเตอะและแผนที่ม้วนเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่น แสงตะวันยามเย็นเริ่มสาดส่องเข้ามาเป็นลำแสงสีทองพาดผ่านโต๊ะไม้ ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกกระดาษและเสียงสนทนาที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่ความเสน่หาหวานชื่นแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่มันคือความผูกพันของ 'หมาก' และ 'ผู้เล่น' ที่เริ่มจะผสมผสานกันจนแยกไม่ออก ทั้งคู่มีความลับที่ต้องแบกรับและเป้าหมายที่ต้องพิชิต

ในจังหวะหนึ่งที่จ้าวลวี่เอื้อมมือไปเพื่อจะชี้จุดบนแผนที่ ปลายนิ้วของเขาบังเอิญไปสัมผัสกับหลังมือของเสิ่นเวยเข้าอย่างจัง เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวลเหมือนมือนางสนมคนอื่นๆ แต่มันมีความสากกระด้าง รอยแผลเล็กๆ จากการถูกน้ำกัดและของมีคมบาดอันเกิดจากการทำงานหนักยังคงปรากฏชัด

จ้าวลวี่ลดมือลง ทอดสายตามองมือคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาสั่นไหววูบหนึ่ง

“มือของเจ้า...” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่เสิ่นเวยไม่เคยได้ยินมาก่อน “ข้าขอโทษ... ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องทนลำบากในโรงซักล้างนานถึงเพียงนั้น หากข้าเรียกตัวเจ้ากลับมาเร็วกว่านี้สักนิด...”

เสิ่นเวยชักมือกลับในทันทีราวกับถูกของร้อน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากมือของเขาทำให้นางรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด นางรีบซ่อนมือไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง

“อย่าทรงขอโทษเลยเพคะฝ่าบาท มือที่หยาบกร้านนี้คือเครื่องเตือนใจชั้นดี ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่าๆ ความเจ็บปวดและความลำบากทำให้หม่อมฉันจดจำหน้าที่ได้แม่นยำกว่าคำหวานหรือคำสัญญาใดๆ เพคะ” นางเงยหน้าสบตาเขา แววตาของนางกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง “หม่อมฉันไม่ใช่สตรีในวังหลังที่จะมานั่งรอความเมตตาจากท่าน หม่อมฉันคือเครื่องมือ... และท่านก็คือผู้ใช้เครื่องมือนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โปรดรักษาความเย็นชาของท่านไว้เถิดเพคะ เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะทำให้เราทั้งคู่รอดพ้นจากกระดานอำนาจนี้ได้”

จ้าวลวี่มองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ในฐานะจักรพรรดิ เขาควรจะพึงพอใจที่ได้หมากที่ไร้หัวใจและเด็ดขาดเช่นนี้มาไว้ในมือ แต่ในส่วนลึกของหัวใจที่เป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่ง เขากลับรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก

เขาสร้างพายุลูกนี้ขึ้นมาเอง เขาเป็นคนโยนนางลงไปในวังวนแห่งความแค้นนี้เอง แต่ในยามที่เห็นนางยืนหยัดได้อย่างมั่นคงเกินไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากจะเอื้อมมือไปดึงนางออกมาจากพายะนั้น... แม้จะรู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้วก็ตาม

“เจ้าพูดถูก... เสิ่นอาลักษณ์” เขาเรียกนางด้วยตำแหน่งเดิม เพื่อเตือนสติตัวเอง “บนกระดานนี้ ความอ่อนโยนคือยาพิษ ข้าจะจำไว้”

แต่ในขณะที่เขาหันหลังกลับไปมองแผนที่อีกครั้ง จ้าวลวี่กลับไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังเริ่มสูญเสียการควบคุม 'หมาก' ตัวนี้เสียแล้ว เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าความแค้นของนาง คือหัวใจของเขาที่เริ่มสั่นคลอนเพราะความนิ่งสงบของนางนั่นเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 80: บทสรุปแห่งหงส์มังกรคู่บัลลังก์และความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร์

    สายลมวสันตฤดูโชยเอื่อยพัดผ่านมวลหมู่บุปผชาติในอุทยานหลวง ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนละไมขจรขจายไปทั่วนอกชานพระราชวัง แสงอรุณแรกของวันใหม่ทาทาบผืนฟ้าเป็นสีทองคำนวลสว่างไสว สะท้อนภาพอาณาจักรแคว้นจ้าวที่บัดนี้ก้าวเข้าสู่ยุคทองอันรุ่งเรืองสูงสุดอย่างแท้จริง สถานการณ์ทั่วทั่วยุทธจักรสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลทหาร หรือเงาจารชนใดๆ ราษฎรทั่วมหานครต่างมีกินมีใช้ เด็กๆ มีตำราอ่านในสถานศึกษาหลวง ความมั่งคั่งผาสุกหลั่งไหลไปสู่เขตปกครองพิเศษชายแดนดั่งสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เป็นภาพชีวิตประจำวันอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ประทับเคียงคู่กัน ทอดมองผลผลิตแห่งสติปัญญาและอานุภาพแห่งรักแท้ที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัวหลวง เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์ฟ้าด้วยด้ายไหมเงินยวง ดูงดงามนุ่มนวลและทรงคัมภีรภาพสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังระหง มีเพียงปิ่นหยกขาวชิ้นเดี่ยวที่ประดับอยู่ นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยความสงบผาสุกขั้นสูงสุด มือบางกำลังประคองถ้วยชาบ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 79: พระราชพิธีสถาปนาเขตปกครองพิเศษและการขยายความมั่งคั่ง

    เมื่อร่มเงาแห่งสันติภาพอันสมบูรณ์แบบแผ่ขยายเข้าครอบคลุมทั่วทุกตารางนิ้วของแคว้นจ้าว นครหลวงอันยิ่งใหญ่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนข้ามพรมแดนให้ต้องทรงกังวลพระทัย ทั่วทั่วมหานครต่างอบอวลไปด้วยเสียงเพลงรื่นเริงและรอยยิ้มอิ่มเอมของประชาราษฎร์ และนับเป็นเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจัด ‘พระราชพิธีสถาปนาเขตปกครองพิเศษและการขยายความมั่งคั่ง’ เพื่อกระจายโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาหลวงออกสู่มณฑลชายแดนอย่างยั่งยืนชั่วนิรันดร์ภายในท้องพระโรงกลางอันโอ่อ่าตระการตา แสงสุริยันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างสลักลายมังกรคาบแก้ว ทอดประกายสีทองอร่ามลงบนแผ่นศิลาจารึกธรรมนูญฉบับใหม่ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักเต็มยศสีน้ำเงินเข้มขลิบทองคำบริสุทธิ์ดูสง่างามเฉลียวฉลาดปานเทพธิดาแห่งปัญญา เรือนผมยาวสลวยเกล้าขึ้นประดับด้วยรัดเกล้าหงส์สยายปีกประดับมุกราตรี นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายสุขุม นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อัน

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 78: บันทึกประวัติศาสตร์และการเฉลิมฉลองของอาณาจักร

    ภายใต้หลังคาทรงโดมสูงตระหง่านของหออาลักษณ์หลวง กลิ่นอายหอมนวลของน้ำหมึกจีนและแผ่นกระดาษเซี่ยวกระดาษโบราณเนื้อดีอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายสะท้อนผ่านหน้าต่างบานแก้วเข้ามาตกกระทบแท่นศิลาจารึกขนาดใหญ่ บัดนี้ แผ่นดินแคว้นจ้าวสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาของค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนต่างแดน ราษฎรทั่วมหานครต่างใช้ชีวิตด้วยความเบิกบานใจสูงสุด และนี่คือช่วงเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจารึก ‘บันทึกประวัติศาสตร์และการเฉลิมฉลองของอาณาจักร’ เพื่อประกาศความรุ่งเรืองสู่อนุชนรุ่นหลังสืบทอดนับพันปีใจกลางหออาลักษณ์ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีทองคำนวลขลิบแดงทับทิมงดงามตระการตา สมฐานะคู่บัลลังก์ผู้พลิกชะตาแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยรวบขึ้นเป็นมวยทรงสูง ประดับด้วยรัดเกล้าพญาหงส์สยายปีกดูสง่างามจับตา นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์คัมภีรภาพ มือบางจับพู่กันจีนด้ามหยก ค่อยๆ บรรจงขัดเกลาและตรวจสอบตัวอักษรทุกลำดับชั้นในสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยร่วมกับหัวหน้าอาลักษณ์หลวงด้วยความใส่ใจส

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 77: พิธีเปิดสถานศึกษาหลวงและการต้อนรับจากราษฎร

    แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นและสว่างไสวสาดส่องทั่วนครหลวงแคว้นจ้าว นำพาเอาความหวังและพลังบวกแผ่ซ่านไปสู่จิตใจของประชาราษฎร์ในทุกลำดับชั้น บัดนี้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลสงคราม หรือภัยจากจารชนต่างแดนให้ต้องทรงตรากตรำพระทัยอีกต่อไป ทุกมณฑลล้วนเจริญรุ่งเรืองด้วยระบบเศรษฐกิจและการขนส่งที่ปลอดภัย และในวันนี้ นับเป็นวันประวัติศาสตร์อันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ร่วมกันทำพิธีเปิด ‘สถานศึกษาหลวง’ แห่งแรกเพื่อวางรากฐานทางปัญญาให้แก่บุตรหลานของชาวบ้านและพ่อค้าสามัญชน ท่ามกลางการต้อนรับอันอบอุ่นล้นพ้นจากราษฎรทั่วมหานครณ ใจกลางย่านชุมชนเมืองหลวง อาคารไม้หลังใหญ่สองชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จหอมกลิ่นน้ำมันสนและไม้เนื้อดีตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ป้ายชื่อสถานศึกษาหลวงแกะสลักด้วยอักษรสีทองคำสะท้อนแสงแดดดูเด่นล้ำ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีม่วงอ่อนราวกลีบดอกไม้ป่าดูนุ่มนวลและสง่างามสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เส้นผมยาวสลวยรวบครึ่งศีรษะปักปิ่นหงส์เหินคู่หยกนวล นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียวและเปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี ยามทอดมองเด็กๆ ตัวน้อย

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 76: แผนภาพความรุ่งเรืองและการวางรากฐานสู่อนาคต

    แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างสูงตระหง่านของหอตำราหลวง ทอดเงาสีทองอบอุ่นลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวยาวที่บัดนี้เต็มไปด้วยม้วนฎีกา แผนที่ภูมิศาสตร์ และตำราวิชาการหลากแขนง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ ทว่าอบอวลไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ แผ่นดินแคว้นจ้าวบัดนี้สงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลทหาร หรือเงาจารชนใดๆ ข่าวคราวการเก็บเกี่ยวพืชผลอันอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพทางการค้าหลั่งไหลมาจากทุกมณฑล เป็นเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาและอานุภาพแห่งรักแท้ ร่วมกันร่าง ‘แผนภาพความรุ่งเรืองและการวางรากฐานสู่อนาคต’ เพื่อราษฎรทั่วมหานครสืบไปนับร้อยปีใจกลางหอตำรา เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีฟ้าครามปักลายเมฆมงคลด้วยด้ายเงินยวง เรือนผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยอย่างเรียบร้อยและประดับด้วยปิ่นหยกขาวชิ้นเดี่ยว นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ มือบางกำลังประคองพู่กันจีนจุ่มหมึกดำ บรรจงลากเส้นสายลงบนผืนผ้าใบไหมขนาดยักษ์ที่กางแผ่อยู่บนโต๊ะ แผนภาพนี้มิใช่แผนที่ทางทหารเพื่อการสู้รบ ทว

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 75: งานเลี้ยงสวมหน้ากากกับเกมซ่อนหาในอุทยาน

    เมื่อม่านราตรีสีน้ำเงินเข้มขยับขยายเข้าครอบคลุมเหนือนครหลวงแคว้นจ้าว ดวงดาราพราวระยับนับแสนดวงต่างส่องแสงระยิบระยับประชันกับแสงโคมไฟสีส้มอบอุ่นที่จุดเรียงรายทั่วนอกชานวังหลวง บัดนี้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบในทุกลำดับชั้น ไร้รอยร้าวทางการเมืองหรือแผนการร้ายจากจารชนต่างแดนให้ต้องทรงกังวลพระทัย ราษฎรทั่วมหานครต่างหลับใหลด้วยความเบิกบานใจ และนับเป็นค่ำคืนอันแสนประเสริฐยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจะได้เฉลิมฉลองบทสรุปแห่งความสุขในชีวิตประจำวัน ผ่าน ‘งานเลี้ยงสวมหน้ากากกับเกมซ่อนหาในอุทยาน’ กิจกรรมยามว่างที่เนรมิตขึ้นเพื่อสร้างเสียงหัวเราะและผ่อนคลายเบาสบายขั้นสูงสุดภายในอุทยานหลวงฝั่งทิศตะวันออก โต๊ะเสวยทรงยาวถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายท่ามกลางหมู่มวลบุปผาราตรีที่ส่งกลิ่นหอมขจรขจาย งานเลี้ยงสรรค์สร้างบรรยากาศเป็นกันเองอย่างลึกล้ำ ข้าราชบริพาร นางกำนัล และองครักษ์เงาคนสนิทต่างได้รับพระราชทานอนุญาตให้สวมหน้ากากไม้แกะสลักเป็นรูปสัตว์มงคลหลากชนิด ทั้งหน้ากากกระต่ายป่า หน้ากากจิ้งจอกสวรรค์ และหน้ากากกวางมูส เพื่อทลายกำแพงยศถาบรรดาศักดิ์ชั่วคราว เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีม่วงดอกลาเวนเดอร์งดง

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 9: พายุที่ซ่อนเร้น

    ภายใต้ความสงบราบเรียบของผิวน้ำในวังหลวง มวลน้ำวนแห่งความแค้นที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างกำลังขยายตัวอย่างเงียบเชียบและรุนแรง ในขณะที่เสิ่นเวยดูเหมือนจะคุมเกมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จผ่านเครือข่าย 'วิญญาณกระดานศิลา' ทว่าศัตรูเก่าที่แฝงกายอยู่ในเงามืดกลับไม่ได้มอดไหม้ไปพร้อมกับซากปรักหักพังของตระกูลเว่ยและตระกูลซ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 8: เงาในม่านมุก

    ท่ามกลางกำแพงวังสีแดงชาดที่ดูเหมือนจะสูงเสียดฟ้าขึ้นทุกวัน บรรยากาศภายในวังหลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง ทรงอำนาจของ เสิ่นเจาอี๋ ไม่ได้แผ่ขยายออกไปในลักษณะของการใช้อาญาเถื่อนหรือความเกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับแทรกซึมไปตามรอยแยกของอิฐทุกก้อนและม่านมุกทุกเส้นประดุจเถาวัลย์ที่มองไม่เห

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 7: กลหงส์ลวงมังกร

    ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของฤดูสารท ควันธูปในท้องพระโรงลอยละล่องเป็นสายใยบางๆ บดบังใบหน้าของเหล่าขุนนางที่ยืนเรียงรายกันดุจหุ่นศิลา ความเงียบที่ปกคลุมอยู่นั้นไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความกดดันที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที ข่าวการลอบสังหาร ใต้เท้าหลี่ ขุนนางใหญ่ผู้กุมความลับของอดีตเสนาบดีเว่ย กลายเป็นชนวนเ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 6: กรงขังสีทองกับบัลลังก์ที่สั่นคลอน

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุกและม่านโปร่งบางในตำหนักหยาดพิรุณ ประกายระยิบระยับที่กระทบกับเครื่องเรือนไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรควรจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นทว่ากลับรู้สึกหนาวชืดอย่างประหลาด กลิ่นกำยานที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับเจือไปด้วยความขมปร่าในความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยเสิ่นเวย นั่งนิ่งสนิทอยู่หน้ากร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status