Home / รักโบราณ / ลิขิตรักหงส์มังกร / ตอนที่ 8: เงาในม่านมุก

Share

ตอนที่ 8: เงาในม่านมุก

Author: Nitchie
last update publish date: 2026-05-25 19:42:39

ท่ามกลางกำแพงวังสีแดงชาดที่ดูเหมือนจะสูงเสียดฟ้าขึ้นทุกวัน บรรยากาศภายในวังหลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง ทรงอำนาจของ เสิ่นเจาอี๋ ไม่ได้แผ่ขยายออกไปในลักษณะของการใช้อาญาเถื่อนหรือความเกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับแทรกซึมไปตามรอยแยกของอิฐทุกก้อนและม่านมุกทุกเส้นประดุจเถาวัลย์ที่มองไม่เห็น

นางเริ่มก่อตั้งหน่วยงานลับภายในที่เรียกขานกันในหมู่ผู้รู้เห็นว่า 'วิญญาณกระดานศิลา' องค์กรนี้ไม่ใช่กลุ่มมือสังหารที่สวมชุดดำ แต่คือกลุ่มคนที่ถูกลืมทิ้งไว้ในซอกหลืบของประวัติศาสตร์วังหลวง ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัลชราที่ไร้ญาติขาดมิตร ขันทีหนุ่มที่ถูกกลั่นแกล้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หรือทาสรับใช้ในครัวที่ถูกเจ้านายเฆี่ยนตีจนหลังเหวอะหวะ

เสิ่นเวยไม่ได้มอบเพียงเบี้ยหวัดที่สูงกว่าเดิมให้แก่พวกเขา แต่นางมอบสิ่งที่วังหลวงแห่งนี้ไม่เคยมีให้ใคร... นั่นคือ 'ศักดิ์ศรีและความหมายของการมีชีวิต' นางยื่นมือลงไปในหลุมนรกเพื่อฉุดดึงพวกเขาขึ้นมา พร้อมกับกระซิบบอกว่าพวกเขามีค่าเพียงใดในการเป็นหูเป็นตาให้นาง ความกตัญญูที่แลกมาด้วยชีวิตเช่นนี้ จึงแข็งแกร่งกว่าทองคำแท่งใดๆ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ข้อมูลทุกหยดที่หยดลงในราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาลับของเหล่าขุนนางในมุมอับของอุทยานหลวง ความเคลื่อนไหวของกองกำลังที่ชายแดน หรือแม้กระทั่งความฝันที่จักรพรรดิทรงละเมอออกมาในยามดึก ทุกอย่างล้วนต้องถูกคัดกรองผ่านสายตาของเสิ่นเวยก่อนจะเดินทางไปถึงพระหัตถ์ของจ้าวลวี่

แม้แต่กิจวัตรส่วนพระองค์ที่เคยเป็นความลับสุดยอด เช่น รายการอาหารที่ทรงโปรดในแต่ละวัน หรือการเลือกนางสนมที่จะมาปรนนิบัติในค่ำคืนที่ว่างเว้นจากราชกิจ เสิ่นเวยกลับกลายเป็นผู้กุมอำนาจในการเบี่ยงเบนหรือกำหนดทิศทางทั้งหมด จ้าวลวี่เริ่มรู้สึกได้ถึงมวลอากาศที่หนักอึ้งรอบวรกาย พระองค์เริ่มตระหนักว่าบัลลังก์ที่พระองค์ประทับอยู่นั้น ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดินที่มั่นคง แต่อยู่บนฝ่ามือของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและหวาดกลัวที่สุด พระองค์คือ 'จักรพรรดิในกรงทอง' ที่โอ่อ่าหรูหรา โดยมีเสิ่นเวยเป็นผู้ถือพวงกุญแจกรงนั้นอย่างสงบนิ่ง

ในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ลมฤดูหนาวเริ่มพัดหอบเอาความเย็นเยียบมาปะทะบานหน้าต่างตำหนักทรงอักษร ขันทีรับใช้คนสนิทก้าวเข้ามารายงานด้วยอาการตัวสั่นเทา “ฝ่าบาท... พระสนมเสิ่นส่งเทียบเชิญด้วยกลิ่นกุหลาบพันปี ให้เสด็จไปที่หอกลางคืนนี้เพคะ นางกล่าวว่ามี ‘ปริศนา’ บางอย่างที่อยากให้พระองค์ทรงช่วยไขให้กระจ่าง”

จ้าวลวี่ถอนหายใจยาวจนอกกระเพื่อม พระองค์หลับตาลงพยายามระงับความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกถึงกระดูก พระองค์รู้สึกเหมือนเป็นหมากที่ถูกเดินตามเกมของนางในทุกฝีก้าว ทว่าความรู้สึกขัดขืนกลับพ่ายแพ้ต่อความโหยหา ทุกคืนที่ไม่ได้กลิ่นกายของนาง หรือไม่ได้ยินเสียงที่เฉียบแหลมของนาง จ้าวลวี่กลับพบว่าพระองค์ไม่สามารถข่มตาหลับได้ หัวใจของพระองค์ถูกเสิ่นเวยวางยาพิษด้วยความคิดถึงที่แสนเจ็บปวดเสียแล้ว

เมื่อเสด็จไปถึงหอกลาง สถานที่ซึ่งตั้งอยู่กลางสระน้ำนิ่งสนิทราวกับกระจกบานใหญ่ เสิ่นเวยนั่งรออยู่ท่ามกลางแสงเทียนที่ไหววับตามแรงลมจางๆ นางสวมชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆา ดูลึกลับและยากจะหยั่งถึง บนโต๊ะเตี้ยตรงหน้ามีเพียงกระดานหมากล้อมไม้โบราณที่ทำจากไม้กฤษณา กลิ่นหอมของมันผสมกับกลิ่นชาอูหลงชั้นเลิศที่นางกำลังรินใส่จอก

“มาเดินหมากกับหม่อมฉันสักตาสิเพคะ ฝ่าบาท” นางเอ่ยชวนโดยไม่เงยหน้า มองเพียงตัวหมากสีดำในโถกระเบื้อง “ว่ากันว่ากระดานหมากไม่เคยโกหกใจคน ใครที่กำลังสับสนหรือใครที่กำลังหลอกลวง ทุกอย่างจะปรากฏชัดเมื่อหมากวางลงบนศิลา”

จ้าวลวี่นั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบตัวหมากสีขาวขึ้นมาถือไว้ในมือ พระองค์เริ่มเดินหมากอย่างดุดันเพื่อชิงความได้เปรียบ หวังจะแสดงอำนาจที่เหลืออยู่ของจักรพรรดิเหนือกระดานไม้แห่งนี้ ทว่าเสิ่นเวยกลับรับมืออย่างใจเย็น นางวางหมากอย่างช้าๆ มั่นคง และดูเหมือนจะไร้จุดประสงค์ในตอนแรก นางยอมเสียตัวหมากสำคัญไปหลายตัว ยอมให้จ้าวลวี่ล้อมพื้นที่กว้างขวางเพื่อสร้างความลำพองใจ

เสียงตัวหมากหินกระทบกระดานดังกึกก้องในความเงียบสงัดราวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว จนกระทั่งถึงจุดหักเห เสิ่นเวยวางหมากสีดำลงในตำแหน่งที่ดูเหมือนจะไร้ค่า แต่มันกลับเชื่อมโยงหมากที่กระจัดกระจายของนางเข้าด้วยกัน พลิกกลับมาปิดล้อมหมากสีขาวของจ้าวลวี่จนไร้ทางหนี

“เจ้าเดินหมากเหมือนชีวิตจริงไม่มีผิด...” จ้าวลวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ทรงทอดพระเนตรความพ่ายแพ้ที่ปรากฏตรงหน้า “เจ้ายอมเสียสละสิ่งที่มีค่า ยอมลดตัวลงไปอยู่ในที่ที่ต่ำที่สุด เพียงเพื่อล่อให้ข้าตายใจ และรอเวลาที่จะขุดหลุมฝังข้าในยามที่ข้าคิดว่าตนเองชนะแล้ว”

เสิ่นเวยค่อยๆ วางถ้วยชาลง นางถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือความขมขื่นลึกซึ้ง “ชัยชนะที่ไม่มีใครแชร์ด้วย... ชัยชนะที่ได้มาด้วยการเหยียบย่ำความจงรักภักดีของผู้อื่น มันจะมีค่าอะไรเพคะ? เหมือนกับท่านในตอนนี้ ที่มีบัลลังก์มังกร มีขุนนางนับร้อยคอยก้มหัวให้ แต่ไม่มีใครสักคนที่จริงใจกับท่าน แม้แต่คนที่ท่านบอกว่ารักที่สุด ท่านก็ยังเลือกที่จะหักหลังเขา เลือกที่จะใช้ชีวิตของลูกสาวเขามาเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่ออำนาจของท่านเอง”

จ้าวลวี่วางตัวหมากลงด้วยมือที่สั่นเทาจนหมากกลิ้งหลุดมือ “เสิ่นเวย... ข้าขอถามเจ้าตรงๆ สักครั้ง ในใจของเจ้าตอนนี้... ท่ามกลางกำแพงน้ำแข็งที่เจ้าสร้างขึ้น มีเศษเสี้ยวของความรักที่เคยมีให้ข้าในอดีตเหลืออยู่บ้างไหม? หรือว่ามันถูกแผดเผาจนกลายเป็นเพียงขี้เถ้าของความแค้นที่ใช้หล่อเลี้ยงลมหายใจของเจ้าไปแล้ว?”

เสิ่นเวยนิ่งงันไปราวกับร่างถูกสาปเป็นศิลา หัตถ์ที่กำลังจะวางหมากตัวสุดท้ายชะงักค้างกลางอากาศ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของจ้าวลวี่ ดวงตาคู่สวยของนางสั่นไหววูบหนึ่ง สะท้อนให้เห็นร่องรอยของหญิงสาวคนเดิมที่เคยแอบมองเขาด้วยความเทิดทูนในอุทยานหลวง ทว่าประกายนั้นก็ดับวูบลงอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้สมุทร

“ความรัก... เป็นของเล่นของคนที่อยู่อย่างสุขสบายเพคะฝ่าบาท สำหรับคนที่มีเพียงชื่อที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกกบฏอย่างหม่อมฉัน ความรักมันตายไปพร้อมกับบิดาในวันที่ท่านส่งเขาไปตายในแดนเนรเทศแล้ว” นางยิ้มเยาะใส่ตัวเอง “สิ่งที่เหลืออยู่ระหว่างเราตอนนี้ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือ 'พันธนาการ' ท่านผูกมัดหม่อมฉันไว้ด้วยความแค้นที่แสนสาหัส และหม่อมฉันก็จะผูกมัดท่านไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความรู้สึกผิด เราทั้งคู่จะติดอยู่ในกระดานที่บิดเบี้ยวนี้ไปจนวันตาย... รุกฆาตเพคะ ฝ่าบาท”

จ้าวลวี่มองดูหมากสีขาวของพระองค์ที่ถูกบดขยี้จนหมดสิ้น พระองค์ประจักษ์แจ้งแล้วว่า ความพ่ายแพ้ในเกมหมากล้อมนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ชั่วนิรันดร์ในชีวิตจริง เพราะในขณะที่พระองค์พยายามจะรักษาสิ่งที่เรียกว่ารักไว้ เสิ่นเวยกลับไม่ต้องการมันอีกต่อไป นางต้องการเพียงแค่การเฝ้าดูพระองค์สลายร่างไปช้าๆ ในกรงทองที่พระองค์เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

แสงเทียนในหอกลางวูบดับลง เหลือเพียงความมืดมิดที่โอบล้อมคนสองคนที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ แต่กลับเหมือนอยู่ห่างกันคนละฟากฟ้าในจักรวาลที่ไร้แสงตะวัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 80: บทสรุปแห่งหงส์มังกรคู่บัลลังก์และความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร์

    สายลมวสันตฤดูโชยเอื่อยพัดผ่านมวลหมู่บุปผชาติในอุทยานหลวง ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนละไมขจรขจายไปทั่วนอกชานพระราชวัง แสงอรุณแรกของวันใหม่ทาทาบผืนฟ้าเป็นสีทองคำนวลสว่างไสว สะท้อนภาพอาณาจักรแคว้นจ้าวที่บัดนี้ก้าวเข้าสู่ยุคทองอันรุ่งเรืองสูงสุดอย่างแท้จริง สถานการณ์ทั่วทั่วยุทธจักรสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลทหาร หรือเงาจารชนใดๆ ราษฎรทั่วมหานครต่างมีกินมีใช้ เด็กๆ มีตำราอ่านในสถานศึกษาหลวง ความมั่งคั่งผาสุกหลั่งไหลไปสู่เขตปกครองพิเศษชายแดนดั่งสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เป็นภาพชีวิตประจำวันอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ประทับเคียงคู่กัน ทอดมองผลผลิตแห่งสติปัญญาและอานุภาพแห่งรักแท้ที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัวหลวง เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์ฟ้าด้วยด้ายไหมเงินยวง ดูงดงามนุ่มนวลและทรงคัมภีรภาพสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังระหง มีเพียงปิ่นหยกขาวชิ้นเดี่ยวที่ประดับอยู่ นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยความสงบผาสุกขั้นสูงสุด มือบางกำลังประคองถ้วยชาบ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 79: พระราชพิธีสถาปนาเขตปกครองพิเศษและการขยายความมั่งคั่ง

    เมื่อร่มเงาแห่งสันติภาพอันสมบูรณ์แบบแผ่ขยายเข้าครอบคลุมทั่วทุกตารางนิ้วของแคว้นจ้าว นครหลวงอันยิ่งใหญ่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนข้ามพรมแดนให้ต้องทรงกังวลพระทัย ทั่วทั่วมหานครต่างอบอวลไปด้วยเสียงเพลงรื่นเริงและรอยยิ้มอิ่มเอมของประชาราษฎร์ และนับเป็นเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจัด ‘พระราชพิธีสถาปนาเขตปกครองพิเศษและการขยายความมั่งคั่ง’ เพื่อกระจายโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาหลวงออกสู่มณฑลชายแดนอย่างยั่งยืนชั่วนิรันดร์ภายในท้องพระโรงกลางอันโอ่อ่าตระการตา แสงสุริยันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างสลักลายมังกรคาบแก้ว ทอดประกายสีทองอร่ามลงบนแผ่นศิลาจารึกธรรมนูญฉบับใหม่ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักเต็มยศสีน้ำเงินเข้มขลิบทองคำบริสุทธิ์ดูสง่างามเฉลียวฉลาดปานเทพธิดาแห่งปัญญา เรือนผมยาวสลวยเกล้าขึ้นประดับด้วยรัดเกล้าหงส์สยายปีกประดับมุกราตรี นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายสุขุม นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อัน

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 78: บันทึกประวัติศาสตร์และการเฉลิมฉลองของอาณาจักร

    ภายใต้หลังคาทรงโดมสูงตระหง่านของหออาลักษณ์หลวง กลิ่นอายหอมนวลของน้ำหมึกจีนและแผ่นกระดาษเซี่ยวกระดาษโบราณเนื้อดีอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายสะท้อนผ่านหน้าต่างบานแก้วเข้ามาตกกระทบแท่นศิลาจารึกขนาดใหญ่ บัดนี้ แผ่นดินแคว้นจ้าวสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาของค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนต่างแดน ราษฎรทั่วมหานครต่างใช้ชีวิตด้วยความเบิกบานใจสูงสุด และนี่คือช่วงเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจารึก ‘บันทึกประวัติศาสตร์และการเฉลิมฉลองของอาณาจักร’ เพื่อประกาศความรุ่งเรืองสู่อนุชนรุ่นหลังสืบทอดนับพันปีใจกลางหออาลักษณ์ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีทองคำนวลขลิบแดงทับทิมงดงามตระการตา สมฐานะคู่บัลลังก์ผู้พลิกชะตาแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยรวบขึ้นเป็นมวยทรงสูง ประดับด้วยรัดเกล้าพญาหงส์สยายปีกดูสง่างามจับตา นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์คัมภีรภาพ มือบางจับพู่กันจีนด้ามหยก ค่อยๆ บรรจงขัดเกลาและตรวจสอบตัวอักษรทุกลำดับชั้นในสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยร่วมกับหัวหน้าอาลักษณ์หลวงด้วยความใส่ใจส

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 77: พิธีเปิดสถานศึกษาหลวงและการต้อนรับจากราษฎร

    แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นและสว่างไสวสาดส่องทั่วนครหลวงแคว้นจ้าว นำพาเอาความหวังและพลังบวกแผ่ซ่านไปสู่จิตใจของประชาราษฎร์ในทุกลำดับชั้น บัดนี้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลสงคราม หรือภัยจากจารชนต่างแดนให้ต้องทรงตรากตรำพระทัยอีกต่อไป ทุกมณฑลล้วนเจริญรุ่งเรืองด้วยระบบเศรษฐกิจและการขนส่งที่ปลอดภัย และในวันนี้ นับเป็นวันประวัติศาสตร์อันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ร่วมกันทำพิธีเปิด ‘สถานศึกษาหลวง’ แห่งแรกเพื่อวางรากฐานทางปัญญาให้แก่บุตรหลานของชาวบ้านและพ่อค้าสามัญชน ท่ามกลางการต้อนรับอันอบอุ่นล้นพ้นจากราษฎรทั่วมหานครณ ใจกลางย่านชุมชนเมืองหลวง อาคารไม้หลังใหญ่สองชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จหอมกลิ่นน้ำมันสนและไม้เนื้อดีตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ป้ายชื่อสถานศึกษาหลวงแกะสลักด้วยอักษรสีทองคำสะท้อนแสงแดดดูเด่นล้ำ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีม่วงอ่อนราวกลีบดอกไม้ป่าดูนุ่มนวลและสง่างามสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เส้นผมยาวสลวยรวบครึ่งศีรษะปักปิ่นหงส์เหินคู่หยกนวล นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียวและเปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี ยามทอดมองเด็กๆ ตัวน้อย

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 76: แผนภาพความรุ่งเรืองและการวางรากฐานสู่อนาคต

    แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างสูงตระหง่านของหอตำราหลวง ทอดเงาสีทองอบอุ่นลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวยาวที่บัดนี้เต็มไปด้วยม้วนฎีกา แผนที่ภูมิศาสตร์ และตำราวิชาการหลากแขนง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ ทว่าอบอวลไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ แผ่นดินแคว้นจ้าวบัดนี้สงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลทหาร หรือเงาจารชนใดๆ ข่าวคราวการเก็บเกี่ยวพืชผลอันอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพทางการค้าหลั่งไหลมาจากทุกมณฑล เป็นเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาและอานุภาพแห่งรักแท้ ร่วมกันร่าง ‘แผนภาพความรุ่งเรืองและการวางรากฐานสู่อนาคต’ เพื่อราษฎรทั่วมหานครสืบไปนับร้อยปีใจกลางหอตำรา เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีฟ้าครามปักลายเมฆมงคลด้วยด้ายเงินยวง เรือนผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยอย่างเรียบร้อยและประดับด้วยปิ่นหยกขาวชิ้นเดี่ยว นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ มือบางกำลังประคองพู่กันจีนจุ่มหมึกดำ บรรจงลากเส้นสายลงบนผืนผ้าใบไหมขนาดยักษ์ที่กางแผ่อยู่บนโต๊ะ แผนภาพนี้มิใช่แผนที่ทางทหารเพื่อการสู้รบ ทว

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 75: งานเลี้ยงสวมหน้ากากกับเกมซ่อนหาในอุทยาน

    เมื่อม่านราตรีสีน้ำเงินเข้มขยับขยายเข้าครอบคลุมเหนือนครหลวงแคว้นจ้าว ดวงดาราพราวระยับนับแสนดวงต่างส่องแสงระยิบระยับประชันกับแสงโคมไฟสีส้มอบอุ่นที่จุดเรียงรายทั่วนอกชานวังหลวง บัดนี้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบในทุกลำดับชั้น ไร้รอยร้าวทางการเมืองหรือแผนการร้ายจากจารชนต่างแดนให้ต้องทรงกังวลพระทัย ราษฎรทั่วมหานครต่างหลับใหลด้วยความเบิกบานใจ และนับเป็นค่ำคืนอันแสนประเสริฐยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจะได้เฉลิมฉลองบทสรุปแห่งความสุขในชีวิตประจำวัน ผ่าน ‘งานเลี้ยงสวมหน้ากากกับเกมซ่อนหาในอุทยาน’ กิจกรรมยามว่างที่เนรมิตขึ้นเพื่อสร้างเสียงหัวเราะและผ่อนคลายเบาสบายขั้นสูงสุดภายในอุทยานหลวงฝั่งทิศตะวันออก โต๊ะเสวยทรงยาวถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายท่ามกลางหมู่มวลบุปผาราตรีที่ส่งกลิ่นหอมขจรขจาย งานเลี้ยงสรรค์สร้างบรรยากาศเป็นกันเองอย่างลึกล้ำ ข้าราชบริพาร นางกำนัล และองครักษ์เงาคนสนิทต่างได้รับพระราชทานอนุญาตให้สวมหน้ากากไม้แกะสลักเป็นรูปสัตว์มงคลหลากชนิด ทั้งหน้ากากกระต่ายป่า หน้ากากจิ้งจอกสวรรค์ และหน้ากากกวางมูส เพื่อทลายกำแพงยศถาบรรดาศักดิ์ชั่วคราว เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีม่วงดอกลาเวนเดอร์งดง

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 9: พายุที่ซ่อนเร้น

    ภายใต้ความสงบราบเรียบของผิวน้ำในวังหลวง มวลน้ำวนแห่งความแค้นที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างกำลังขยายตัวอย่างเงียบเชียบและรุนแรง ในขณะที่เสิ่นเวยดูเหมือนจะคุมเกมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จผ่านเครือข่าย 'วิญญาณกระดานศิลา' ทว่าศัตรูเก่าที่แฝงกายอยู่ในเงามืดกลับไม่ได้มอดไหม้ไปพร้อมกับซากปรักหักพังของตระกูลเว่ยและตระกูลซ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 7: กลหงส์ลวงมังกร

    ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของฤดูสารท ควันธูปในท้องพระโรงลอยละล่องเป็นสายใยบางๆ บดบังใบหน้าของเหล่าขุนนางที่ยืนเรียงรายกันดุจหุ่นศิลา ความเงียบที่ปกคลุมอยู่นั้นไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความกดดันที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที ข่าวการลอบสังหาร ใต้เท้าหลี่ ขุนนางใหญ่ผู้กุมความลับของอดีตเสนาบดีเว่ย กลายเป็นชนวนเ

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 6: กรงขังสีทองกับบัลลังก์ที่สั่นคลอน

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุกและม่านโปร่งบางในตำหนักหยาดพิรุณ ประกายระยิบระยับที่กระทบกับเครื่องเรือนไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรควรจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นทว่ากลับรู้สึกหนาวชืดอย่างประหลาด กลิ่นกำยานที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับเจือไปด้วยความขมปร่าในความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยเสิ่นเวย นั่งนิ่งสนิทอยู่หน้ากร

  • ลิขิตรักหงส์มังกร   ตอนที่ 5: ความจริงที่กรีดแทง

    แสงเทียนภายในห้องหนังสือไหววับตามแรงลมที่ลอดผ่านร่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท เสิ่นเวยยืนนิ่งงันราวกับวิญญาณที่หลุดออกจากร่าง ในมือที่สั่นระริกคือกระดาษแผ่นเก่าที่ซ่อนความจริงอันเน่าเฟะมานานหลายปี น้ำตาที่นางเคยปฏิญาณว่าจะไม่ให้ไหลออกมาอีก บัดนี้มันกลับคลอเบ้าและหยดลงบนตัวอักษรของบิดาจนหมึกเริ่มพร่าเลื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status