Share

ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้
ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้
Penulis: ซีเจียงเยว่123

บทที่ 1

Penulis: ซีเจียงเยว่123
ตอนที่ราชครูรีบร้อนมาถึง ข้ากำลังมองร่างไร้วิญญาณของเป่าจูพลางยืนเหม่อลอย

ครั้งสุดท้ายที่พบนาง ยังเป็นตอนที่นางอายุสิบขวบ

ข้างแก้มยังมีเนื้อแก้มยุ้ยแบบเด็ก วิ่งเซไปเซมาตามโลงศพของข้า ร้องไห้ปานใจจะขาด

ร้องไห้ไปพลาง ถอดสร้อยอัญมณีที่ข้าสั่งทำให้นางออกจากคอไปพลาง

“ข้าไม่เอาสิ่งนี้ ข้าจะเอาเสด็จแม่ของข้า!

วันหน้าข้าจะไม่ทำเครื่องประดับอีกแล้ว เสด็จแม่อย่าทอดทิ้งเป่าจูไปเลยนะเพคะ!

สุสานหลวงมืดมิด พอท่านเข้าไปข้าก็หาท่านไม่เจอแล้ว!”

นางร้องไห้ปานใจจะขาด ทว่าข้ากลับมิได้หันกลับไปมอง

เพียงคิดว่าอดทนให้ผ่านพ้นสิบปีไปได้ ก็จะได้อยู่พร้อมหน้าแม่ลูก

ผู้ใดเลยจะคิดว่า ผู้ที่ปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีกครั้ง กลับเป็นเด็กสาวที่ข้างแก้มตอบซูบ ผอมแห้งราวกับโครงกระดูก

“เจ้าว่าน่าขันหรือไม่ ข้าผู้เป็นทายาทรุ่นหลังของชนเผ่าซีหวังหมู่ องค์หญิงใหญ่สายเลือดบริสุทธิ์แห่งต้าโจว ยามคลอดบุตรกลับหาหมอตำแยมิได้เลยสักคน จนสุดท้ายต้องมาตายทั้งกลม

ราชครู นี่คือวาสนาที่ข้าเฝ้าคุ้มครองดวงชะตาแคว้นต้าโจวของพวกเจ้า แลกมาให้แก่โอรสธิดางั้นรึ?”

ข้ากุมมือที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้างของเป่าจู พลางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา

พวกเขาพูดว่า เป่าจูร่างกายอ่อนแอเกินไป เจ็บปวดอยู่สองวันสองคืนถึงจะคลอดบุตรออกมา

ทว่าเด็กส่งเสียงร้องไห้เพียงคำเดียว ก็สิ้นเสียงลง

ส่วนเป่าจูก็สิ้นใจลงเพราะตกเลือดอย่างหนัก

ทั้งที่ในวังมี ยาดีช่วยชีวิตอยู่มากมาย เพียงเล็กน้อยก็พอให้เป่าจูมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

แต่ขันทีกลับพูดว่า ยาดีทั้งหมดถูกฮ่องเต้พระราชทานให้หมิงเยว่ธิดาบุญธรรมไปหมดแล้ว

แม้แต่หมอหลวงก็ยังถูกองค์รัชทายาทเรียกตัวไปตรวจรักษาอาการปวดศีรษะให้กู้หมิงเยว่

สาวใช้ของเป่าจูคุกเข่าโขกศีรษะอยู่ที่หน้าประตูวังจนศีรษะแตกเลือดไหล สิ่งที่นำกลับมาได้ก็มีเพียงเศษหนวดโสมแตกหักไม่กี่เส้นเท่านั้น

“พวกเขาบอกว่า ให้เป่าจูเลิกเสแสร้งได้แล้ว แค่คลอดบุตรมิได้ทำให้ผู้ใดตายเสียหน่อย จะสำคัญเท่าอาการปวดศีรษะของกู้หมิงเยว่ได้อย่างไร

ราชครู นี่หรือคือสิ่งที่เจ้าบอกข้าว่า เป่าจูสบายดีทุกอย่าง?”

สีหน้าของราชครูฉายความขมขื่น ทำได้เพียงโขกศีรษะขออภัยโทษ

นั่นสินะ เขาจะพูดอะไรกับข้าได้

เขาอยากให้ข้าเฝ้าสุสานหลวงอยู่ที่นี่ไปชั่วนิรันดร์ มิอาจก้าวออกไปได้ตลอดกาล

ข้าเป็นทายาทรุ่นหลังของเทพซีหวังหมู่ ถือกำเนิดมาพร้อมบุญวาสนาอันลึกล้ำ

เพียงเพราะแต่งงานกับข้า ฮ่องเต้ถึงจะสามารถขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิได้

และเส้นชีพจรมังกรอันโรยราของต้าโจว ก็เป็นเพราะมีข้าเฝ้าคุ้มครองสุสานหลวง อาศัยดวงชะตาของข้า ถึงสามารถฟื้นคืนพลังชีวิตขึ้นมาใหม่ได้

“พระนาง ท่านจะเสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ!”

ราชครูพลันเงยหน้าขึ้น ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านเพียงต้องเฝ้าสุสานหลวงต่ออีกครึ่งเดือน เส้นชีพจรมังกรที่เกิดใหม่ก็สามารถงอกเขาได้แล้ว

ถึงเวลานั้นท่านย่อมสามารถอยู่พร้อมหน้าครอบครัวกับฝ่าบาทและองค์รัชทายาทได้

หากท่านก้าวออกจากสุสานหลวงในตอนนี้ เส้นชีพจรมังกรย่อมไม่อาจงอกเขาออกมาได้ ทำได้เพียงถดถอยกลายเป็นอสรพิษ ไม่เพียงแต่ต้าโจวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ฝ่าบาทและคนอื่นๆ ก็เกรงว่าจะมีภัยอันตรายถึงชีวิตนะพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อเห็นข้าไม่พูดจา ราชครูรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น คว้าจับแขนเสื้อของข้าไว้ แม้กระทั่งเสียงยังสั่นสะท้าน

“กระหม่อมรู้ว่าเพราะเรื่องขององค์หญิง ท่านจึงรู้สึกไม่สบายพระทัย แต่นี่คือโชคชะตาขององค์หญิงเป่าจู

นางสิ้นใจไปแล้ว ท่านมิอาจไม่สนใจชีวิตของคนที่ยังอยู่เพื่อคนที่ตายไปแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ

ขอเพียงรอต่ออีกครึ่งเดือน เส้นชีพจรมังกรก็งอกเขาแล้ว ถึงเวลานั้นแม้ท่านปรารถนาจะสังหารล้างเมืองหลวง ก็แล้วแต่ท่านเลยพ่ะย่ะค่ะ”

ช่างเป็นคำพูดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเสียเหลือเกิน

ปีนั้นเขาก็พูดกับข้าเช่นนี้เหมือนกัน ให้ข้าเฝ้าสุสานหลวงสิบปี เพื่อแลกความไร้กังวลชั่วลูกชั่วหลานให้แก่โอรสธิดา

ทว่าสิ่งที่ข้าแลกมาได้กลับเป็น โอรสของข้าบีบบังคับจนธิดาของข้าต้องตายเพื่อคนนอก

ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี

ข้าคลี่ยิ้มบางๆ ชักแขนเสื้อกลับมาจากมือของราชครู พลางโน้มตัวหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมาส่งๆ จากในสิ่งของร่วมฝังศพ

เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “ธิดาของข้าสิ้นใจไปแล้ว สุสานหลวงแห่งนี้ข้ายังจะเฝ้าไปทำไมอีก

ข้าจะออกไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้นาง

หากต้าโจวของพวกเจ้าต้องล่มสลายเพราะเหตุนี้ ก็ล่มสลายไปเถิด นี่ก็คือโชคชะตาของพวกเจ้าเช่นกัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 11

    “ไม่!”“อย่านะ!”“ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเดี๋ยวนี้นะ!”“เหยาจี เราขอร้องเจ้าล่ะ ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเถิด! อย่าทำอะไรมันเลย!”ไม่ว่าฮ่องเต้กับราชครูจะพร่ำวิงวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด ข้ากลับยังคงฉีกกระชากมังกรน้อยกลืนกินลงไปทีละคำเมื่อกลืนคำสุดท้ายลงคอ ข้าก็ทอดมองสีหน้าสิ้นหวังของทุกคนพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าอยากทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะอย่างไรเสียหากข้าแค่ปฏิเสธการหล่อเลี้ยงมันต่อไป เส้นชีพจรมังกรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอสรพิษกับมังกรก็ยังคงปกปักต้าโจวของท่านไปได้อีกนับร้อยปีแต่มีสิทธิ์อันใดกันเล่า? ผู้ที่สังหารธิดาและเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของข้าเช่นท่าน เหตุใดจึงยังคงทำตัวสูงส่งเป็นเจ้าแผ่นดินอยู่ได้อีก?ข้าจะทำให้ท่านต้องเบิกตาดูแผ่นดินของตนเองล่มสลายแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าจะทำให้ท่านกลายเป็นฮ่องเต้ผู้สิ้นชาติ!เรื่องนี้คงต้องขอบคุณค่ายกลของราชครู มิฉะนั้นหากเส้นชีพจรมังกรเร้นกายลงสู่ใต้พิภพ ข้าก็คงไม่มีปัญญาไปคว้าตัวมันออกมาได้แน่”ประโยคนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับอูฐจนล้มลงราชครูยกมือกุมหน้าอก พลางอ้าปากทำท่าจะเอ่ยคำพูด แต่กลับกระอักโลหิตคำโตพ่นออกมา แล้วล้มตึงลงกับพื้น สิ้น

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 10

    เพียงครึ่งวันผ่านไป การก้าวเข้าสู่สุสานหลวงอีกครากลับให้ความรู้สึกราวกับผ่านไปชั่วข้ามภพไม่รู้ว่าราชครูใช้วิธีใดจึงสามารถขุดเปิดสุสานหลวงที่ถล่มลงมาให้เป็นช่องโหว่ขนาดพอให้คนผู้เดียวมุดผ่านเข้าไปได้อีกครั้งเดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็พลันเปิดกว้างขึ้นทันตาข้าปรายตามองฮ่องเต้ที่เดินอยู่เคียงข้าง พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะลุกขึ้นมาจู่โจมสังหารท่านกะทันหันหรือ?ท่านเองก็รู้ดีว่า ข้าทำเช่นนั้นได้”ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลอย่างมั่นพระทัย“หากเจ้าคิดจะลงมือสังหารเรา คงทำไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว จะทนลำบากรอมาจนถึงยามนี้ไปไยเหยาจี ครองคู่เป็นสามีภรรยากันมานานปี เราย่อมรู้ใจเจ้าราวกับที่รู้ใจตนเอง”ข้ามิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงแต่หยุดฝีเท้าลงข้างร่างไร้วิญญาณของเป่าจูนางทอดร่างอย่างเงียบสงบอยู่ใจกลางค่ายกล ดูราวกับเพียงแค่จมดิ่งสู่นิทรายามทอดพระเนตรเห็นร่างของเป่าจู ฮ่องเต้เองก็คล้ายจะมีสีพระพักตร์สลดลงเขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา“เรามิใช่เสด็จพ่อที่ดีเดิมทีคิดเพียงว่าเรื่องราวระหว่างหมิงเยว่กับเป่าจูเป็นเพียงกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแย่งชิ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 9

    “เหยาจี ตัวการใหญ่ตายแล้ว พวกเราก็มาเจรจากันดีๆ ได้เสียที”ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ราวกับเพิ่งบี้แมลงตัวเล็กๆ ตายคามือ แทบมองไม่ออกเลยว่าผู้ที่เขาเพิ่งสังหารไปนั้น คือธิดาที่เขาทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจเมื่อครู่ก่อนเหตุใดกาลก่อนข้าจึงไม่เคยรู้ว่า เขามีความสามารถในการสับเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้“จะเจรจาสิ่งใด? ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า พวกท่านต่างหากที่คอยให้ท้ายกู้หมิงเยว่?”ข้าแค่นหัวเราะพลางย้อนถามฮ่องเต้กลับยอมรับหน้าตาเฉย“เป็นความผิดของเราเอง เราขอโทษเจ้าด้วย เดี๋ยวเราจะออกราชโองการถอดถอนบรรดาศักดิ์ ริบทรัพย์ และตัดศีรษะเสียบประจานสวี่หานกวาง ส่วนโอรสของพวกเรา เจ้าปรารถนาจะลงโทษเขาอย่างไรก็สุดแท้แต่เจ้าเถิดเหยาจี ครานี้พอใจแล้วหรือยัง?”ข้าส่ายหน้า น้ำเสียงเคลือบไปด้วยจิตสังหารอันยะเยือก“ยังไม่พอ พวกท่านต้องแลกด้วยชีวิตต่างหาก”ฮ่องเต้ทรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทรงพระสรวลออกมาเขาชี้มาที่ตนเอง ก่อนจะชี้ไปยังองค์รัชทายาท แล้วแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “เลิกทำตัวไร้สาระเสียที! ไม่ต้องพูดถึงว่าแต่โบราณกาลไม่เคยมีธรรมเนียมให้บิดาชดใช้ชีวิตแก่บุตรี หรือพี่ชายชดใช้ชีวิตแก่น้องส

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 8

    รอยยิ้มของฮ่องเต้พลันแข็งค้างอยู่บนพระพักตร์พระองค์ทอดพระเนตรมองราชครูที่มีสภาพทุลักทุเล สลับกับมองมาที่ข้าถึงได้เพิ่งตระหนักว่านับตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ข้ามิได้เผยแววตาหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของฮ่องเต้ ข้าจึงออกแรงดึงลูกธนูที่ปักทะลุไหล่ขวายึดติดกับเสาไม้ออกมาอย่างง่ายดายก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังคิดจะสังหารข้าอยู่อีกหรือไม่เล่า? ท่านพี่”ทว่าบาดแผลบนหัวไหล่ขวาซึ่งเมื่อครู่ยังมีเลือดไหลนองดั่งสายน้ำ กลับสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนภายในพระที่นั่งจินหลวนเงียบสงัดไร้สรรพเสียง มีเพียงเสียงลูกธนูที่ถูกข้าโยนทิ้งลงพื้นดังก้องกังวานแผ่วเบาผนวกกับเสียงฝีเท้าของข้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปทีละก้าวยามที่ข้าขยับตัว ปลายลูกธนูแต่ละดอกก็คอยหันเหทิศทางตามอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าปล่อยลูกธนูออกมาเลยสักคน“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!”แรงกดดันมหาศาลอันไร้รูปร่างแทบจะบดขยี้ฮ่องเต้จนพังทลายเขาลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความลำพองใจเมื่อครู่ บัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไปเข

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 7

    สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกผู้คนต่างตกตะลึงข้าเองก็ชะงักงันไปชั่วขณะเช่นกันด้วยเพราะท่าทีของฮ่องเต้เมื่อครู่นี้ มิได้ดูคล้ายคนที่ล่วงรู้ตัวตนของข้าเลยสักนิดองค์รัชทายาทเป็นพวกใจร้อนวู่วามที่สุดเขาอดเอ่ยถามมิได้ “เสด็จพ่อ เหตุใดจึงตรัสเรียกนามของเสด็จแม่เล่าพ่ะย่ะค่ะ?อย่าไปฟังนังหนูเป่าจูพูดจาเพ้อเจ้อนะพ่ะย่ะค่ะ นางจะเป็นเสด็จแม่ไปได้อย่างไร! เมื่อครู่ก็แค่ยกเอาเสด็จแม่ขึ้นมาเป็นข้ออ้างบังหน้าเท่านั้น”ฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์ ทอดพระเนตรมองข้าอย่างมีความนัยลึกซึ้ง แล้วตรัสอย่างเนิบช้า “เหยาจีมิได้เป็นเพียงนามของเสด็จแม่เจ้าเท่านั้น ทว่ายังเป็นนามของผู้นำเผ่าซีหวังหมู่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นซีหวังหมู่ทุกยุคทุกสมัย ล้วนมีนามว่าเหยาจีทั้งสิ้นส่วนเจ้า เป่าจู ก็น่าจะเป็นซีหวังหมู่คนล่าสุดแล้วกระมังและมีเพียงซีหวังหมู่เท่านั้น ที่ตามร่างกายจะปรากฏเค้าลางการตื่นรู้แห่งสายเลือดบรรพกาล”สายตาของทุกคนต่างจดจ้องมายังมือขวาที่มีเกล็ดผุดขึ้นของข้าโดยพร้อมเพรียงกันข้าคลี่ยิ้มบางเบา ยังไม่อาจเอ่ยคำใดก็ถูกฮ่องเต้พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนเขาทอดถอนใจอย่างเนิบช้า “เราหลงคิดว่าสิบปีผ่านพ้น เผ่าซ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 6

    ขอบตาของกู้หมิงเยว่พลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันใดนางสะอื้นไห้ร้องเรียกเสด็จพ่อ แล้วโถมกายเข้าหาฮ่องเต้ตบแผ่นหลังให้นางเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลางช่วยปาดน้ำตาให้ “หลายปีมานี้ เจ้าต้องทนเจ็บช้ำน้ำใจแล้ว”จากนั้น เขาก็ตวัดสายตาอันเคร่งขรึมกดดันมองมาทางข้า“ในเมื่อเจ้าถามว่าเพราะเหตุใด เราก็จะบอกเจ้าให้รู้หลายปีมานี้ เพราะต้องเกรงใจเสด็จแม่ของเจ้า หมิงเยว่จึงต้องเติบโตอยู่นอกวังเรื่อยมา ต่อให้เสด็จแม่ของเจ้าจากไปแล้ว หมิงเยว่ก็ทำได้เพียงเข้าวังมาในฐานะธิดาบุญธรรมของเราเท่านั้นเป็นบุตรีของเราเหมือนกันแท้ๆ เจ้ากลับได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ผู้คนล้วนเรียกขานเจ้าว่าองค์หญิง ทว่าหมิงเยว่กลับทำมิได้แม้แต่จะร้องเรียกเราว่าเสด็จพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้จะไม่นับว่าพวกเจ้าแม่ลูกติดค้างหมิงเยว่ได้อย่างไร?”ยามมองท่าทีวางอำนาจของฮ่องเต้ ข้าไม่เคยรู้สึกว่าเขาดูแปลกหน้าถึงเพียงนี้มาก่อนหากก่อนหน้านี้ข้ายังหลงคิดว่าสิบปีมานี้ฮ่องเต้แปรเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม บัดนี้ข้าถึงเพิ่งรู้แจ้งว่า บางทีข้าอาจมองธาตุแท้ของเขาไม่ออกมาตั้งแต่ต้น“ปีนั้นท่านเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าจะครองคู่กันเพียงสองคนไปชั่วช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status