LOGINอาทิตย์ขานรับสั้นๆ ก่อนจะโยนปากกาในมือลงบนโต๊ะ ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินนำเลขาฯ สาวตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อทันที ชายหนุ่มรู้อยู่เต็มอกว่าการถูกเรียกตัวกะทันหันแบบนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เพิ่งปะทะคารมกันที่ลานจอดรถเมื่อครู่
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด ในเมื่อเธอเลือกที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเกมการคลุมถุงชนของพ่อ เขาก็พร้อมจะแสดงจุดยืนให้เห็นว่า เขาไม่มีวันยอมตกเป็นหมากในกระดานนี้อย่างแน่นอน ร่างสูงผลักประตูห้องทำงานของบิดาเข้าไปด้วยความมั่นใจ ก้าวอาดๆ เข้ามาภายในห้องโดยมีสีหน้าราบเรียบและนิ่งสนิท
“เซ็นเอกสารให้น้องหน่อยสิ แล้วก็เดินไปส่งน้องที่รถด้วย” คุณสุริยะเอ่ยสั่งทันทีที่ลูกชายเปิดประตูเข้ามา โดยไม่เปิดโอกาสให้เสียเวลาทักทาย
“แฟ้มงานผมจะรับไปตรวจสอบให้ครับ แต่เรื่องไปส่ง ตอนมาคุณจันทร์เธอก็เดินทางมาเองได้ ในเมื่อเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง ก็คงไม่ต้องให้ผมคอยเดินตามไปส่งให้เสียเวลางานหรอกมั้งครับ”
อาทิตย์ตอบกลับเสียงแข็ง ถ้อยคำห้วนสั้นแต่น้ำเสียงเรียบเย็น แฝงความประชดประชันตามแบบฉบับของเจ้าตัว
“ฉันสั่งให้ไปส่งน้องก็ไปส่งสิ อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะอาทิตย์!” คุณสุริยะเน้นเสียงหนัก เด็ดขาดจนบรรยากาศในห้องตึงเครียด
“ไม่ต้องลำบากคุณอาทิตย์หรอกค่ะคุณลุง พอดีจันทร์มีประชุมต่อกับฝ่ายการตลาดของวโรธรณ์ช่วงบ่าย และจันทร์ขับรถมาเอง สะดวกเดินทางเองมากกว่าค่ะ”
จันทิมาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มการค้าระบายอยู่บนใบหน้าหวาน เป็นการปฏิเสธคำสั่งของคุณสุริยะอย่างสุภาพทว่าเด็ดขาดในท่าที หญิงสาวปรายตามองรองประธานหนุ่มเพียงเสี้ยววินาทีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า โดยไม่คิดจะลดคุณค่าและศักดิ์ศรีของตัวเอง ให้ต้องกลายเป็นภาระความอึดอัดของผู้ชายที่ไร้วุฒิภาวะทางอารมณ์คนนี้
คุณสุริยะทอดสายตามองหนุ่มสาวทั้งคู่แล้วนึกถึงเรื่องราวในอดีตด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ภาพความหลังเมื่อครั้งเก่าก่อนยังคงประทับแน่นอยู่ในความทรงจำของท่านอย่างไม่รู้ลืม ราวกับว่าเสียงร้องเรียกสดใสในวันวานยังคงแว่วกังวานอยู่รอบตัว
“หนูจันทร์... หนูจันทร์อยู่ที่ไหนเอ่ย”
เสียงตะโกนลั่นของเด็กชายอาทิตย์วัยเก้าขวบ ที่กำลังวิ่งร้องเรียกหาหลานสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานและน่ารัก เป็นภาพที่ชินตาสำหรับผู้ใหญ่ จันทิมาเป็นลูกคนเดียวจึงเหงาและโดดเดี่ยว
ด้วยนิสัยร่าเริงและช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กชายอาทิตย์มีเพื่อนเล่นสนุกไม่เหงาอีกต่อไป และตัวหนูจันทร์เองก็ทำให้พี่ชายคนเก่งคนนี้หายเหงาได้บ้างในเวลาที่คุณสุริยะพามาเยี่ยมบ้านเพื่อนรักอย่างคุณปกรณ์แห่งตระกูลวโรธรณ์
“พี่อาทิตย์มา หนูจันทร์อยู่นี่ค่ะ” สาวน้อยยิ้มหวานวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพี่ชายทันที
“โอ้โห... หนูจันทร์แต่งตัวสวยจัง” เด็กชายอาทิตย์เอ่ยชมปนเอ็นดูน้องสาวตัวน้อย
“คุณแม่บอกหนูจันทร์ว่าพี่อาทิตย์จะมา หนูเลยแต่งตัวสวยๆ พี่อาทิตย์จะได้รักหนูจันทร์คนเดียว”
“หนูจันทร์แต่งตัวแบบไหน พี่ก็รักหนูจันทร์คนเดียวแหละ”
“จริงๆ นะคะ สัญญานะว่าจะรักหนูจันทร์คนเดียวจริงๆ นะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยตะโกนถามพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ออกไปตรงหน้าพี่ชายด้วยท่าทางดีใจ
“อื้ม... พี่สัญญาว่าจะรักหนูจันทร์คนเดียวจ้ะ”
คำสัญญาในวันวานแว่วจางหายไป เมื่อความเป็นจริงในปัจจุบันปรากฏตรงหน้า คุณสุริยะได้แต่เงยหน้าขึ้นมองคนทั้งคู่ ก่อนจะลอบถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักอก กับความเงียบขรึมและท่าทีตั้งป้อมของบุตรชาย ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความนิ่งสงบและวางตัวดีในแบบฉบับของมืออาชีพจากหลานสาวคนโปรด
หลังจากจันทิมาเอ่ยขอตัวกลับไปทำงานด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง อาทิตย์ก็เลือกที่จะเดินผละออกจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อโดยไม่คิดจะใส่ใจคำสั่งบงการใด ๆ อีก ร่างสูงสะบัดหน้าก้าวยาวๆ กลับเข้ามาในห้องทำงานของตนเอง ทันทีที่ปิดประตูสนิท มือหนาก็พาลโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น พลางปลดกระดุมสูทและดึงเนกไทออกให้หลวมเพื่อระบายความอึดอัดที่กำลังพลุ่งพล่านในอก
เรื่องอะไรเขาจะต้องยอมปล่อยให้พ่อใช้ระบบคลุมถุงชนมาบงการชีวิตด้วย! ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ ก่อนจะยื่นมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมเพื่อต่อสายตรงถึงเลขาฯ หน้าห้อง ทั้งที่น้ำเสียงยังคงติดความหงุดหงิดจนยากจะควบคุม
ตะวันได้แต่มองตามหลังแม่สาวน้อยสุดแสบอย่างทอรุ้งด้วยความเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะความเกรงใจที่มีต่อจันทิมา เขาและทอรุ้งมักจะต้องเปิดศึกปะทะคารมกันแบบนี้เสมอในทุกโอกาสที่ได้พบหน้ากัน ตะวันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเด็กสาวคนนั้นถึงได้ตั้งป้อมจงเกลียดจงชัง และคอยขัดขวางเขาสารพัดได้ขนาดนี้“เห็นความแสบและความดื้อรั้นของยัยเด็กนั่นไหมครับพี่ภู... ไม่รู้คุณจันทร์ทนปวดหัวกับน้องสาวแบบนี้ไปได้ยังไง”ตะวันหันมาบ่นอุบกับญาติผู้พี่เมื่อสาวๆ เดินคล้อยหลังไปแล้ว ร่างสูงเอื้อมมือไปรับแก้วเครื่องดื่มจากพนักงานเสิร์ฟที่นำมาให้ใหม่ ส่งต่อให้ภูผาหนึ่งแก้ว แล้วยกของตัวเองขึ้นจิบ“อื้ม... ก็น่ารักดีนะ” ภูผาเอ่ยตอบเรียบๆ สายตาที่มองตามกลุ่มสาวๆ ไปแฝงด้วยความเอ็นดู“น่ารักอะไรกันครับพี่ภู! น่ารำคาญล่ะสิไม่ว่า กีดกันเก่งเป็นหนึ่ง กวนโมโหก็เก่งเป็นที่หนึ่ง!” ตะวันบ่นต่ออย่างขัดใจ“เอาน่า...อย่าไปถือสาเด็กมันเลยรุ้งเขาก็แค่รักและหวงพี่สาวเขามากเท่านั้นเอง เราไปนั่งที่โต๊ะกับเจ้าอาทิตย์กันดีกว่า ป่านนี้รอแย่แล้ว... ทิ้งมันให้อยู่คนเดียวนานเกินไปแล้วนะ”ภูผาเอ่ยชวนอย่างมีเ
อรปรียาส่ายหน้าเบาๆ กับคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ของทายาทรุ่นน้อง“ไม่ต้องมาพูดดีเลยคุ่คุณตะวัน เค้กข่าวไวนะจ๊ะ จะบอกให้ว่าข่าวเรื่องสาว ๆ ของคุณน่ะมีซุบซิบในสังคมไม่เว้นแต่ละวัน... ส่วนใหญ่ก็เห็นควงไม่ซ้ำหน้ากันทั้งนั้นแหละ”“ไม่จริงเลยนะครับคุณเค้ก! ที่เห็นเดินด้วยกันนั่นส่วนใหญ่ก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้นแหละครับ” ตะวันรีบปฏิเสธเสียงสูง“ไม่เชื่อหรอกค่ะ พี่น้องบ้านนี้น่าจะนิสัยเจ้าชู้เหมือนกันแน่นอน”อรปรียาเอ่ยประชดประชันอย่างมีจริต พร้อมกับหันไปส่งค้อนวงโตให้สามีหนุ่ม ทำเอาภูผาที่กำลังยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบถึงกับสำลักเบาๆ ชายหนุ่มรีบวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาโอบเอวบางของภรรยาคนสวยเอาไว้ทันที“อ้าว... งานเข้าพี่ซะแล้วพี่เค้ก พี่รักเดียวใจเดียวนะครับ ไม่เคยลุกล้ำไปเรื่องของคนอื่นเลยนะ” ภูผารีบเอ่ยง้อภรรยาสาวเสียงละมุน เรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากก๊วนเพื่อนสาวได้เป็นอย่างดี“จริงสิ... ไปกันเถอะจันทร์ รุ้ง ปอย ริสา ขอตัวก่อนนะคะคุณตะวัน”อรปรียาส่งยิ้มให้เพื่อนสาว ก่อนจะหันไปเอ่ยลาตะวัน ซึ่งฝ่ายหลังได้แต่มองตามจันทิมาด้วยความรู้สึกแปลกใจและเสียดาย เพราะพวกเธอเพิ่งจะเดินทางมาถึงคลับได้เพียงช
“เดี๋ยวกูมา ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง”ตะวันเอ่ยบอกกับเพื่อนรักก่อนจะขยับตัวก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มญาติผู้พี่ ทำให้สายตาคมเข้มของอาทิตย์ต้องมองตามแผ่นหลังเพื่อนไป และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาของชายหนุ่ม ปะทะเข้ากับร่างโปร่งระหงของจันทิมาอย่างจัง ทั้งที่ตัวหญิงสาวเองยังไม่ได้ทำเรื่องอะไรให้เขารู้สึกขัดใจเลยแม้แต่น้อยจันทิมากวาดสายตามองบรรยากาศรอบโซนวีไอพี ก่อนจะต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสะดุดเข้ากับดวงตาคมกล้าของอาทิตย์ ที่กำลังจ้องมองตรงมายังโต๊ะของเธอด้วยสายตาดุดันและเครียดเขม็ง ราวกับต้องการจะสื่อสารให้รู้ว่าเขาไม่อยากเสวนาหรือโคจรมาพบหน้าเธอแต่แทนที่จะสะอึก รู้สึกร้าวราน หรือปล่อยให้ความเศร้าเข้ามาครอบงำเหมือนในอดีต หญิงสาวกลับทำเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ตอบรับสายตาที่ห่างเหินนั้นด้วยความเรียบเฉยและแววตาที่ว่างเปล่า ทิฐิและอาการพาลอย่างไร้วุฒิภาวะของชายหนุ่ม ไม่สามารถสั่นคลอนความมั่นใจหรือทำให้หัวใจของเธอกระตุกได้อีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหวานเพียงแค่จางลงเล็กน้อย เพราะไม่อยากให้คนพาลบางคนมาทำลายบรรยากาศความสนุกของมื้อนี้“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะพี่จันทร์”
“เฮ้ย! เบาๆ สิปอย พี่จันทร์กำลังเดินตามมาข้างหลัง เดี๋ยวพี่เขาก็ได้ยินพอดีหรอก ตอนนี้ฉันไม่อยากให้พี่จันทร์ต้องมาเครียดเรื่องผู้ชายงี่เง่าคนนั้นอีกแล้วนะ”ทอรุ้งรีบกระซิบตอบเสียงเขียว พร้อมกับลอบปรายตามองไปทางด้านหลังเพื่อเช็กระยะห่างว่า พี่สาวคนโตไม่ได้อยู่ใกล้พอที่จะได้ยินบทสนทนาเรื่องของอาทิตย์“อะไรกันจ๊ะ ซุบซิบอะไรกันสองคน ริสาไม่ได้ยินด้วยเลยนะ” ริสาที่เดินขนาบข้างรีบชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้“นั่นสิจ๊ะ มีความลับอะไรกันหรือเปล่า” อรปรียาที่เดินนำหน้าเอี้ยวตัวหันมาร่วมสงสัยด้วยอีกคน“แหม... ก็ไอ้ปอยน่ะสิคะ แอบซุบซิบถามรุ้งว่า เลาจน์โรงแรมตะวันกรุ๊ปที่เรากำลังจะไปเนี่ย มีหนุ่มๆ โปรไฟล์ดีหรือทายาทนักธุรกิจหล่อๆ มาแฮงก์เอาต์กันเยอะหรือเปล่า” ทอรุ้งรีบแก้สถานการณ์ด้วยการโยนเรื่องอื่นขึ้นมาแทรกทันที“บ้าจริงไอ้รุ้ง! เอาความลับของเพื่อนมาขายต่อหน้าพี่จันทร์กับพี่เค้กได้ยังไงเนี่ย” ปวิตารีบแกล้งโวยวายแก้เกี้ยว ใบหน้าแดงก่ำ“ฮ่าฮ่า...ไอ้ปอยเอ๊ย ใคร ๆ เขาก็รู้ทั้งนั้นแหละว่าแกน่ะติดนิสัยชอบส่องหนุ่มหล่อ” ทอรุ้งหัวเราะร่า ชอบใจที่แกล้งเพื่อนได้สำเร็จบรรยากาศความน่ารักและเสียงหัวเ
“เออ... มึงอย่าเพิ่งบ่นกูเลยวะ คนยิ่งเครียดๆ อยู่” อาทิตย์โบกมือปฏิเสธด้วยสีหน้าเซ็งจัด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับเพื่อนสนิท“ตกลงมึงเครียดเรื่องอะไรของมึงวะไอ้อาทิตย์” ตะวันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระอา พลางดันแก้วเครื่องดื่มไปให้“จะเรื่องอะไรล่ะ ก็คุณพ่อกูน่ะสิ ดันไปรื้อฟื้นคำสัญญาโบราณกับคุณอาปกรณ์ พ่อของคุณจันทร์เขา ว่าจะจับให้กูกับเขาแต่งงานกันให้ได้!” อาทิตย์อธิบายด้วยความหงุดหงิดที่สุมอก“แต่งงาน! มึงต้องแต่งงานกับคุณจันทร์เนี่ยนะ!” ตะวันร้องลั่นด้วยความตกใจกับข่าวใหญ่ที่เพิ่งได้รับรู้“เออสิวะ! โคตรบ้าเลยมึง สัญญาเด็กๆ ที่กูพูดอะไรไว้ยังจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นกูเพิ่งจะอายุแค่เก้าขวบเองนะเว้ย!” ชายหนุ่มสบถรำพันความอึดอัดให้เพื่อนรักฟัง“แล้วทางคุณจันทร์ล่ะ... เขายอมรับเงื่อนไขคำสัญญานั่นด้วยเหรอวะ” ตะวันรีบถามต่อด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ“วันนี้เธอจะเพิ่งจะเริ่มวางท่าห่างเหิน และเอ่ยปากปฏิเสธไม่ยอมให้กูเดินไปส่งต่อหน้าคุณพ่อก็จริง แต่คนเผด็จการระดับพ่อกู มีเหรอจะยอมล้มเลิกโปรเจกต์คลุมถุงชนเชื่อมธุรกิจง่ายๆ... กูถึงได้กำลังจะบ้าตายอยู่นี่ไง!” อาทิตย์กระแทกเสียงตอบเพื่
“ว่ายังไงจ๊ะคุณจันทร์สุดสวย สบายดีหรือเปล่า”“สบายดีจ้ะ ดีใจจังที่เค้กรับสาย กำลังคิดถึงเธออยู่พอดีเลยนะ”“คิดถึงเหมือนกันจ้ะ! ตั้งแต่แต่งงานมานี่ เราแทบไม่ได้เจอกันเลยนะ”“ก็ใช่สิจ๊ะ ใครกันล่ะที่ตั้งแต่มีครอบครัวไปก็ไม่ค่อยติดต่อหาเพื่อนเลย” จันทิมาเอ่ยกระเซ้าเพื่อนรักเสียงใส“แหม... ก็คนเพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่เดือนนี่นา ชีวิตช่วงนี้เลยยุ่งๆ นิดหน่อยจ้ะ”“ยุ่งเรื่องงาน หรือมัวแต่สวีทอยู่กับคุณภูผากันแน่จ๊ะเค้ก ตั้งแต่แต่งงานไปนี่แทบจะลืมหน้าเพื่อนสนิทคนนี้ไปแล้วมั้ง” หญิงสาวแกล้งแหย่ตรงจุด“บ้า! ใครจะลืมจันทร์ลงล่ะ อย่ามาแซวกันเลยดีกว่า” อรปรียาหัวเราะเขิน ปลายสายอบอวลไปด้วยความสุข“แล้วตอนนี้เค้กอยู่ที่ไหนจ๊ะ สะดวกออกมาเจอกันไหม วันนี้จันทร์กับพวกน้องรุ้งกำลังจะไปทานข้าวกันที่ร้านประจำของเราน่ะ ไปด้วยกันไหมจ๊ะ”“ไปสิจ๊ะ! เดี๋ยวเค้กพาเจ้ามือเลี้ยงมื้อนี้ไปด้วยเลยแล้วกันนะ” อรปรียาเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับหันไปส่งยิ้มหวานให้กับสามีหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ ซึ่งฝ่ายนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาหวานละมุนตอบกลับภรรยาคนสวยแทบจะทันที“ดีเลยจ้ะ! ถ้าอย่างนั้นจันทร์กับน้องๆ ไปรอที่โต๊ะเดิมน
“ก็ พอดีจ้ะ” จันทิมาตอบพร้อมกับเปิดประตูออกมา“สวยจังค่ะ พี่จันทร์” รริสากล่าวอย่างชื่นชมความสวยของจันทิมา“จริงค่ะ ปอยว่าแล้วว่าชุดนี้ต้องสวยมาก ๆ เวลาอยู่บนตัวพี่จันทร์” ปวิตาชมอย่างจริงใจ“พี่จันทร์ขา ลองอีกชุดสิคะ คุณแม่ตัดให้พี่จันทร์ค่ะ”ปวิตารีบหันไปหยิบชุดราตรียาวสีทองซึ่งเป็นผ้าหรูเรียบรื่
“หนูจันทร์ หนูจันทร์ อยู่รึเปล่าเอ่ย”เสียงตะโกนลั่น ๆ ของเด็กชายอาทิตย์ วัยเก้าขวบ ที่ตะโกนร้องเรียกหาน้องน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังพูดเก่งและน่ารัก จนเด็กชายอาทิตย์ซึ่งเป็นลูกคนเดียวหลงน้องสาวด้วยนิสัยนิ่งเฉยเลยทำให้เด็กชายอาทิตย์มีเพื่อนไม่มากนัก จะมีก็แต่สาวน้อยตัวเล็กที่ช่างพูด ช่างประจบ พี่ชายคนเ
จันทิมา วโรธรณ์ เธอเปลี่ยนจากเด็กหญิงหน้าตาน่ารักเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน กลายเป็นสาวสวยหุ่นโปร่งระหงไม่ผิดนางแบบเวทีระดับประเทศ ใบหน้าเรียวได้รูป งามโดดเด่นสะดุดสายตา ใคร ๆ ต่างให้ความสนใจใคร่อยากรู้จักหญิงสาว แต่ถึงแม้จะมีชายหนุ่มมากหน้าหมายปองในตัวเธอ หัวใจของจันทิมากลับมีเพียงชายคนเดียวยึดจองพื้นใ
อาทิตย์กำลังหงุดหงิด หลังทราบว่าบิดาคิดจับคู่เขากับบุตรสาวเพื่อนสนิทของท่าน เขาสาบานว่าไม่เคยแสดงท่าทีให้ความสนใจหญิงสาวมาก่อน และพยายามปฏิเสธบิดา โดยให้เหตุผลว่าตนมีคนรักอยู่แล้วมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนบิดาของเขาจะไม่ใส่ใจ ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะโน้มน้าวให้เขาเห็นดีเห็นงามไปกับความคิดของท่านให้ไ







