LOGIN
ประเทศอังกฤษ
“ยามบ่มีขนฟิวเหมือนได้กินต้มอึ่ง” โมนา แวววิไล ลูกสาวเศรษฐีอีสาน เจ้าของกิจการโรงงานน้ำแข็ง โรงสี โรงแรม และผู้รับเหมาก่อสร้าง ในจังหวัดอุบลราชธานี ออกมาจากห้องหัตการของคลินิกเสริมความงาม หลังจากเลเซอร์กำจัดเส้นขนบนเนินสาว
“ประมาณหลุมดำสู่อาณาจักรมัลติเวิร์ส?” มาริน หนึ่งนภา เปรียบเปรยสิ่งที่เพื่อนเอ่ยถึงเป็นหลุมดำในอวกาศที่ดำลึกจนไม่เห็นภายในได้
“แม่นแล้ว”
“ผ่านศึกมาเยอะก็แบบนี้แหละ ”
“ของมันอร่อยแซบก็ต้องซ้ำสิยะ ไผสิคือเจ้า หลุด QC ปิดหมด ไม่อ้า ไม่ปลิ้น ไม่แลบ ไม่เห็นอะไรเลย เผลอๆ หยากไย่เริ่มมาเกาะ หรือไม่ก็ตันไปแล้วมั้ง” โมนาเหน็บแนมเพื่อนสาวผู้ไม่สนใจชายใดมาก่อน ซึ่งต่างกับเธอที่ผ่านมาแทบทุกขนาดเลยก็ว่าได้
“เว่อร์ ถึงเวลาใช้งานก็ครอบจักรวาลได้แล้วกัน แล้วนี่ก็มาเรียนไหมล่ะ” มารินทำหน้าเอือมๆ ใส่เพื่อน ที่มาสบประมาทความอลังการของเธอ สำหรับโมนาถ้าพอใจก็พร้อมจบที่เตียง ส่วนเธอถ้าไม่เจอคนที่ใจบอกว่าใช่ก็อย่าหวังว่าจะยอมพลีกาย
“ของแบบนี้มันควบคู่กันไปได้”
“แล้วเป็นไง เจอตอเบอเร่อ”
“พูดแล้วเศร้า จู่ๆ ก็กลายเป็นมือที่สามแบบไม่ตั้งตัว ไปหาหมอดูกัน”
“มาแนวไหน”
“อยากรู้ว่าเนื้อคู่อยู่แห่งหนใด”
“รักดีๆ จะมาเองเมื่อถึงเวลา เคยได้ยินไหม ไม่เห็นต้องไขว่คว้าให้วุ่นวาย”
“ไม่รู้แหละเพื่อนอยากดู คุณหนูมารินก็ต้องดูด้วย”
“No”
“ต้องดู มารินจะได้รู้ด้วยไงว่าเมื่อไรจะได้ผัว”
“ไม่รีบ”
“แต่แม่หมอคนนี้เลื่องลือมากเลยนะว่าแม่น”
“ไม่ๆๆๆๆ ยังไงก็ไม่”
ใครๆ ก็ว่าผู้หญิงกับการดูดวงเป็นของคู่กัน แต่ไม่ใช่กับมาริน สำหรับเธอการดูดวงช่วยให้เราคิด ไตร่ตรอง ตัดสินใจกับสิ่งรอบตัวได้ แต่สุดท้ายคนที่ต้องจัดการมันคือตัวเราเองอยู่ดี คนที่รู้ปัญหาทั้งหมดไม่ใช่หมอดู มันคือตัวเราเอง เธอจึงใช้ชีวิตตามความรู้สึกตัวเอง แต่สุดท้ายเธอก็ถูกเพื่อนตัวดีลากมาดูดวงด้วยจนได้
“กลับเถอะ” มารินมองไปรอบๆ สำนักหมอดูที่เพื่อนพามา รู้สึกไม่ค่อยชอบที่นี่เอาเสียเลย กลิ่นน้ำมันหอมระเหยโชยแตะจมูก บรรยากาศก็ช่างอึมครึม
“มาถึงนี่แล้วจะกลับได้ยังไง” โมนาฉุดกระชากมารินไม่ให้หนีออกจากสำนักหมอดู ก่อนเสียงเรื่อยเฉื่อยแต่กลับชวนขนลุกจะดังขึ้น เสียงที่เปล่งเป็นภาษาไทยทำให้ทั้งคู่แปลกใจระคนตกใจ
“ที่ผ่านมาเจอรักซ้อน ชีวิตเจอแต่ความวุ่นวาย” แม่หมอในชุดสไตล์โบฮีเมียนทำนายทายทักโมนาโดยที่เธอยังไม่ได้พูดอะไร
“อย่างกับตาเห็นเลยมาริน” โมนาตื่นเต้นกับคำทำนาย
“อายุยี่สิบหกจะเจอเนื้อคู่เป็นชาวต่างชาติ” แม่หมอยังคงทำนายทายทักราวกับอ่านใจเรื่องที่โมนาอยากรู้ได้
“โมนาอยู่ชาตินี้ ส่วนเขาอยู่ชาติหน้าหรือเปล่า” มารินกระซิบ แม้จะทำนายได้อย่างแม่นยำ แต่นั่นยิ่งกลับทำให้รู้สึกไม่น่าไว้วางใจ
“จะเจอคนคนหนึ่งเมื่ออายุยี่สิบสาม เขาจะเป็นคู่แท้” สายตาของแม่หมออยู่ที่ดวงหน้าของหญิงสาวเจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล ขัดกับเส้นผมยาวสลวยดำขลับ
“เดือนหน้าเพื่อนจะมีผัว เอ้ย เดือนหน้าเพื่อนจะเจอเนื้อคู่” เดือนหน้ามารินก็จะอายุครบ 23 ปี แน่นอนว่าเนื้อคู่ต้องอยู่ที่ประเทศไทย เพราะในอีกไม่กี่วันทั้งคู่ก็จะเดินทางกลับหลังจากคว้าปริญญาโทมาครองได้สำเร็จ
“แวววิไลกลับได้แล้ว” มารินดึงแขนเพื่อนออกจากสำนักหมอดู และเมื่อหันกลับไปมองแม่หมอแสนพึลึกในความรู้สึกกลับพบเพียงความว่างเปล่า
“คล้องได้แล้ว อุ้มกลับบ้านเลยละกัน” ทัชอุ้มกระต่ายน้อยน้ำมนต์ จะเอากลับบ้านทันที“ไม่ได้ๆ เอาหนูกลับบ้างไม่ได้ ให้คุงพ่อยิงโป้งใฉ่แตกเยยนะ” น้ำมนต์ดิ้นกระแด่วๆ ในวงแขนแข็งแรง ร้องโวยวาย ข่มขู่“คุณพ่อดุซะด้วย”“ดุมาก กลัวแน่”“กลัวจังเลยครับ กลัวๆ” ทัชแสร้างทำเป็นกลัวคำข่มขู่นั้น“กลัวก็ปล่อยหนูยงเยย เย่งเป็งเด็กไปได้ หนูทำงางหาตังค์อยู่นะ” น้ำมนต์ตำหนิคนพี่“ผมผิดไปแล้วครับ ขอโทษครับที่เล่นเป็นเด็ก” ทัชวางเด็กหญิงตัวน้อยที่เพิ่งพบกันครั้งแรก แต่ก็หลงความน่ารักได้ไม่ยากลง สำนึกผิดไม่ทันเลยทีเดียว“พี่เกมมาเป็นคนขายบ้างเลย” น้ำเสียงกรุ่นโกรธเพราะถูกแกล้ง และต้องการจะเอาคืนให้คนพี่รู้ความรู้สึกของตัวเองบ้าง“ถ้าเพียงออคล้องพี่ได้ต้องเอาพี่กลับบ้านที่อัมพวาด้วยนะครับ”“ไม่เอากลับหรอก เปลืองข้าว” ความเคืองโกรธทำให้เพียงออพูดไปแบบนั้น“ชัดเจน จบแบบเจ็บๆ” เกมแทบกระอักเป็นเลือดกับคำพูดสุดร้ายกาจของกระต่ายน้อยเพียงออเพียะ!!เพียะ!!ฝ่ามือของพิชชี่ตีเข้าที่ต้นแขนของทัช และฝ่ามือของโซดาฟาดใส่ต้นแขนของเกม จากสีหน้าของกระต่ายน้อยทั้งสามก็รู้ว่าถูกเพื่อนๆ ของพวกเธอแกล้ง“แกล้งอะไรคนสวยกัน”“ฉมหน้
สองคุณแม่ต้องไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเป็นแบบแขนยาวกันยูวี กางเกงสปอร์ตสองชั้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้เล่นน้ำ“แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์ไม่ชวนพี่นะโมไปไหนบ้างเหรอคะ” มารินถามลูกชาย“ไม่ครับ” เสียงดังฟังชัดแน่วแน่“นะโมไปเที่ยวสวนสัตว์สิคะ มีสัตว์น่ารักๆ เยอะแยะเลย ให้แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์พาไป”“นะโมรู้ ถ้านะโมไป คุณแม่ก็แต่งตัวโป๊ๆ อีก”“ชอบแต่งตัวโป๊กัน ต้องให้ลูกดุ” แบล็คเวลส์หรี่ตามองคนเป็นแม่ เผลอเป็นต้องใส่ชุดโชว์ผิวเนื้อเนียน“คุณป๊าจะตามใจคุณมี้แบบนี้ไม่ได้นะครับ ต้องหัดห้ามบ้าง ไม่ใช่ให้ลูกต้องคอยจัดการตลอด” แมกซ์เวลส์ต่อว่าคนเป็นพ่อ ที่ต้องโดนลูกหลงไปด้วย ข้อหาตามใจแม่มากเกินไป“ครับ” คำเดียวเท่านั้นที่ไนล์จะขอตอบลูกชาย ไม่เช่นนั้นโดนบ่นหูชากว่านี้แน่นอน “เปลี่ยนชุดแล้วก็ไปถ่ายรูปกันต่อได้เลยครับ” เมื่อเปลี่ยนชุดที่พวกตนพอใจแล้ว ก็อนุญาตให้เล่นน้ำได้“มีลูกเหมือนมีพ่อ” มารินกระซิบกับโมนา“ผัวยังไม่หวงขนาดนี้”“ได้ยินนะครับ” สามลูกชายจอมหวงแม่บอกเป็นเสียงเดียวกัน ไม่มีแววล้อเล่นอยู่เลยมารินกับโมนาหันไปยิ้มแหยให้ลูกชาย ก่อนจะไปถ่ายรูป โดยที่ไนล์ยังคงเป็นตากล้องเดนิสกับน้ำมนต์นอนกอดก
“น้องนะโมะมานี่” เดนิสกวักมือเรียกน้ำมนต์“ไม่ไปหยอก” คนถูกเรียกกอดอกหน้างอเง้าบ่งบอกว่าไม่พอใจสุดๆ“ไม่มาหยอ ไม่เย่งด้วยแปกพังปีเยยนะ” คนเรียกเท้าเอวไม่ได้ดั่งใจ พร้อมข่มขู่“ไม่เย่งด้วยแปกพังชาติไปเยย” คำขู่ไม่ได้ผล ถ้าเรียกกันแบบนี้ไม่ต้องเล่นกันแปดพันชาติไปเลย แค่แปดพันปีมันน้อยไป“...น้องคงฉวยมานี่” เดนิสใช้ความคิดเพียงครู่ จึงเรียกน้ำมนต์อีกครั้ง“คงฉวยมาแย้ว มาแย้วๆ” ความขุ่นเคืองพลันหาย แทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง รีบลุกแล้ววิ่งไปหาคนเรียก“ต้องเยียกน้องคงฉวยถึงมา” คนพี่มองค้อนคนอายุน้อยกว่า“ก็หนูเป็งคงฉวย เกิดมาฉวยเยย ฉวยฉุดๆ” น้ำมนต์พูดอย่างมั่นใจในความสวยของตัวเอง ที่สวยมาตั้งแต่เกิด“แต่พี่เป็งคงฉวยที่ฉุดในจักวาง” เรื่องความสวยยอมกันไม่ได้ ตนนั้นสวยที่สุดในจักรวาล“หนูชวยฉุดในจักวางแย้ว คุงแม่บอกหนูชวยฉุดในจังวาง” น้ำมนต์ไม่ยอมให้ใครสวยเกินกว่าตนเอง เพราะแม่บอกตนสวยที่สุดในจักรวาล“พี่ฉวยฉุดในจักวางก่อง” เดนิสยอมไม่ได้ ตนเป็นพี่ย่อมสวยที่สุดในจักรวาลก่อน“หนูฉวยฉุดในจักวางก่า” ไม่มีทีท่าว่าน้ำมนต์จะยอมสวยน้อยกว่า เพราะตนนั้นสวยที่สุดในจักรวาลกว่า“พี่ฉวยฉุดในจักวางคงเดียวก่อง
“พี่เกมพูดไม่เพราะฉิบๆ คำ ต้องโดงทำโทษฉิบๆ ที” ทุกครั้งที่เกมเรียก ไอ้โฮป มัน เดนิสจะนับไว้ แต่บางทีก็นับไม่ทันเพราะคนพี่พูดเร็ว ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ แล้วหย่อนตัวลงมาอีกครั้ง วิ่งไปยังกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง หยิบค้อนบี๊บมาตีพี่เกมรัวๆ“ที่นั่งเงียบคือนับว่าพี่พูดไม่เพราะกี่คำเหรอครับ”“ช่าย~~”“แต่วันนี้เดนิสไม่ได้เป็นคุณครูนะครับ”“หมอดุได้”“เป็นหมอทำไมใช้ค้อนล่ะครับ”“เป็งหมอก็ใช้ค้องได้ หมอมีค้อง พี่เกมห้ามเถียง น้ามิยาเป็งหมอ นี่หยางหมอ” ตนเป็นหลานสาวของคุณหมอมิรา หมอก็มีค้อนและใช้ค้อนได้ “หลานคุณหมอนี่เอง แบบนี้ใครจะกล้าเถียง” เกมเอ็นดูเป็นพิเศษตรงที่มีการห้ามเถียงนี่ละ“พี่ยืนยันได้ครับ ก่อนผ่าตัด พี่เห็นค้อนด้วย” โฮปไม่ได้พูดเอาใจเด็กน้อย แต่เขาเห็นค้อนจริงๆ เป็นค้อนสำหรับทางการแพทย์“พี่จ๋าเป็งพะยาดได้”“พยานครับ” โฮปแก้ทันควัน จากพยานกลายเป็นพยาธิเสียอย่างนั้น“ฮ่าๆๆๆ” จากกำลังโมโห โซดาก็หัวเราะได้เพราะความน่ารักของเดนิสโซดาเล่าเรื่องวุ้นให้พิชชี่กับทัชฟังอย่างถึงพริกถึงขิง ทำให้คนที่หลีกหนีการปะทะบ่นอุบ เกิดอยากปะทะขึ้นมาเสียอย่างนั้น มีอย่างที่ไหน ให้แฟนเก่าช่วยรับ
รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะของความสนุกสนานพลันหายเมื่อเห็นผู้มาใหม่ ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะมา เพราะตั้งแต่เลิกกับโฮปไป ก็ทำเรื่องย้ายไปเรียนสาขาเดียวกับแฟนใหม่“พี่จ๋าอ้ำๆ” เดนิสมองผู้มาใหม่เพียงแวบเดียว ก็ตั้งใจป้อนผลไม้พี่โฮปต่อ ไม่ทักทาย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตน“เห็นโพสต์ในเฟซก็เลยแวะมาเยี่ยม” แม้จะไม่ได้เรียนสาขาเดียวกันแล้ว แต่วุ้นก็ยังเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ จึงเห็นความเคลื่อนไหว“แค่มาเยี่ยมจริงๆ เหรอ”“ทำไมพิชชี่ถึงถามวุ้นแบบนั้น”“เห็นว่าเลิกกับแฟน คงไม่คิดจะกลับมาหาโฮปหรอกนะ” พิชชี่ไม่ได้ขุ่นเคืองที่เลิกกับโฮป แต่เป็นเพราะหลังจากนั้นวุ้นทำเป็นไม่รู้จักพวกตนก่อน“พิชชี่น่ะคิดมาก อย่างวุ้นไม่มีทางกลับมาหาโฮปหรอก”“ถ้าโกรธที่เจอแล้วไม่ทักก็ขอโทษด้วย ตอนนั้นบิ๊กไม่อยากให้สุงสิง...”“ไม่อยากให้สุงสิงกับแฟนเก่า รวมทั้งเพื่อนของแฟนเก่า เข้าใจถูกไหม”“ก็ประมาณนั้นแหละ”“เป็นแบบนี้นี่เอง เหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่อยากเข้าใจ มีใครจะเอาอะไรไหม จะลงไปมินิมาร์ท” พิชชี่กระแทกเสียง ก่อนจะลุกขึ้นยืน คำขอโทษไม่ได้ทำให้ความขุ่นเคืองจางหาย และพอจะเดาจุดมุ่งหมายการมาของวุ้นได้“นิกเอาหนม
“เดนิสร้อยอาชีพมาอีกแล้ว” แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์ทำหน้าเอือมระอาทันทีที่เห็นน้องสาวอยู่ในชุดเสื้อกาวน์ แต่ใส่หมวกพยาบาล แล้ววันนี้เพิ่มพร็อบเป็นแว่นตาคงแก่เรียน กรอบแว่นหนาเตอะ“พร้อมดูแลพี่จ๋ามากลูกสาวคุณป๊า” มารินพูดยิ้มๆ พลางส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับลูกสาว เมื่อคืนกลับถึงบ้านก็เตรียมของที่จะเอาไปเฝ้าคนเจ็บ เช้าก็ตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า“เข็มอันใหญ่ไม่ต้องเอาไปหรอกครับ ถ้าโดนขาพี่โฮป ได้ผ่าตัดอีกรอบแน่” ไนล์รู้ว่าต้องอ้างถึงพี่โฮป ลูกสาวถึงจะยอมทำตามโดยง่าย“จริงหยอคะ” ตากลมเบิกกว้าง โยนเข็มฉีดยาอันยักษ์ทิ้งทันที“แล้วจะไปชุดนี้จริงๆ เหรอคะ เราต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตกันอีกนะ”“ไปชุดนี้ได้ นิกฉามาด”“โอเคค่ะเดนิสสามารถ” เมื่อลูกสาวสามารถใส่ชุดนี้เดินซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ ก็ป่วยการพูดเปล่าๆ ยังไงก็ต้องรั้นใส่ไปให้ได้“แล้วทำไมต้องใส่แว่น หรือเป็นคุณครูด้วย” แมกซ์เวลส์สงสัย ปกติจะใส่แว่นก็ต่อเมื่อสวมบทบาทเป็นครู“ตานิกตุ่ย” เดนิสถอดแว่นให้พี่ชายได้เห็นดวงตาที่บวมตุ่ย เพราะเมื่อวานร้องไห้อย่างหนัก“ร้องไห้ขนาดนั้นก็ควรตุ่ยอยู่หรอกค่ะ”“ไปเอาเจลเย็นมาให้เดนิส ขึ้นรถจะได้ประคบตา” ไนล์







