Mag-log in11 งูเกล็ดเลื่อย
เปลือกตาหลุบลงมองกลางลำตัว ท่อนแขนคล้ำเข้มพาดลงน้ำหนัก ลองจับยกขึ้นแล้วรอ ถอนหายใจโล่งอกแล้วยกออกจากลำตัว มุมปากเผยรอยยิ้มได้ใจก่อนสะดุ้งเมื่อเขาพลิกตัวนอนหงาย
ฟู่...
เธอคว่ำตัวค่อย ๆ คลานออกห่างจ้องจุดหมายคือม้าข้างแอ่งน้ำ ไม่มองไปด้านหลังอีก มุ่งหน้าเพียงหนีเท่านั้น !
ม้าอาหรับน้ำตาลอมแดงยืนนิ่งจ้องเธอราวกับสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ขอบฟ้าตะกายจนมาถึงตัวมันที่ทำเสียงฟืดฟาดพ่นลมใส่ตอนที่เธอปลดเชือก
“เอาน่า... อย่าดื้อเด็กดี”
ความคิดในตอนนี้มีเพียงต้องหนี เธอจับเชือกไว้ขณะโยนตัวขึ้น ไม่ทันได้ระวังตัว พลันเสียงกัมปนาทดังแทรกทะลุผ่านความมืด
ปัง ! ! ฮรี่รรรร
“ขอบฟ้า !” เสียงทุ้มตะโกนก้องหลังจากเสียงปืนจางลง
ร่างระหงทรุดฮวบลงทันทีตาเบิกโพลง ส่วนม้าอาหรับหนีกระเจิงไปแล้วด้วยความตกใจเสียงปืน แล้วยังตะกุยทรายเข้าหน้าเธอเต็ม ๆ
“โอ๊ย ! แย่แล้ว อย่าหนี ม้า...”
เธอมองซัลมานที่บัดนี้ยืนนิ่งกางขา ปืนสีดำในมือไม่ได้ทำให้เธอกลัวไปมากกว่าการที่ต้องอยู่ร่วมกับคนนี้อีกหลายวัน เธอเม้มปากมองทะเลทรายเห็นม้ายังอยู่ไกล ๆ ถ้าเธอวิ่งอาจตามทัน
“หยุด ! ! ขอบฟ้า !”
ซัลมานพยายามตะเบ็งเสียงขู่อีกครั้ง สบถในใจถึงความดื้อรั้น ทั้งก่นด่าตัวเองที่ปล่อยให้เธอลุกออกพ้นตัว ก่อนจะเบิกตาตกใจเมื่อเห็นเธอวิ่งหนีไปอีกทาง
บ้าจริง !
เขาสบถออกมา คิ้วขมวดด้วยความโกรธและกลัว วูบโหวงเมื่อเห็นเธอวิ่งไม่ดูทิศทาง ทะเลทรายยามค่ำคืนคือเพชฌฆาตดี ๆ นี่เอง
เขาออกวิ่งตามทันที พลันร่างเล็กสะดุดกองหินล้มลง จึงทำให้เขาผ่อนลมหายใจ
ตุบ !
ขอบฟ้าล้มคว่ำกลิ้งสองตลบแล้วลุกนั่ง ถดถอยหลังไปเรื่อย ๆ ด้วยใจระทึกหวาดกลัว เขาจ่อปืนมาทางเธอแน่วแน่ ดวงตาพยัคฆ์หรี่แคบ
“ขอบฟ้า !” เขากดเสียงราวกระซิบแต่แข็งกร้าว
“อย่า ฉะ ฉันไม่หนีแล้ว อย่านะ อย่ายิง” เธอเปล่งเสียงพร่าแหบ
แต่ขณะที่เธอกำลังตัวสั่น ร้องด้วยความกลัวเป็นครั้งแรก พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นคล้ายเสียงเลื่อยไม้ เธอหยุดชะงักทันทีแล้วจึงสังเกตว่าซัลมานไม่ได้มองเธอ
“หยุด ! อยู่นิ่ง ๆ” เสียงเขาเบาลงกว่าเดิม ทำท่าเดินย่องคล้ายล่าสัตว์ ทุกอย่างเงียบสนิท
หัวใจเธอหล่นวูบเลือดหดหายจากร่างกาย เธออยากจะหันกลับไปแต่ไม่กล้า เสียงเลื่อยไม้ยังดังไม่ห่าง และใกล้เข้ามาพร้อมร่างของซัลมานที่เครียดขึง
“ไม่มีอะไร แต่อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับ”
เธอเชื่อเขาสนิทใจในคราวนี้ ดวงตานักล่าพุ่งตรงไปด้านหลังเธอ เขาจ้องนิ่งก่อนจะดึงกริชออกมาจากข้างเอว ในเวลานี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ดวงตากวางเบิกกว้างเมื่อมือคล้ำเข้มง้างกริชขึ้นชั่ววินาที แล้วปาออกมาเฉียดพวงแก้มเธอปักยังด้านหลัง
ปึก ! !
ร่างของเธอแข็งค้างจ้องนิ่งแต่ร่างสูงใหญ่ของซัลมาน เขาผ่อนลมหายใจยาวแล้วเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวไปด้านหลัง
“งูเกล็ดเลื่อย”
เขาดึงกริชออกมาจากดินพร้อมซากงูยังไม่ตาย ตัวมันไม่ใหญ่มากนักยาวประมาณข้อศอก ลำตัวเรียวสีดำกำลังดิ้นรนหนีความตาย
“งะ งู” เสียงเบากระท่อนกระแท่น
เขาใช้อีกมือฉุดแขนเธอให้ยืนขึ้นแล้วดันไปด้านหลัง “งูเกล็ดเลื่อย เวลามันเลื้อย เกล็ดมันจะถูไปกับทรายเสียงดังเหมือนเสียงเลื่อยไม้”
เธอมองเขาสะบัดงูไปอีกด้านไกล ๆ พูดเสียงสั่น “ทำไมคุณไม่ฆ่ามัน”
“มันเป็นแค่สัตว์ในทะเลทราย และเราคือผู้บุกรุก อย่าอยู่ห่างกองไฟ ที่นี่งดงามแต่ซุกซ่อนความตาย”
“ฉัน...”
ร่างเธอสั่นเทาขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ฟันกระทบจนเกิดเสียง หญิงสาวสบนัยน์ตาเหยี่ยวที่อ่อนแสงลงพร้อมโอบแขนรั้งเธอเข้ามาใกล้
“คุณกำลังช็อกกับเหตุการณ์เฉียดตาย ไปนั่งที่กองไฟเถอะ”
ตอนนี้เธอยังตื่นกลัวกับเหตุการณ์สดใหม่ และท่าทีอ่อนโยนลงของซัลมาน ทำให้เธอทั้งสับสนหลากอารมณ์จนทรวงอกร้อนขึ้นกลายเป็นหยาดน้ำตา
“อือ ฮัก ฮัก”
ซัลมานหยุดชะงักทันที ให้เขารับมือกับหญิงปากจัดยังดีกว่าให้รับมือกับสาวเจ้าน้ำตา เสียงสะอื้นแต่ละครั้งมันบาดลงไปข้างในจิตใจ
“หยุดร้องได้แล้ว คิดหรือว่าร้องไห้แล้วผมจะปล่อยคุณไป” น้ำเสียงอ่อนลงขณะดึงเธอลงนั่งข้างกองไฟแล้วห่มผ้าคลุมให้
“ฉัน... ห้ามไม่ได้ ฮือ ฮัก ไม่รู้ทำไม แต่... มันอยากร้องไห้ ฮือ”
เขานั่งซ้อนหลังแล้วใช้ลำแขนโอบเธอไว้ ดันจนร่างระหงเอนซบแผงอกแล้วปล่อยให้ความเงียบเป็นตัวช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
“อื้อ อือ”
เธอยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลลงไปเรื่อย ๆ โดยมีไออุ่นอกแกร่งดั่งหมอนใบใหญ่ช่วยพักพิง ฟังเสียงหัวใจเขาเต้นแรงพร้อมลำแขนรัดเธอแน่นขึ้น
“ฉันดีขึ้นแล้ว” เสียงเธอพร่าจากแรงสะอื้น
“แต่ผมไม่ดีขึ้นเลยขอบฟ้า”
เส้นเสียงต่ำลงจนเธอวูบโหวง ความทรงจำคืนเดียวหวนกลับมาอีกแล้ว ไอร้อนด้านหลังคล้ายเพิ่มขึ้นรวมไปถึงแรงเต้นหัวใจ เธอเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
“อย่านะ” เธอปรามเสียงแหบแห้ง
“ทำไมล่ะ ไม่คิดถึงผมเหรอ”
เธอเงียบงัน คำว่าคิดถึงคงน้อยเกินไป แต่เธอจะไม่พูดมันออกมาเพื่อให้เขาได้ใจ
“ผมคิดถึงคุณ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผมไม่เคยลืม”
“คุณจงใจในคืนนั้นใช่ไหมซัลมาน...”
ซัลมานนิ่งเงียบแต่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น เธอขืนตัวผละออกแต่เขายังรั้งไว้พลางกระซิบแผ่วเบา
“คุณแค่ต้องปล่อยวาง บางครั้งเราไม่อาจเอาเหตุผลนำทาง”
“อย่างเช่นที่คุณกำลังทำอยู่อย่างนี้เหรอ คุณลักพาตัวฉันมาจากพิธีแต่งงาน คุณจงใจทำมัน แม้ฉันยังไม่แน่ใจนักว่าเพราะอะไร”
ลำแขนเขารัดแน่นขึ้นเกยคางบนศีรษะพ่นลมระบายความหนักอึ้งออก มีหลายเรื่องที่เขาบอกเธอไม่ได้ ยังไม่ใช่ในเวลานี้ เขาจึงเลือกที่จะเงียบต่อไป ให้เธอรู้น้อยที่สุดอาจจะดีกว่า
“เราจะพักกันอีกสักพักแล้วเดินทางต่อ”
“แต่เราเพิ่งจะได้พัก”
“เราช้าไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าชีคมูซาจะรู้ว่าคุณหายไป” เขาเปรยเสียงเรียบก่อนจะผิวปาก
วี้ดดดดดด
ขอบฟ้าเบิกตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงตะกุยทราย ก่อนที่จะมองเห็นลำตัวสีดำทะมึนแทรกผ่านความมืดใกล้เข้ามาทุกขณะ
“คุณหนีไม่พ้นหรอก เจ้าจาริมจะกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงผิวปาก”
เธอสั่นสะท้านแปลก ๆ ยามได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะ ความทุ้มพร่าต่ำเสียจนทะลุเข้าไปข้างใน
ไม่นะขอบฟ้า… อย่าได้ตกหลุมพรางเขาอีก !
เธอตกใจกับความคิดของตัวเอง เขาเป็นอสูรร้ายทะเลทราย จอมหลอกลวง
เขาไม่ได้ช่วยชีวิตเธอเพราะตัวเธอ อย่าลืม ! !
และแม้ว่าเซ็กซ์เขาจะยอดเยี่ยมหรือหล่อแค่ไหน แต่เขาเป็นคนร้าย
เธอเน้นย้ำกับตัวเอง เธอต้องกลับไปทำหน้าที่ อย่าปล่อยให้มนตร์ขลังทะเลทราย และความมีอิสระเสรีมาทำลายครอบครัว
“เราต้องอ้อมเพื่อหลอกท่านชีค อาจทำให้ถึงจุดหมายช้าแต่เชื่อผมได้เลย พรุ่งนี้เช้าพระสวามีคุณจะระดมคนค้นหา”
พระสวามี...
คำนี้ทำให้เธอนิ่งอึ้ง ทบทวนบางสิ่ง เขาจะพาเธอไปที่ไหนหรือเพราะอะไร เธอมองเปลวไฟตรงหน้าแสงสว่างเดียวในเวลานี้
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต




![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


