แชร์

10 กลิ่นราตรี

ผู้เขียน: พริมริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-22 14:26:40

10 กลิ่นราตรี

“เรียกฉันว่าท่านพี่”

เสียงทุ้มเย็นเยียบและสายตาเย่อหยิ่งเย็นชาขณะจ้องเขาในวัยสิบปี เราทั้งคู่ห่างกันแค่หนึ่งปี ทว่าความต่ำต้อยกลับห่างไกลราวอยู่คนละซีกขอบฟ้า

เขานอนบนพื้นทรายร้อนระอุในลานฝึกของพระราชวัง มือเล็กกำแน่น ฝุ่นทรายติดแก้มทั้งสองข้าง มุมปากปะแล่มรสเลือด

“ทำไมฉันต้องเรียกคนที่เกลียดตัวเองว่า... พี่”

เสียงเล็กยังไม่แตกพานตะโกนกร้าว ทว่ามันคงดูน่าขันสำหรับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์

“เกลียด ? ฮ่ะ ฮ่า” มูซาแค่นหัวเราะ “นี่คิดว่าฉันใส่ใจนายมากพอที่จะเกลียดงั้นหรือ ?"

นัยน์เนตรดำสนิทวาวโรจน์ โน้มตัวเหนือร่างเขา ก้มตัวลงประชิดใบหน้าซัลมาน พ่นลมหายใจออกมาดั่งสัตว์ร้าย กดเสียงต่ำพร่าลอดไรฟัน

“นายมันแค่เลือดเนื้อของหญิงคนหนึ่ง... คนที่แม่ฉันไม่เคยนับว่าเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ”

อุ้งมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อทว่าเขากลับไม่รู้สึก เพราะความเจ็บปวดรวดร้าวข้างในโถมทับมากกว่า เลือดผสมชาวเบดูอิน เผ่าบานีริยาฮ์ แม่เขาคือพระชายาคนที่สี่ หมากการเมืองเช่นคนอื่น

เขารู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์ ไม่มีที่ทางแท้จริงในวังนี้

ไร้ตัวตนท่ามกลางหมากเบี้ยหัวทองอันสูงส่ง

“ฉันจะไม่อยู่ใต้เท้านาย” ซัลมานกัดฟันแน่น “ฉันจะเป็นอิสระจากวังนี้ นายจะไม่มีวันมีอำนาจเหนือฉัน !”

“อิสระ ? เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะไอ้เบดูอิน”

มูซาแสยะยิ้ม เตะทรายกระแทกหน้าซัลมาน ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ลูกกษัตริย์อีกคนนอนอยู่กลางลานฝึกเพียงลำพัง

ซัลมานขยับเปลือกตาขึ้น กองไฟกลางลานทรายโชติช่วงร้อนแรงดั่งทรวงอกเขาในเวลานี้ สุมด้วยเพลิงโทสะที่โดนกระทำต่อตัวเองและเผ่าที่รัก ปั่นป่วนจากภาพเด็กห้าขวบที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเหยียดหยาม

นัยน์ตาทองหม่นแสงเพียงครู่ก่อนจะวาววับ ขยับมุมปากคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ใช่

“สัมปทานน้ำมัน ฉันไม่ให้นายได้มันไปง่าย ๆ ไม่มีวันที่นายจะทำลายเผ่าบานีริยาฮ์ เผ่าของแม่ฉัน ทุกอย่างที่นายจะได้... ไม่มีอีกแล้ว”

เขากระชับท่อนแขนเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่มีทางหลบหนีได้

เธอคือหลักประกันเดียวทั้งหมดของเผ่าบานีริยาฮ์

และเธอเป็นของฉัน...

เวลาเคลื่อนผ่านเมื่อความอ่อนล้าทำให้ซัลมานนอนหลับไปเช่นกัน ปล่อยให้ความเงียบงันแห่งท้องทะเลขับกล่อมพวกเราทั้งคู่ราวกับมารดา

แต่ถึงแม้ว่าจะอ่อนเพลียมากเพียงใด ภายในจิตใจของขอบฟ้าที่ตึงเครียดทำให้เธอนอนฝันร้าย

เฮือก... ดาว...

ขอบฟ้าสะดุ้งตื่นขึ้น ตาเบิกกว้างตระหนกทอดสายตาเห็นเพียงท้องฟ้า เนินทรายเวิ้งว้างสว่างด้วยแสงจันทร์ครึ่งเสี้ยว

ดาว... ความสงสัยค้างคาอยู่ในใจ

ทันทีที่ลืมตาความคิดก็พลันวกไปยังน้องสาวที่เธอไว้ใจ ทิ้งตัวลงก่อนจะพบว่าหมอนที่เธอหนุนคือท่อนแขนของใครบางคน

ซัลมาน !

เธอเบิกตาขึ้น สัมผัสแผงอกอุ่นจัดด้านหลังกระเพื่อมเป็นจังหวะอ่อนเบา ทำให้เธอผ่อนลมหายใจว่าเขาหลับสนิท วางมือทาบท่อนแขนกำยำกลางลำตัว ขนลุกยามลมหายใจกลิ่นมินต์กระทบด้านหลังท้ายทอย

ทำไมเธอจึงรู้สึกอ่อนไหว เขามันชั่วร้าย

ทว่ากลิ่นราตรีในความเวิ้งว้างพาให้เธอคล้ายอยู่ในห้วงฝัน เหม่อลอยมองความงดงามของดวงดาวนับล้าน เกิดความลังเลขึ้นชั่ววูบ

ถ้าเธอไปกับเขา เธอจะเป็นอิสระ

แต่สัมปทานน้ำมันและครอบครัว...

เธอเกลียดความรู้สึกตัวเองในตอนนี้ เธอกำลังรู้สึกดีเมื่อคิดว่าสามารถทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง แล้วหายไปกับความเวิ้งว้างตรงหน้า

ทว่าภาพดวงหน้าร้าวรานและหวาดกลัวของพ่อกับแม่ ผุดเข้ามาทีละภาพ และที่สำคัญใบหน้าโหดเหี้ยมเย็นชาของชีคมูซา

เธอสูดลมหายใจขับไล่ความกลัวที่พาให้ร่างกายวูบโหวง ชีคมูซาจะไม่ปล่อยให้ทุกคนรอดชีวิต

ลูกต้องช่วยพ่อ... ฟ้า เราต้องการลูก

เธอมีหน้าที่ ความรับผิดชอบ ไม่ว่าพ่อกับแม่จะรักเธอน้อยกว่าน้องสาว ไม่ว่าเธอจะถูกน้องสาวทรยศ เธอยังคงรักครอบครัว เธอจะไม่ยอมให้อะไรมาทำร้ายครอบครัวเธอได้

เธอต้องหาทางกลับไป ชีคมูซาต้องได้สัมปทานน้ำมัน เพราะมันคือหลักประกันครอบครัวเธอ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ารักใต้เงาทราย   17 จุดหมายเดียวกัน

    17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ

  • ล่ารักใต้เงาทราย   16 รอมาลซาฮารา

    16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน

  • ล่ารักใต้เงาทราย   15 ยากจะประสาน

    15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ

  • ล่ารักใต้เงาทราย   14 เพชรฆาตในคราบชีค

    14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร

  • ล่ารักใต้เงาทราย   13 วันพระราชพิธี

    13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา

  • ล่ารักใต้เงาทราย   12 สันเนินทรายนูนสูง

    12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status