Mag-log in[โฮสต์ได้รับคะแนนรักษาคาแรคเตอร์: นางร้ายสายบวก 500 คะแนน! สนใจจะเปิดร้านค้าตอนนี้เลยไหม?] เสียงระบบดังขึ้นอย่างกระตือรือร้นผิดปกติ จนหว่านฉิงที่กำลังเดินอยู่เผลอโพล่งออกมาอย่างลืมตัว
“แกพูดจริงเหรอ!? ไหนบอกต้องสะสมคะแนนอีกนานไง ถึงจะเปิดร้านค้าได้”
เหมือนกับนางจะลืมไปว่ามีองครักษ์หนุ่มคู่ใจทั้งสองติดตามมาเช่นเงา บุรุษร่างกำยำทั้งสองชะงักฝีเท้า พลางสบตากันอย่างงุนงงสงสัย
“นายหญิง... ท่านคุยกับผีบ้าอีกแล้วหรือขอรับ?”
เหวินจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจระคนอ่อนใจ นายหญิงของพวกเขามักโต้ตอบกับอากาศธาตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนางเองก็เลือกที่จะบอกความลับนี้เฉพาะกับคนสนิทเท่านั้นว่า... นางกำลังคุยกับ ‘ผีบ้า’ ตนหนึ่งอยู่
หว่านฉิงที่เพิ่งนึกได้ว่าปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม รีบดึงสีหน้ากลับมาในพริบตา “อื้ม... พวกเจ้าส่งข้าแค่นี้ก็พอ ข้าจะเข้าห้องพักแล้ว ห้ามใครขึ้นมาวุ่นวายในชั้นห้า หากข้าไม่ลงไปเรียก อย่ามารบกวนข้าเป็นอันขาด”
“ขอรับนายหญิง!”
องครักษ์ทั้งสองยกมือประสานรับคำสั่งอย่างเคร่งครัดแล้วจากไป
-------------
“คุณหนู... เจ้าต้องช่วยข้า...” น้ำเสียงแหบพร่าของบุรุษร่างสูงกำยำที่พุ่งเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงทำเอาหว่านฉิงสะดุ้งโหยง นางหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์ราคะ ขณะที่เขาซุกไซ้ลงตรงซอกคอขาวระหง มือหนาอีกข้างคว้าหมับเข้าที่เอวและสะโพก
“คุณชายตั้งสติก่อน! ในห้องข้ามียาถอนพิษกำหนัด... ที่นี่เป็นหอนางโลม เรื่องแค่นี้ข้าจัดการได้ ช้าก่อน...” นางดิ้นลนลาน พยายามจะผลักอกแกร่งออกโดยสัญชาตญาณ ทว่าด้วยแรงของบุรุษตัวโตที่กำลังคลุ้มคลั่ง ยากเกินกว่านางจะดิ้นรนขัดขืน
[จะไล่หนุ่มหล่อระดับ SSS+ ไปทำไมกันโฮสต์? กว่าข้าจะวางแผนไล่ต้อนเขาขึ้นมาจนถึงห้องพักของท่านได้เนี่ย มันโหดหินมากเลยนะขอรับ!]
ไม่ทันขาดคำดี บานประตูก็ถูกกระแทกออกอีกครั้ง บุรุษในอาภรณ์สง่างามอีกสองคนมุ่งตรงมายังนางด้วยท่าทางหิวกระหายไม่ต่างจากคนแรก
[ในที่สุดก็มากันครบ ระบบอัญเชิญตัวละครเอกของเรื่องมาถึงที่แล้วขอรับ... เอ้า! ส่งยิ้มหวานให้บรรดามือสังหารที่จะปลิดชีพโฮสต์ในตอนจบหน่อยเร็ว!]
‘ไอ้ระบบเฮงซวย! แกพาพวกเขามาในสภาพซอมบี้หิวโซพร้อมรุมกินโต๊ะฉันขนาดนี้ จะไม่ช่วยอะไรเลยหรือไง!’ หว่านฉิงสบถลั่นในใจ ขณะที่ต้องรับมือกับอ้อมกอดอันร้อนรุ่ม หนุ่มรูปงามเข้ามารุมกอดรัดนางอย่างไม่ใคร่เกรงใจ
[โฮสต์จะยอมยกสิทธิ์นี้ให้นางเอกหรือขอรับ? น่าเสียดายออกนะ... จำพวกสแตนดี้และฟิกเกอร์หนุ่มหล่อที่โฮสต์สะสมไว้ในคอนโดฯ ได้ไหม? ทั้งท่านแม่ทัพหรงเยว่ผู้เคร่งขรึม เสนาบดีน้อยเจ้าเล่ห์ติดหูแมวขี้อ้อน โปสเตอร์ขนาดเท่าตัวจริงรุ่นลิมิเต็ดของรุ่ยอ๋อง โฮสต์ต้องปาดเหงื่อทำงานสายตัวแทบขาดถึงสามเดือนกว่าจะได้มาครอบครอง... แต่นี่คือตัวเป็นๆ มาบริการให้ถึงที่เชียวนะขอรับ!]
หว่านฉิงชะงักกึก... ชื่อ ‘รุ่ยอ๋อง’ กระแทกเข้ากลางใจของนางอย่างจังจนลืมไปว่ากำลังถูกลวนลาม
[ไหนๆ ก็จะตายเพราะพิษเย็นอยู่แล้ว อย่าเล่นตัวไปเลยขอรับ ข้าเห็นด้วยกับองค์ชายสามแคว้นเป่ยเหลียงนะ... ลุยเลยโฮสต์!]
‘นี่แกเป็นระบบ 18+ หรือไงกันเนี่ย?’ หว่านฉิงถามกลับในใจ ระบบก็พลันตอบรับอย่างภาคภูมิใจ
[ถูกต้องขอรับ! แล้วเรื่องนี้ก็เป็นฮาเร็มในฝันของสาว ๆ แต่โฮสต์ไม่ต้องเป็นกังวล ระหว่างช่วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็ม ระบบจะทำการเซนเซอร์และปิดตัวลงชั่วคราว เชิญโฮสต์เสพสมกับบรรดา ‘เมน’ ที่ชื่นชอบให้เต็มอิ่มได้เลยขอรับ!]
‘ฉันรักแกก็วันนี้แหละ! ไอ้ระบบที่น่ารัก แกมันฉลาดปราดเปรื่องที่สุด ฉันสัญญาว่าจะไม่ด่าแกโง่เป็นสมองหมูอีกแล้ว!’ หว่านฉิงตาเป็นประกายวาววับ ความเจ็บปวดจากพิษเย็นดูเหมือนจะบรรเทาลงทันทีเมื่อเห็นกล้ามเนื้อแน่นๆ ใบหน้าหล่อเหลาระดับดาราซีรีส์ใหญ่ของหนุ่มในชุดโบราณ เรือนผมดำขลับยาวลู่ไปกับแผ่นหลัง บนมวยผมปิ่นด้วยหยกราคาแพง
หล่อน่าขย้ำทั้งสามคน! จะเลือกรูทไหนดีเนี่ย เลือกไม่ได้ก็เหมาหมดเลยได้ไหม!?
[เก็บอาการหน่อยโฮสต์! อย่าลืมรักษาคาแรคเตอร์นายหญิงแห่งหอหงเหมยผู้หยิ่งทะนง... น้ำลายโฮสต์ไหลแล้ว... โอ้... นั่นเลือดกำเดาไหลตามมาขอรับ!]
หว่านฉิงได้กลิ่นคาวเลือด นางยกมือปาดจมูกตัวเองไม่ทันไร ก็สบเข้ากับนัยน์ตาคู่คม...
แสงเทียนในห้องสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่สมบูรณ์แบบจนนางแทบหยุดหายใจ
บุรุษเบื้องหน้านางมีโครงหน้าคมชัดราวถูกแกะสลักอย่างประณีตจากหยกเนื้อดีที่สุด คิ้วเรียวยาวพาดเฉียงรับกับนัยน์ตาคมกริบ ดวงตาคู่หวานคมของเขาราวซุกซ่อนประกายดวงดาวอันลึกลับชวนให้ลุ่มหลง
ในยามที่ต้องฤทธิ์ยาพิษกำหนัดเช่นนี้ นัยน์ตาของเขากลับสั่นระริก ประหนึ่งจะอ้อนขอบางสิ่งจากนาง
หว่านฉิงหลุบตามองสันจมูกโด่งคมเป็นเส้นตรงลงมาถึงปลายที่งุ้มเชิดขึ้นเล็กน้อยพองาม รับกับขอบปากหยักลึกสีแดงระเรื่อดุจกลีบกุหลาบ เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อน เอ่ยเสียงพร่า “ช่วยข้าด้วย แม่นางน้อย...”
นี่มันยิ่งกว่าฟิกเกอร์สเกลใหญ่ที่ฉันซื้อมาในราคาโคตรแพงเสียอีก! งานพรีเมียมระดับพระเจ้าสร้างชัดๆ!
นางเบิกตากว้างตะลึง ทว่ายังไม่ทันได้ซึมซับความงามของหยกสลักตรงหน้า ร่างของนางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนตัวลอยคว้างไปอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของบุรุษอีกคนหนึ่งซึ่งจู่โจมเข้ามาอย่างดุดัน!
“ว๊าย... คุณชาย! ใจเย็น ๆ ก่อน พวกท่านจะรุมทึ้งข้าเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ!”
บุรุษผู้นี้คือ ‘แม่ทัพไป๋หรงเยว่’ ผู้มีกลิ่นอายคละคลุ้งไปด้วยไอสังหาร กลิ่นเหงื่อไคลอันเย้ายวน รูปร่างกำยำล่ำสัน สูงสง่าดุจขุนเขา ผิวสีน้ำผึ้งครัดเคร่งไปด้วยกล้ามเนื้อที่แน่นขนัดเข้ารูปไปกับอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดี
หว่านฉิงได้รับการแจ้งเตือนภารกิจจากระบบก่อนที่เสนาบดีหนุ่มจะก้าวเท้าเข้าสู่หอหงเหมยเสียด้วยซ้ำ นางสวมเครื่องแต่งกายสวยงามทำจากผ้าแพรต่วนสีสันอ่อนหวานอย่างคุณหนูผู้ดี เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันลุ่มลึกในฐานะนายหญิงใหญ่ เพื่อรอรับการมาถึงของเขาอย่างใจเย็นเมื่อเยี่ยนเฉิงแจ้งข่าวเรื่องตำแหน่ง ‘อาจารย์พิเศษที่ปรึกษาฝ่ายใน’ นางจึงตอบรับข้อเสนอแต่โดยดี ทว่ายังคงไว้ซึ่งจุดยืนที่เด็ดขาด“ข้ายินดีจะเข้าวังไปช่วยขัดเกลาเหล่านางสนมเพียงบางเวลาในช่วงกลางวันเท่านั้นเจ้าค่ะ ทว่าพอตะวันตกดิน... ข้าต้องรีบกลับมาสะสางกิจการของข้าต่อ” นางเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง มองเสนาบดีหนุ่มในชุดสีครามอย่างคุณชาย “ข้ามิได้มีเพียงหอหงเหมยแห่งนี้ ยังมีโรงน้ำชาอีกแห่งที่ต้องคอยดูแลมิให้ขาดตกบกพร่อง ข้ามีกิจการหลายอย่างในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”เยี่ยนเฉิงแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาจิ้งจอกเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “โรงน้ำชาที่ใดบ้างหรือขอรับ? ท่านพี่ทั้งสองคอยตามสืบเรื่องของท่านมาพักใหญ่แล้ว แต่อาเยี่ยนมิกล้าจะล่วงเกินความเป็นส่วนตัวของเจี่ยเจียเลยสักนิด... ได้ยินเช่นนี้ข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ”“อาเยี่ยน ท่านเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ
“ท่านเว่ยเฉิง ฮ่องเต้น้อยเริ่มเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว ข้าคิดว่าเรื่องนางสนมในวังหลังควรจะรื้อระเบียบใหม่เสียที...”“ใต้เท้าหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”“ก็หมายความว่า...” เยี่ยนเฉิงเว้นวรรค น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบจริงจังตามฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรม “นางสนมที่อายุมากขึ้นทุกวัน แม้ท่านอ๋องจะมิได้สั่งประหารไปพร้อมกับพระสวามีเดิมของนาง ควรคัดออกให้พ้นวังได้บ้างแล้ว เรื่องนี้พวกขันทีมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”รองเสนาบดีลูบเคราสาก พลางนึกถึงฮ่องเต้น้อยที่ยามนี้เริ่มเติบใหญ่ อีกไม่นานนักก็จะถึงวัยอันเหมาะสมต่อการแต่งตั้งฮองเฮาและคัดเลือกพระสนมตามจารีตประเพณี โดยมีขุนนางกรมพิธีการประสานงานร่วมกับเหล่าขันทีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัด“ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของนายหญิงแห่งหอคณิกามามิใช่น้อย จึงเกิดความคิดว่า... นอกเสียจากจะเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีมีศีลธรรมแล้ว ศาสตร์แห่งการปรนนิบัติสามีก็เป็นเรื่องสำคัญที่มิอาจละเลยได้เช่นกัน”“อื้ม... จริงของใต้เท้า หากจักรพรรดิทรงตรากตรำกับราชกิจจนคร่ำเครียดเกินไป ทรงเบื่อหน่ายในรสรักจนไร้ทายาทสืบสกุล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของแผ่นดิน”“ท่านเว่ยเฉ
คดีพิษเย็นที่คร่าชีวิตเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่และประชาชนไปถึงห้าคน ทางราชสำนักมิอาจอยู่นิ่งเฉย ทว่าคงต้องสืบสวนจนแน่ใจเสียก่อนว่าองค์ชายจิ่งเหยียนกระทำการโดยพลการ ด้วยการนำยาพิษเข้ามาในฉางอัน และทางเป่ยเหลียงมิได้มีส่วนรู้เห็นด้วย“ข้าเห็นท่านอาทุ่มเทให้นายหญิงในหอหงเหมย ร้อนใจอยากจะได้ยาถอนพิษให้นางนัก หากวันหนึ่งข้าต้องลงนามในราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างท่านอาและนาง เกรงว่าราชสำนักคงจะลุกเป็นไฟ”รุ่ยอ๋องแค่นยิ้มที่มุมปาก “หากถึงวันนั้นจริง ข้าจะเป็นคนดับไฟนั่นเอง ฝ่าบาทมิต้องกังวล”สองอาหลานต่างสายเลือดสบตากันด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งในอดีตหล่อหลอมให้ทั้งคู่กลายเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดในราชสำนัก จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีเสนาบดีหน้าไหนกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดและฮ่องเต้น้อยอย่างแท้จริงทว่าเบื้องหลังแผนการสมรสที่ดูประหนึ่งหวังดีต่อแผ่นดินครานี้ กลับซ่อนเร้นเกมอำนาจอันเลือดเย็น เนื่องด้วยหรงเยว่กุมกำลังทหารส่วนใหญ่ไว้ในมือ หากปล่อยให้หัวใจของแม่ทัพใหญ่ผูกติดอยู่กับสตรีที่ยากจะควบคุมอย่างหว่านฉิง ย่อมเป็นความเสี่ยงต่อราชบัลลังก์ที่เขามิอาจยอมรับ
ยามนี้หรงเยว่ต้องเผชิญหน้ากับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเป็นดั่งรักแรกอันใสซื่อในวันวาน กับหว่านฉิง... สตรีผู้บอบช้ำทว่าเย้ายวนและเข้มแข็ง ทั้งยังผ่านค่ำคืนเร่าร้อนคืนแรกมาด้วยกัน เขาถือถ้วยชาด้วยมือที่ไร้ความมั่นคง ยกมันขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า“ท่านพี่หรงเยว่ดูองอาจขึ้นจนน้องจำแทบไม่ได้เลยเจ้าค่ะ” องค์หญิงมู่อวี่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยพูดจา นางรินชาด้วยท่าทีแช่มช้อย “ยามอยู่ที่เป่ยเหลียง ข้าเฝ้าติดตามข่าวคราวในสนามรบของท่านอยู่เสมอ เมื่อทราบว่าท่านกำชัยชนะ ใจที่เคยวิตกกังวลก็เบาบางลงบ้าง”หรงเยว่รับจอกชามาถือไว้ ทว่ามิได้จิบในทันที นัยน์ตาคมกริบเพียงปรายมองปลายนิ้วที่สั่นน้อย ๆ ของนาง “องค์หญิงเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยล้าเอาการ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสองแผ่นดิน ข้าหวังว่าท่านจะสามารถพำนักในฉางอันได้อย่างสงบสุข”“หากมีท่านแม่ทัพคอยดูแล ข้าคงไม่กลัวสิ่งใด...” นางเงยหน้าสบตาเขาด้วยความหวัง ก่อนที่สายตาของนางจะพลันสบเข้ากับกระบี่ซึ่งเขาวางไว้บนเก้าอี้ไม้ข้างกายกระบี่เล่มนี้รวมถึงกระบี่จ้านหลูที่อยู่กับรุ่ยอ๋อง มิใช่อาวุธธรรมดาที่หาได้ทั่วไปตามร้
หรงเยว่จำต้องแบกความกังวลหนักอึ้งเข้าวังหลวงเพื่อจัดการภาระหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงานระหว่างแคว้นกับองค์หญิงซึ่งเขามิได้พบหน้ามาแสนนานเมื่อฝีเท้าหนักแน่นก้าวมาถึงเรือนรับรองแขกในด้านหลังพระราชวังหลวง เขาได้พบกับสตรีในอาภรณ์หรูหราประดับด้วยสีสันของดอกบ๊วยที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว“ท่านพี่หรงเยว่!” แววตาขององค์หญิงมู่อวี่ทอประกายแห่งความโหยหายินดีอย่างปิดไม่มิด นางรีบก้าวเข้าไปหาเขาจนชายอาภรณ์สีหวานสะบัดไหว “ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที ข้าเฝ้าตามหาตัวท่านอยู่นาน ข้าล่ะอุตส่าห์หลงนึกไปว่ายามที่ข้านั่งรถม้าเข้าสู่เมืองหลวง ท่านจะมารอรับข้าเสียอีก”“ช่วงนี้ข้ามีราชกิจรัดตัวนัก ขออภัยองค์หญิงด้วยที่มิได้ไปให้การต้อนรับ”“ไม่เป็นไร ๆ ในเมื่อท่านพี่หรงเยว่มาถึงแล้วก็เข้ามานั่งจิบชาด้วยกันก่อนเถิด เชิญเจ้าค่ะ”ท่าทางขององค์หญิงมู่อวี่แสดงออกชัดแจ้งว่ายินดีนักที่ได้พบสหายรักในวัยเยาว์ สำหรับนางแล้ว หรงเยว่คือรักแรก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นางยอมเดินทางไกลนับพันลี้ เพื่อมาสมรสเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว หรงเยว่ตัวน้อยในวัยเจ็ดขวบได้หนีออกจากจวนเพื่อตามหาพี่ชายท
เมื่อบุรุษทั้งสามลับตาไป โลกที่เคยหมุนวนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายก็พลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบ หว่านฉิงเอนกายพิงผนังรถม้าที่เคลื่อนตัวไปความรู้สึกอบอุ่นซาบซ่านที่ได้รับจากพวกเขาเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ ทว่ามันกลับมาพร้อมกับความหนักอึ้งในใจ‘ถ้าฉันต้องตายไปจริง ๆ พวกเขาจะทำหน้ายังไงกันนะ...’ นางทอดถอนใจพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ดูผู้คนที่เดินพลุกพล่านบนท้องถนน สามีภรรยาคู่หนึ่งดูมีความสุข จับมือเคียงข้างกัน นางเลื่อนมือขึ้นลูบคลำตำแหน่งหัวใจที่ยังคงเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย[ติ๊ด! ตรวจพบค่าความหวั่นไหวเกินเกณฑ์มาตรฐาน! โฮสต์กำลังอินกับบทบาทนางร้ายผู้อาภัพมากเกินไปแล้วนะขอรับ]เสียงระบบที่ดังขัดจังหวะขึ้นมาดื้อ ๆ ทำเอาอารมณ์ดราม่าของหว่านฉิงพังทลายลงในพริบตา นางลืมตาโพล่งขึ้นมาทันทีอย่างหมดความอดทน“ไอ้คุณระบบปากเสีย! นั่นสามีทั้งสามของฉันนะ จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง ถ้าหากวันหนึ่งฮาเร็มของฉันล่มสลายเพราะว่าฉันลาจากโลกนี้ไปแล้ว พวกเขาจะเสียใจขนาดไหนกัน”[โฮสต์ก็วางแผนสำรองไว้หมดแล้วนี่ขอรับ? ทั้งการกินรวบทั้งสามคนเข้าฮาเร็ม จัดระบบสร้างความสามัคคี พร้อมแจกของที่ระลึกประหน
ฮะ? อะไรนะ? อนุชายเหรอ...หว่านฉิงถึงกับยืนตะลึงตาค้าง นี่นางกำลังรวบรวมบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในนครฉางอันมาสร้างฮาเร็มชายบำเรอพร้อมกันถึงสองคนเลยหรือนี่[ติ๊ด! ยินดีด้วยขอรับโฮสต์! ภารกิจพิชิตรุ่ยอ๋องเป็นสามีเอก คว้าสองอนุชายสำเร็จลุล่วง! รับคะแนนความร้ายกาจของนางร้าย 1,000 คะแนน!]‘ไอ้ระบบ...’ ห
นางพยายามจะกระถดกายหนี ทว่าแรงบีบกระชับที่เอวกลับฉุดรั้งร่างเปลือยเปล่าให้บดเบียดเข้ากับมวลกล้ามเนื้อร้อนผ่าวหนักยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะคนด้านหลังอย่างเยี่ยนเฉิงที่ซุกตัวเข้าหานางด้วยท่าทางงัวเงียออดอ้อนพลางพร่ำเรียกหาแต่ ‘พี่สาว’ ทว่าตัวตนเบื้องล่างที่แข็งขึงตามสัญชาตญาณยามเช้าของบุรุษ กลับบดเบียดรุ
หว่านฉิงมิอาจรู้ว่ารุ่ยอ๋องหันไปกระซิบสิ่งใด ทว่าทั้งเยี่ยนเฉิงและหรงเยว่กลับยอมถอยร่นออกไป ประหนึ่งหมาป่าที่ต้องสยบความหิวกระหายไว้เพราะเกรงกลัวอำนาจจ่าฝูง ถึงแม้ว่าพวกเขาล้วนอยากเป็นบุรุษคนแรกของนาง ยิ่งนางมีท่าทีแสนอ่อนหวานและสมยอมเช่นนี้...นางพลันนึกขึ้นได้ว่าตามเนื้อเรื่องเดิม รุ่ยอ๋องผู้นี้คื
“ยาคลายกำหนัด... ในลิ้นชักของข้า ตรงมุมห้อง เม็ดสีดำ... ท่านทานเสียก่อน... อุ๊บ!”ไม่ทันสิ้นประโยคดี ริมฝีปากร้อนผ่าวของเสนาบดีหนุ่มก็ทาบทับลงมาปิดปากนางเสียสนิท รสสัมผัสที่จาบจ้วงและรุกรานทำเอาสติของนางพร่าเลือน สมองตื้อไปหมด ลืมทฤษฎีทุกอย่างที่เคยร่ำเรียนมาเสียสิ้นในขณะที่บุรุษทั้งสองกำลังเล้าโล







