ログインชั่วโมงศิลปะ
~บรรยากาศในห้องศิลปะดูวังเวงชอบกล~ ความคิดเกิดขึ้นออกมาจากสมองอันชาญฉลาดของชายหนุ่มที่เลือกนั่งริมหน้าต่าง ท้องฟ้า ผู้ซึ่งไม่ชอบการวาดภาพเอาเสียเลย ไม่ใช่ว่าตนรังเกียจงานศิลปะ แต่เพราะเขาวาดภาพไม่เป็นก็เท่านั้น หากจะให้เขาวาดภาพสวยๆ เขายอมวิ่งรอบสนามยังจะดีเสียกว่า ตั้งแต่จำความได้ภาพทุกภาพที่เขาเคยวาดแทบไม่เป็นรูปร่าง มีอย่างเดียวที่ชายหนุ่มสามารถวาดออกมาได้อย่างสมบูรณ์และสวยงาม นั่นคือ ภาพดวงอาทิตย์ "อ่าวล่ะๆ ฟังทางนี้ วันนี้ครูจะให้ทุกคนวาดภาพเหมือนคน ใช้ใครเป็นแบบก็ได้ในห้องนี้ พอดีครูมีประชุมด่วน ครูจะเข้าตรวจงานอีกทีตอนท้ายคาบ โอเคนะนักเรียน แล้วห้ามส่งเสียงดัง " คุณครูศิลปะพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไป โอเคครับ/ค่ะ นักเรียนตอบตกลงแต่โดยดี ก่อนแยกย้ายกันทำงานที่ได้รับมอบหมาย "ครูเบน ฉายา ครูนวดยาว เพราะไม่เคยคิดที่จะตัดมันทิ้ง แถมยังย้อมสีเป็นสีแดงส้ม น่าเกลียดจะตาย" "อลันนายก็พูดเกินไป นินทาครูมันไม่ดีนะ" "หมอนี่ชื่อ อลัน ไม่ต้องแปลกใจพ่อมันเป็นคนไทย แม่ชาวอังกฤษ พูดมาก ไม่กลัวใคร นอกจากพ่ออันมีคนวงในแอบบอกว่าพ่อมันโครตดุ มันคว้าแชมป์เหรียญทองแดงชกมวยระดับจังหวัดของโรงเรียน แต่ไม่รู้เพราะอะไรมันดันพลาดขึ้นชกแข่งขันระดับประเทศ มันน่า " ท้องฟ้าอธิบายให้ซองอึนฟัง "ใครถาม?" "............." ท้องฟ้าได้แต่นิ่งไป ขบกรามแน่นด้วยความขุนเคืองใจ "คนอะไรไม่มีความเป็นมิตรเอาเสีย อย่างกับมลพิษ" "ได้ยินนะ" เขาพูดขึ้นในขณะที่ก้มหน้าก้มตาวาดภาพด้วยความตั้งใจ "ครับ พ่อคนเก่ง คนหูดี" เขาตะโกนตอบกลับไป ไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขาเหลือบมอง และส่ายหัวไปมาด้วยความไม่สนใจ "ปากของฉัน จะพูดอะไร มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย" เสียงตะโกนของอลันดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ "ผมแค่กลัวว่าคุณจะซวยเอา! " อาเจพูดขึ้น ในสภาพที่ตัวสั่นเทา "พอเถอะอาเจ นายต่างหากจะซวย รีบวาดเดียวครูก็เข้ามาตรวจงานนะ"ใบชาเตือนสติ และรีบดึงตัวอาเจให้นั่งลง แต่ทว่าคอเสื้อของเขากลับถูกกระชากขึ้นอย่างแรง ด้วยใครอีกคน "มึงเป็นใคร ที่ชอบมาแส่เรื่องของกู ฮ่ะ! ไอแว่น ต้องโดนสั่งสอนสักหน่อย " อลันผู้ไม่ยอมก้มหัวใคร ทนงตัว อารมณ์พลุ่งพล่านเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ตนตามจีบห่วงใยผู้อื่นโดยเฉพาะอาเจ เด็กเรียนประจำห้อง ที่ใบชาชอบไปไหนด้วยกันตลอด มันช่างแค้นใจยิ่งนัก หมัดอันทรงพลังนั้นถูกปล่อยออกไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้า ทุกคนในห้องต่างส่งเสียงกรี๊ด อาเจเองก็หลับตาลงด้วยความหวาดกลัว "ตุ๊บ..." อลันต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้าที่มีฝ่ามือแข็งแกร่งสามารถรับมัดเขาไว้ได้ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ซองอึน" ท้องฟ้ารีบวิ่งกรู่เข้าไปหาซองอึน ที่เอาฝ่ามือของเขารีบมัดนั่นไว้ โดยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างไร ยิ่งอีกคนออกแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะคนรับมัดได้ใช้แรงอันน้อยนิดเท่านั้น แต่กลับรับมัดอีกคนได้อย่างง่ายดาย "ฉันไม่ชอบให้ใครรบกวนเวลาวาดภาพ หากนายอยากซัดไอ้หมอนี่จนเต็มทน ก็ไปที่อื่นซะ" เขาพูดขึ้น ก่อนค่อยๆ ปล่อยหมัดของอีกคนออกจากมือไป แล้วเดินไปยังที่ของตัวเองโดยทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกแววตาจับจ้องมายังเขา ทุกคนต่างตกตะลึงที่เขาสามารถรับมัดของอลันไว้ได้ เพราะอลันคือตัวแทนนักเรียนแข่งขันมวยไทยระดับประเทศ ฉายา มัดสะท้านทรวง เเต่ทว่าซองอึนกลับรับมัดนั่นไว้ได้อย่างง่ายดาย ยกเว้น ท้องฟ้า ที่ยิ่งสงสัยเขามากขึ้น "ตัวตนนายเป็นอย่างไรกันแน่ ฉันต้องรู้ให้ได้" ท้องฟ้าพูดขึ้นก่อนเดินไปนั่งที่ของตน โดยเหลือบไปมองคนนั่งฝังตรงข้าม ด้วยสีหน้าที่รังเกียจ "ฝากไว้ก่อนไอแส่..." อลันพูดขึ้น ก่อนเดินไปนั่ง อาเจ เป็นลูกครึ่งไทยจีน เป็นเด็กเนิร์ด แถมยังเป็นรองหัวหน้าห้อง นิสัย เงียบๆ ไม่มีเพื่อนเยอะ คนเดียวที่เขาสนิทด้วยคือ ใบชา เพราะใบชาจ้างเขาให้ช่วยติวหนังสือให้ในวันหยุด เขาจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อเก็บเงินไปเยี่ยมพ่อที่ประเทศจีน เพราะเหตุผลบางอย่างที่พ่อแม่เขาแยกทางกัน ในวันเกิดที่สิบสี่ของเขา ชายหนุ่มจากที่เคยยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นเงียบขรึมจนทุกวันนี้ เพราะความคิดถึงพ่อมาก แต่แม่ไม่ยอมให้ไปเจอกัน โดยไม่มีคำตอบว่าทำไม! ถึงห้ามเขา เขาเลยเลือกที่จะคุยกับแม่อีกต่อไป เอาแต่อ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน และแอบสอนพิเศษไปด้วยนั่นก็เพื่อหวังว่า สักวันตัวเขาจะได้พบเจอพ่ออีกสักครั้งแม้ไม่รู้อีกคนยังอยากเจอเขาหรือเปล่า "เป็นไงบ้างเด็กๆ หมดเวลาแล้ว เดียวครูจะเข้าไปตรวจงานทีละคน คะแนนตามความสวย และความสมบูรณ์ของภาพ ไหนดูสิ! " "ครูครับ หากวาดไม่สมบูรณ์ ขอคะแนนความตั้งใจสักครึ่งคะแนนได้ไหมครับครู" ท้องฟ้าพูดด้วยแววตาที่เป็นประกาย และรอยยิ้มที่สดใส "ไหนของนายมาดูก่อนคนแรกเลย" ครูแบนเดินตรง มองไปยังภาพสายตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ "แน่ใจนะ ว่านี่คือวาดแล้ว" "ทำไมครู นี่ผมตั้งใจมากเลยนะ" ครูเบนชูภาพวาดของเขาให้เพื่อนๆ ทุกคนในห้องดู เสียงหัวเราะดังสนั่นไปทั้งห้อง ซองอึนเมื่อเห็นภาพนั้น ก็เผลอยิ้มออกมา "นายยิ้ม! เฮ้ยนายยิ้มแล้ว ฮ่าๆ ฉันทำให้นายยิ้มได้ " เขากระโดดกอดครูด้วยความดีใจอย่างมาก ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงมีความสุขได้ขนาดนี้ "ดะ ดะ เดี๋ยว ตั้งสติ ภาพสี่เหลี่ยม มีวงกลมตรงมันคือ ภาพอะไรครับคุณท้องฟ้า ช่วยอธิบายด้วย!"ครูค่อยๆ ดึงมือเขาออกจากตัวเอง "ซองอึนครับ" เขาพูดพร้อมรอยยิ้มยียวนกวนตีนครู "ฮ่าๆๆๆ ซองอึน " ทุกคนหัวเราะลั่นห้อง "ไม่เหมือนตรงไหน บอกมาสิ! ก็ซองอึนมีความลับเยอะ เหมือนตีกรอบให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา แถมใจแคบอย่างกะวงกลมที่ไม่มีใครเข้าถึง" ท้องฟ้ามองคนที่ซองอึนที่ใบหน้าเรียบเฉย ไม่โต้ตอบสักคำ "เอาล่ะ โอเคนายไม่ผ่านครึ่ง ต้องวาดส่งไหมอีกครั้ง" ครูเบนพูดขึ้นในขณะเดินตรวจภาพวาดของนักเรียนทุกคน แต่ต้องมาสะดุดกับภาพเหมือนจริงของซองอึน เขาเอาภาพนั้นมาดูใกล้ มองรายละเอียดของภาพ เส้น สีเงา ความละเอียดของภาพ ก่อนมองซองอึนด้วยแววตาที่เป็นประกาย "เจอแล้วเพชรเม็ดงามของฉัน" ครูผู้เผยรอยยิ้มอย่างเจ้าเลห์ "ของานคืนด้วยครับครู" ครูเบนส่งภาพวาดคืนให้เขา ชายหนุ่มรับม้วนมันเก็บไว้ "ซองอึนนายคือตัวแทนของครู นายต้องลงแข่งขันวาดภาพระดับจังหวัด" "ไม่ครับ ครูหาคนอื่นเถอะ ผมไม่ชอบการแข่งขัน" "ฮะ อะไร ทำไมละซองอึน มาดูภาพที่นายวาดหน่อย " ท้องรีบกระโจนเข้าไปใกล้ตัวเขาเพื่อต้องการดูภาพนั้น ด้วยแววตาที่เจ้าเล่ห์ "ไม่ได้" "อะไรของนายเนี่ย ขี้เหนียวชะมัด ครูไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะทำให้หมอนี่ลงแข่งขันวาดภาพกับครูให้ได้" เรื่องอะไรจะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆท้องฟ้าเอ่ย หมอนี้ท่าทางจะไม่ยอมลงแข่งขันง่ายๆ เพราะอะไรเขาถึงไม่ยอมลงแข่งขันทั้งๆที่มีพรสวรรค์ ว่าแต่หมอนั้นวาดใครเป็นภาพเหมือนกันนะ~บ้านที่แสนธรรมดาของซองอึน~ หญิงวัยชราทั้งสองที่นั่งเผชิญหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่ลูกพวกเขาทั้งสองแต่งงานกัน ก็ไม่เคยพบเจอหน้ากันอย่างเป็นทางการสักครั้ง ย่าหมวยแม่ของโช หรือโชตินันท์ อดีตตำรวจน้ำดี บัดนี้ได้กลายเป็นตำรวจที่ทำผิดกฎหมายซ่ะเอง แถมยังมาตายอย่างมีเงื่อนงำ มันช่างทำร้ายจิตใจของผู้เป็นแม่ให้ตายทั้งเป็น แต่ทว่าก็ไม่ต่างกับแม่ของมีรา หรือชื่อที่แท้จริงว่า ซอยอน ที่เจ็บปวดใจที่ต้องรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเธอ เลือกที่จะใช้ชีวิตกับผู้ชายที่รัก มากกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเธอมา แม้รู้ว่าการพูดว่าตัดขาดความสัมพันธ์ในครั้งนั้นจะทำให้ลูกเจ็บปวดเพียงใด แต่ก็ยังดีกว่าให้ลูกลังเลใจที่จะทำตามความฝันของตนเอง ความฝันที่อยากมีครอบครัวที่ดี และอบอุ่นใจโดยปราศจากเธอ ผู้ที่ตั้งกฎเกณฑ์มากมาย ทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง จนกระทั่งได้เจอพ่อของซองอึน"ซอยอน ลูกต้องสืบทอดกิจการต่อจากแม่ ลูกจะรักผู้ชายคนนั้นไม่ได้""ขอโทษค่ะแม่หนูยังยืนยันคำเดิมว่าจะไปอยู่ที่นั่น ความสุขของหนูอยู่ที่เมืองไทย แล้วหนูจะมาเยี่ยมแม่ปล่อย ๆ นะค่ะ""ไม่ต้อง ในเมื่อแกเห็นผู้ชายดีกว่าฉัน ก็ไม่ต้องมาเป็นแม่ลูกก
ห้องรับแขกเรียบหรูมีสไตล์ ที่ตกแต่งด้วยแจกันลายไทย ประดับตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาว ดูสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งใหญ่ในเกาหลีอย่างไม่ละสายตา ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนที่กำลังจ้องมองหญิงชราอย่างไม่ลดละสายตา "เอ่อ...ผมควรออกไปดีกว่าครับ แฮร่ ๆ " ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อยเพื่อปกปิดความละอายใจที่จู่ ๆ ก็ถูกซองอึนกระชากแขนมาด้วย "ไม่ต้อง! คนที่ควรออกไปไม่ใช่นาย" น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ท้องฟ้าดิ่งก้นนั่งลงตามเดิมด้วยความกังวลใจ"อืม...เด็กหนุ่มคนนี้คงมีความสำคัญกับหลานมากซินะ ถึงไม่ยอมเว้นระยะห่างกัน" เธอเผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย"ใช่ครับ! สำหรับผมท้องฟ้าสำคัญที่สุด ว่าแต่อะไรทำให้คุณอยากเจอผม ผมลืมไปแล้วว่ามีคุณอยู่ในชีวิต""อึก! " ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอย่างนี้ออกมา จู่ ๆดวงหน้าร้อนพลัน ร้อนฉ่าขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ "ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกนะ ว่าทำไมฉันถึงโผล่มาตอนนี้" แววตาที่มองซองอึนนั้นลึก ๆ แล้วเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน"หึหึ เยี่ยมครับ สิบแปดปีที่ผ่า
ในห้องชมรมศิลปะอันกว้างใหญ่ ภาพวาดงดงามที่ถูกตวัดลวดลายหลากหลายสีสันด้วยแปรงพู่กันผ่านสีโปสเตอร์ ถูกตั้งสง่าเรียงรายอย่างโดดเด่นเพื่อผลการแข่งขัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการของนักวาดก็ยากจะตัดสินได้ว่า ผลงานชิ้นไหนดีที่สุด ยกเว้นองค์ประกอบรวมที่ผู้วาดได้ถ่ายทอดลงไปเพื่อสื่อความหมายของภาพนั้น ๆ คณะกรรมตรวจสอบผลงานได้เดินดูภาพวาดแต่ละภาพอย่างภาคภูมิใจในผลงานทุกชิ้น แต่พวกเขาต้องมาสะดุดตากับภาพวาดแผ่นหนึ่ง ยืนมองวิเคราะห์ภาพวาดนั้นนานสองนาน"ภาพนี้ถึงแม้จะดูธรรมดา ใช้เฉดสีน้อยนิดแต่มีการใช้ส่วนประกอบมูลฐาน! ทำให้ผลงานโดดเด่นและแตกต่างกว่าของนักเรียนคนอื่นๆ พวกคุณดูซิ!"คณะกรรมการผู้อาวุโสชายท่านหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่คุณครูท่านอื่นๆจะมองสังเกตภาพนั้นใกล้ๆ"จริงด้วยค่ะอาจารย์ เส้น รูปร่าง น้ำหนัก สี ผิวเผินอาจดูธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อรวมองค์ประกอบรวมดันมีความสมดุลกัน" คณะกรรมการผู้หญิงพูดขึ้น"แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน"คณะกรรมการผู้ชายเสริมขึ้นเมื่อสังเกตเห็นจุดเด่นของภาพวาดใบนี้"ใช่ค่ะ แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่สั่นพลิ้วสลวยอย่างละเอีย
~ห้องศิลปะ~วันแข่งขันมาเยือนเหล่าเพื่อน ๆ ต่างสถาบันต่างหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมกิจกรรมวิชาการและงานบันเทิงอย่างครบเครื่องมีหรือจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปได้ เสียงหัวเราะเขาเหล่านักเรียนต่างส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วอาคารเรียน"สวัสดีครับครูเบนนะยินดีที่ได้รู้จักนักเรียนทุกคนในห้องนี้ ครูดีใจมากที่วันนี้มีนักเรียนหลากหลายโรงเรียนเข้าร่วมประกวดวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ในหัวข้อ ซากุระ อาร์ต คันเทสทฺ "วาดภาพทิวทัศน์" เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกต่อไป ทุกคนมาเริ่มกันเลย ไฟติ้ง!"ครูเบนเดินไปนั่งตรงโต๊ะประจำของตนก่อนมองไปยังซองอึนด้วยความภาคภูมิใจไม่คิดเลยว่าเขาจะร่วมกิจกรรมด้วย"ซองอึน เขาเปิดใจให้ท้องฟ้าคนเดียวซินะ" เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงจุดนี้ได้พู่กันและสีน้ำต่างถูกบรรเลงลงบนกระดาษขนาดใหญ่ สไตล์การวาด ความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ผู้เข้าแข่งขันทุกคนดูมุ่งมั่น ตั้งใจหมายจะคว้าความภาคภูมิใจกลับบ้านไปให้ได้ มีเพียงซองอึนที่ยังคงหลับตาด้วยความผ่อนคลาย "ให้ตายซิ นอนได้ทุกเวลาจริงๆ" ท้องฟ้าที่กำลังแอบมองอยู่ผ่านกระจกเล็ก ๆ ด้วยความหงุดหงิดแต่ทว่ามือเรียวของซองอึนกำล
เปิดเรียนวันแรกหลังจากการพักผ่อนของพวกเขา อากาศยามเช้าที่เย็นสบาย ไร้มลพิษ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม สองข้างทางรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสช่างงดงามตายิ่งนัก ไร่องุ่น ไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่รักความสงบ รักความเรียบง่าย รักชีวิตที่อิสระ และรักธรรมชาติถึงจะอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ได้ ซองอึนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสุกใสในวิธีการชีวิตของชาวไร่ช่างเหน็ดเหนื่อยทั้งเก็บเกี่ยว พรวนดิน ดูแลรักษาพืชผลด้วยความใส่ใจทะนุถนอมดังลูกในไส้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ดั่งคำกล่าวที่ว่า"สุขแท้จริง คือสุขที่ใจ" เขาไม่เคยคิดเลยว่าการได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้จะทำให้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ความพอเพียง ความจริงใจ และมิตรภาพที่ดี ไม่แปลกใจที่คนที่นี่ล้วนดูมีรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้เข้าสัมผัสได้ถึงความสุขที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ และตัวเขาล่ะพอใจกับสิ่งที่มี อยู่ ณ ตอนนี้แล้วหรือยัง หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงถือกระดานวาดภาพ พู่กัน และสีติดตัวมาด้วย และคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้วาดความสุขเหล่านี้เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้หรอก อารมณ์ศิลปินของเขากำลังพุ่งก
~ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง~เสียงร้องห่มร้องไห้ดังทั่วห้องผู้ป่วยรวม ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ต่างลุกขึ้นมามองคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองคนไข้อย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนกับคนบนเตียงนั้นสิ้นลมหายใจไปแล้ว "ไม่น่าเลยลูกชายสุดที่รักของพ่อ" กระดาษเช็ดชู้ที่ถูกดึงจากกล่องชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ใช้แล้วตกลงสู้พื้นมากมายรวมทั้งในถังขยะ ชายวัยกลางคนนี้คงร้องไห้มานานมากแล้ว"ถ้าแม่ไปด้วยคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกพ่อ อึก! ""โธ่ อาชิลูกพ่อ เกิดมาพ่อแม่ดูแลอย่างดี ยุ่งไม่ให้กัดแมลงวันก็ไม่ให้ตอม ทำไมถึงรนหาที่นัก ฮึฮื้อฮื้อ" หัวอกคนเป็นพ่อแทบใจสลายเมื่อมองลูกชายที่บัดนี้ถึงแม้จะพ้นขีดอันตรายแล้วก็ตาม"ยังไม่ตายครับพ่อ แม่บอกพ่อด้วยซิครับ ที่นี่โรงพยาบาลช่วยเบา ๆ หน่อย ผมอายเขา" ร้องซะทำเอาผมแทบไม่กล้ามองหน้าใครเลย โดยเฉพาะ ครอบครัวผู้หญิงที่นอนอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนมองด้วยแววตาซาบซึ้งใจ แต่ก็นะปากคนเราย่อมไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย"เฮ้ย! น่าส่งสารบ้านนู้นนะร้องไห้เพราะสงสารลูกชาวบ้าน กลัวคนอื่นจะคิดว่าเป็นพ่อขี้แย" พ่อของใบชายิ้มเย้ยหยัน พร้อมแววตาดูถูก "เพราะช่วยลูกมึงนั้นแระ! ลูกกูถึงเป็นแบบนี้ขอบคุณสักคำมีไหม

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





