LOGINดวงตะวันยามเย็น สายลมพัดเบาๆ ใบไม้ที่ปลิวไสวกำลังร่วงหล่นสู่พื้นดิน ดั่งเช่นชีวิตคนที่ร่วงโรยลงเมื่อไหร่ก็มิอาจรับรู้ได้ โชคชะตาได้พรากเอาชีวิตพ่อแม่อันเป็นที่รักไปพร้อมกัน โดยไม่มีคำลาใดๆ ทิ้งไว้แต่เพียงความทรงจำที่ดีแต่ไร้ซึ่งความหมาย เหมือนตัวเขาในตอนนี้มีเพียงร่างกายแต่ไร้ซึ่งหัวใจ
ชายหนุ่มที่กำลังนอนพักผ่อน ย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าของโรงเรียน เขาที่กำลังมองภาพวาดอย่างครุ่นคิดในใจ แววตาแปลงประกาย เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก ~ทำไมถึงยิ้มออกมาได้ ไม่น่ามองสักนิด ~ มโนภาพตัวเองที่รีบดึงภาพวาดออกมาจากมือครูเบนอย่างรวดเร็ว ก็เพราะไม่อยากให้ใครบางคนเห็นมัน ซองอึนค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า เสียงนกกระจิบร้องดังกังวานไปทั่วอาคารเรียน เพลอจินตนาการไปว่า ตัวเองเป็นนกน้อยที่กำลังโบยบินตามพ่อแม่ไปอย่างอิสระ "พ่อบอกแกแล้วไง ว่าไม่ให้วาดภาพบ้าบอนี่อีก" เสียงที่ดุดันดังก้องไปทั่วบ้าน ผู้เป็นพ่อที่ยืนฉีกกระดาษทุกแผ่นร่วงหล่นไปทั่วพื้น ด้วยความขุ่นเคืองใจ โดยไม่แคร์ความรู้สึก ของผู้เป็นลูกที่ทำได้แค่ยืนมองน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสิ้นหวัง "ทำไมฮ่ะ? มันผิดตรงไหน พ่อไม่มีเหตุผล พ่อเห็นแก่ตัว" "เพลี๊ย!"เสียงฝ่ามือที่กระทบลงไปยังใบหน้าบางเบา ของเด็กหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ ทำเอาผู้เป็นพ่อได้แต่ยืนอึ้ง มือไม้สั่นด้วยความตกใจ เพราะมันคือครั้งแรกที่เขาตีลูกชายแบบนี้ เขาเดินเข้ามาหาลูกตัวเองด้วยความเสียใจ "พ่อขอโทษนะซองอึน" สองมือกุมแก้มน้อยๆ ด้วยความเสียใจเสมือนว่าตนกำลังทำร้ายหัวใจตัวเอง แก้มแดงนั่นตอกย้ำให้ผู้เป็นพ่อมีสติขึ้นมา เดินเข้าไปโอบกอดลูกชายไว้ด้วยความรู้สึกผิดเหมือนเข็มทิ่มแทงใจนับร้อย เจ็บกายไม่เท่าไหร แต่เจ็บนี่ซิ! จะเป็นแผลภายในใจไปอีกนาน ความหวังดีของเขาที่อยากจะให้ลูกเดินตามรอย เป็นตำรวจที่ซื่อตรงยึดมั่นในอุดมการณ์เหมือนเขา เพราะอนาคตข้างหน้าลูกอาจจะไม่ปลอดภัย กลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย เพราะสิ่งที่ตนได้แอบกระทำอยู่ในตอนนี้ มันยิ่งเขากดดันเขา แต่ไม่สามารถอธิบายให้ลูกเข้าใจได้เลย "เจ็บมากไหม ที่รักเอายามาให้ผมหน่อย" "นี่คะคุณ โธ่ซองอึน ลูกยังเด็กนะคะคุณ"ผู้เป็นภรรยาโอบกอดลูกชายด้วยความห่วงใย มองหน้าสามีด้วยความน้อยใจ "พ่อครับผมจะไม่วาดมันอีกแล้ว" เด็กหนุ่มที่อายุอย่างเข้ามัธยมต้นพูดขึ้นด้วยความสงสารผู้เป็นพ่อ แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจเหตุผลของท่านก็ตาม แต่เลือกที่หยุดความฝันของตัวเองลงเพื่อคนที่ตนรัก "....." ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น เพราะรู้สึกได้ว่ามีมืออุ่นๆมาสัมผัสลงใบหน้าของเขา ชายหนุ่มลืมตาขึ้นก็พบว่าใบหน้าที่ดูผ่องใส น่ารักยิ่งนัก กำลังก้มมองเขาอย่างสงสัย ทั้งสองสบตากันด้วยความบังเอิญ เหมือนมีแม่เหล็กมาดึงดูดทั้งคู่เอาไว้ ไม่ให้ละสายตาออกจากกัน ซองอึนมองแววตาที่ไร้เดียงสาของคนเบื้องหน้าอย่างใกล้ชิด จู่ๆใบหูก็ร้อนขึ้นมา "นาย…" เขารีบลุกขึ้นนั่งห่างด้วยความสับสนที่เกิดขึ้นภายในใจ "นายมานอนที่นี่เอง ฉันหาแทบตายรู้ไหม" "ชอนอา.." "ฉันชื่อ ทอ ออ งอ ทอง ทอง โท้ ท้อง ฟอ อา ฟา ฟา โท ฟ้า ท้องฟ้า ดูปากนะค้าบ ท้องฟ้า" เขาย้ำด้วยความทะเล้น คิดจะให้อีกคนยิ้มออกมา แต่ก็ไร้ประโยชน์ "ไร้สาระ"เขาตอบด้วยท่าทางเรียบเฉยสายตาที่ว่างเปล่ายังคงมองไปยังเบื้องบน "เอ้! นานนี่ไม่เข้าใจเอาเสียเลย โคตรเซ็ง" ผู้ชายอะไรจืดชืดยิ่งนัก ท่าทางจะขอให้เขาลงแข่งขันวาดภาพเห็นทีจะยากเสียแล้ว ซองอึนมองปากขมุบขมิบไปเรื่อย เขาคิดในใจว่า แก้มแดงดั่งมะเขือเทศ มองให้ดีก็น่ารักเหมือนกัน "หึหึ นายนี่ซื่อบื้อจริง" คราวนี้เขาเผยรอยยิ้มถึงมุมปากอีกครั้ง เพียงพริบตาแต่ก็ช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก จนทำให้ท้องฟ้าแอบหวั่นไหว ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน "หยุด!" ท้องฟ้าตะโกนออกมาเพื่อเรียกสติของตัวเอง "เป็นอะไรหรือเปล่า" ซองรีบลุกขึ้นมาดูอาการด้วยความตกใจ "ปะ เปล่า แค่บอกพวกนกให้หยุดร้องได้แล้ว มันหนวกหูนะ นะ..นายจะนอนไม่ใช่เหรอ" "เกินไป ปล่อยพวกมันไปเถอะ" "ถามอะไรหน่อยซิ" "ว่า" "ทำไมนายถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะ" "....." ความเงียบได้ปกคลุมเขาทั้งสองเอาไว้ เหมือนว่าคำถามนั้นจะไร้ซึ่งคำตอบ "ฮ่าฮ่า ฉันเนี่ยนะ!" "ฉันแค่ไม่มีที่ไป ที่นี่คือสมบัติสุดท้ายที่เรามี"~-~ ซองอึนพูดอย่างเย็นชา น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้ความรู้สึก "อึก! มันเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย"ท้องฟ้าตกตะลึงเพราะคิดว่ามันต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเขาแน่ "นายคงไม่เชื่อ แต่เชื่อเถอะ! นายคือคนเดียวที่ฉันไม่เคยคิดจะโกหก" "นายคงเจ็บปวดมากซินะ " ท้องฟ้าพูดขึ้น มองหน้าเขาด้วยแววตาสงสาร ผู้เสียชีวิตในครานั้นคงเป็นพ่อแม่ของผู้ชายคนนี้ แววตานั่นบ่งบอกถึงความทุกข์ระทม คงคิดว่าเรื่องการตายนั้นสาเหตุมาจากตนเอง "อืม" ซองอึนถามตอบด้วยใบหน้าเปลี่ยนเป็นเศร้ามอง น้ำตาคลอเบา ความเข้มแข็งไปไหนหมดนะ ทำไมต้องมาอ่อนแอต่อหน้าเขาด้วย " แต่ว่านะซองอึน นายนะ! ไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ของนายหรอก คนชั่วพวกนั้นต่างหากละที่ฆ่าพ่อแม่นาย ฉันชื่อว่าสักวันพวกมันได้รับผลในสิ่งที่ทำลงไป หยุดโทษตัวเองได้แล้ว ถึงพวกท่านจะไม่ได้อยู่กับนายแล้ว แต่พวกท่านก็กำลังมองนาย เป็นห่วงนาย คิดถึงนาย อยู่ที่ไหนสักแห่งบนฟ้าโน้นนะ " "ด้วยความห่วงใย" ซองอึนย้ำขึ้นด้วยความสงสัยอีกครั้ง "ใช่ พวกท่านห่วงใยที่นายมีเพื่อนแบบฉันไง ฮ่าฮ่า" เขาหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่สนใจสีหน้าเรียบเฉยของอีกคน "เอาที่สบายใจ"ตัวเขาเองกลับอมยิ้มออกมาเพราะความน่ารักของชายหนุ่มตรงหน้า "อันแน่เขินนะซิ" ท้องฟ้าแกล้งพูดขึ้นอีกครั้ง ซองอึนส่ายหน้าไปมาอย่างเอื่อมระอาในการคิดไปเองของเขาเด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นสะพายกระเป๋า แต่ไม่ลืมที่จะม้วนเก็บภาพวาดใส่ลงไปในกระเป๋า หากลองสังเกตจะเห็นได้ว่าใบหูมีสีแดงจางๆ แววตาใส่ซื่อของท้องฟ้า จับจ้องไปยังภาพวาดด้วยความสงสัย ครุ่นคิดในใจว่าทำไมเขารีบเก็บภาพวาดนั่นจากคุณครู "ดูหน่อยสิ ภาพนั่นนะ"เขาพูดออกไปโดยไม่ตั้งใจ เพราะตัวเขาคิดว่ามันคือความคิดเท่านั้น แต่ทว่าก็เอ่ยออกไปอย่างโจ่งแจ้งเสียได้ "หึหึ ดูแล้ว นายจะนอนไม่หลับไปหลายคืน" "ทำไม" เขาถามย้ำ คำตอบนั่นยิ่งเพิ่มความสงสัยให้เขามากขึ้น ซองอึนเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเขาอีกครั้งพร้อมยื่นม้วนกระดาษออกไป "เป็นภาพผี ที่ฉันเจอที่บ้าน" "อ้ากกก! งั้นเเสดงว่าเรื่องที่นั่น…ก็เป็นเรื่องจริงนะซิ" "หึหึ เป็นผีที่น่าเกลียดน่ากลัวเท่าที่ฉันเคยเจอมา"เขาพูดแล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้อีกคนที่พยายามจะเปิดมันออกมาดูแต่สุดท้ายกลับกลัวจนขนลุกซูไปทั้งตัว แถมบรรยากาศรอบบ้านที่มีเพียงเขายืนอยู่ แสงดวงตะวันค่อยๆลับขอบฟ้า น่าขนลุกซะไม่มี ทำให้เขารีบเก็บภาพวาดนั่นใส่กระเป๋า ก่อนวิ่งไป "เฮ้ย! รอด้วยซองอึน" เขารีบวิ่งไปยังบันไดเพื่อให้วิ่งตามให้ทันซองอึนด้วยความรวดเร็ว มองไปยังประตูตรงหน้าก็เห็นชายหนุ่มยืนรอเขาอยู่ เขายิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนจะเดินไปกอดคออีกคนไว้ด้วยความดีใจ "ซองอึน นายยังรอฉัน" "....." ทั้งสองเดินกลับบ้านด้วยกัน โดยไม่ทันสังเกตว่าเบื้องหลังของพวกเขามีใครคนหนึ่งกำลังแอบเฝ้ามองอยู่ "เน" (ครับ)ชายหนุ่มปริศนาเหมือนจะตกปากรับคำคนปลายสายที่เป็นนายหญิงของตัวเอง "อารัซซอโย" (เข้าใจแล้วครับ") ชายลึกลับวัยกลางคน สวมเสื้อสูทสีดำ แว่นตาดำ ทำตัวลึกลับ กำลังสะกดรอยตามพวกเขามานานแล้ว เขาเร่งเท้าไปยังรถเก๋งสีดำ ก่อนขับมันออกไปยังจุดมุ่งหมาย ท่ามกลางความเงียบสงบของสองข้างทาง เขาทั้งสองต่างๆ ไม่พูดคุยอะไรกัน ท้องฟ้าได้แต่เงยมองหน้าเขาอย่างครุ่นคิดในใจว่า ~ทำอย่างไรเขาคนนี้ถึงจะยอมลงแข่งขันวาดภาพ~ "เอ่อ พรุ่งนี้นายว่างไหม" "ทำไม" " ฉันจองตัวนาย จะพานายไปเที่ยว"เขาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่มีความหวัง "ไม่ อยากนอน" "เฮ้ยไม่เอาน่า...วันหยุดทั้งที ไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีไหม" "....." ไร้สัญญาณตอบรับ ซองอึนเดินเข้าไปโดยไม่สนใจเขาที่ทำหน้าแซงๆ "ไอ้หมอนี่..กวนตีนชะมัด เกือบแล้วไหมล่ะท้องฟ้า เกือบตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว" เข้าเอามือทาบหน้าอกตัวเอง เสียงหัวใจดังขึ้นและเต้นแรงขึ้นมาตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินมาด้วยกัน ใบหน้าที่เย็นชานั่น ทำไมยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์นัก เขาเบือนหน้าหนีทันทีเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืน ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านไปเพราะใกล้จะมืดแล้วคนกลัวผีอย่างเขา ณ ชั่วโมงนี้ต้องวิ่งอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครกำลังแอบมองเขาอยู่ตรงริมหน้าต่างห้องนอน ซองอึนมองเขาเดินออกไปจนสุดสายตา เขานอนลงบนเตียงนุ่มๆ พลันคิดอะไรในใจ เด็กหนุ่มเอามือทาบลงตรงกลางใจ เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมหัวใจเต้นแรง เมื่ออยู่ใกล้เขา หากเขาไม่เก็บอาการนั่นไว้ คงทำอะไรตามอำเภอใจไปตั้งนานแล้ว ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เจอ เขาคือคนที่ทำให้รู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่ขึ้นมา "แปลกมาก คนอะไรทำตัวแปลกชะมัด" ซองอึนพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนหลับตาลงเพื่อพักผ่อน "พ่อครับ แม่ครับวันเกิดนี้ผมขอไปฉลองที่บ้านสวนของคุณย่าได้ไหมครับ" พ่อแม่ได้แต่มองหน้ากัน เหมือนมีอะไรในใจ "ซองอึน แม่และพ่อตกลงกันว่าเราจะไปเกาหลีนะจ๊ะ" ผู้เป็นแม่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เด็กน้อยเห็นแววตาที่สดใสนั่นเขาเข้าใจทันทีว่า แม่อยากไปที่นั่นมากแค่ไหน! "ไม่ได้ ย่าไม่ยอม" เสียงคุณย่าดังขึ้นมา หญิงชราที่ถือเข้าของเต็มไม้เต็มมือเดินตรงดิ่งมายังหลานชายคนเดียวของเธอ "เธอเคยตกลงกับฉันว่าอย่างไร ลืมแล้วเหรอ!"ผู้เป็นแม่หลบตาลงไม่กล้าเอ่ยปากตอบโต้กลับไป ทำได้แต่นิ่งเฉย ด้วยความจำนน "แม่ครับนี่ก็นานมากแล้ว ที่มีราไม่ได้กลับไปที่นั่น ได้โปรดให้เราพาซองอึนไปที่นั่นสักครั้งเถอะครับแม่"ผู้เป็นสามีเอ่ยปากขอร้องแทนผู้เป็นเมียด้วยความสงสารและเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่ภรรยาคนเดียวของเขายอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่น เพื่อมาใช้ชีวิตที่ฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกัน ถึงเวลาที่เธอควรได้รับของขวัญทางใจจากเขาบ้าง เขารู้ว่าเธอคิดถึงที่นั่นมากแค่ไหน เขารู้ดีมาตลอด "ซองอึนหลานขึ้นห้องไปก่อนนะ ย่ามีเรื่องจะคุยกับพ่อแม่" "ครับ" เด็กหนุ่มเดินขึ้นห้องไปอย่างช้าๆ แต่เมื่อไกลจากบันไดและพวกเขา เด็กหนุ่มตั้งใจแอบฟัง เพราะเขาเองก็สงสัยเหมือนกัน "ไม่ ฉันไม่ยอม ถ้าเกิดเขาคิดจะเอาตัวซองอึนขึ้นมา เราจะทำอย่างไร เธอมีอิทธิพลมากในประเทศนั่น หากเธอรู้ว่ามีหลานชายคนเดียวอยู่ เธอคงมาพรากเขาไปจากพวกเราแน่ๆ แม่ไม่ยอม" "แม่ครับ ผมเป็นตำรวจร้อยเอก ใครจะมาเอาตัวลูกผมไม่ได้หรอกครับ มีราเธอแค่ต้องการพบแม่เธอสักครั้ง ให้เห็นหน้าหลานชายสักครั้งก็ยังดี "ผู้เป็นลูกชายเกลี้ยกล่อมผู้เป็นแม่ มีราเดินเข้าไปกุมมือเเม่สามีเบาๆ ด้วยความเข้าใจในเหตุผลของท่าน "แม่ค่ะ ขอแค่ครั้งนี้นะค่ะ หลังจากนี้ ขอแค่ให้ท่านได้เจอหน้าหลานสักครั้งก็ยังดี ท่านยอมให้เราแต่งงานนะค่ะแม่" "ยอมให้แต่ง แต่ต้องเเลกมาด้วยการตัดแม่ตัดลูกนะเหรอ หึหึ จะบ้าตาย" "เอ๊ะ!" ซองอึนตกใจเกือบหลุดปากพูดออกไป เขาปิดปากตัวเองไวทัน ทั้งสามขึ้นไปตามเสียงพร้อมกัน แต่ไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก "มันนานมากแล้ว ท่านก็คงให้อภัยพวกเราแล้วครับ" "หากไม่ให้อภัยล่ะ หากเธออาจทำให้พวกแกเสียใจ หากเธอเกลียดซองอึนล่ะ พวกแกจะรับได้ไหม ซองอึนรับจะได้ไหมหากรู้ว่าตัวเอง…" ~ก๊อกๆ ~ "ซองอึนเปิดประตูมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องเลยนะ" เสียงตะโกนโหวกเหวกน่าห้องกำลังทำลายบรรยากาศที่น่าหลับใหลของใครอีกคน "ก๊อกๆเปิดประตู" ซองอึนลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองไปยังประตู ทุกวันนี้เขาไม่เคยลืมบทสนทนานั่น เขาบอกตัวเองเสมอว่าไม่มีวันไปที่นั่นเด็ดขาด เขารีบลุกด้วยอารมณ์เซ็งๆปกติวันหยุดเรียนของเขา คือวันนอนหลับเต็มอิ่มของเขา "มารยาทนะมีบ้างไหม" เขาถามขึ้นทันทีเมื่อเปิดประตูห้อง มองคนตรงหน้าที่แต่งตัวสบายๆ "ภาพผีที่นายวาด มันคือ ฉัน นายหลอกด่าฉันนี่หว่า.." "แล้วไง มาเพราะเรื่องแค่เนี่ย กลับบ้านไปเลย ฉันจะนอน" "นอน นายอดหลับอดนอนมาจากไหนฮ่ะ" ท้องฟ้าถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ ซองอึนเดินเข้าไปใกล้ๆ ด้วยสวมใส่แต่กางเกง ทั้งสองสบตากัน ท้องฟ้าเองก็เพิ่งรู้สึกได้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้สวมเสื้อ เขาโชว์ผิวขาวผ่อง เจิดจ้าน่าสัมผัส ท้องฟ้าค่อยๆเดินถอยหลังไปติดกำแพง เขาไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก "นายควร..." "ฮ่ะ!" "เช็ดผมให้แห้งก่อน " ซองอึนดึงผ้าขนหนูผืนเล็กออกจากลำคอของเขา ก่อนเดินเข้าห้องไป "เอ๊ะ! แฮ่ๆ ลืม" ท้องฟ้าเดินตามเข้าไปนั่งบนเตียง แล้วเอาผ้านั่นเช็ดผมตัวเองอีกครั้ง โดยสายตายังคงจ้องไปยังเขา "ว่าแต่ วันหยุดทั้งที่นายคิดจะออกไปไหนบ้างเหรอ" เขาถามด้วยความสงสัย เพราะดูเขาจะให้ความสำคัญกับการนอนในช่วงวันหยุดสัปดาห์มากกว่าไปเที่ยวสนุกตามประสาเด็กวัยรุ่น "ไม่ อยากนอน" เขายังคงตอบแบบเดิม " ทำไม" ท้องฟ้ายังความขึ้นอีกครั้ง "วันจันทร์ถึงศุกร์ฉันนอนน้อยมาก หากไม่นอนชดเชยบ้าง จะเสียสุขภาพเอาได้" "ทำไม กลางคืนนอนได้นี่ นายทำอะไรถึงนอน หรือว่า..." "หรือว่าอะไร" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หรือว่า นายแอบคลิปโป๊ใช่ไหม"เขาพูดหยอกล้ออีกคน "สกปรก ความคิดนายมันสกปรก" เขาตอบกลับทำให้อีกคนได้นั่งอึ้งไป "แล้วมันเพราะอะไรล่ะพ่อคุณ"คราวเขาถามด้วยความประชดประชัน "ฉันทำงานพาร์ไทม์ที่เซเว่น นายไม่เห็นฉันเลยเหรอ" ทุกๆวันธรรมดาเขาใช้เวลากลางคืนทำงานพาร์ไทม์ ในเซเว่นแห่งหนึ่งใกล้บ้าน ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง 5 โมงเช้า นั่นแสดงว่าเขาได้นอนเพียง1-2 ชั่วโมงก่อนมาเรียน "โห่ นายนี่สุดยอด" "ดังนั้นนายควรให้ฉันนอนได้แล้ว" เขาถามขึ้น "ยัง วันนี้นายต้องไปที่หนึ่งกับฉัน" ซองอึนมองเขาด้วยความสงสัย แววตาของเขาเป็นประกายนั่นจุดชนวนในใจเขา เหมือนรู้สึกได้ว่าวันที่แสนจะน่าเบื่อนั่น กำลังจะหายไป ผู้ชายคนนี้ทำให้เขาอยากที่จะมีใครสักคนที่ไม่ปล่อยมือกันไปในยามที่ฝันร้ายนั้นกลับมาอีกครั้งห้องรับแขกเรียบหรูมีสไตล์ ที่ตกแต่งด้วยแจกันลายไทย ประดับตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาว ดูสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งใหญ่ในเกาหลีอย่างไม่ละสายตา ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนที่กำลังจ้องมองหญิงชราอย่างไม่ลดละสายตา "เอ่อ...ผมควรออกไปดีกว่าครับ แฮร่ ๆ " ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อยเพื่อปกปิดความละอายใจที่จู่ ๆ ก็ถูกซองอึนกระชากแขนมาด้วย "ไม่ต้อง! คนที่ควรออกไปไม่ใช่นาย" น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ท้องฟ้าดิ่งก้นนั่งลงตามเดิมด้วยความกังวลใจ"อืม...เด็กหนุ่มคนนี้คงมีความสำคัญกับหลานมากซินะ ถึงไม่ยอมเว้นระยะห่างกัน" เธอเผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย"ใช่ครับ! สำหรับผมท้องฟ้าสำคัญที่สุด ว่าแต่อะไรทำให้คุณอยากเจอผม ผมลืมไปแล้วว่ามีคุณอยู่ในชีวิต""อึก! " ท้องฟ้ามองหน้าซองอึนด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอย่างนี้ออกมา จู่ ๆดวงหน้าร้อนพลัน ร้อนฉ่าขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ "ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกนะ ว่าทำไมฉันถึงโผล่มาตอนนี้" แววตาที่มองซองอึนนั้นลึก ๆ แล้วเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในใจเอาไว้มากมายเหลือเกิน"หึหึ เยี่ยมครับ สิบแปดปีที่ผ่า
ในห้องชมรมศิลปะอันกว้างใหญ่ ภาพวาดงดงามที่ถูกตวัดลวดลายหลากหลายสีสันด้วยแปรงพู่กันผ่านสีโปสเตอร์ ถูกตั้งสง่าเรียงรายอย่างโดดเด่นเพื่อผลการแข่งขัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการของนักวาดก็ยากจะตัดสินได้ว่า ผลงานชิ้นไหนดีที่สุด ยกเว้นองค์ประกอบรวมที่ผู้วาดได้ถ่ายทอดลงไปเพื่อสื่อความหมายของภาพนั้น ๆ คณะกรรมตรวจสอบผลงานได้เดินดูภาพวาดแต่ละภาพอย่างภาคภูมิใจในผลงานทุกชิ้น แต่พวกเขาต้องมาสะดุดตากับภาพวาดแผ่นหนึ่ง ยืนมองวิเคราะห์ภาพวาดนั้นนานสองนาน"ภาพนี้ถึงแม้จะดูธรรมดา ใช้เฉดสีน้อยนิดแต่มีการใช้ส่วนประกอบมูลฐาน! ทำให้ผลงานโดดเด่นและแตกต่างกว่าของนักเรียนคนอื่นๆ พวกคุณดูซิ!"คณะกรรมการผู้อาวุโสชายท่านหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่คุณครูท่านอื่นๆจะมองสังเกตภาพนั้นใกล้ๆ"จริงด้วยค่ะอาจารย์ เส้น รูปร่าง น้ำหนัก สี ผิวเผินอาจดูธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อรวมองค์ประกอบรวมดันมีความสมดุลกัน" คณะกรรมการผู้หญิงพูดขึ้น"แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน"คณะกรรมการผู้ชายเสริมขึ้นเมื่อสังเกตเห็นจุดเด่นของภาพวาดใบนี้"ใช่ค่ะ แบบด้านสองด้านไม่เท่ากัน แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่สั่นพลิ้วสลวยอย่างละเอีย
~ห้องศิลปะ~วันแข่งขันมาเยือนเหล่าเพื่อน ๆ ต่างสถาบันต่างหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมกิจกรรมวิชาการและงานบันเทิงอย่างครบเครื่องมีหรือจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปได้ เสียงหัวเราะเขาเหล่านักเรียนต่างส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วอาคารเรียน"สวัสดีครับครูเบนนะยินดีที่ได้รู้จักนักเรียนทุกคนในห้องนี้ ครูดีใจมากที่วันนี้มีนักเรียนหลากหลายโรงเรียนเข้าร่วมประกวดวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ในหัวข้อ ซากุระ อาร์ต คันเทสทฺ "วาดภาพทิวทัศน์" เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกต่อไป ทุกคนมาเริ่มกันเลย ไฟติ้ง!"ครูเบนเดินไปนั่งตรงโต๊ะประจำของตนก่อนมองไปยังซองอึนด้วยความภาคภูมิใจไม่คิดเลยว่าเขาจะร่วมกิจกรรมด้วย"ซองอึน เขาเปิดใจให้ท้องฟ้าคนเดียวซินะ" เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงจุดนี้ได้พู่กันและสีน้ำต่างถูกบรรเลงลงบนกระดาษขนาดใหญ่ สไตล์การวาด ความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ผู้เข้าแข่งขันทุกคนดูมุ่งมั่น ตั้งใจหมายจะคว้าความภาคภูมิใจกลับบ้านไปให้ได้ มีเพียงซองอึนที่ยังคงหลับตาด้วยความผ่อนคลาย "ให้ตายซิ นอนได้ทุกเวลาจริงๆ" ท้องฟ้าที่กำลังแอบมองอยู่ผ่านกระจกเล็ก ๆ ด้วยความหงุดหงิดแต่ทว่ามือเรียวของซองอึนกำล
เปิดเรียนวันแรกหลังจากการพักผ่อนของพวกเขา อากาศยามเช้าที่เย็นสบาย ไร้มลพิษ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม สองข้างทางรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสช่างงดงามตายิ่งนัก ไร่องุ่น ไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่รักความสงบ รักความเรียบง่าย รักชีวิตที่อิสระ และรักธรรมชาติถึงจะอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ได้ ซองอึนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสุกใสในวิธีการชีวิตของชาวไร่ช่างเหน็ดเหนื่อยทั้งเก็บเกี่ยว พรวนดิน ดูแลรักษาพืชผลด้วยความใส่ใจทะนุถนอมดังลูกในไส้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ดั่งคำกล่าวที่ว่า"สุขแท้จริง คือสุขที่ใจ" เขาไม่เคยคิดเลยว่าการได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้จะทำให้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ความพอเพียง ความจริงใจ และมิตรภาพที่ดี ไม่แปลกใจที่คนที่นี่ล้วนดูมีรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้เข้าสัมผัสได้ถึงความสุขที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ และตัวเขาล่ะพอใจกับสิ่งที่มี อยู่ ณ ตอนนี้แล้วหรือยัง หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงถือกระดานวาดภาพ พู่กัน และสีติดตัวมาด้วย และคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้วาดความสุขเหล่านี้เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้หรอก อารมณ์ศิลปินของเขากำลังพุ่งก
~ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง~เสียงร้องห่มร้องไห้ดังทั่วห้องผู้ป่วยรวม ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ต่างลุกขึ้นมามองคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองคนไข้อย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนกับคนบนเตียงนั้นสิ้นลมหายใจไปแล้ว "ไม่น่าเลยลูกชายสุดที่รักของพ่อ" กระดาษเช็ดชู้ที่ถูกดึงจากกล่องชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ใช้แล้วตกลงสู้พื้นมากมายรวมทั้งในถังขยะ ชายวัยกลางคนนี้คงร้องไห้มานานมากแล้ว"ถ้าแม่ไปด้วยคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกพ่อ อึก! ""โธ่ อาชิลูกพ่อ เกิดมาพ่อแม่ดูแลอย่างดี ยุ่งไม่ให้กัดแมลงวันก็ไม่ให้ตอม ทำไมถึงรนหาที่นัก ฮึฮื้อฮื้อ" หัวอกคนเป็นพ่อแทบใจสลายเมื่อมองลูกชายที่บัดนี้ถึงแม้จะพ้นขีดอันตรายแล้วก็ตาม"ยังไม่ตายครับพ่อ แม่บอกพ่อด้วยซิครับ ที่นี่โรงพยาบาลช่วยเบา ๆ หน่อย ผมอายเขา" ร้องซะทำเอาผมแทบไม่กล้ามองหน้าใครเลย โดยเฉพาะ ครอบครัวผู้หญิงที่นอนอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนมองด้วยแววตาซาบซึ้งใจ แต่ก็นะปากคนเราย่อมไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย"เฮ้ย! น่าส่งสารบ้านนู้นนะร้องไห้เพราะสงสารลูกชาวบ้าน กลัวคนอื่นจะคิดว่าเป็นพ่อขี้แย" พ่อของใบชายิ้มเย้ยหยัน พร้อมแววตาดูถูก "เพราะช่วยลูกมึงนั้นแระ! ลูกกูถึงเป็นแบบนี้ขอบคุณสักคำมีไหม
แสงแดดยามเช้าที่ส่องสว่างไปทั่วผืนป่า กำลังโอบอุ้มความหนาวเหน็บให้เบาบางลง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสิ่งดีๆกำลังจะเกิดขึ้น ปลาขนาดใหญ่ที่กำลังถูกย่างบนไฟร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วป่า ชวนน้ำลายไหลยิ่งนัก ทุกคนนั่งล้อมวงด้วยความหิว ก่อนจะต้องเตรียมตัวกลับบ้านก่อน เพราะในวันพรุ่งนี้สถานที่อันสวยงามราวกับเทพนิยายแห่งนี้ กำลังจะถูกเปิดขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกครั้งหลังถูกปิดทำการปรับปรุงมานานนับเดือน"พี่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์โทรบอกว่าทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว ต้องอยู่ดูแลพวกเขาแทนเรา ดังนั้นลูกชายของเขาจะมาช่วยดูแลพวกเราแทนก่อนจะกลับบ้าน" ท้องฟ้าบอกเพื่อนๆเพื่อให้หายความกังวลใจ"สวัสดีครับน้องๆ" น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้ท้องฟ้ารีบหันหน้าไปมอง เขาเบิกตาโตยิ้มกวางขึ้นด้วยความดีใจยิ่งนัก"อ้าว พี่บาส" โลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้ รุ่นพี่คนโปรดของเขากำลังยืนยิ้มหวานตรงหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกรุ่นพี่โอบกอดด้วยความคิดถึง" ไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก โครตคิดถึงเลย" นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอเจ้าเด็กแสบตัวป่วน ที่ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้เจอกัน จนกระทั่งในวันเขาไปเรียนต่อมหาลัย โดยไม่มีโอกาสแ




![กรงแค้นขังรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


