Masukเมื่อ ณคล ชายหนุ่มผู้หาความสงบสุขด้วยการเช่าบ้านในทำเลที่เงียบสงบ ได้พบกับหนุ่มน้อยน่ารัก อย่างทอยส์ เจ้าของแมวน้อยที่แอบไปขโมยปลาที่บ้านเขากินในเช้าวันหนึ่ง การพบกันครั้งนั้น..เหมือนจะเริ่มต้นด้วยความวุ่นวาย และสับสน... หากอีกหลายครั้งที่ความบังเอิญ นำพาทั้งคู่ไปพบเจอกันอยู่บ่อยครั้ง จนนำไปสู่ความรัก ในก้นบึ้งหัวใจอย่างเงียบงัน
Lihat lebih banyak"ถ้าคุณมั่นใจอย่างนั้น ฉันก็คงขัดใจคุณไม่ได้หรอกนะ""ดีใจจริง ถ้างั้นไปแต่งตัวเลยนะคุณ เตรียมตัวไปฉลองกันดีกว่า"ชายหนุ่มปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระเป็นครั้งแรก ให้เธอเผลอค้อน ยิ้มขัน"เอ๊ ! คุณ ไหนว่าเงินมีเท่าไหร่ ใช้ไปก็หมดได้ คุณสอนให้ฉันประหยัดเองนะ แล้วนี่ อึกอักอะไรก็ฉลองท่าเดียว จะเรียกว่าประหยัดได้ยังไงกันคะ""ก็...ผมยังไม่ได้บอกสักคำนี่นาว่าจะชวนคุณไปดินเนอร์นอกบ้านน่ะ ก็แค่จะขวนคุณไปตลาด วันนี้ผมจะโชว์ฝีมือทำอาหารมื้ออร่อยไห้คุณทานเอง โอเคมั้ยคุณ""แน่ใจมั้ยล่ะ ว่าทานได้""ดูถูกน่าคุณ ไปเลย รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ชักช้าผมเปลี่ยนให้เอง แล้วอย่ามาอิดออดก็แล้วกัน"เหมือนจะบ่นพอได้ยินอย่างจงใจกลั่นแกล้งให้มาตาแทบโดดผลุงลงจากเตียงกว้างนั่นแทบไม่ทันเรื่องอะไรจะให้อีกฝ่ายฉวยโอกาส เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอให้โง่ล่ะ!"ไม่ต้องเลย ฉันโตแล้ว ฉันทำเองได้ย่ะ"คาสโนวาหนุ่มทิ้งตัวลงบนเดียงกว้าง หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างมีความสุขที่ได้เย้าอีกฝ่ายให้หน้าแดง เขินอายเล่นได้อย่างนั้น...หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็พาหญิงสาวก้าวเดินลงมาที่ลานจอดรถ หากคราวนี้ เขาไม่ได้ตรงไปที่รถยนต์หรู แต่ไปที
อีกครั้งที่ทอยส์เฝ้าแต่คิดวกไปวนมา สมองของเขามันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...สับสน ว้าวุ่นจนค่อยๆ ฟุบหน้าลงกับท่อนแขนของอีกฝ่าย และเผลอหลับนิ่งไปในท่านั้น...ขณะเดียวกันณดลกลับค่อยๆ หรี่ตาลืมขึ้น พอเห็นว่าเด็กหนุ่มหลับสนิทไปแล้ว เขาก็แอบยิ้ม นึกถึงคำพูดมากมายที่อีกฝ่ายพร่ำพูดสารพัดเพราะนึกว่าเขาหลับ จนกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว !แบบนี้ต้องแกล้งซะให้เข็ด ถึงจะโดนยิงบาดเจ็บก็ถือว่าคุ้มเชียวล่ะ อย่างน้อยก็ทำให้ได้รู้ใจคนที่เขาแสนรักอย่างทอยส์!ณดลบอกตัวเองในใจ แล้วปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง หากการหลับครั้งนี้ เขาหลับตาลงอย่างสุขใจ ไร้กังวลจริงๆ"คุณคะ...คุณคะ"เสียงเรียกเบาๆ นั่นทำให้ทอยส์ขยับตัว พร้อมกับลืมตาขึ้นมองตามเสียงเรียกนั่น ด้วยความหวาคระแวง และพบว่าพยาบาลสาวเตรียมอุปกรณ์ในการเช็ดตัวชายหนุ่มมาครบมือ"ได้เวลาเช็ดตัวให้คนไข้แล้วค่ะ""ครับ...ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวสักครู่ รบกวนฝากคุณพยาบาลด้วยนะครับ""ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อีกไม่นานคนไข้ก็ฟื้นค่ะ”พยาบาลสาว บอกกับทอยส์ราวกับให้กำลังใจ ขณะที่ทอยส์หมุนตัวกลับออกไปจากห้องพักฟื้นพิเศษนั่นเงียบๆ กำลังคิดว่านอกจากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ยังค
"หนาวเหรอทอยส์""ก็คุณเปิดขนาดนี้ ผมคงร้อนหรอกมั้ง"ทอยส์ โวยใส่ให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ"ผมขอโทษ ก็ใครจะคิดว่าคุณขี้หนาว เห็นเมื่อคืน...เหงื่องี้โทรมตัวเชียว”"หยุดนะ หุบปากของคุณไปเลย""ก็ได้ๆ ไม่พูดก็ได้ คุณนี่ เผด็จการชะมัด โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี"ชายหนุ่มยังไม่วายบ่น แต่เห็นบ่นๆ อย่างนั้น เขาก็เอื้อมมือไปเบาแอร์ให้ในระดับหนึ่งอยู่ดี จวบจนถึงหน้าบ้านของทอยส์นั่นล่ะ ที่เขาก้าวนำลงไปก่อนเพื่อเปิดประตูรถให้ โดยไม่ทันสังเกตสักนิดว่ามีใครบางคนดับบุหรี่อย่างรวดเร็ว และบดขยี้ด้วยรองเท้าหนาๆ อย่างขัดใจเต็มทีกับภาพที่เห็นเบื้องหน้านั่น"ไงทอยส์...ท่าทางจะสำเริงสำราญกันมาน่าดูชมเลยสินะ ไปปฏิบัติธรรมถึงไหนถึงกันมาเหรอครับ"แค่เพียงวางกระเป้าใบโตของทอยส์ไว้ตรงหน้าบ้าน เพื่อรอให้เธอไขประตูรั้วเท่านั้น ที่ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนจะโผล่พรวดออกมาจากจุดมีดอับมุมหนึ่งนั่น"พอล !""ใช่ ผมเอง ก็ยังดีนะที่คุณยังจำผมได้ ไอ้ผมก็นึกว่า คุณจะลืมไปแล้วว่าความหวานชื่นระหว่างเรามันเป็นยังไง"พอลน่าจะดื่มมาบ้างก่อนหน้านี้ ทอยส์ได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งเมื่อเขาก้าวตรงมายังร่างบางของทอยส์ที่แทบถอยหลังไปหลายก้าว
"คุณงดงามที่สุดเลยทอยส์!"ณดลพึมพำขณะกัมลงพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังสะท้านของอีกฝ่าย...ก่อนพลิกตัวทอยส์กลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง เพื่อครอบครองปากลงบนริมฝีปากอบอุ่นของทอยส์ ดื่มด่ำราวคนหิวกระหาย มือข้างหนึ่งนวดเฟ้นฐานอกเต็มไม้เต็มมืออย่างเมามัน ก่อให้เกิดความเสียวกระสันจนทอยส์แทบแหงนหน้ารับ พร้อมกอดบ่าณดลเอาไว้แน่น รู้สึกได้ถึงปลายเล็บที่จิกเข้าไปในเนื้อของเขา ก่อนเสียงร้องครวญครางด้วยความสุข จะดังแข่งกับเสียงฟ้าที่ครางครืนห่างออกไปณดล ค่อยเลื่อนใบหน้าต่ำลง หลังจากนวดเฟ้นแผงอกของอีกฝ่ายที่สะท้านสะท้อนขึ้นลง ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของเขาและทอยส์ ที่ประสานกันด้วยความซ่านเสียวเกินจะทน ก่อนทุกอย่างจะจบลงเมื่อทอยส์ถูกโอบรัดเอาไว้แน่นราวกับสุนัขติดเป้ง เนิ่นนานจนแทบลืมหายใจ !"คุณช่างน่ารักเหลือเกินครับทอยส์""อืมม์..""ขอบคุณ สำหรับความหอมหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัวของคุณนะ ยอดรักของผม"ณดลได้แต่ครางพึมพำแทบไม่ได้ศัพท์ โอบร่างของทอยส์เอาไว้อย่างแสนรัก เมื่อแสงเทียนค่อยมอดดับลง และแสงไฟที่ดับไปอย่างยาวนานก็ยังไม่มา ห้องทั้งห้องจึงเต็มไปด้วยความมืดมิด มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบแรงของทั้งคู่เท่านั้นที่แท
"ฝนเบาลงหน่อยแล้ว เดี๋ยวผมไปต้มมาม่ารองท้องก่อนนะ ไม่งั้นน้ำในกระติกมันเย็นละก็ อดกันทั้งคู่แน่"หลังประโยคนั้น ณดลพยายามขยับตัวลุกขึ้น หากทอยส์เองก็ลุกตามด้วยรวดเร็ว"ผมไปด้วย ให้ผมไปช่วยคุณนะ""ทอยส์ นี่ยังกลัวอยู่อีกเหรอ""กลัวสิ หรือคุณไม่กลัว""ผมไม่กลัว เพราะผมไม่เคยสาบานกับใคร""ผมก็ไม่เคยสาบาน"เด็
"จริงๆ แล้ว บ่ายนี้เราต้องเดินทางออกจากเกาะถึงฝั่งกันนะครับ แต่มีอุปสรรคนิดหน่อยเพราะทางฝั่งรายงานมาว่า พายุจะเข้าบ่ายนี้ และเราไม่ควรออกเรือฝ่าพายุไปอย่างเด็ดขาด ค่ำคืนนี้ เราจะงดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เอาไว้ก่อน ขอให้ทุกท่าน พักผ่อนตามอัธยาศัยหลังอาหารมื้อเย็น ไม่ควรออกจากห้องพัก จนกว่าพายุจะสงบขอบ
"บ้าสิ...ใครเขาจะคิดไม่ซื่อกับคุณ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”"โอ.เค. ไม่หลงตัวเอง แต่ผมหลงคุณจนหัวปักหัวปำไปแล้ว จะไงล่ะ"อีกครั้งที่เขาเป็นฝ่ายพลิกตัวเข้าหาอีกฝ่าย สองมือยังเกาะกุมมือของทอยส์เอาไว้แนบแน่น"นี่ อย่าแม้แต่จะคิดนะดล ผมไม่สนุกด้วย""แล้วนึกว่าผมสนุกนักรึไง อยู่ ๆ ก็โดนชกหน้าไม่ทันตั
หลังอาหารมื้อค่ำ...หลังสันทนาการ หลังเสียงเพลง และกองไฟที่ลุกโชนดับลง บรรดาลูกทัวร์ ต่างก็พากันกลับไปห้องเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย มีเพียงชายหนุ่มอย่างณดลเท่านั้น สมัครใจเป็นไกด์ส่วนตัวเพื่อพาเด็กหนุ่มขี้เหงาวายร้ายอย่างทอยส์ ไปเดินชมทะเลยามค่ำ ค่ำคืนที่เขาบอกกับทอยส์ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนว่า…"แล้ว





