LOGIN“เหอ เหอหยวน”
ไม่เสียเวลาคิดนาน หม่าเจี๋ยซินก็เอ่ยเรียกชื่อของบุรุษตัวโตที่ยังคงทำนาอย่างขยันขันแข็งแม้เวลานี้ใกล้จะค่ำแล้ว
“เรียกข้ารึ”
เหอหยวนเงยหน้ากลับขึ้นมาถามนางคล้ายไม่แน่ใจ
“ใช่”
“มีอะไร”
“ท่าน.. ช่วยจับปลาในน้ำให้ข้าสักตัวได้หรือไม่”
หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจนักว่าเหอหยวนจะทำตามคำขอของนางหรือเปล่า แต่เพราะหลิวซื่อเคยบอกกับนางว่าบุตรชายของนางล้วนมิใช่คนเลวร้าย หม่าเจี่ยซินจึงลองขอเขาดู
“ปลา... เจ้าอยากกินปลารึ”
“อื้ม”
“น้ำที่นี่ค่อนข้างตื้น ปลาพวกนี้ล้วนเหม็นโคลน รสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนกับปลาที่ขายในเมือง เจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่”
เหม็นโคลน?
มิน่าในน้ำถึงได้มีปลาตัวใหญ่เต็มไปหมด ที่แท้เพราะพวกมันเหม็นโคลน ครอบครัวเหอจึงไม่กินกัน ปลาในน้ำจึงมีชีวิตจนเติบใหญ่กันเช่นนี้
“ต้องการ”
“เช่นนั้นก็รอสักครู่”
ได้รับคำยืนยันแล้ว เหอหยวนก็ดึงมีดสั้นจากปลอกที่เอวของตนเองออกมา เขาเดินไปตัดกิ่งไม้เล็กๆ เท่านิ้วแต่ยาวมากกว่าหนึ่งเมตรมาหนึ่งกิ่ง แล้วเหลาปลายจนแหลมคม จากนั้นก็เดินไปที่ลำธารแล้วเดินลงน้ำไปจับปลา
เหอหยวนใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น เขาก็แทงปลาตัวใหญ่ขึ้นมาได้อย่างว่องไว ความเร็วของมือเขาในตอนที่แทงปลานั้นหม่าเจี่ยซินไม่ทันได้มองดูให้ดีด้วยซ้ำ เห็นอีกทีปลายไม้แหลมก็มีปลาติดขึ้นมาแล้ว
“นี่ของเจ้า รับไปสิ”
เหอหยวนเดินขึ้นมาจากลำธารแล้วยื่นไม้ที่มีปลาเสียบอยู่ให้หม่าเจี่ยซิน นางจึงรับมาด้วยความอึ้งที่ยังคงตกตะลึงกับความเร็วในการขยับแทงปลาของเขา
“ขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร ใกล้ค่ำแล้วเจ้ากลับบ้านไปได้แล้ว”
“ได้”
หม่าเจี่ยซินรับคำอย่างว่าง่าย เมื่อได้ปลากับผักกาดเขียวมาจำนวนหนึ่ง นางก็ไม่คิดจะเดินเล่นต่ออีก เมื่อเหอหยวนบอกให้นางกลับนางจึงไม่คัดค้าน เพียงแต่ก่อนจะหันหลังกลับไป นางพลันชะงักก่อนจะพูดกับเขาอีกสักประโยคหนึ่งว่า
“แล้วท่านยังไม่กลับรึ”
“มืดแล้วข้าค่อยกลับ ตอนนี้ยังพอทำงานได้อยู่”
“อ้อ เช่นนั้นข้าไปก่อน”
นางพยักหน้าเบาๆ แล้วหอบปลากับผักในมือเดินกลับบ้าน ในหัวก็นึกถึงคนด้านหลังที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นชาวนาและทำนาเป็นจริงๆ เพราะหน้าตาของเหอหยวนนั้นไม่เหมาะกับอาชีพนี้เลย
เขาหล่อเหลามากเกินไป ร่างกายก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ดูแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมายืนอยู่ในท้องทุ่งที่มีข้าวเต็มไปหมด ในสภาพร่างกายเปื้อนโคลนเช่นนี้ จึงดูขัดกันไปหมดจนอธิบายไม่ถูก
เหอหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองร่างบางของหม่าเจี่ยซินเดินจากไปเงียบๆ แล้วเดินกลับไปทำงานของตนเองต่ออีกครั้ง ในความคิดก็วนอยู่แต่กับคำพูดประโยคสุดท้ายของนาง ที่เหมือนจะเป็นถามถึงตัวเขาเป็นครั้งแรก
“กลับมาแล้วรึ”
เหอชางกำลังต้มน้ำเพื่อใช้อาบอยู่ในห้องครัว เมื่อเห็นหม่าเจี่ยซินเดินเข้ามาพร้อมกับผักและกิ่งไม้ที่เสียบปลาตัวใหญ่เอาไว้อยู่ เขาก็มองนางด้วยความแปลกใจ
“เจ้าเป็นคนจับปลาตัวนี้มารึ”
“ข้าดูมีความสามารถขนาดนั้นเลยรึ” นางอดหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงท่าทางของตนเองตอนกำลังจับปลา “พี่ชายของท่านเป็นคนจับต่างหาก”
“พี่ใหญ่นะรึ”
“อื้ม”
เหอชางมีสีหน้าแปลกใจ แต่กลับไม่ได้ถามไปมากกว่านี้ หม่าเจี่ยซินนำผักไปเก็บแล้วหยิบอ่างไม้กับเกลือออกไปด้านนอกพร้อมกับกิ่งไม้ที่เสียบปลาเอาไว้อยู่
หม่าเจี่ยซินเดินไปข้างบ้าน แล้วดึงตัวปลาออกจากกิ่งไม้วางลงไปในอ่าง นางตักน้ำมาล้างปลารอบหนึ่ง แล้วตักน้ำใส่อ่างจนท่วมตัวปลา ก่อนจะหยิบเกลือออกมาใส่ลงไปในอ่างน้ำเพื่อให้ปลาคายโคลนออกมา
หม่าเจี่ยซินยกอ่างน้ำกลับเข้าไปในบ้านแล้วนำไปวางบนพื้นที่ว่างตรงมุมบ้าน
“ทำอะไรรึ”
“ทำให้ปลาคายโคลนออกมา เช่นนี้เนื้อปลาจะได้ไม่มีกลิ่นโคลน”
“เจ้าอยากจะกินปลารึ”
“ใช่ พรุ่งนี้ข้าจะทำปลาราดพริก ท่านอยากกินด้วยหรือไม่”
นางหันไปถามเขาด้วยรอยยิ้ม เห็นนางมีความสุขเช่นนี้เหอชางก็พลันรู้สึกดีไปด้วย จึงพยักหน้าตอบตกลง
“ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะปลุกเจ้าตื่นมาทำอาหารกับข้า”
เมื่อน้ำในอ่างเดือดแล้ว เหอชางก็ตักน้ำออกมาใส่ถังไม้แล้วยกไปในห้องของหลิวซื่อเพื่อให้บิดาเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายให้มารดา จากนั้นถึงได้กลับมาตักอีกถังยกขึ้นไปบนห้องให้หม่าเจี่ยซิน
“เหตุใดพวกท่านไม่ทำห้องอาบน้ำขึ้นมาอีกห้องเอาไว้ด้านนอก เวลาอาบน้ำจะได้ไม่ต้องยุ่งยากยกขึ้นยกลงเช่นนี้ ทั้งยังช่วยให้ไม่เปื้อนพื้นห้องอีกด้วย”
ตามเหอชางขึ้นมาบนห้องแล้ว หม่าเจี่ยซินก็อดถามสิ่งที่สงสัยมาหลายวันกับเหอชางไม่ได้ ถึงในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจะไม่มีเรื่องเกี่ยวกับห้องอาบน้ำแต่กลับมีห้องสุขาอยู่ หม่าเจี่ยซินจึงคิดว่าในบ้านของคนรวยน่าจะมีห้องอาบน้ำแยกเฉพาะออกมาอยู่แล้ว
“เจ้าอยากได้รึ”
เหอชางแปลกใจเล็กน้อยที่ถูกถามถึงเรื่องห้องอาบน้ำ เขาจึงคิดว่าหม่าเจี่ยซินอยากได้ห้องเช่นนั้นสักห้อง จะได้ไม่ลำบากต้องอาบน้ำในห้องนอนให้พื้นเปื้อน
แต่ที่หม่าเจี่ยซินไม่รู้และเหอชางไม่ได้บอกนางคือ ในครอบครัวสกุลเหอล้วนเป็นแต่บุรุษ ทั้งบ้านมีเพียงหลิวซื่อที่เป็นสตรี ที่ผ่านมาจึงมีเพียงหลิวซื่อที่อาบน้ำในห้องเช่นนี้
ส่วนพวกเขาทั้งหมดล้วนพากันไปชำระล้างตัวในลำธาร เรื่องต้มน้ำยกน้ำอาบน้ำเข้าไปชำระกายในห้องพวกเขานั้น ล้วนไม่มีผู้ใดทำกัน
“ข้าเพียงคิดว่าหากมีห้องสำหรับใช้อาบน้ำโดยเฉพาะมันคงสะดวกกว่า แต่อาบน้ำในห้องเช่นนี้ก็ได้เช่นกัน”
หม่าเจี่ยซินไม่ใช่คนมากเรื่อง ที่เอ่ยกับเขาก็เพียงนึกถึงความสะดวกในชาติก่อนเท่านั้น
“เช่นนั้นก็อาบในห้องไปก่อนแล้วกัน”
“อืม”
ยกน้ำเข้ามาให้และเทลงถังใบใหญ่ให้นางแล้ว เหอชางก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูให้นางเสร็จสรรพ
หม่าเจี่ยซินที่หลายวันมานี้ทำเพียงเช็ดตัวมาตลอดจึงถอดผ้าออกแล้วก้าวลงอ่างเพื่ออาบน้ำสระผมอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกนางใช้จ้าวเจี่ยวไม่คล่องมากนัก ถึงจะมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ แต่เพราะชาติก่อนนางเคยใช้สบู่ก้อนและสบู่เหลวมาก่อน จ้าวเจี่ยวจึงไม่ได้ให้ผลลัพธ์ได้ดีอย่างที่นางต้องการ
ด้วยเหตุนี้กว่าหม่าเจี่ยซินจะอาบน้ำสระผมได้สะอาดเท่าที่ต้องการ เหอชางที่อาบน้ำชำระตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รอนางอยู่ด้านนอกมาสักพักใหญ่
แม้ว่าอาหารทั้งสามอย่างต้องใช้เวลาในการทำอยู่พักใหญ่ แต่เป็นเพราะเหออันเพิ่งกลับมาถึง พวกเขาจึงไม่มีใครร้อนใจกลับลงไปทำงานในนา ทุกคนจึงรออาหารมื้อเที่ยงอย่างไม่เร่งรีบด้วยเหตุนี้กว่าที่ทุกคนจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลาก็เลยเที่ยงไปแล้วพักหนึ่ง“ปลาราดพริกจานนี้อร่อยกว่าที่ข้าเคยกินที่หอชมจันทร์ในเมืองหลวงเสียอีก”กินปลาราดพริกไปคำหนึ่ง เหออันก็เอ่ยชมขึ้นมา เหอหยวนกับเหอตงจึงพากันคีบปลาราดพริกมาชิมคนละคำแล้วหันไปมองเหอชาง“ซินซินเป็นคนทำ”คำพูดของเหอชางทำให้สายตาทั้งสี่คู่ย้ายมาที่ตัวหม่าเจี่ยซิน นางจึงเหลือบมองพวกเขาตาปริบๆ“พวกท่านชอบก็ดีแล้ว”รสมือทำอาหารของตนเองดีมากแค่ไหน หมาเจี่ยซินย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นชาติก่อนน่าจะสามารถเปิดร้านอาหารเพื่อสุข
“พี่รองท่านกลับมาแล้วรึ”เสียงตะโกนของเหอตงดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา เล่นเอานกบางตัวถึงกับตกใจจนกระพือปีกบินหนี หม่าเจี่ยซินก็ถูกเขาทำให้ตกใจด้วยเช่นกัน ความคิดของนางจึงหยุดชะงักแล้วใบหน้าหมดจดที่เริ่มมีเนื้อหนังขึ้นมาเล็กน้อยก็เงยขึ้นไปมองทางโน้นเพียงแต่นางอยู่ต่ำเกินไป สายตาจึงถูกต้นข้าวในนาบังเอาไว้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องลุกขึ้นยืนถึงจะมองเห็นคนที่เหอตงทักทายพี่รอง?เป็นเหออันสินะบุรุษที่ออกเงินซื้อตัวนางผู้นั้นบนทางสายเล็กที่ทอดยาวมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง บุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินจางๆ ผู้หนึ่งเดินจูงม้าตัวใหญ่ที่บรรทุกสำภาระกองหนึ่งกลับมาด้วย ร่างของเขาสูงสะโอดสะอง ใบหน้าที่ยังเห็นไม่แจ่มชัดสะท้อนรัศมีความโดดเด่นออกมาไม่ต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ ของเขาจ้องมองเหออันอยู่เพียงไม่นาน หม่าเจี
“เป็นภรรยาของข้าเถอะ ข้าสัญญาว่าชาติจะไม่มีทางทำผิดต่อเจ้า จะดีกับเจ้าให้มากๆ ได้หรือไม่”“...”เหตุผลเสี้ยวสุดท้ายของนางพลันขาดลงด้วยคำพูดประโยคนี้ หม่าเจี่ยซินที่ถูกอารมณ์ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดจึงยื่นหน้าไปจุมพิตคนตรงหน้าครั้งหนึ่งอย่างขาดสติ จากนั้นนางก็ไม่รู้แล้วว่าตนเองถูกเหอชางจุมพิตอยู่นานมากแค่ไหน เพราะโลกของนางถูกสัมผัสของเขาทำให้ขาวโพลนและหยุดชะงักไปอย่างเนิ่นนานตอบรับจุมพิตอันร้อนผ่าวของเหอชางอยู่พักใหญ่ หม่าเจี่ยซินที่ถูกเขาดูดลิ้นตวัดรัดเกี่ยวพัวพันไปมาก็เริ่มหายใจไม่ทัน นางจึงตบไหล่เขาไปหลายครั้งเพื่อขอร้องให้ปล่อยตนก่อนยามที่เหอชางถอนริมฝีปากออก นางจึงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อและแดงก่ำราวกับสีของผิงกั่วเหอชางคลึงริมฝีปากของนางยิ้มๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ สายตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยอารมณ์หวานซึ้งของเขาจับจ้องนางนิ่ง ก่อ
หม่าเจี่ยซินอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จ เหอชางก็เข้ามายกน้ำที่นางใช้แล้วออกไปเททิ้ง จากนั้นเขาถึงได้กลับเข้าห้องมาอีกครั้งตอนที่เขาเข้ามานางกำลังนั่งเช็ดผมยาวที่เปียกของตนเองอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาถือหนังสือมาด้วยจึงถามขึ้นมาว่า“ท่านจะอ่านหนังสือรึ”สองคืนมานี้เหอชางมักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอน นางจึงเอ่ยถามเขาว่าจะทำเช่นเดิมอีกหรือไม่“อืม อ่านไม่กี่หน้าก็นอนแล้ว ไม่นานหรอก”ตั้งแต่อายุสิบสองเหอชางก็มักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอนจนเป็นนิสัย มีเพียงหลายคืนมานี้ที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น สองคืนมานี้เขาจึงอยากจะอ่านหนังเสียหน่อยแล้วค่อยเข้านอน มิเช่นนั้นเขามักจะรู้สึกว่าขาดอะไรไปนี่มิใช่เพราะกังวลเรื่องสอบถงเซิงในอีกครึ่งปีหลังจากนี้ แต่มันคือความเคยชินของเหอชาง เขาจึงต้องการเปิดหนังสือสักสามหน้าแล้วค่อ
“เหอ เหอหยวน”ไม่เสียเวลาคิดนาน หม่าเจี๋ยซินก็เอ่ยเรียกชื่อของบุรุษตัวโตที่ยังคงทำนาอย่างขยันขันแข็งแม้เวลานี้ใกล้จะค่ำแล้ว“เรียกข้ารึ”เหอหยวนเงยหน้ากลับขึ้นมาถามนางคล้ายไม่แน่ใจ“ใช่”“มีอะไร”“ท่าน.. ช่วยจับปลาในน้ำให้ข้าสักตัวได้หรือไม่”หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจนักว่าเหอหยวนจะทำตามคำขอของนางหรือเปล่า แต่เพราะหลิวซื่อเคยบอกกับนางว่าบุตรชายของนางล้วนมิใช่คนเลวร้าย หม่าเจี่ยซินจึงลองขอเขาดู“ปลา... เจ้าอยากกินปลารึ”“อื้ม”“น้ำที่นี่ค่อนข้างตื้น ปลาพวกนี้ล้วนเหม็นโคลน รสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนกับปลาที่ขายในเมือง เจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่”
ณ หุบเขาอันห่างไกลแห่งนี้ เวลาในแต่ละวันราวกับถูกหมุนไปข้างหน้าช้าลง ชีวิตอันราบเรียบที่ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อแข่งขันเอาชีวิตรอด ทำให้หม่าเจี่ยซินได้มีเวลาพินิจพิจารณาช่วงชีวิตที่ผ่านมาของตนเองและเจ้าของร่างเดิมอย่างถี่ถ้วน จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน ร่างกายที่บอบช้ำของนางก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆทุกเช้าหลังเหอชางลุกจากที่นอน หม่าเจี่ยซินก็มักจะลืมตาตื่นตามเขา แต่นางยังคงนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บเตียงนอนแล้วออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตาเหอชางยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่จะให้หม่าเจี่ยซินช่วยงานครัว ด้วยเหตุนี้นางจึงทำได้เพียงไปนั่งเฝ้าเขาทุกเช้า แล้วนั่งกินอาหารร่วมกันเท่านั้น ห้องครัวจึงกลายเป็นสถานที่ที่เขาและนางใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ“หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นท่านปู่เลย เขาไปไหนรึ”นอกจากวันแรกที่มาถึง หม่าเจี่ยซินก็พบว่าหลาย







