Share

เหออัน 3

last update publish date: 2026-11-03 09:00:49

แม้ว่าอาหารทั้งสามอย่างต้องใช้เวลาในการทำอยู่พักใหญ่ แต่เป็นเพราะเหออันเพิ่งกลับมาถึง พวกเขาจึงไม่มีใครร้อนใจกลับลงไปทำงานในนา ทุกคนจึงรออาหารมื้อเที่ยงอย่างไม่เร่งรีบ

ด้วยเหตุนี้กว่าที่ทุกคนจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลาก็เลยเที่ยงไปแล้วพักหนึ่ง

“ปลาราดพริกจานนี้อร่อยกว่าที่ข้าเคยกินที่หอชมจันทร์ในเมืองหลวงเสียอีก”

กินปลาราดพริกไปคำหนึ่ง เหออันก็เอ่ยชมขึ้นมา เหอหยวนกับเหอตงจึงพากันคีบปลาราดพริกมาชิมคนละคำแล้วหันไปมองเหอชาง

“ซินซินเป็นคนทำ”

คำพูดของเหอชางทำให้สายตาทั้งสี่คู่ย้ายมาที่ตัวหม่าเจี่ยซิน นางจึงเหลือบมองพวกเขาตาปริบๆ

“พวกท่านชอบก็ดีแล้ว”

รสมือทำอาหารของตนเองดีมากแค่ไหน หมาเจี่ยซินย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นชาติก่อนน่าจะสามารถเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียงเลื่องลือได้อย่างไร

เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมนั้นไม่มีทักษะฝีมือทางด้านนี้ ตลอดทั้งชีวิตสิบกว่าปีที่ผ่านมาเคยกินปลาราดพริกที่พี่ชายซื้อมาจากตัวอำเภอเพียงสองครั้งเท่านั้น เมื่อถูกเหออันเอ่ยชมเช่นนี้หม่าเจียซินจึงไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ

นางไม่ได้กลัวว่าพวกเขาจะสังเกตพบว่าตนเองไม่ใช่เจ้าของร่าง เพราะคนในตระกูลเหอที่พอจะคุ้นเคยกับนางอยู่บ้างมีเพียงเหอชางเท่านั้น แต่ระดับความคุ้นเคยก่อนหน้านี้ของเขาและเจ้าของร่างยังคงห่างไกลจากคำว่ารู้จักกันเป็นอย่างดี

สิ่งที่ทำให้หม่าเจี่ยซินเป็นกังวลใจจึงเป็นเรื่องการพูดโกหก เพราะหากไม่ได้ตระเตรียมให้ดีเสียก่อน คนที่ไม่ชอบพูดโกหกเช่นนางย่อมไม่อาจคิดคำตอบขึ้นมาให้พวกเขาในทันทีทันใดได้

อย่างเช่นตอนนี้ เพียงแค่ถูกเอ่ยชมเรื่องอาการ หม่าเจี่ยซินก็ไม่รู้ว่าสมควรจะพูดอย่างไรแล้ว

“หลายวันมานี้อาหารที่พวกเรากิน ก็ได้เจ้าช่วยน้องสี่ทำกระมัง”

เหอตงเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย ทั้งๆ ที่แน่ใจไปแล้วมากกว่าแปดส่วน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าพักนี้รสชาติของอาหารอร่อยขึ้นมาก ไม่ได้จืดชืดจนจำต้องทนกินอีกต่อไป

แน่นอนว่าเหอชางน้องสี่ของเขาทำอาหารเป็น แล้วก็เป็นหลายอย่าง เพียงแต่รสมือการปรุงอาหารของพวกเขานั้นราวกับมีความบกพร่องมาตั้งแต่เกิด หากไม่จืดเกินไปก็มักจะเค็ม หากไม่เค็มก็ขม ดังนั้นอาหารทุกมื้อที่พวกเขาทำจึงพูดได้คำเดียวว่า จำใจกินเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น

“อาหารที่เจ้าทำอร่อยมาก”

เหอหยวนเอ่ยชมด้วยอีกคน หม่าเจี่ยซินที่ไม่คิดว่าจะได้รับการชื่นชมจากพวกเขาเพราะอาหารเพียงไม่กี่จาน จึงรู้สึกดีใจและขัดเขินจนแทบจะลืมกินอาหารไปแล้ว

“ข้าก็ชอบอาหารที่เจ้าทำเช่นกัน”

เหอชางกล่าวด้วยรอยยิ้ม สายตาที่ไม่ปิดบังความชื่นชมและความชอบของเขาทำเอาหม่าเจี่ยซินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้า นางจึงมีอาการทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

“ชอบก็ดีแล้ว อย่าพูดอีกเลย รีบกินเถอะ”

หม่าเจี่ยซินบอกพวกเขา แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว เหออันที่จับจ้องนางอยู่หัวเราะออกมาอย่างไร้เสียง ก่อนจะหันไปต่อสู้กับพี่ชายและน้องชายเพื่อแย่งอาหารจานปลาราดพริก

แล้วก็เป็นอาหารอีกมื้อหนึ่ง ที่ทุกคนกินกันจนหมดเกลี้ยง ยามเอาถ้วยชามไปล้าง เหอชางกับหม่าเจี่ยซินจึงไม่จำเป็นต้องล้างเศษอาหารออกเลย

ทุกครั้งเมื่อเหออันกลับมาจากข้างนอก เขามักจะขนสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำกลับมาบ้านเสมอ ทั้งของกินของใช้อย่างพวกธัญพืช เกลือและเครื่องปรุง หรือสิ่งของจำพวกเครื่องนุ่มห่มล้วนมีทั้งสิ้น

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เหออันขนสิ่งของกลับมาด้วยมากมายและยังมีสิ่งของของสตรีอีกกองหนึ่งเพิ่มขึ้นมาด้วย

หลังกินอาหารมื้อเที่ยงแล้ว เหออันก็เอาของใช้ในชีวิตประจำวันแยกออกไปเก็บ ก่อนจะแจกจ่ายสิ่งของที่นำกลับมาให้แต่ละคนจนครบถ้วน แม้แต่หม่าเจี่ยซินก็ยังได้ห่อผ้าห่อหนึ่งที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของสตรีมาเช่นกัน นอกจากนี้นางยังได้รับผ้าอีกหลายพับเพื่อนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าของตนเอง

ปีนี้หลิวซื่อไม่สบาย ไม่สามารถลุกขึ้นมาทำงานในบ้านรวมถึงงานฝีมือของสตรีได้ เสื้อผ้าอาภรณ์ของทุกคนในครอบครัวเหออันจึงซื้อมาจากด้านนอก ผ้าที่เหออันนำกลับมาเขาจึงมอบให้หม่าเจี่ยซินนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าให้ตนเองเท่านั้น

เพียงแต่รสนิยมของบุรุษผู้นี้ช่างดียิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าผ้าทั้งหมดล้วนเป็นผ้าคุณภาพดี แต่สีสันของมันกลับไม่เหมาะที่จะนำมาตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีเลยสักผืน

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นหม่าเจี่ยซินก็ยังคงขอบคุณเหออันด้วยความซาบซึ้ง แม้ผ้าหลายพับที่ได้รับจะไม่ถูกใจนาง แต่มีให้ใช้ย่อมดีกว่าไม่มีให้ใช้ ดังนั้นหลังได้รับสิ่งของกองใหญ่ นางจึงหอบกลับขึ้นไปบนห้องอย่างมีความสุข

ยามบ่ายเหอหยวน เหอตงและเหอชางพากันกลับไปลงนาอีกครั้ง ส่วนเหออันนั้นหายไปอยู่เป็นเพื่อนมารดาของเขา ในบ้านจึงเหลือเพียงหม่าเจี่ยซินที่กำลังเก็บข้าวเก็บของที่เหออันนำกลับมาให้เข้าที่เข้าทาง

หลังเก็บของเสร็จ นางถึงได้กลับห้องไปหยิบผ้าทั้งห้าพับมานั่งพิจาณาแล้วเลือกพับที่สีอ่อนที่สุดมาตัดเย็บเอี๊ยมตัวในให้ตนเองก่อนเป็นอันดับแรก

นอกจากอาหารแล้ว พวกงานฝีมือต่างๆ หม่าเจี่ยซินก็สามารถทำได้เช่นกัน การตัดเย็บเสื้อผ้าจึงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรสำหรับนาง เมื่อเลือกผ้าออกมาได้แล้วนางจึงเริ่มวัดสัดส่วนของร่างนี้แล้วตัดผ้าออกมาหลายชิ้น

อุปกรณ์ตัดเย็บที่หม่าเจี่ยซินใช้ล้วนเป็นของที่ยืมมาจากหลิวซื่อ นางจึงหยิบผ้าอีกพับที่มีสีเข้มหน่อยออกมาตัดเอี๊ยมให้หลิวซื่ออีกสองชิ้น จากนั้นร่างบางที่กำลังขยันขันแข็งกับการเย็บผ้าก็จดจ่ออยู่กับการตัดเย็บเอี๊ยมตลอดทั้งบ่าย

ใช้เวลาไปมากกว่าสิบวัน ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็เกี่ยววัชพืชในนาทั้งห้าสิบหมู่จนแล้วเสร็จ เย็นวันนี้เหอหยวน เหอตง เหออันและเหอชางจึงพากันไปเล่นน้ำในลำธารอย่างผ่อนคลาย

ส่วนอาหารมื้อเย็นของวันนี้หม่าเจี่ยซินรับมาทำเองทั้งหมด เพราะอยากให้เหอชางได้ผ่อนคลายบ้าง หลังที่เขาเหนื่อยจากการทำงานในนามาหลายวันแล้ว

ตกค่ำเมื่อเหอคังและเหอเจากลับมา หม่าเจี่ยซินกับสมาชิกครอบครัวเหอที่ขาดเพียงเหอเจาหยวนผู้เป็นปู่ก็มานั่งกินอาหารมื้อนี้ด้วยกันอย่างครึกครื้น

หลิวซื่อที่ฝืนลุกมานั่งร่วมโต๊ะด้วย มองภาพที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าแล้วพลันน้ำตาซึมด้วยความตื้นตัน เพราะสองสามปีมานี้บุตรชายของนางไม่ได้กลับบ้านมาพร้อมหน้าเช่นนี้นานแล้ว

เหออันออกไปค้าขายข้างนอก เหอชางออกไปร่ำเรียนหนังสือ พวกเขาสองคนปกติจะกลับมาบ้านเพียงปีละครั้งสองครั้ง แต่ละครั้งก็อยู่เพียงไม่กี่วันแล้วจากไป

ส่วนเหอหยวนแม้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นส่วนมาก แต่ทุกปีหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวในนาผ่านพ้นไป เขาจากบ้านไปนานหลายเดือนเพื่อติดตามอาจารย์ของเขาไปเรียนรู้การรักษาโรคและช่วยคน

บุตรชายทั้งสี่ของนางคนที่ไม่ค่อยออกไปไหนจึงมีเพียงเหอตง เพราะเขาชื่นชอบวรยุทธ์จึงร่ำเรียนจากผู้เป็นบิดาไม่จำเป็นต้องออกไปเสาะหาอาจารย์ที่ไหน

“ท่านแม่ กินเนื้อชิ้นนี่สิขอรับ ซินซินตุ๋นจนเปื่อยรสชาติดีเป็นอย่างยิ่ง”

เหอชางคีบเนื้อชิ้นหนึ่งไปวางในชามของมารดาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม หลิวซื่อจึงมองบุตรชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู นางวางตะเกียบแล้วยกขึ้นไปลูบศีรษะของเขาเบาๆ

“เห็นพวกเจ้ากลับมาพร้อมหน้าเช่นนี้ แม่มีความสุขมากจริงๆ”

หลิวซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม นางมองบุตรชายคนเล็กเสร็จก็เลื่อนสายตาไปมองบุตรชายคนรอง จากนั้นก็ไปมองไปที่บุตรชายคนที่สามก่อนจะมองไปยังบุตรชายคนโต

“ท่านแม่ เป็นข้าอกตัญญู หลังจากนี้ข้าจะกลับมาบ่อยๆ ดีหรือไม่”

เหออันพูดด้วยความรู้สึกผิด เพราะในบรรดาพี่น้อง เขาคือคนที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน กลับมาแต่ละครั้งก็จำต้องรีบกลับไปดูแลกิจการ ในแต่ละปีจึงมีเวลาอยู่กับมารดาไม่กี่วันเท่านั้น

“แม่ไม่ได้ว่าเจ้า เพียงแต่เห็นครอบครัวของเราอยู่กันพร้อมหน้า แม่จึงพูดเช่นนี้เพราะมีความสุขมากเท่านั้น”

น้ำเสียงของหลิวซื่ออ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง แววตาทั้งสองข้างที่ผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปีเต็มไปด้วยความรักและภาคภูมิใจในตัวบุตรชายทั้งสี่

“เช่นนั้นข้าจะกลับมาบ่อยๆ ท่านแม่จะได้มีความสุขมากๆ”

“ไม่จำเป็นหรอก พวกเจ้าล้วนมีเรื่องที่ต้องทำ นานๆ กลับมาสักครั้งให้แม่ได้ชื่นใจก็เพียงพอแล้ว อีกอย่างในบ้านยังมีอาตง มีเขาอยู่ข้าก็มีความสุขเช่นกัน”

“ใช่แล้ว แม่ของพวกเจ้าพูดถูกแล้ว มีอะไรที่พวกเจ้าอยากทำก็รีบไปทำเถอะ ความเยาว์วัยนั้นล่วงไปแล้วก็เลยไปเลย ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก ดังนั้นอย่าได้มาเสียเวลากับแม่ของพวกเจ้าและพวกข้าสองคนเลย ถึงในบ้านไม่มีอาตงก็ยังมีข้ากับพ่อรองของพวกเจ้าอยู่อยู่ดี”

“พี่ใหญ่พูดถูก ยามหนุ่มข้ากับเขาล้วนเคยขึ้นเหนือล่องใต้ ประสบพบเจอกับเรื่องราวมากมาย พ่อเล็กของพวกเจ้าเคยเก่งกาจถึงขั้นเป็นแม่ทัพนำทหารนับหมื่นออกรบ ดังนั้นพวกเจ้าจงออกไปแสวงหาเส้นทางของตนเอง รอจนอายุสี่สิบ ถึงเวลานั้นค่อยกลับมา”

หลิวซื่อ เหอคัง เหอเจาเอ่ยคนละประโยคสอนบุตรชายทั้งสี่ด้วยทัศคติที่เปิดกว้างจนหม่าเจี่ยซินรู้สึกแปลกใจ ยิ่งนางได้ยินได้เห็นได้รู้จักคนสกุลเหอมากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกเขาล้วนไม่ใช่ครอบครัวของคนธรรมดาที่มาอาศัยอยู่ในป่า

เพียงแต่สาเหตุที่ทำให้คนสกุลเหอต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คืออะไรนั้น หม่าเจี่ยซินยังไม่มีคำตอบ

“ฟังที่บิดาทั้งสองของพวกเจ้าพูด รีบแต่งซินซินเข้ามาในตระกูลของเราซะ แล้วพานางออกไปใช้ชีวิตให้ทั่วใต้หล้า เวลายี่สิบปีนั้นพวกเจ้าคิดว่านานนักรึ อย่าได้เสียเวลาไปกับความลังเลอันไร้ความหมายอีกเลย อยากทำสิ่งใดก็ไปขวนขวายสิ่งนั้น จากนั้นก็รีบมีลูกหลานสืบทอดสกุลสักสามสี่คน ตอนแก่พวกเจ้าจะได้ไม่เสียใจ”

ยิ่งพูดรอยยิ้มของหลิวซื่อก็ยิ่งกว้าง เพียงแต่คำพูดของนางทำให้หม่าเจี่ยซินยิ้มไม่ออกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วาสนานาง    เหออัน 3

    แม้ว่าอาหารทั้งสามอย่างต้องใช้เวลาในการทำอยู่พักใหญ่ แต่เป็นเพราะเหออันเพิ่งกลับมาถึง พวกเขาจึงไม่มีใครร้อนใจกลับลงไปทำงานในนา ทุกคนจึงรออาหารมื้อเที่ยงอย่างไม่เร่งรีบด้วยเหตุนี้กว่าที่ทุกคนจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลาก็เลยเที่ยงไปแล้วพักหนึ่ง“ปลาราดพริกจานนี้อร่อยกว่าที่ข้าเคยกินที่หอชมจันทร์ในเมืองหลวงเสียอีก”กินปลาราดพริกไปคำหนึ่ง เหออันก็เอ่ยชมขึ้นมา เหอหยวนกับเหอตงจึงพากันคีบปลาราดพริกมาชิมคนละคำแล้วหันไปมองเหอชาง“ซินซินเป็นคนทำ”คำพูดของเหอชางทำให้สายตาทั้งสี่คู่ย้ายมาที่ตัวหม่าเจี่ยซิน นางจึงเหลือบมองพวกเขาตาปริบๆ“พวกท่านชอบก็ดีแล้ว”รสมือทำอาหารของตนเองดีมากแค่ไหน หมาเจี่ยซินย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นชาติก่อนน่าจะสามารถเปิดร้านอาหารเพื่อสุข

  • วาสนานาง    เหออัน 2

    “พี่รองท่านกลับมาแล้วรึ”เสียงตะโกนของเหอตงดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา เล่นเอานกบางตัวถึงกับตกใจจนกระพือปีกบินหนี หม่าเจี่ยซินก็ถูกเขาทำให้ตกใจด้วยเช่นกัน ความคิดของนางจึงหยุดชะงักแล้วใบหน้าหมดจดที่เริ่มมีเนื้อหนังขึ้นมาเล็กน้อยก็เงยขึ้นไปมองทางโน้นเพียงแต่นางอยู่ต่ำเกินไป สายตาจึงถูกต้นข้าวในนาบังเอาไว้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องลุกขึ้นยืนถึงจะมองเห็นคนที่เหอตงทักทายพี่รอง?เป็นเหออันสินะบุรุษที่ออกเงินซื้อตัวนางผู้นั้นบนทางสายเล็กที่ทอดยาวมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง บุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินจางๆ ผู้หนึ่งเดินจูงม้าตัวใหญ่ที่บรรทุกสำภาระกองหนึ่งกลับมาด้วย ร่างของเขาสูงสะโอดสะอง ใบหน้าที่ยังเห็นไม่แจ่มชัดสะท้อนรัศมีความโดดเด่นออกมาไม่ต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ ของเขาจ้องมองเหออันอยู่เพียงไม่นาน หม่าเจี

  • วาสนานาง    เหออัน 1

    “เป็นภรรยาของข้าเถอะ ข้าสัญญาว่าชาติจะไม่มีทางทำผิดต่อเจ้า จะดีกับเจ้าให้มากๆ ได้หรือไม่”“...”เหตุผลเสี้ยวสุดท้ายของนางพลันขาดลงด้วยคำพูดประโยคนี้ หม่าเจี่ยซินที่ถูกอารมณ์ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดจึงยื่นหน้าไปจุมพิตคนตรงหน้าครั้งหนึ่งอย่างขาดสติ จากนั้นนางก็ไม่รู้แล้วว่าตนเองถูกเหอชางจุมพิตอยู่นานมากแค่ไหน เพราะโลกของนางถูกสัมผัสของเขาทำให้ขาวโพลนและหยุดชะงักไปอย่างเนิ่นนานตอบรับจุมพิตอันร้อนผ่าวของเหอชางอยู่พักใหญ่ หม่าเจี่ยซินที่ถูกเขาดูดลิ้นตวัดรัดเกี่ยวพัวพันไปมาก็เริ่มหายใจไม่ทัน นางจึงตบไหล่เขาไปหลายครั้งเพื่อขอร้องให้ปล่อยตนก่อนยามที่เหอชางถอนริมฝีปากออก นางจึงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อและแดงก่ำราวกับสีของผิงกั่วเหอชางคลึงริมฝีปากของนางยิ้มๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ สายตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยอารมณ์หวานซึ้งของเขาจับจ้องนางนิ่ง ก่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 3

    หม่าเจี่ยซินอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จ เหอชางก็เข้ามายกน้ำที่นางใช้แล้วออกไปเททิ้ง จากนั้นเขาถึงได้กลับเข้าห้องมาอีกครั้งตอนที่เขาเข้ามานางกำลังนั่งเช็ดผมยาวที่เปียกของตนเองอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาถือหนังสือมาด้วยจึงถามขึ้นมาว่า“ท่านจะอ่านหนังสือรึ”สองคืนมานี้เหอชางมักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอน นางจึงเอ่ยถามเขาว่าจะทำเช่นเดิมอีกหรือไม่“อืม อ่านไม่กี่หน้าก็นอนแล้ว ไม่นานหรอก”ตั้งแต่อายุสิบสองเหอชางก็มักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอนจนเป็นนิสัย มีเพียงหลายคืนมานี้ที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น สองคืนมานี้เขาจึงอยากจะอ่านหนังเสียหน่อยแล้วค่อยเข้านอน มิเช่นนั้นเขามักจะรู้สึกว่าขาดอะไรไปนี่มิใช่เพราะกังวลเรื่องสอบถงเซิงในอีกครึ่งปีหลังจากนี้ แต่มันคือความเคยชินของเหอชาง เขาจึงต้องการเปิดหนังสือสักสามหน้าแล้วค่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 2

    “เหอ เหอหยวน”ไม่เสียเวลาคิดนาน หม่าเจี๋ยซินก็เอ่ยเรียกชื่อของบุรุษตัวโตที่ยังคงทำนาอย่างขยันขันแข็งแม้เวลานี้ใกล้จะค่ำแล้ว“เรียกข้ารึ”เหอหยวนเงยหน้ากลับขึ้นมาถามนางคล้ายไม่แน่ใจ“ใช่”“มีอะไร”“ท่าน.. ช่วยจับปลาในน้ำให้ข้าสักตัวได้หรือไม่”หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจนักว่าเหอหยวนจะทำตามคำขอของนางหรือเปล่า แต่เพราะหลิวซื่อเคยบอกกับนางว่าบุตรชายของนางล้วนมิใช่คนเลวร้าย หม่าเจี่ยซินจึงลองขอเขาดู“ปลา... เจ้าอยากกินปลารึ”“อื้ม”“น้ำที่นี่ค่อนข้างตื้น ปลาพวกนี้ล้วนเหม็นโคลน รสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนกับปลาที่ขายในเมือง เจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่”

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 1

    ณ หุบเขาอันห่างไกลแห่งนี้ เวลาในแต่ละวันราวกับถูกหมุนไปข้างหน้าช้าลง ชีวิตอันราบเรียบที่ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อแข่งขันเอาชีวิตรอด ทำให้หม่าเจี่ยซินได้มีเวลาพินิจพิจารณาช่วงชีวิตที่ผ่านมาของตนเองและเจ้าของร่างเดิมอย่างถี่ถ้วน จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน ร่างกายที่บอบช้ำของนางก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆทุกเช้าหลังเหอชางลุกจากที่นอน หม่าเจี่ยซินก็มักจะลืมตาตื่นตามเขา แต่นางยังคงนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บเตียงนอนแล้วออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตาเหอชางยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่จะให้หม่าเจี่ยซินช่วยงานครัว ด้วยเหตุนี้นางจึงทำได้เพียงไปนั่งเฝ้าเขาทุกเช้า แล้วนั่งกินอาหารร่วมกันเท่านั้น ห้องครัวจึงกลายเป็นสถานที่ที่เขาและนางใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ“หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นท่านปู่เลย เขาไปไหนรึ”นอกจากวันแรกที่มาถึง หม่าเจี่ยซินก็พบว่าหลาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status