Beranda / โรแมนติก / วิวาห์ไร้รัก / ตอนที่ 4: กฎของเรือนหอ (ที่เริ่มพังลง)

Share

ตอนที่ 4: กฎของเรือนหอ (ที่เริ่มพังลง)

Penulis: Thxnapxz
last update Tanggal publikasi: 2026-06-18 01:10:35

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของเพ้นท์เฮ้าส์หรู ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนตื่นเต้นให้จางหายไป พราวพิชชาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงบ สิ่งแรกที่เธอรู้สึกคือความอุ่นร้อนที่ทาบอยู่บริเวณเอวบาง เมื่อก้มลงมองก็ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่า ‘แขนแกร่ง’ ของอัครินทร์กำลังพาดกอดเอวเธอไว้แน่น ใบหน้าคมคายสลักเสลายามหลับใหลซุกอยู่ใกล้ลาดไหล่เนียนของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อน

พราวพิชชาหน้าแดงซ่าน รีบก้าวขาลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น เธอหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินสีชมพูอ่อนมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยว ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในโซนห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวและเครื่องครัวนำเข้าราคาแพง

“เอาล่ะพราว... เริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้ทำอาหารเช้าง่าย ๆ ทานเองแล้วกัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเพื่อเรียกกำลังใจ คุณหนูที่วัน ๆ อยู่แต่ห้องเรียนแฟชั่นอย่างเธอ แทบไม่เคยเข้าครัวทำอาหารจริงๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง

เธอเปิดตู้เย็นหลังใหญ่สีเงินเมทัลลิกที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่ชั้นดี ทว่าสมองกลับว่างเปล่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปกรณ์ทำอาหารดีไซน์ล้ำสมัย นิ้วเรียวบางเอื้อมไปหยิบไข่ไก่สด ขนมปังโฮลวีต และแพ็กเบคอนรมควันออกมาวางไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ในใจคิดเพียงว่า เมนูอเมริกันเบรกฟาสต์พื้นฐานเช่นนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ทำได้สำเร็จโดยง่าย

หญิงสาวพยายามนึกทบทวนภาพจำจากร้านอาหารที่เคยไปทานตอนอยู่ลอนดอน มือบางเอื้อมไปเปิดตู้เก็บของชั้นบนเพื่อหาเหยือกแก้วสำหรับใส่น้ำส้ม แต่อารมณ์ประหม่าที่หลงเหลือมาจากค่ำคืนงานแต่งงานยังคงรบกวนสมาธิ ทันทีที่เธอเปิดสวิตช์เตาแม่เหล็กไฟฟ้าระบบสัมผัสรุ่นล่าสุด สัญญาณไฟสีแดงวาบขึ้นมาพร้อมเสียงเตือนเบา ๆ พราวพิชชาสะดุ้งน้อย ๆ นิ้วเผลอไปกดเพิ่มระดับความร้อนจนถึงขีดสุดโดยที่เธอเองก็ไม่มีความรู้ในระบบการกระจายความร้อนของเตาชนิดนี้เลยสักนิด

เธอกระเทาะเปลือกไข่ลงในถ้วยแก้วทีละฟองอย่างระมัดระวัง จังหวะนั้นเองที่แผ่นเบคอนสีแดงสดสลับชั้นไขมันหนานุ่มถูกคีบลงวางบนกระทะที่เริ่มสะสมความร้อนจนเกินพิกัด

ซู่! ควันโขมง!

ทันทีที่เนื้อเบคอนสัมผัสผิวโลหะ เสียงน้ำมันเดือดพล่านก็ดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับควันสีเทาหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นสู่เพดานห้องในพริบตา กลิ่นไหม้ฉุนกึกกระจายตัวอย่างรวดเร็วทำเอาพราวพิชชาไอโขลก ๆ ด้วยความสำลัก เล็บสีนู้ดสุขภาพดีพยายามกดปุ่มลดอุณหภูมิบนหน้าปัดกระจก ทว่าระบบสัมผัสที่เปียกชื้นไปด้วยละอองน้ำมันกลับไม่ยอมตอบสนองตามใจคิด ความตื่นตระหนกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ หญิงสาวลนลานหยิบตะหลิวไม้มาพยายามจะพลิกเนื้อเบคอนที่บัดนี้แปรเปลี่ยนสภาพเป็นสีดำเกรียม ทว่าการขยับตัวที่รีบร้อนกลับทำให้น้ำมันเดือดจัดกระเด็นสวนขึ้นมาตรงหน้า

“ว้าย!” พราวพิชชาร้องอุทานด้วยความตกใจและเจ็บแสบ ความรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหลังมือทำให้เธอปล่อยตะหลิวหลุดมือพาลจะเสียหลักหงายหลังล้มลงบนพื้นห้องครัวที่เริ่มลื่น

ทว่าก่อนที่ร่างระหงจะร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง รังสีความร้อนและแรงขับเคลื่อนมหาศาลจากทางด้านหลังก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แขนแกร่งที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนาของอัครินทร์ตวัดรัดเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่นในเสี้ยววินาที แรงดึงอันทรงพลังกระชากแผ่นหลังบางให้ลอยละลิ่วเข้ามาแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าอันกว้างขวางและอุ่นจัดของเขา ชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่มีเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียว เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยยามเช้า แต่แววตาคู่คมกริบกลับตื่นตัวเต็มที่

“ระวัง!” อัครินทร์ส่งเสียงตวาดดุอันทรงอำนาจก้องห้องครัว ก่อนที่เขาจะอาศัยช่วงแขนที่ยาวกว่าเอื้อมข้ามไหล่บางของเธอไปบดนิ้วโป้งลงบนสวิตช์ตัดกระแสไฟหลักของครัวอย่างแม่นยำ พร้อมกับยกกระทะที่ควันท่วมออกจากหัวเตาไปวางพักไว้ที่อ่างล้างจานอย่างใจเย็น

บรรยากาศในโซนห้องครัวตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัดชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องดูดควันอัตโนมัติบนเพดานที่เริ่มทำงานส่งเสียงครางหึ่ง ๆ ขับไล่กลุ่มควันหนาทึบออกไป และเสียงอัตราการเต้นของหัวใจจากคนสองคนที่ดังกึกก้องอยู่ในความสลัวยามเช้า

พราวพิชชาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่ในอ้อมกอดซ้อนหลังของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีหมาด ๆ ผิวเนื้ออ่อนบางของชุดนอนซาตินและเสื้อคลุมไม่ได้ช่วยกางกั้นความร้อนผ่าวจากผิวเนื้อกำยำของอัครินทร์ได้เลย แผ่นหลังเนียนละเอียดของเธอแนบสนิทไปกับลอนกล้ามเนื้ออกที่ตึงแน่น ทุกครั้งที่เขาผ่อนลมหายใจเข้าออก ทรวงอกแกร่งก็บดเบียดสรีระส่วนเว้าโค้งของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีที่ผสมผสานระหว่างน้ำหอมกลิ่นไม้จาง ๆ จากค่ำคืนก่อนกับกลิ่นไออุ่นยามเช้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาโชยเข้าสู่โสตประสาท ปั่นป่วนอารมณ์ของหญิงสาวให้เต้นกระเจิดกระเจิงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

“ทำไมไม่รู้จักระวังเลยพราว? ถ้าผมตื่นสายกว่านี้อีกนิดเดียว เพ้นท์เฮ้าส์ราคาเจ็ดสิบล้านคงได้กลายเป็นจลาจลไฟไหม้ไปแล้ว” อัครินทร์ดุเสียงเข้มขุ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำระคนตำหนิดังอยู่ชิดติดใบหูขาวสะอาด ทว่าในความดุดันนั้น แววตาคู่คมที่ทอดมองลงมายังร่างในอ้อมแขนกลับสั่นไหวและอ่อนแสงลงอย่างลึกลับ ยามเมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นใบหน้าหวานละมุนที่บัดนี้เปื้อนคราบเขม่าควันสีเทาจาง ๆ ที่ข้างแก้มเนียนและปลายจมูกรั้น ดูมอมแมมราวกับลูกแมวซุ่มซ่ามที่เพิ่งหนีรอดจากกองเพลิงมาได้

“ฉัน... ฉันแค่อยากทำอาหารเช้าทานเองค่ะ ไม่คิดว่าระบบเตาไฟฟ้าที่นี่มันจะตอบสนองเร็วขนาดนี้ และหน้าจอมันก็กดไม่ติด...” พราวพิชชาอุบอิบแก้ตัวเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนกลายเป็นสีชมพูระเรื่อลามไปจนถึงใบหูมน เธอพยายามจะขยับข้อมือที่ถูกน้ำมันกระเด็นใส่หลบสายตาเขา

อัครินทร์พ่นลมหายใจยาวออกมารดลาดไหล่บาง ทว่าเขากลับยังไม่ยอมปล่อยอ้อมแขนออกจากเอวคอดกิ่วตรงหน้า ในทางกลับกัน วงแขนแข็งแกร่งนั้นกลับค่อย ๆ ออกแรงกระชับดึงรั้งสะโพกมนให้แฝงตัวเข้ามาชิดติดกับหน้าท้องแกร่งของเขามากยิ่งขึ้นช้า ๆ สัมผัสที่แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่างทำเอาพราวพิชชาสะดุ้งน้อย ๆ ใจสั่นจนควบคุมร่างกายไม่อยู่ ชายหนุ่มเลื่อนมือหนาข้างที่ว่างไปจับกุมมือเล็กของเธอที่ยังคงกำตะหลิวไม้ไว้แน่นจนข้อนิ้วซีด ความอุ่นร้อนและหยาบกร้านเล็กน้อยจากฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับลงมาปิดบังความหนาวเหน็บในใจของเธอได้ในพริบตา

“มานี่... ในเมื่อคิดจะเล่นบทแม่บ้านสปอยล์ตัวเอง ก็ต้องเรียนรู้กฎข้อแรกของการอยู่เรือนหอร่วมกับผม นั่นคือคุณต้องดูแลตัวเองให้รอดชีวิตก่อนที่จะคิดดูแลคนอื่น” อัครินทร์กระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูเนียน ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดซอกคอขาวระหงส่งผ่านกระแสความวาบหวามจนหญิงสาวขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย

เขาออกแรงบังคับข้อมือเล็กให้ขยับตามจังหวะ ขุดและกวาดเศษอาหารที่ไหม้เกรียมออกจากผิวกระทะหินอ่อนอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการสอนและประคองจากทางด้านหลังช่างใกล้ชิดและอ้อยอิ่งจนหน้าอกอวบอิ่มของพราวพิชชาที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ เบียดเสียดกระทบกับท่อนแขนล่ำสันของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อัครินทร์เผลอตัวทอดสายตาต่ำมองลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมที่บัดนี้โผล่พ้นสายเสื้อคลุมผ้าซาตินที่เลื่อนหลุดลงมากองอยู่ที่ต้นแขน ผิวเนื้อนางยามเช้าช่างดูนุ่มนวล ผุดผ่อง และส่งกลิ่นหอมแป้งเด็กผสมดอกมะลิอ่อน ๆ ปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการในส่วนลึกของซีอีโอหนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง

เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของร่างบางในอ้อมกอดที่สั่นเทาคล้ายลูกนกตื่นลม ปลายนิ้วหนาที่กุมมือเธออยู่ลอบผ่อนแรงลงแล้วเปลี่ยนมาใช้นิ้วหัวแม่มือลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนบนหลังมือบางเบา ๆ รอยสัมผัสที่เนิบนาบแฝงความนัยทำเอาพราวพิชชาแทบสิ้นสติ ความดึงดูดทางเพศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในห้องครัวเงียบเชียบกำลังทำให้สมองของเธอมึนเบลอไปหมด

“คุณอัครินทร์... ปล่อยได้หรือยังคะ ฉัน... ฉันเริ่มเข้าใจวิธีปิดเตาแล้ว ที่เหลือฉันจัดการเองได้” พราวพิชชาเอ่ยประท้วงเสียงสั่นเครือ พยายามขยับสะโพกหนีรังสีความเป็นชายที่แผ่ซ่านออกมาคุกคามเธออย่างเงียบ ๆ

อัครินทร์ชะงักไปช้า ๆ นัยน์ตาเรียวรีฉายกระแสความปรารถนาอันดิบเถื่อนและดุดันแวบหนึ่งในความมืดสลัว ก่อนที่เขาจะหักห้ามใจยอมคลายวงแขนออกจากเอวบางและก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งขรึมและเย็นชาตามเดิม ราวกับเหตุการณ์วาบหวามและอ้อมกอดที่แสนแนบชิดเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น เขาแสร้งทำเสียงดุดันกลบเกลื่อนอาการใจสั่นของตัวเอง

“หยิบผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาซะ มอมแมมสิ้นดีดูไม่ได้ เสร็จแล้วก็ไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวซะ วันนี้ตอนเย็นเรามีนัดสำคัญต้องเข้าไปทานข้าวเย็นที่บ้านใหญ่ของตระกูลอัครไพศาล... คุณย่าของผมท่านอยากพบคุณ และจำไว้ว่าห้ามสายเด็ดขาด ผมไม่ชอบคนไม่มีวินัย”

พูดจบ ซีอีโอหนุ่มผู้เผด็จการก็หมุนตัวเดินหันหลังกลับเข้าห้องนอนใหญ่ไปทันที ทิ้งให้พราวพิชชายืนเอามือกุมหน้าอกซ้ายที่หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับกลองศึกอยู่เพียงลำพัง สายตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาไปด้วยความรู้สึกสับสนอลหม่าน กฎแบ่งเขตแดนที่ทำไว้ในสัญญาวันแรก... บัดนี้มันเริ่มพังทลายลงด้วยแรงดึงดูดทางกายที่ยากจะต้านทานเสียแล้ว

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในห้องครัวผ่านพ้นไป ความเงียบงันปนอึดอัดก็เข้าปกคลุมเพ้นท์เฮ้าส์หรูอีกครั้ง พราวพิชชาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง เธอปล่อยให้สายน้ำอุ่นจากฝักบัวเรนชาวเวอร์หลั่งไหลชโลมผ่านผิวกายเพื่อดับความร้อนรุ่มในอก ภาพเหตุการณ์ที่อัครินทร์เข้ามาประชิดตัวและกระซิบสั่งสอนเธอจากทางด้านหลังยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่เปิดวนไม่รู้จบ ผิวเนื้อตรงบริเวณเอวบางและหลังมือที่ถูกเขาสัมผัสยังคงรู้สึกร้อนผ่าวคล้ายมีกระแสไฟฟ้าล่องหนไหลเวียนอยู่

“บ้าจริง... พราวพิชชา เธอต้องตั้งสติสิ ผู้ชายคนนั้นเห็นเธอเป็นแค่สินค้าผ่อนส่งนะ อย่าไปหวั่นไหวกับท่าทางจอมปลอมของเขาเด็ดขาด” หญิงสาวเอ่ยเตือนตัวเองในกระจกเงาที่มีละอองไอน้ำเกาะพราว เธอใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มเช็ดหยาดน้ำตามผิวกายช้า ๆ ก่อนจะก้าวออกไปเลือกชุดสำหรับไปพบครอบครัวของเขาในเย็นวันนี้

ในตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินโคลเซต (Walk-in Closet) ขนาดใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเธอถูกนำมาจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเคียงคู่กับชุดสูทสากลโทนสีเข้มของอัครินทร์ ภาพชุดเดรสหรูและสูทเนี้ยบที่แขวนเบียดกันอยู่บนราวเหล็กตอกย้ำสถานะสามีภรรยาในนามได้เป็นอย่างดี พราวพิชชาเลือกชุดเดรสผ้าสแปนเด็กซ์ผสมไหมพรมถักสีครีมงาช้าง ตัวชุดยาวเลยเข่า ทรงสุภาพทว่าเข้ารูปขับเน้นสรีระระหงยาวและดูอ่อนหวานเรียบร้อย สมกับที่ต้องไปพบผู้ใหญ่ฝ่ายชายตามคำสั่ง

เมื่อเธอเดินกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่นกลาง ก็พบว่าอัครินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมคอสองเม็ดคู่กับกางเกงสแลกซ์สีเทาเข้ม กำลังนั่งคุยโทรศัพท์เรื่องดัชนีตลาดหุ้นอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาว ท่าทางเคร่งขรึมและการสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทำให้เขาดูเปี่ยมไปด้วยบารมีของผู้นำธุรกิจ ชายหนุ่มปัดสายตาคมกริบมามองคู่หมั้นสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในรัศมีสายตา แววตาของเขาฉายประกายความพึงพอใจในความเรียบร้อยแต่ซ่อนความเย้ายวนของชุดที่เธอเลือกสวมใส่ ทว่าริมฝีปากหนากลับไม่ได้เอ่ยคำชมออกมาแม้แต่คำเดียว

“แต่งตัวเสร็จแล้วก็ดี รถจอดรออยู่ข้างล่างแล้ว ไปกันเถอะ” อัครินทร์กดวางสายโทรศัพท์และลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบกุญแจรถและกระเป๋าเอกสารขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่คิดจะรอหรือหันกลับมามองเธอ

พราวพิชชาเม้มปากแน่น ลอบถอนหายใจยาวกับความแปรปรวนของอารมณ์ชายหนุ่ม ยามอยู่ในที่ลับตาเขากลับแสดงท่าทางดึงดูดและร้อนแรงจนเธอตั้งรับไม่ทัน ทว่ายามที่อยู่หน้าฉากปกติ เขากลับกลายร่างเป็นน้ำแข็งขั้วโลกที่แสนเย็นชาและห่างเหิน หญิงสาวรีบก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาไปติด ๆ เพื่อเข้าสู่บททดสอบบทต่อไปในฐานะสะใภ้ของตระกูลอัครไพศาล

รถยนต์ซีดานหรูสีดำทมิฬแล่นผ่านการจราจรที่หนาแน่นยามเย็นของกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่เขตพระรามเก้าอันเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์เก่าแก่ประจำตระกูลอัครไพศาล ตลอดเส้นทางไม่มีบทสนทนาใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากคนทั้งสอง มีเพียงเสียงดนตรีแจ๊สเบา ๆ จากลำโพงรถที่ช่วยบรรเทาความเงียบอันน่าอึดอัด พราวพิชชาเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ชมแสงสีไฟของเมืองหลวงยามโพล้เพล้ ในหัวคิดหาทางรับมือกับคุณหญิงย่าและพ่อของอัครินทร์ที่เธอเคยเจอเพียงผ่าน ๆ ในงานแต่งงาน

เมื่อรถเลี้ยวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น พราวพิชชารู้สึกได้ถึงความโอ่อ่าและบารมีอันน่าเกรงขามที่แตกต่างจากบ้านของเธอ ทันทีที่รถจอดสนิทหน้ามุข คราวนี้อัครินทร์กลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอด้วยตัวเองตามมารยาทสุภาพบุรุษสากล

พราวพิชชาชะงักไปเล็กน้อยขณะก้าวขาลงจากรถ แต่อัครินทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้สงสัยนาน ชายหนุ่มถือวิสาสะสอดประสานนิ้วมือหนาอันอบอุ่นเข้ากับนิ้วมือเรียวบางของเธอ กุมไว้แน่นจนไม่มีช่องว่าง แววตาคู่คมตวัดมาสบตากับเธอพร้อมกระซิบเตือนเสียงต่ำ

“นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... เราคือสามีภรรยาที่รักกันมาก หวังว่าคุณคงไม่ลืมข้อตกลงบนเวทีวันนั้นนะ พราวพิชชา”

“ฉันทราบค่ะ คุณอัครินทร์” พราวพิชชาตอบกลับเสียงนิ่ง ทว่าหัวใจกลับเต้นผิดจังหวะเพราะสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่กระชับแน่นขึ้นคล้ายจะให้กำลังใจปนบังคับ

ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ ที่ซึ่ง คุณท่านอัครพล บิดาของเขา และ คุณหญิงย่าบงกช หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้าน นั่งรออยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวยาวสีครีมทอง ทันทีที่เห็นหลานชายและสะใภ้คนใหม่เดินคู่กันเข้ามา รอยยิ้มละมุนก็ปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์ของคุณหญิงย่า

“มากันแล้วเหรอตาอัคร หนูพราว... มานั่งใกล้ ๆ ย่าสิลูก” เสียงแหบพร่าทว่าแฝงไปด้วยความเมตตาเอ่ยเรียก

พราวพิชชาคลายมือออกจากอัครินทร์ช้า ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปกราบแทบอกคุณหญิงย่าบงกชด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยและงดงาม สมกับที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี กิริยาที่นอบน้อมและแววตาที่ซื่อสัตย์ของหญิงสาวทำให้คุณหญิงย่าถึงกับลูบศีรษะเธอด้วยความรักใคร่

“ช่างงดงามเรียบร้อยสมคำเล่าลือจริงๆ ตาอัครเอ๋ย... แกนี่ตาถึงจริง ๆ ที่ได้หนูพราวมาเป็นคู่ชีวิต ดูแลน้องให้ดี ๆ ล่ะ อย่าเอาแต่บ้างานจนละเลยเมียเข้าใจไหม?” หญิงชราหันไปกำราบหลานชายคนโปรด

“ครับคุณย่า... ผมดูแลพราวอย่างดีที่สุดครับ คืนแรกเราก็... ปรับความเข้าใจกันจนดึกดื่นเลยครับ” อัครินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวาน แววตาที่เขาทอดมองมายังพราวพิชชาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งจอมปลอม ทว่าประโยคประชดประชันแฝงความนัยเรื่อง “คืนเข้าหอ” ทำเอาพราวพิชชาหน้าแดงซ่านจนต้องแอบหยิกเข้าที่ต้นขาแกร่งของเขาใต้โต๊ะอาหารเพื่อประท้วง

อัครินทร์ลอบสูดปากเบา ๆ ด้วยความเจ็บปนขำ แววตาดื้อรั้นและท่าทางสู้คนลึกลับของภรรยาในนามเริ่มทำให้เกมธุรกิจครั้งนี้สนุกและน่าสนใจขึ้นกว่าที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกเสียแล้ว

มื้ออาหารค่ำดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะชื่นมื่นทว่าซ่อนสงครามประสาทขนาดย่อม คุณท่านอัครพลลอบสังเกตพฤติกรรมของลูกชายและสะใภ้ใหม่เป็นระยะ ในขณะที่คุณหญิงย่าบงกชคอยตักอาหารจานโปรดให้พราวพิชชาไม่ขาดสาย สายตาของหญิงชราเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังในตัวทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลอัครไพศาล

“แต่งงานกันแล้วก็รีบ ๆ มีเหลนให้ย่าเชยชมไว ๆ นะลูก ย่าอายุมากแล้ว อยากเห็นหน้าเจ้าตัวเล็กก่อนจะหมดลมหายใจ” คำพูดของคุณหญิงย่าทำเอาพราวพิชชาที่กำลังจิบซุปเห็ดทรัฟเฟิลถึงกับสำลักออกมาเบา ๆ

อัครินทร์รีบหยิบผ้าเช็ดปากส่งให้หญิงสาว พลางเอื้อมมือไปลูบหลังเนียนของเธอเบา ๆ ท่าทางเอาใจใส่นั้นช่างดูแนบเนียนจนไม่มีใครจับพิรุธได้ “คุณย่าครับ... เรื่องนี้ผมกับพราวเราตกลงกันว่าอยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองคนป้อนความหวานให้เต็มที่ก่อนสักปีสองปีครับ ไม่อยากรีบร้อน” ชายหนุ่มเอ่ยแก้สถานการณ์ขัดตาทัพพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้คนข้างกาย

หลังมื้ออาหารผ่านพ้นไป คุณหญิงย่าและคุณอัครพลขอตัวขึ้นไปพักผ่อนตามอัธยาศัย อัครินทร์จึงพาพราวพิชชาเดินเลี่ยงออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมด้านหลังคฤหาสน์เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในสระว่ายน้ำหินอ่อน ส่งประกายระยิบระยับล้อไปกับสายลมเย็นยามค่ำคืน

พราวพิชชาดึงมือออกจากเกาะกุมของเขา ทันทีที่อยู่ลับตาผู้ใหญ่ “คุณเล่นละครเก่งเกินไปแล้วนะคุณอัครินทร์... ทั้งเรื่องคืนเข้าหอ ทั้งเรื่องทายาท ฉันตามคุณไม่ทันหรอกนะ” เธอพูดประชดพลางกอดอกหลบสายตา

อัครินทร์เค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าสืบเข้าไปใกล้ร่างระหงจนแผ่นหลังของเธอไปชนเข้ากับต้นลีลาวดีใหญ่ ชายหนุ่มยกแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นยันกักตัวเธอไว้กับต้นไม้ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนลมหายใจเป่ารดหน้าผากมน “ถ้าผมไม่เล่นให้เนียน... คุณคิดว่าคุณย่าที่ผ่านโลกมาครึ่งค่อนศตวรรษจะไม่จับพิรุธเรางั้นเหรอ? แล้วอีกอย่าง... สรรพนามที่ใช้เรียกผมในบ้านใหญ่ คุณควรจะเปลี่ยนได้แล้วนะ”

“เปลี่ยนเป็นอะไรคะ?” พราวพิชชาถามเสียงสั่น หัวใจเริ่มเต้นโครมครามกับระยะประชิดอีกครั้ง

“เรียกผมว่า ‘พี่อัคร’... และแทนตัวเองว่าพราว ยามที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น” อัครินทร์กระซิบเสียงต่ำ แววตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตประดับขนตางอนยาวของเธอ “ลองเรียกสิครับ... น้องพราว”

คำพูดหยอกเย้าและสายตาคุกคามปนเสน่ห์ลึกล้ำของอัครินทร์ทำให้พราวพิชชาใจสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกราวกับกรงทองคำที่โอบล้อมชีวิตเธอไว้ บัดนี้มันไม่ได้บีบรัดให้เธออึดอัด... ทว่ามันกำลังหลอมละลายตัวเธอให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ชายเผด็จการคนนี้อย่างช้า ๆ โดยที่เธอเองก็ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป

(จบตอนที่ 4)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 9: ร่วมมือสู้ศึกครอบครัว

    แสงอาทิตย์ยามสายของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ของเพ้นท์เฮ้าส์หรู ทว่าบรรยากาศในเช้าวันนี้กลับแตกต่างจากทุกวัน ความตึงเครียดอันมหาศาลไม่ได้มาจากเรื่องบนเตียง แต่เป็นหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ตรงปลายเตียงที่กำลังรายงานข่าวเศรษฐกิจด่วนที่สุด“...สถานการณ์ล่าสุดของตระกูลอัครเดชากุล กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง หลังจากมีข่าวลือสะพัดว่า โครงการเมกะโปรเจกต์ ดิ โอเอซิส ถูกสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราวจากปัญหาสภาพคล่อง ส่งผลให้หุ้นในเครืออัครเดชากุลร่วงดิ่งลงเหวกว่า 15% ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงของการเปิดตลาดเช้าวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์หวั่น หากไม่มีทุนใหญ่เข้ามาช้อนซื้อและค้ำประกันร่วม ตระกูลหมื่นล้านนี้อาจต้องเผชิญภาวะล้มละลาย...”พราวพิชชานั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียงหนา มือเรียวบางกำผ้าห่มแน่นจนสั่นระริก หยาดน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดจากบทรักอันดุเดือดเผ็ดร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา กำลังจะเอ่อรื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความวิตกกังวลถึงครอบครัว ข่าวนี้มันรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ และดูเหมือนว่าจะมี ‘มือมืด’ จงใจปล่อยข่าวเพื่อขยี้ตระกูลของเธอให้จมดินหมับ...สัมผัสอุ่นหน

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 8: ถ่านไฟเก่าปะทะระเบิดหึง

    ช่วงเวลาดื่มด่ำอันแสนหวานที่เกาะส่วนตัวราวกับความฝันที่ต้องตื่นขึ้นมาพบความจริงอันโหดร้าย ทันทีที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวร่อนลงจอดที่กรุงเทพมหานคร ข่าวสังคมออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นด้วยภาพหลุดของอัครินทร์ที่เดินออกจากร้านอาหารหรูคู่กับ ‘นิชา’ ไฮโซสาวทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งเป็นอดีตคนรักเก่าที่เลิกรากันไปก่อนที่อัครินทร์จะแต่งงาน และเธอยังเป็นผู้หญิงที่คุณหญิงชดช้อยเคยเล็งไว้ให้ลูกชายภาพมุมกล้องที่ดูสนิทสนมบวกกับข้อความใส่สีตีไข่ของเพจกอสซิปว่า “ถ่านไฟเก่าคุ? ซีอีโอหมื่นล้านควงแฟนเก่าเย้ยเมียแต่งในนาม” ทำเอาหัวใจของพราวพิชชาที่เพิ่งเปิดรับความรักดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว ความเชื่อมั่นที่เพิ่งสร้างถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อเธอกลับมาถึงเพ้นท์เฮ้าส์แล้วพบข้อความไลน์จากเบอร์ปริศนาที่ส่งรูปกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดพร้อมข้อความชวนกรีดใจ:“ของขวัญต้อนรับกลับจากลอนดอนค่ะคุณพราว... อัครเขาซื้อฝากไว้ให้ฉัน ของในนาม... ยังไงก็สู้ของในใจไม่ได้หรอกนะคะ”พราวพิชชาปล่อยโฮออกมาอย่างกักเก็บไม่อยู่ ความอับอาย ความเสียใจ และความน้อยเนื้อต่ำใจประดังประเดเข้ามาจนเธอคิดว่าตัวเองเป็นแค่คนโง่ที่โดนเขาหลอกล่อ

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 7: จุดเปลี่ยนที่ทะเลส่วนตัว

    ความบอบช้ำจากคำพูดกดดันของคนเป็นแม่สามี และมรสุมอารมณ์รักอันเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปในค่ำคืนพายุฤดูร้อน ทิ้งร่องรอยแห่งความเปลี่ยนแปลงไว้ในใจของคนทั้งสองอย่างลึกลับ รอยสีกุหลาบจาง ๆ ที่ยังคงประดับอยู่บนเนินอกขาวและซอกคอระหงของพราวพิชชา คือหลักฐานชั้นดีที่ตอกย้ำว่า ‘ข้อตกลงแต่งงานในนาม’ นั้นบัดนี้แทบจะไร้ความหมายสิ้นดีอัครินทร์แสดงออกถึงความรับผิดชอบและความคลั่งรักระดับมหาเศรษฐีด้วยการเคลียร์ตารางงานข้ามสัปดาห์ด่วนที่สุด เขาสั่งเตรียมเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเพื่อพาร่างบางหนีความวุ่นวายของสังคมไฮโซเมืองกรุง ลัดฟ้ามาพักผ่อนที่เกาะส่วนตัวของตระกูลอัครไพศาลทางภาคใต้ของไทยทันทีซ่า... ซ่า...เสียงคลื่นซัดสาดกระทบหาดทรายขาวละเอียดดังระรัวเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดโชยเอากลิ่นไอเค็มจาง ๆ เข้ามาปะทะผิวเนื้อ พราวพิชชายืนอยู่ตรงระเบียงไม้สักของวิลล่าหรูหลังใหญ่ริมหน้าผา ทัศนียภาพตรงหน้าคือท้องทะเลสีครามไล่เฉดไปจนถึงสีฟ้าอมเขียวมรกตกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เธอสวมชุดเดรสยาวผ้าพลิ้วสีขาวบริสุทธิ์ ตัวเสื้อด้านหลังแหวกลึกโชว์แผ่นหลังเนียนละเอียดสะท้อนแสงแดดยามเย็นความเงียบสงบที่ปราศจากสายตาคอยจับจ้องของ

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 6: พายุฤดูร้อนและอ้อมกอดอุ่น

    บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์อัครไพศาลเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากเครื่องเรือนไม้สักทองสลักลายโบราณและโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์ที่ส่องแสงสีส้มสลัว แสงแดดจัดจ้านยามบ่ายภายนอกถูกบดบังด้วยผ้าม่านกำมะหยี่ผืนหนาหนักจนทำให้ภายในห้องดูมืดครึ้มและเย็นเยียบ พราวพิชชานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหลุยส์บุนวมตัวใหญ่ มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตักเพื่อสะกดกั้นความประหม่าและความรู้สึกอึดอัดที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอฝั่งตรงข้ามของเธอคือ ‘คุณหญิงชดช้อย’ มารดาของอัครินทร์ หญิงวัยห้าสิบกว่าที่ยังคงความงดงามและเพียบพร้อมไปด้วยราศีของสตรีชั้นสูง ทว่าดวงตาเรียวรีที่ถอดแบบมาจากลูกชายคนเดียวนั้นกลับฉายแววเรียบนิ่ง เย็นชา และจับจ้องมองมายังสะใภ้หมาด ๆ ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้า“แต่งงานกันมาได้ร่วมสองเดือนแล้วใช่ไหมหนูพราว?” คุณหญิงชดช้อยเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความกดดันอันหนักอึ้ง พลางยกถ้วยชาเซรามิกราคาแพงขึ้นจิบช้า ๆ“ค่ะ คุณแม่” พราวพิชชาขานรับเสียงแผ่ว พยายามรักษารอยยิ้มและกิริยามารยาทให้อ่อนหวานที่สุดตามที่เคยถูกอบรมมา“แม่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์สั

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 5: หน้าที่หน้าฉาก หัวใจหลังฉาก

    ความเงียบงันภายในรถยนต์ซีดานหรูคันยาวเคลื่อนตัวผ่านแสงสีเสียงอันศิวิไลซ์ของค่ำคืนในกรุงเทพมหานครอย่างเชื่องช้า แสงไฟนีออนสีจัดจ้านริมทางสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายสลักเสลาของอัครินทร์ที่นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบหนังแท้เป็นจังหวะตามความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่าดวงตาเรียวรีกลับดุดันและฉายแววกรุ่นโกรธจาง ๆ ยามเหลือบมองร่างระหงของภรรยาในนามที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆวันนี้พราวพิชชาอยู่ในชุดราตรียาวผ้าไหมชีฟองสีเทาเงิน (Silver Grey) แหวกอกลึกโชว์เนินเนื้ออวบอิ่มชวนมองและผิวขาวออร่าดุจน้ำนมบริสุทธิ์ แผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าทายสายตา เรือนผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนใหญ่ปัดไปไว้ข้างหนึ่งเผยให้เห็นลำคอระหงยาวที่ประดับด้วยสร้อยเพชรเม็ดเล็ก ชุดที่เธอเลือกในค่ำคืนนี้มันช่างงดงาม สง่างาม ทว่าแฝงความเซ็กซี่เย้ายวนใจจนชายหนุ่มแอบกำพวงมาลัยแน่นด้วยความรู้สึกหวงแหนลึกลับที่เขาเองก็ไม่อยากจะยอมรับ“งานเลี้ยงคืนนี้เป็นงานสโมสรโรตารี่ระดับนานาชาติ แขกเหรื่อส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองระดับท็อปของประเทศ” อัครินทร์เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงทุ้

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 4: กฎของเรือนหอ (ที่เริ่มพังลง)

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของเพ้นท์เฮ้าส์หรู ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนตื่นเต้นให้จางหายไป พราวพิชชาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงบ สิ่งแรกที่เธอรู้สึกคือความอุ่นร้อนที่ทาบอยู่บริเวณเอวบาง เมื่อก้มลงมองก็ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่า ‘แขนแกร่ง’ ของอัครินทร์กำลังพาดกอดเอวเธอไว้แน่น ใบหน้าคมคายสลักเสลายามหลับใหลซุกอยู่ใกล้ลาดไหล่เนียนของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อนพราวพิชชาหน้าแดงซ่าน รีบก้าวขาลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น เธอหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินสีชมพูอ่อนมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยว ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในโซนห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวและเครื่องครัวนำเข้าราคาแพง“เอาล่ะพราว... เริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้ทำอาหารเช้าง่าย ๆ ทานเองแล้วกัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเพื่อเรียกกำลังใจ คุณหนูที่วัน ๆ อยู่แต่ห้องเรียนแฟชั่นอย่างเธอ แทบไม่เคยเข้าครัวทำอาหารจริงๆ จัง ๆ เลยสักครั้งเธอเปิดตู้เย็นหลังใหญ่สีเงินเมทัลลิกที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่ชั้นดี ทว่าสมองกลับว่างเปล่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปกรณ์ทำอาหารดีไซน์ล้ำสมัย นิ้วเรียวบางเอื้อมไปหยิบไข่ไก่สด ขนมปังโฮล

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 3: วันวิวาห์หมื่นล้าน

    แสงสว่างแห่งเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงเฉียดฟ้าของโรงแรมหรูระดับหกดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศภายในห้องสวีทขนาดใหญ่คลาคล่ำไปด้วยช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และดีไซเนอร์ชื่อดังระดับประเทศที่พากันรุมล้อมร่างระหงของ พราวพิชชา ช่างแต่งหน้ามือทองกำลังสะบัดแปรงลงบนผิวหน้าเนียนละเอียดอย่างเบามือ ในขณะที

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 2: ข้อตกลงใต้แสงเทียน

    เสียงกระสับกระส่ายของค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า พราวพิชชาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืนหลังจากงานเลี้ยงประกาศหมั้นหมายครั้งสำคัญที่สะเทือนไปทั้งวงการไฮโซ ภาพสายตาคมกริบราวดั่งใบมีดโกนของอัครินทร์ที่มองเธอเป็นเพียงสินค้าราคาแพงยังคงตามมาหลอกหลอนแม้ในยามหลับตา ทุกครั้งที่เธอขยับกายบนเตียงนอนคิงไซส์หลั

  • วิวาห์ไร้รัก   ตอนที่ 1: กรงทองและคำสั่งฟ้าผ่า

    เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มอย่างนุ่มนวลของรถยนต์ซีดานหรูสัญชาติยุโรปเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดสีดำอัลลอยด์ขนาดใหญ่ ซึ่งสลักอักษรย่อตระกูล “อัครเดชากุล” ไว้อย่างวิจิตรบรรจง สองข้างทางเดินมุ่งสู่ตัวคฤหาสน์ทอดยาวผ่านสวนหย่อมสไตล์อังกฤษที่ถูกตัดแต่งต้นไม้ทุกต้นอย่างประณีตไม่มีที่ติ แสงแดดยามบ่ายจั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status