Masuk“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหัวกระชากตัวออกมาไม้ซุงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเธอซึ่งแห้งตั้งแต่เมื่อตอนสายและเขาพับไว้อย่างดีมาให้ ใบหน้าหล่อคมไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มกวนประสาทแบบคนเจ้าชู้ ขนมผิงกระชากเสื้อผ้ามา“โอนเงินมาด้วย น้ำละหมื่น ที่ใส่ปากคิด 20000”เธอเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ค้นหาโทรศัพท์ แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปไม้ซุงผิวปาก เปิดโทรศัพท์เข้าแอปธนาคาร นี่ถ้าพ่อไม่ได้เป็นเถ้าแก่เรือประมง มีธุรกิจร้อยล้าน เขาคงไม่มีเงินเปย์น้องนะเนี่ย เขาส่งสลิปต์เข้าไลน์ของเธอTeddy : ภาพสลิปต์Teddy : โอนค่าปักหมุดให้แล้วนะBunny : ไหนว่า 4 น้ำ โอนมาทำไม 70,000Teddy : ก็จริงๆ มัน 5 น้ำ ข้างล่าง 3 ในปาก 2 เพลียเลยBunny : สติกเกอร์กระต่ายไฟลุกTeddy : ขอนอนแป๊บ อาบน้ำเสร็จปลุกด้วย จะพาไปส่งขนมผิงวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ใน
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้วิธีอื่น มือหนาข้างหนึ่งสาวแก่นกายขึ้นลง มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกของขนมผิงที่หลับไม่ไหวติงไปอีกครั้ง อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้มือสาวแท่งเนื้อระรัว มันขยายใหญ่ขึ้นร้อนขึ้น ในที่สุดลาวาร้อนก็พุ่งออกมา มันลงไปกองอยู่บนหน้าท้องเนียน ไหลลงไปในหลุมสะดือ บางส่วนลงไปที่กลางร่างแต่ความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอดง่ายๆ ของวัยฉกรรจ์ที่มีต่อน้องน้อยของเขา ทำให้มังกรกลางร่างสลดลงชั่วเสี้ยวนาทีแล้วกลับมาขยายใหญ่ เขาจึงต้องใช้วิธีเดิมสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เธอ จากนั้นก็ลงนอนเคียงข้างกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหลับตามไป*********เที่ยงวันรุ่งขึ้นไม้ซุงยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนขนมผิงนอนเหมือนซ้อมตาย จะเขย่าจะลากไปทั่วเตียงยังไงก็ไม่ยอมตื่น เขาจึงลงไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหนียวตัว” เธอเอี้ยวแขนไปด้านหลัง ใบหน้าเหยเก จากนั้นก็กลับหลังหันเอาหน้าแนบผนัง “ปลดตะขอยกทรงให้หน่อย”เธอขอความช่วยเหลือ มือก็ดันแพนตี้ลง พลางใช้ขาเกี่ยวช่วย ก้นกลมกลึงขาวจั๊วะล่อตาล่อมือเหลือเกิน มือหนาลองวางลงไปเบาๆ“บอกให้ปลดตะขอไง” เธอปัดมือเขาออกจากก้นอย่างรำคาญไม้ซุงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาสวมกอดที่เอวคอดกิ่ว เบียดความต้องการเข้ากับก้นขาวๆ จมูกคมก้มซุกไซ้ที่ซอกคอระหง คนที่โดนเบียดชิดผนังดิ้นรนอย่างอึดอัด“ผิง ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งทนไม่ได้”“ผิงอึดอัด”มือหนาเลื่อนจากหน้าท้องขึ้นไปที่ฐานอก รวบจับกอบกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือ อีกมือขยับลงไปที่กลางกาย สองมือเคล้าคลึงจนเสียงครางดังออกมาจากขนมผิงไม้ซุงยอมปล่อยมือจากดอกบัวงามมาปลดตะขอให้เธอหายอึดอัด พอร่างกายผ่อนคลายขนมผิงก็สะบัดยกทรงออก หันตัวในอ้อมแข
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่กรุงเทพฯ” ขนมผิงทำหน้างง“ซุงน่ะสิ กลัวจะเหนื่อย แต่ลุงกับป้าอยากกลับบ้านมากกว่า ถ้าออกเดินทางตอนนี้ถึงบ้านก็ค่ำพอดี ขอบใจผิงมากนะลูก ดูแลลุงกับป้าอย่างดีเลย ป้าฝากซุงด้วยนะ”กานดาบอกสาวน้อยที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะตากแดดถ่ายรูปจนลืมความร้อนหลังจากเดินไปส่งผู้อาวุโสทั้งสองที่รถแล้ว ขนมผิงก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะในโรงอาหารตามเดิม เธอรอจนง่วง จึงหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีสาวๆ ให้เขามา แล้วแนบแก้มฟุบหลับไป*********“ผิง ผิง ผิง”ขนมผิงปรือตาขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มของไม้ซุงอยู่แทบชิดหน้าเธอ มือหนาวางอยู่บนไหล่เธอ ดูจากด้านหลังคล้ายการโอบกอด“เสร็จแล้วเหรอ” เธอถามเสียงเบลอๆ“อือ ไปถ่ายรูปกันนิดสิ ถ่ายกับปริญญาบัตร” เขาเอาหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจให้เธอดูขนมผิงยืดตัวขึ้น หยิบคทากระต่ายน้อยที่ดูจิ๊บจ๊อยที่สุดใ
“ลุงกับป้าเอาอะไรอีกไหมคะ ผิงจะไปซื้อให้ก่อน วันนี้รับบทเป็นเมกอัปอาร์ติสด้วย ดีนะที่พี่ซุงมีตากล้องมา ไม่งั้นผิงคงได้เป็นช่างภาพด้วย”“ไม่เอาแล้วละ ผิงทำธุระให้ซุงเถอะ” กานดาตอบยิ้มๆ หยิบพ็อกเก็ตบุ๊กออกมาจากกระเป๋าอ่านฆ่าเวลา ส่วนกวีก็เดินออกไปดูทิวทัศน์ยามเช้าตรู่ด้านนอกโรงอาหารขนมผิงให้ไม้ซุงขยับเก้าอี้หันหลังให้โต๊ะ ส่วนเธอเอาเก้าอี้อีกตัวมาตั้งตรงหน้าเขา แทรกตัวเข้าไปตรงขาของชายหนุ่ม กระบวนการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานเริ่มขึ้น“ไม่เอาแบบพระเอกลิเกนะ” ไม้ซุงดักทาง“หล่อโอปป้าอยู่แล้ว แค่รองพื้นก็พอ”“พ่อเสียทำไมไม่บอก” ไม้ซุงเริ่มเรื่องที่ตนเองไม่สบายใจ“บอกทำไม ไม่ใช่ญาติพี่นี่ เพื่อนสนิทผิงยังไม่บอกเลย ไม่อยากรบกวนใคร” ปากพูดมือเล็กก็ทาครีมรองพื้นไปด้วย“เมื่อไร”“ก่อนสอบสองอาทิตย์ กลับมาเลยสอบตกไง เกรดร่วงกราวเลย”ไม้ซุงยกมือขึ้นจับมือขนมผิง “พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้ติวเลขให้เย็นนั้น”ขนมผิงดึงมือออกมาควักครีมขึ้นไปแต้มบนหน้าเขา “ขอโทษทำไม ก็พี่ไม่ว่างนี่ มันผ่านมาแล้วพี่อย่าไปนึกถึงมันเลย ผิงโอเค”ดวงตาคมกริบมองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ใกล้แค่คืบ“ผิงคบอยู่กับใคร”“ตามจีบเด็กวิดวะโยธาอยู่ ชื
“พี่ซุง!!!” ขนมผิงอุทานออกมาอย่างตกใจ“จีบใหญ่เลยนะ” ไม้ซุงเสียงขรึม“ทำไมเป็นพี่” เธอหยิบโทรศัพท์ออกจากหูมาดูชื่อที่เซฟไว้อีกที“แล้วทำไมไม่เป็นแค่พี่ล่ะ” เขาหมายถึงทำไมไม่เป็นเขาคนเดียวที่ควรถูกจีบแบบนี้ ทำไมเธอต้องเอาวิธีนี้ไปใช้ซ้ำกับคนอื่นด้วย แต่ขนมผิงเข้าใจไปอีกทาง“ก็ผิงเซฟชื่อพี่ซุงไว้ว่า...”“พอ เจ็บ” ตอนนี้เขาไม่ชอบความห่างเหิน แม้แต่ชื่อในโทรศัพท์ที่เธอบันทึกไว้“แล้วพี่ซุงมีอะไรถึงโทร.หาผิงได้ ฝนตกแน่ๆ”ไม้ซุงได้ยินเสียงวิ่งตึงๆ แล้วเธอก็กลับมาพูดใหม่“ดูที่หน้าต่างมาแล้วฝนไม่ตก” ขนมผิงหอบนิดๆ ตอนตอบ“วันศุกร์นี้ว่างเปล่า”“ตอนไหนล่ะ วันศุกร์มีงานรับปริญญา มหาวิทยาลัยหยุดอยู่แล้ว แต่เอ๊ะ พี่ไม้ซุงก็รับปริญญานี่ ผิงลืมเลย”“ทำไมถึงลืม วันสำคัญของพี่แท้ๆ”“ก็เพราะชีวิตผิงไม่มีพี่แล้วไง”ยิ่งฟังใจยิ่งเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ “สรุปว่าว่างใช่ไหม จะให้ช่วยมาดูแลพ่อแม่พี่หน่อย เขาขับรถมาจากต่างจังหวัดแต่เช้ามืด แต่ก็เด๋อๆ ด๋าๆ เวลาจะกินจะเข้าห้องน้ำ”“ว่าไป พ่อแม่พี่ไม่เชยซะหน่อย สมุทรสาครกับกรุงเทพฯ เฮ้อ ใกล้เหมือนจังหวัดเดียวกัน”“สรุปว่าจะไม่มา? แล้งน้ำใจชะมัด”“ไม่ได้พูดแบบนั้น เ







