เข้าสู่ระบบตอนที่ 2
วันนี้รับลูกค้ารึเปล่า แดดยามสายส่องลอดร่มไม้ใหญ่ตรงม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกบริหาร กลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งนั่งจับกลุ่มกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงน้ำชาที่ก้มมองแฟ้มในมือ เหม่อไปไกล ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยทุกครั้งที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมา ลีน่าจ้องเพื่อนรักแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “นี่ เมื่อคืนยังไม่ได้เล่าเลยว่าเกิดอะไรขึ้น” แป้งหอมเสริมเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ไงสำเร็จเปล่า” “สำเร็จกับผีน่ะสิ ผลักฉันออกอย่างแรง ขายหน้ายังไม่หาย” “สวย ๆ อย่างเธอนี่นะจะโดนปฏิเสธ ไม่ใช่ม้าง” “จริง ๆ แต่ช่างเถอะหวังว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วกัน” ยังไม่ทันที่เธอจะถอนหายใจจบ แป้งหอมก็หันขวับไปทางประตูตึก ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างตื่นเต้น “เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะ…นั่นไง เดินมานู้นแล้ว!” น้ำชาชะงักในทันที เธอเงยหน้าตามสายตาของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วหัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มท่ามกลางแดดยามสายยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นจนใครหลายคนที่อยู่แถวนั้นเผลอหันมามอง ลีน่าแอบกระซิบข้างหู “เอาแล้วไง…พรหมลิขิตชัด ๆ” น้ำชากัดริมฝีปากแน่น รีบเบือนหน้าไปอีกทาง แกล้งทำเป็นสนใจแฟ้มในมือแทน ทั้งที่มือเล็กสั่นเล็กน้อย ความรู้สึกอับอายเมื่อคืนยังตามมาหลอกหลอนไม่จาง ช่วงเลิกเรียน ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านบริเวณสนามหญ้าข้างตึกเรียน ไฟสนามส่องแสงสีเหลืองอ่อน ๆ ลงมาบนร่างบางที่ยืนก้มหน้าจ้องโทรศัพท์อยู่ น้ำชายืนพิงกำแพงรอเพื่อนสนิทที่กำลังไปเข้าห้องน้ำ นิ้วเล็กเลื่อนจอมือถือช้า ๆ แต่หูก็ยังเงี่ยฟังความเงียบรอบด้าน ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดินหินกรวด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาสะดุดกับร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มที่เดินผ่านตรงหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ ไดม่อนก้าวผ่านไปสองสามก้าว ก่อนจะชะงักหยุดกลางทาง เงาร่างสูงสะท้อนใต้แสงไฟยามค่ำ เขายืนเงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วหมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า สายตาคมเข้มทอดตรงมายังเธอราวกับกำลังจับผิด น้ำชารีบก้มหน้าลงมองมือถือทันที แกล้งทำเป็นพิมพ์อะไรบางอย่างทั้งที่นิ้วสั่นน้อย ๆ แต่เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงไม่หยุด จนกระทั่งเขาหยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแตะจมูก ดวงตาคมกริบจ้องลงมา ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้มเยาะก่อนจะเอ่ยถาม “ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ” “ยุ่งไรด้วย” “แค่อยากรู้ว่า....วันนี้รับลูกค้ารึเปล่า” “นี่...ฉันไม่ได้ขายนะ” “อ้าว ก็เมื่อคืนยัง....อ๋อไม่สิต้องถามว่า คืนนี้ลูกค้าเต็มยัง” หญิงสาวหัวเราะเยาะ “ทำไม จะสมัครเป็นลูกค้าฉันเหรอ” “อย่างเธอไม่ต้องสมัครหรอก คืนนี้ลัดคิวให้หน่อยสิ อยากลองเหมือนกันว่าปากเก่งแบบนี้อย่างอื่นจะเก่งด้วยรึเปล่า” “เสียใจค่ะ วันนี้ไม่สะดวก” “แล้วทำยังไงถึงจะสะดวก ต้องจ่ายเท่าไหร่” “แสนนึง.....มีเงินพอมั้ยล่ะ” น้ำชายืนกอดอกอย่างท้าทาย “ถ้าเด็ดจริงให้ล้านนึง กล้าเปล่า” “อย่างคุณเนี่ยนะ....จะมีเงินถึงล้านนึง อย่ามาโม้หน่อยเลย” ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ควักเงินสดปึกหนึ่งออกมาตบใส่ตรงอกเธอเบา ๆ “ถ้าไม่กล้า…ถือว่าหมา” เสียงทุ้มต่ำ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่าน น้ำชาหัวเราะเบา ๆ พลางยักคิ้ว เธอเอื้อมมือหยิบเงินปึกนั้นขึ้นมา ก่อนจะก้าวเข้าใกล้เขาหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวค่อย ๆ ยัดปึกธนบัตรกลับเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์ของเขา เส้นทางปลายนิ้วลากช้า ๆ ไปตามแนวกรอบหน้าคมเข้ม “พี่ชาย…ฉันไม่ได้ขาดเงินขนาดนั้นหรอก” เธอกระซิบใกล้ใบหูเขา ยิ้มหวานราวกับกำลังท้าทาย “ไว้เจอกัน แต่ไม่รู้วันไหน” สิ้นคำหญิงสาวผละออก เดินก้าวเดินเร็ว ๆ ออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ไดม่อนยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟสนาม รอยยิ้มเย็น ๆ ค้างบนริมฝีปาก ราวกับกำลังเจอคู่ต่อกรที่ทำให้เลือดในกายร้อนขึ้นจริง ๆ ตัดภาพมาที่ช่วงดึก เสียงดนตรีหนัก ๆ ยังดังลอดออกมาจากในผับ แสงไฟหลากสีสาดวูบวาบบนถนนด้านนอกที่คนบางตา กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นเหล้าลอยคลุ้งในอากาศ น้ำชาเดินโซเซออกมาจากประตูผับ มือเล็กกอดกระเป๋าสะพายแน่น ดวงตากลมโตแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอสูดลมหายใจแรง ๆ เหมือนพยายามตั้งสติ เธอไม่ทันเห็นว่าตรงมุมเงาสลัว มีร่างสูงยืนพิงกำแพงอยู่ในชุดช็อปคุ้นตา ไฟปลายบุหรี่แดงวาบสลับกับเงามืด ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นนิดหน่อยเมื่อสายตาคมกริบเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะเจออีกในคืนนี้ ไดม่อนปรายบุหรี่ออกไปกับพื้น บดปลายมันทิ้งด้วยรองเท้าหนัง ก่อนจะก้าวออกจากเงามืด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้องสะท้อนในทางเดินด้านหน้า น้ำชาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง เธอหันไปมอง ดวงตาพร่าเพราะเมา แต่ยังจำร่างสูงนั้นได้ขึ้นใจ เขาไม่พูดอะไรในทันที เพียงเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เงาสูงใหญ่บังแสงไฟถนนจนร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ยังติดตามปลายเสื้อผ้า แต่กลับผสมเข้ากับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจนแปลกประหลาดใจ ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบาง ๆ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบ ๆ แต่ชัดเจน “ไง...วันนี้ก็มาหาลูกค้าเหรอ” “อ้าวสุดหล่อ....เจอกันอีกแล้วนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมามาย ริมฝีปากบางยกขึ้นยั่ว ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อย กระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อกึ่ง “ลูกค้าเหรอ...ก็คุณไง…ลูกค้าฉันอีกคน สนใจเปล่า” ไดม่อนหัวเราะหึในลำคอ สายตาคมวาววับกว่าทุกที “กล้าเหรอ…แต่เสียดาย ฉันไม่ใช่คนเอาไปทั่วด้วยสิ” น้ำชาหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะเมา ๆ แต่สายตากลับตรงแน่วแน่ “ไม่ต้องห่วงหรอก…วันนี้คุณเป็นคนแรก” เธอยืนกอดอก ท่าทางท้าทาย แต่ร่างเล็กกลับโอนเอนไปเล็กน้อยเพราะฤทธิ์เหล้า ไดม่อนเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้ทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตอย่างจัง “ปากเก่งนักนะ” น้ำชายักคิ้วใส่อย่างไม่กลัว ดวงตากลมโตแดงวาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนที่ร่างเล็กจะขยับเข้าใกล้ เอื้อมแขนขึ้นโอบคล้องรอบคอแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะบดเบียดขึ้นไปอย่างแนบแน่น เสียงลมหายใจของทั้งคู่สับสนปะปนกับเสียงดนตรีที่เล็ดลอดจากในผับ จูบที่ควรจะสั้นกลับลากยาว ดูดดื่ม ราวกับต้องการลงโทษและครอบครองไปพร้อมกัน ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าตามแรงแย้มของเธอ ร่างเล็กถึงกับสะท้านไหว มือที่คล้องคอเขาเกร็งแน่นยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอดไปง่าย ๆ ก่อนจะผละออกพลางยิ้มเยาะ “ไหนโฆษณาว่าตัวเองช่ำชองนักหนา แค่จูบยังทำไม่เป็นเลย” หญิงสาวหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจทำให้ยอมแพ้ลงได้ “จูบไม่เก่ง แต่ว่าอย่างอื่นเก่งนะ” “อะไรล่ะที่ว่าเก่ง....ถ้าไม่เคยก็กลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องทำมาเป็นแอ๊บ เรื่องแบบนี้มันไม่น่าภูมิใจอะไรนักหรอก” “ยังไม่ได้ลองเลย...รู้ได้ไงว่าเคยไม่เคย” “ถ้าเธอเคยลองจริง....ผู้ชายพวกนั้นคงโชคร้ายหน้าดู” “นี่...” น้ำชาหน้าแดงจัด ยกมือขึ้นสูงเหมือนจะฟาดใส่แผงอกกว้างด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือเล็กจะฟาดลงมาไดม่อนก็คว้าแขนเธอไว้แน่น ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแล้วออกแรงลากเธอไปตามทางเดิน “ปล่อยนะ! จะทำอะไร” หญิงสาวสะบัดแขน แต่แรงเขาเหนือกว่ามาก จนกระทั่งเขาลากเธอมาหยุดตรงรถสีดำที่จอดอยู่มุมลานสลัว ๆ ไร้ผู้คน ร่างสูงเปิดประตูเบาะหลังแรง ๆ ก่อนดันร่างเล็กเข้าไปติดขอบประตู ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ เสียงหอบผสมควันบุหรี่ยังอวล “อยากโดนมากใช่มั้ย เดี๋ยวกูจัดการให้เอง” ดวงตาคมกริบจ้องเธอจนแทบทะลุหัวใจ มือใหญ่กดแขนเธอติดเบาะไม่ให้ขยับ น้ำชาเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตแม้พร่ามัวเพราะเหล้า แต่กลับแน่วแน่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด “รออะไรอยู่ล่ะ…เข้ามาสิ” สิ้นประโยคเธอเอื้อมมือขึ้นดึงปกคอเสื้อของเขาลงมา แล้วประกบจูบใส่เต็มแรง ร่างกายเต็มไปด้วยไฟร้อนรุ่ม เธอจูบกดแน่น กวาดลิ้นเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว ไดม่อนชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเสียงคำรามจะดังขึ้นในลำคอ มือใหญ่รวบเอวบางกดเข้ามาชิดแน่น ริมฝีปากหยักบดขยี้ตอบกลับรุนแรงยิ่งกว่า กวาดชิมทุกมุมจนเธอหอบหายใจแทบไม่ทัน เสียงจูบหนักหน่วงดังสะท้อนในห้องโดยสารแคบ ๆ บวกกับเสียงหอบที่ขาดเป็นห้วง ๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเร่าร้อนจนเกินควบคุม มือเรียวจิกคอเสื้อเขาแน่น ในขณะที่มือใหญ่ของเขาเลื่อนลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงช้า ๆ ยิ่งทำให้ไฟในอกปะทุแรงขึ้นกว่าเดิมตอนที่ 5เรื่องในอดีตวันต่อมาแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ส่องลงบนบอร์ดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ซีดจางและภาพถ่ายจากรุ่นก่อน ๆ ที่ยังติดเรียงรายอยู่น้ำชายืนมองภาพเหล่านั้นนิ่ง ๆ สายตาค่อย ๆ ไหลไปตามแถวของใบหน้ารุ่นพี่หลายคนที่เคยสร้างชื่อเสียงให้คณะ จนกระทั่งสะดุดอยู่กับรูปผู้หญิงคนหนึ่งรุ่นพี่สาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มสดใสในชุดนักศึกษาที่เรียบร้อยสะอาดตา ใต้ภาพมีตัวหนังสือเล็ก ๆ เขียนกำกับว่า“ตัวแทนนิสิตดีเด่น” หญิงสาวมองค้างอยู่นานเหมือนถูกดึงดูด จนเพื่อนสนิทอย่าง ลีน่าเอียงหน้ามองตาม ก่อนจะถามขึ้นเบา ๆ“มองอะไรอยู่เหรอชา?”น้ำชาหลุดยิ้มบาง ๆ ในที่สุด“พี่คนนี้สวยจังเลยนะ…แถมเรียนเก่งจนได้ขึ้นบอร์ดมหาลัยอีกต่างหาก”“อื้อ...แต่ว่าเธอก็สวยเหมือนกัน”“แหม๋...ชมแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ”“เปล่าสักหน่อย”แป้งหอมเดินเข้ามาข้าง ๆ ก้มมองตามสายตาเพื่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน“ได้ยินมานะ ว่าพี่เขาเสียแล้ว”“หา...ว่าไงนะ”“มานี่ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง ก่อนจะเข้ามาเรียนที่นี่ ฉันเคยอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ของมหาลัยในกระทู้ แล้วก็บังเอิญไปสะดุดกับเรื่องหนึ่งเข้า…”คำพูดน
ตอนที่ 4ลองยุ่งกับเธอดูสิรุ่งเช้าแสงแดดยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ เสียงโทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะทำให้น้ำชาขยับตัวจากที่นอนอย่างงัวเงียเธอลุกขึ้นมาเดินโซเซเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าลวก ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองกระจกบานใหญ่ตรงหน้า“กรี๊ดดดดดดด!!!”เสียงหวีดดังลั่น ริมฝีปากบางอ้าออกกว้าง ตากลมโตเบิกโพลงตรงต้นคอขาวเนียนมีรอยแดงเข้มชัดเจนหลายจุดเหมือนถูกจงใจประทับไว้“บะ…บ้าแล้ว!!!”น้ำชาทำตาโต ยกมือขึ้นลูบลน ๆ เหมือนคิดว่าจะลบออกได้“นี่มัน…นี่มันรอยดูดชัด ๆ เลย อีตาบ้านั่นทำอะไรเนี่ย!”หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อทั้งอายทั้งโกรธ ทั้งยังนึกถึงคำพูดเยาะเย้ยเมื่อคืน“อ่อนหัดขนาดนี้ มีอะไรให้น่าติดใจกัน” “ไอ้บ้าไดม่อน!”เธอสบถเสียงดัง แล้วล้มตัวฟุบหน้าลงบนอ่างล้างมือ มือเล็กปิดคอพัลวัน“ทำไงดีเนี่ยยยยยย”ตัดภาพมาที่มหาลัยแดดยามสายสาดลงมาบนลานกว้างหน้าอาคารเรียน นักศึกษาหลายกลุ่มนั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดังสลับเสียงหัวเราะน้ำชาเดินก้มหน้ามารอยบนคอโดนกลบด้วยเครื่องสำอางอย่างมิดชิด ก่อนจะทรุดนั่งลงบนม้านั่งข้าง ๆ เพื่อนสนิททันทีที่เธอนั่งลง เพื่อนทั้งสองก็หันมามองด้วยแววตากรุ
ตอนที่ 3ไม่เห็นจะเก่งอย่างที่พูด NCมือใหญ่เลื่อนลงต่ำ กอบกุมเรียวขาอ่อนของน้ำชาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เลิกชายกระโปรงเดรสขึ้นทีละน้อยผิวขาวนวลใต้แสงไฟสลัวค่อย ๆ ปรากฏต่อสายตาเขา ยิ่งทำให้ดวงตาคมเข้มฉายแวววาวโรจน์ยากเก็บซ่อนมือใหญ่ยกขึ้นจับคางเธอ บังคับให้เงยหน้ามอง ดวงตาคมกริบลุกวาวราวกับนักล่า ปลายนิ้วสากไล้จากคางลงมาตามลำคอจนถึงไหปลาร้า ความร้อนจากปลายนิ้วทำให้เธอสะท้านจนเสียงครางหลุดอีกครั้งมือหนาของกระชากสายเดี่ยวลงจนขาดเสียงดังเดรสซาตินร่นลงกองกับเอว เผยอกสวยที่ตั้งชันจนชายหนุ่มหลุดคำสบถ“แม่ง…”ชายหนุ่มก้มลงขบยอดอกปทุมของเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆจ๊วบ…เสียงดูดดุนสลับกับเสียงครางหวานที่หลุดจากริมฝีปากของเธอปลายลิ้นร้อนไล้วนรอบยอดดอกที่อยู่ใต้บราพรางมืออีกข้างก็บีบแค้น ลิ้นร้อนลากวนก่อนดูดดึงแรงจนเกิดเสียง พร้อมรอยแดงที่ประทับเป็นสัญลักษณ์ของการครอบครอง“อ๊ะ…อื้ม…!”เธอเผลอแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสอย่างห้ามไม่อยู่ มือจิกเบาะหนังจนเล็บแทบแตก ความร้อนซ่านทำให้สติละลายหมดสิ้นไดม่อนผละริมฝีปากจากอกชุ่มน้ำลาย เลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ ดวงตาคมวาวเหมือนสัตว์ร้าย นิ้วหนาลากจากหน้าท้องแบนราบลงสู่หว่างขา
ตอนที่ 2วันนี้รับลูกค้ารึเปล่าแดดยามสายส่องลอดร่มไม้ใหญ่ตรงม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกบริหารกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งนั่งจับกลุ่มกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงน้ำชาที่ก้มมองแฟ้มในมือ เหม่อไปไกล ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยทุกครั้งที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมาลีน่าจ้องเพื่อนรักแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“นี่ เมื่อคืนยังไม่ได้เล่าเลยว่าเกิดอะไรขึ้น”แป้งหอมเสริมเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“ใช่ ไงสำเร็จเปล่า”“สำเร็จกับผีน่ะสิ ผลักฉันออกอย่างแรง ขายหน้ายังไม่หาย”“สวย ๆ อย่างเธอนี่นะจะโดนปฏิเสธ ไม่ใช่ม้าง”“จริง ๆ แต่ช่างเถอะหวังว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วกัน”ยังไม่ทันที่เธอจะถอนหายใจจบ แป้งหอมก็หันขวับไปทางประตูตึก ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างตื่นเต้น“เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะ…นั่นไง เดินมานู้นแล้ว!”น้ำชาชะงักในทันที เธอเงยหน้าตามสายตาของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วหัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงขึ้นมาทันทีร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มท่ามกลางแดดยามสายยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นจนใครหลายคนที่อยู่แถวนั้นเผลอหันมามองลีน่าแอบกระซิบข้างหู“เอาแล้วไง…พรหมลิขิตชัด ๆ”
ตอนที่ 1เวอร์จิ้นเสียงดนตรีในผับดังสนั่นแข่งกับไฟสลัวที่กะพริบตามจังหวะเบสกลุ่มนัวัยรุ่นลังนั่งล้อมโต๊ะไม้ยาวกลางร้าน ควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลอยู่รอบตัวไดม่อนนั่งเอนหลังบนโซฟาหนังสีดำ มือใหญ่หมุนแก้วเหล้าไปมาอย่างใจเย็น แสงไฟนีออนสีฟ้าสะท้อนบนใบหน้าคมสันชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เพียงแค่ท่าทางนิ่ง ๆ ดวงตาคมเข้มที่จ้องมองตรงไปยังฟลอร์เต้นรำก็ทำให้ใครหลายคนเผลอมองซ้ำ“เห้ย ไอ้ม่อนสาว ๆ โต๊ะนั่นมองมึงไม่หยุดเลยว่ะ”เสียงหัวเราะของปอร์เช่เพื่อนซี้ตัวโย่งดังขึ้นเขายกแก้วชนกับเวย์ที่กำลังหัวเราะตาม ก่อนจะหันมาแซวไดม่อนต่อ“ดูท่าคงสนใจมึงไม่น้อยเลย”โต๊ะอีกฝั่งของผับ ไฟสลัวส่องกระทบแก้วค็อกเทลหลากสี เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาว ๆ ดังแข่งกับเสียงเพลงน้ำชาสาวปีหนึ่งคณะบริหาร ใบหน้าหวานใสในชุดเดรสเรียบง่ายสีพาสเทล กำลังนั่งจิบม็อกเทลช้า ๆ ดวงตากลมโตแอบเหลือบไปทางโต๊ะชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าทุกโต๊ะในร้าน“นี่น้ำชา....หนุ่ม ๆ โต๊ะนั้นหล่อไม่เบาเลย สนใจสักคนเปล่า”ลีน่าเพื่อนสาวจอมแซวสะกิดแขนเบา ๆ“จะบ้ารึไง....เห็นฉันไปคนแบบไหนกันเนี่ย”“นี่...ย







