LOGINตอนที่ 2
วันนี้รับลูกค้ารึเปล่า แดดยามสายส่องลอดร่มไม้ใหญ่ตรงม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกบริหาร กลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งนั่งจับกลุ่มกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงน้ำชาที่ก้มมองแฟ้มในมือ เหม่อไปไกล ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยทุกครั้งที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมา ลีน่าจ้องเพื่อนรักแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “นี่ เมื่อคืนยังไม่ได้เล่าเลยว่าเกิดอะไรขึ้น” แป้งหอมเสริมเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ไงสำเร็จเปล่า” “สำเร็จกับผีน่ะสิ ผลักฉันออกอย่างแรง ขายหน้ายังไม่หาย” “สวย ๆ อย่างเธอนี่นะจะโดนปฏิเสธ ไม่ใช่ม้าง” “จริง ๆ แต่ช่างเถอะหวังว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วกัน” ยังไม่ทันที่เธอจะถอนหายใจจบ แป้งหอมก็หันขวับไปทางประตูตึก ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างตื่นเต้น “เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะ…นั่นไง เดินมานู้นแล้ว!” น้ำชาชะงักในทันที เธอเงยหน้าตามสายตาของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วหัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มท่ามกลางแดดยามสายยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นจนใครหลายคนที่อยู่แถวนั้นเผลอหันมามอง ลีน่าแอบกระซิบข้างหู “เอาแล้วไง…พรหมลิขิตชัด ๆ” น้ำชากัดริมฝีปากแน่น รีบเบือนหน้าไปอีกทาง แกล้งทำเป็นสนใจแฟ้มในมือแทน ทั้งที่มือเล็กสั่นเล็กน้อย ความรู้สึกอับอายเมื่อคืนยังตามมาหลอกหลอนไม่จาง ช่วงเลิกเรียน ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านบริเวณสนามหญ้าข้างตึกเรียน ไฟสนามส่องแสงสีเหลืองอ่อน ๆ ลงมาบนร่างบางที่ยืนก้มหน้าจ้องโทรศัพท์อยู่ น้ำชายืนพิงกำแพงรอเพื่อนสนิทที่กำลังไปเข้าห้องน้ำ นิ้วเล็กเลื่อนจอมือถือช้า ๆ แต่หูก็ยังเงี่ยฟังความเงียบรอบด้าน ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดินหินกรวด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาสะดุดกับร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มที่เดินผ่านตรงหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ ไดม่อนก้าวผ่านไปสองสามก้าว ก่อนจะชะงักหยุดกลางทาง เงาร่างสูงสะท้อนใต้แสงไฟยามค่ำ เขายืนเงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วหมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า สายตาคมเข้มทอดตรงมายังเธอราวกับกำลังจับผิด น้ำชารีบก้มหน้าลงมองมือถือทันที แกล้งทำเป็นพิมพ์อะไรบางอย่างทั้งที่นิ้วสั่นน้อย ๆ แต่เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงไม่หยุด จนกระทั่งเขาหยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแตะจมูก ดวงตาคมกริบจ้องลงมา ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้มเยาะก่อนจะเอ่ยถาม “ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ” “ยุ่งไรด้วย” “แค่อยากรู้ว่า....วันนี้รับลูกค้ารึเปล่า” “นี่...ฉันไม่ได้ขายนะ” “อ้าว ก็เมื่อคืนยัง....อ๋อไม่สิต้องถามว่า คืนนี้ลูกค้าเต็มยัง” หญิงสาวหัวเราะเยาะ “ทำไม จะสมัครเป็นลูกค้าฉันเหรอ” “อย่างเธอไม่ต้องสมัครหรอก คืนนี้ลัดคิวให้หน่อยสิ อยากลองเหมือนกันว่าปากเก่งแบบนี้อย่างอื่นจะเก่งด้วยรึเปล่า” “เสียใจค่ะ วันนี้ไม่สะดวก” “แล้วทำยังไงถึงจะสะดวก ต้องจ่ายเท่าไหร่” “แสนนึง.....มีเงินพอมั้ยล่ะ” น้ำชายืนกอดอกอย่างท้าทาย “ถ้าเด็ดจริงให้ล้านนึง กล้าเปล่า” “อย่างคุณเนี่ยนะ....จะมีเงินถึงล้านนึง อย่ามาโม้หน่อยเลย” ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ควักเงินสดปึกหนึ่งออกมาตบใส่ตรงอกเธอเบา ๆ “ถ้าไม่กล้า…ถือว่าหมา” เสียงทุ้มต่ำ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่าน น้ำชาหัวเราะเบา ๆ พลางยักคิ้ว เธอเอื้อมมือหยิบเงินปึกนั้นขึ้นมา ก่อนจะก้าวเข้าใกล้เขาหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวค่อย ๆ ยัดปึกธนบัตรกลับเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์ของเขา เส้นทางปลายนิ้วลากช้า ๆ ไปตามแนวกรอบหน้าคมเข้ม “พี่ชาย…ฉันไม่ได้ขาดเงินขนาดนั้นหรอก” เธอกระซิบใกล้ใบหูเขา ยิ้มหวานราวกับกำลังท้าทาย “ไว้เจอกัน แต่ไม่รู้วันไหน” สิ้นคำหญิงสาวผละออก เดินก้าวเดินเร็ว ๆ ออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ไดม่อนยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟสนาม รอยยิ้มเย็น ๆ ค้างบนริมฝีปาก ราวกับกำลังเจอคู่ต่อกรที่ทำให้เลือดในกายร้อนขึ้นจริง ๆ ตัดภาพมาที่ช่วงดึก เสียงดนตรีหนัก ๆ ยังดังลอดออกมาจากในผับ แสงไฟหลากสีสาดวูบวาบบนถนนด้านนอกที่คนบางตา กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นเหล้าลอยคลุ้งในอากาศ น้ำชาเดินโซเซออกมาจากประตูผับ มือเล็กกอดกระเป๋าสะพายแน่น ดวงตากลมโตแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอสูดลมหายใจแรง ๆ เหมือนพยายามตั้งสติ เธอไม่ทันเห็นว่าตรงมุมเงาสลัว มีร่างสูงยืนพิงกำแพงอยู่ในชุดช็อปคุ้นตา ไฟปลายบุหรี่แดงวาบสลับกับเงามืด ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นนิดหน่อยเมื่อสายตาคมกริบเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะเจออีกในคืนนี้ ไดม่อนปรายบุหรี่ออกไปกับพื้น บดปลายมันทิ้งด้วยรองเท้าหนัง ก่อนจะก้าวออกจากเงามืด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้องสะท้อนในทางเดินด้านหน้า น้ำชาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง เธอหันไปมอง ดวงตาพร่าเพราะเมา แต่ยังจำร่างสูงนั้นได้ขึ้นใจ เขาไม่พูดอะไรในทันที เพียงเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เงาสูงใหญ่บังแสงไฟถนนจนร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ยังติดตามปลายเสื้อผ้า แต่กลับผสมเข้ากับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจนแปลกประหลาดใจ ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบาง ๆ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบ ๆ แต่ชัดเจน “ไง...วันนี้ก็มาหาลูกค้าเหรอ” “อ้าวสุดหล่อ....เจอกันอีกแล้วนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมามาย ริมฝีปากบางยกขึ้นยั่ว ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อย กระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อกึ่ง “ลูกค้าเหรอ...ก็คุณไง…ลูกค้าฉันอีกคน สนใจเปล่า” ไดม่อนหัวเราะหึในลำคอ สายตาคมวาววับกว่าทุกที “กล้าเหรอ…แต่เสียดาย ฉันไม่ใช่คนเอาไปทั่วด้วยสิ” น้ำชาหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะเมา ๆ แต่สายตากลับตรงแน่วแน่ “ไม่ต้องห่วงหรอก…วันนี้คุณเป็นคนแรก” เธอยืนกอดอก ท่าทางท้าทาย แต่ร่างเล็กกลับโอนเอนไปเล็กน้อยเพราะฤทธิ์เหล้า ไดม่อนเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้ทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตอย่างจัง “ปากเก่งนักนะ” น้ำชายักคิ้วใส่อย่างไม่กลัว ดวงตากลมโตแดงวาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนที่ร่างเล็กจะขยับเข้าใกล้ เอื้อมแขนขึ้นโอบคล้องรอบคอแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะบดเบียดขึ้นไปอย่างแนบแน่น เสียงลมหายใจของทั้งคู่สับสนปะปนกับเสียงดนตรีที่เล็ดลอดจากในผับ จูบที่ควรจะสั้นกลับลากยาว ดูดดื่ม ราวกับต้องการลงโทษและครอบครองไปพร้อมกัน ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าตามแรงแย้มของเธอ ร่างเล็กถึงกับสะท้านไหว มือที่คล้องคอเขาเกร็งแน่นยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอดไปง่าย ๆ ก่อนจะผละออกพลางยิ้มเยาะ “ไหนโฆษณาว่าตัวเองช่ำชองนักหนา แค่จูบยังทำไม่เป็นเลย” หญิงสาวหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจทำให้ยอมแพ้ลงได้ “จูบไม่เก่ง แต่ว่าอย่างอื่นเก่งนะ” “อะไรล่ะที่ว่าเก่ง....ถ้าไม่เคยก็กลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องทำมาเป็นแอ๊บ เรื่องแบบนี้มันไม่น่าภูมิใจอะไรนักหรอก” “ยังไม่ได้ลองเลย...รู้ได้ไงว่าเคยไม่เคย” “ถ้าเธอเคยลองจริง....ผู้ชายพวกนั้นคงโชคร้ายหน้าดู” “นี่...” น้ำชาหน้าแดงจัด ยกมือขึ้นสูงเหมือนจะฟาดใส่แผงอกกว้างด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือเล็กจะฟาดลงมาไดม่อนก็คว้าแขนเธอไว้แน่น ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแล้วออกแรงลากเธอไปตามทางเดิน “ปล่อยนะ! จะทำอะไร” หญิงสาวสะบัดแขน แต่แรงเขาเหนือกว่ามาก จนกระทั่งเขาลากเธอมาหยุดตรงรถสีดำที่จอดอยู่มุมลานสลัว ๆ ไร้ผู้คน ร่างสูงเปิดประตูเบาะหลังแรง ๆ ก่อนดันร่างเล็กเข้าไปติดขอบประตู ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ เสียงหอบผสมควันบุหรี่ยังอวล “อยากโดนมากใช่มั้ย เดี๋ยวกูจัดการให้เอง” ดวงตาคมกริบจ้องเธอจนแทบทะลุหัวใจ มือใหญ่กดแขนเธอติดเบาะไม่ให้ขยับ น้ำชาเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตแม้พร่ามัวเพราะเหล้า แต่กลับแน่วแน่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด “รออะไรอยู่ล่ะ…เข้ามาสิ” สิ้นประโยคเธอเอื้อมมือขึ้นดึงปกคอเสื้อของเขาลงมา แล้วประกบจูบใส่เต็มแรง ร่างกายเต็มไปด้วยไฟร้อนรุ่ม เธอจูบกดแน่น กวาดลิ้นเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว ไดม่อนชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเสียงคำรามจะดังขึ้นในลำคอ มือใหญ่รวบเอวบางกดเข้ามาชิดแน่น ริมฝีปากหยักบดขยี้ตอบกลับรุนแรงยิ่งกว่า กวาดชิมทุกมุมจนเธอหอบหายใจแทบไม่ทัน เสียงจูบหนักหน่วงดังสะท้อนในห้องโดยสารแคบ ๆ บวกกับเสียงหอบที่ขาดเป็นห้วง ๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเร่าร้อนจนเกินควบคุม มือเรียวจิกคอเสื้อเขาแน่น ในขณะที่มือใหญ่ของเขาเลื่อนลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงช้า ๆ ยิ่งทำให้ไฟในอกปะทุแรงขึ้นกว่าเดิมตอนที่ 59อยู่อย่างนี้ตลอดไป1 ปีต่อมาค่ำคืนในโรงแรมห้าดาวชื่อดังถูกประดับประดาไปด้วยแชนเดอเลียร์ระย้าและแสงไฟสว่างอบอุ่นเหมือนแสงจากสายตาของคนสองคนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงชิงแก้ว และดนตรีจังหวะหวานที่ลอยคลอไปรอบห้องบอลรูมขนาดใหญ่ แขกจำนวนมากเต็มโต๊ะอย่างครึกครื้นบนเวที คู่บ่าวสาวยืนเคียงข้างกัน ไดม่อนด์ในชุดสูทเข้ารูปสีดำ น้ำชาในชุดเจ้าสาวสีขาวฟุ้งสวยราวเจ้าหญิง แสงสปอตไลต์ส่องลงมาบนทั้งคู่จนเหมือนเวลาทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหวอยู่แค่ตรงนั้นพิธีกรยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“เอาล่ะครับ…คำถามที่หลายคนอยากรู้คุณไดม่อนด์กับคุณน้ำชา พบกันได้ยังไงครับ?”เสียงเชียร์เบา ๆ ดังจากแขกโต๊ะข้างหน้า ไดม่อนด์หัวเราะในลำคอหนึ่งที ก่อนจะยกไมค์ขึ้นพูด“เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยครับ…”เขาหันมามองเจ้าสาวที่ยืนเคียงข้าง สายตาอ่อนโยนจนคนในงานกระซิบกันอย่างปลื้มปริ่ม“ตอนนั้นเธอ…เดินเข้ามาหาผมก่อนครับตอนเจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าคนนี้กวนดี”เสียงเฮฮาเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวน้ำชาหันขวับ รีบสวนแทบจะทันที“คุณต่างหากที่กวนฉันก่อน
ตอนที่ 58คงจะมีเพียงเธอที่ทำให้โลกหยุดหมุนสองปีถัดมา…ไดม่อนในวัยทำงานสวมสูทเข้ารูปสีดำสนิท บุคลิกนิ่ง สุขุม และหล่อคมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าหลังเรียนจบเขาก็เข้ามาบริหารบริษัทของพ่ออย่างเต็มตัว ท่าทาง การพูด การเดิน ทุกอย่างมีอำนาจและน่าเกรงขามมากขึ้นจนพนักงานแทบจะไม่กล้ามองหน้าโดยตรงแต่พออยู่ต่อหน้าน้ำชา ผู้ชายที่ทั้งบริษัทกลัวกลับกลายเป็นผู้ชายที่ยิ้มง่ายที่สุดวันนี้เขายืนพิงรถหรูคันประจำ รออยู่หน้าตึกบริษัทที่น้ำชามาฝึกงานเป็นวันแรก มือหนึ่งถือช่อดอกไม้สีหวานรออยู่ก่อนหน้าแล้วไม่นานนักน้ำชาก้าวลงมาในชุดทำงานเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะต้องชะงักทันทีเมื่อเห็นดอกไม้ในมือของคนตัวสูงหญิงสาวยิ้มกว้างจนแก้มขึ้นสี“ให้ดอกไม้ทุกวันเลยนะ ผ่านมากี่ปีแล้วก็ยังให้ทุกวัน…คุณนี่เสมอต้นเสมอปลายกับฉันจริง ๆ”ไดม่อนยักคิ้ว“ไม่ชอบเหรอ”“ชอบสิ…”ชายหนามเอื้อมมือเปิดประตูให้เธอ“ขึ้นรถได้แล้ว ยืนอยู่นานเดี๋ยวเมื่อย”น้ำชานั่งลง ปรับกระโปรงนิดหน่อย ก่อนที่ไดม่อนจะถามด้วยรอยยิ้มเหนื่อย ๆ“เป็นไงบ้าง…ฝึกงานวันแรก”“ก็ดีนะ“แล้วมีใครรังแกมึงมั้ย…บอกกูได้นะ”น้ำชาหลุดหัวเราะ“ไม่มีหรอก แต
ตอนที่ 57สิ่งที่สวยที่สุดวันต่อมาที่มหาลัยบรรยากาศหน้าตึกคณะค่อนข้างร่มรื่น แต่ไดม่อนกลับนั่งฟุบแขน หลุบตาลงเหมือนคนหมดอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้นเวย์เดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมถอนหายใจใส่เพื่อนหนุ่ม“ไอ้ม่อน ไปเล่นบาสป่ะ เดี๋ยวพวกกูจะไปละ”“ไม่ไป ไม่มีอารมณ์” เวย์เลิกคิ้ว “โถ่วะ มึงนี่ทำหน้าอย่างกับคนเบื่อโลก”ไดม่อนไม่ตอบ ทำเอาเวย์ได้แต่ส่ายหัวแต่ทันทีที่เงาของใครบางคนทอดลงมาตรงหน้า ไดม่อนก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นน้ำชาเดินผ่านพอดี ท่าทีเซ็ง ๆ เมื่อครู่ หายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน เขาลุกพรวดขึ้นยืน หน้าตายิ้มจนเพื่อนอึ้ง “เห้ย…เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนโดนทิ้งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”ไดม่อนทำเหมือนไม่ได้ยิน รีบเดินจ้ำไปหาน้ำชาแทบจะทันที“จะไปไหนน่ะ” เขาถามเสียงสดใสจนผิดหูผิดตาน้ำชาหันมายิ้ม “ก็แป้งหอมน่ะสิ ชอบรุ่นพี่อยู่ชมรมกีฬา เลยว่าจะไปสนามบาสกับยัยแป้งสักหน่อย”ไดม่อนรีบตอบทันทีเหมือนกลัวโดนแย่งพูด“พอดีเลย ฉันก็กำลังจะไปอยู่พอดี” “หื้ม? คุณจะไปเล่นบาสเหรอ”“อื้อ เมื่อกี้เพื่อนชวนอยู่พอดี” ไดม่อนพูดหน้าตาเฉยเหมือนเรื่องจริงทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกเพื่อนตรงข้าม จากนั้นเขาก็หัน
ตอนที่ 56ใกล้กันอีกนิด1 เดือนต่อมารถคันหรูแล่นไปตามถนนยาวท่ามกลางลมอุ่นอ่อน ๆ น้ำชานั่งมองวิวด้านนอกอย่างผ่อนคลายก่อนจะหันกลับมาถามคนข้าง ๆ “จะพาไปไหนเหรอ”ไดม่อนไม่ได้ตอบทันที เพียงเลื่อนหางตาเหลือบมองเธอพร้อมยิ้มมุมปากทำหน้าชวนให้สงสัย“แล้วเธออยากไปที่ไหนล่ะ”คนตัวเล็กก้มมองมือตัวเองสักพัก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย“ที่ไหนก็ได้…ถ้าไปกับคุณ”มือหนาที่จับพวงมาลัยชะงักไปเสี้ยววินาที ชายหนุ่มแอบเบือนหน้าออกนอกกระจกเหมือนมองถนน แต่จริง ๆ คือกำลังหลบความเขินของตัวเองและสายตาหวานที่มองมา จากนั้นทั้งคู่ก็ตกอยู่ในด้วยเงียบผสานกันกับความเขินอายภายในรถจนกระทั่งรถหรูแล่นเข้ามาจอดนิ่งในลานจอดรถของ สวนสนุกขนาดใหญ่ เสียงดนตรีสนุก ๆ จากด้านในดังแว่วมาตามลม คนเป็นน้องที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ขมวดคิ้วมองป้ายทางเข้าอย่างงง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองไดม่อนด้วยแววตาอยากรู้“พะ…พามาที่นี่ทำไมคะเนี่ย?”น้ำชาถามเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ไม่มิด ไดม่อนดับเครื่อง ก่อนเอนตัวมาท้าวกับพวงมาลัย มองหน้าเธอแบบไม่บอกอะไรมากนัก“ก็พาเธอมาเปิดหู เปิดตาไง”น้ำชามองรอบข้างสวนสนุกด้วยความตื่
ตอนที่ 55ขอให้เธอมีความสุขเดือนต่อมา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเบา ๆ ทำให้คนตัวเล็กที่นอยอยู่บนเตียง ค่อย ๆ ลืมตา ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก เธอเหยียดแขนไปข้างเตียงอย่างเคย แต่พื้นที่ที่ควรมีร่างอุ่น ๆ ของไดม่อนกลับว่างเปล่า“ไปไหนแต่เช้านะ”ปกติไม่ว่าจะตื่นกี่โมง ก็จะมีไดม่อนคอยนอนอยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงแม้ว่าวันนั้นเขาจะตื่นก่อนแต่ชายหนุ่มก็จะก้มลงมาปลุกเธอทุกครั้งแต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นหญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาเขาทันทีตู๊ด… ตู๊ด…ปลายสายเงียบงัน ไม่มีใครรับ ไม่มีแม้แต่เสียงตัดสายเหมือนทุกครั้ง“ไปไหนของเขานะ”ตัดภาพมาที่มหาลัยในช่วงสายน้ำชานั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะหน้าตึกเรียน นิ้วมือเธอเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นลงซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีข้อความใดตอบกลับแป้งหอมกับลีน่าเดินมาเห็นเข้าก็สบตากันก่อนจะรีบเข้ามานั่งประกบข้าง“ยายชา เป็นอะไรอ่ะ สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ”แป้งหอมถามทันทีน้ำชาชะงักก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ“ก็…ไดม่อนน่ะสิ หายไปตั้งแต่เช้า โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความก็ไม่ตอบเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า”“เอ๊ะ…ทะเลาะกันอีกรึเปล่า”“ไม่ได้ทะเลาะนี่สิ”“ปกติเขาไม่เคยหายไปแบบ
ตอนที่ 54รู้สึกดีขึ้นมั้ยเดือนต่อมาหนึ่งเดือนต่อมา ลมเย็นเฉียบพัดผ่านแผ่วเบา เสียงใบไม้ด้านบนเสียดสีกันดังกรอบแกรบอย่างเงียบงัน ไดม่อนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำยืนสงบอยู่หน้าหลุมศพที่มีชื่อปลายฟ้าสลักอยู่บนป้ายหินอ่อนสีซีดชายหนุ่มก้มลงช้า ๆ วางดอกลิลลี่ขาวลงตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นดอกไม้ช่อใหม่ที่ถูกวางทับอยู่ก่อนหน้าเหมือนกลับว่าเพิ่งมีคนมาไม่นานไดม่อนนิ่งไปครู่หนึ่ง ลมหายใจหนักลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร“ฉันแวะมาเยี่ยมนะ”เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงบางอย่างที่ค้างคาในใจ“นี่น้ำชา แฟนฉันเอง”เขาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายเล็กน้อยก่อนจะย้อนกลับไปมองชื่อบนป้ายหิน“พาเธอมารู้จักด้วย…เธอคงไม่โกรธอะไรฉันแล้วนะ”นิ้วมือไดม่อนแตะป้ายหินเบา ๆ ราวกับกำลังลูบหัวใครสักคน ชายหนุ่มหลับตาชั่วอึดใจ ริมฝีปากคล้ายจะยิ้มแต่ก็จางหายไปทันที“ขอโทษนะ”คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นคล้ายแบกความผิดติดค้างมานานน้ำชาเงียบไม่พูดอะไร เพียงยืนข้างเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนเป็นหลักให้เขายืนพักใจร่างสูงย่อตัวนั่งยองอยู่ตรงหน้าสุสานอยู่นาน ลมพัดเส้นผมปลิวเบา ๆ แต่น้ำชาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่สั่นนิด ๆ ราวกับเขากำลั
ตอนที่ 20ไม่ต้องสงสารณ มหาลัยแสงแดดอ่อนช่วงบ่ายส่องลงมากระทบกระจกใสของตึกคณะ น้ำชานั่งเหม่ออยู่บนม้านั่งหน้าตึก มือถือแก้วกาแฟที่ละลายจนเหลือแต่น้ำ สายตาเธอเหม่อมองไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทเรียก“ยัยชา เป็นอะไรหรือเปล่า”เธอสะดุ้งนิด ๆ ก่อนฝืนยิ้ม “เปล่านี่ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”ล
ตอนที่ 17ถือว่ารู้ใจแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาในห้อง เงาแสงตกกระทบผิวระยับของเตียงอย่างนุ่มนวล ไดม่อนด์ขยับตัวเล็กน้อย แขนที่โอบรอบหญิงสาวยังไม่คลายออก น้ำชาขยับหนีเล็กน้อยแล้วพูดเสียงงัวเงีย“ตื่นแล้วก็กลับไปได้แล้ว...”“เธอก็ตื่นสิ” “นี่มันห้องฉันนะ” เธอพูดต่อ พลางดันแขนเขาเบา
ตอนที่ 14ขอแค่มีชีวิตอยู่แดดยามสายส่องลงกระทบตัวอาคารไดม่อนยืนพิงรถหรูอยู่หน้าคอนโด มือถือแก้วกาแฟเย็นไว้พลางมองนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าเริ่มหงุดหงิดไม่นานนักประตูลิฟต์ก็เปิดออกน้ำชาเดินออกมาพร้อมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ผมเผ้ายุ่งยุ่งเหมือนคนเพิ่งตื่นเต็มที“มาทำไม” เธอพูดพลางหาวเบา ๆ“
ตอนที่ 11ถ้าซื้อต้องจ่ายเท่าไหร่รุ่งเช้าแสงแดดอุ่นส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องกว้างร่างบางบนเตียงขยับน้อย ๆ น้ำชาลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก่อนพึมพำเสียงเบา มือเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผาก“เมื่อคืน…ฉันทำอะไรลงไปอีกเนี่ย”เธอเหลือบตาไปทางข้างกายพบว่าไดม่อนเองก็นอนอยู่ใกล้ในสภาพที่ทั้งคู่ต่างไม่ได้ปกปิดอะ







