LOGINเจ้าของร่างนี้ไม่สระผมมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว นิลเนตรถอดปิ่นปักผมบนศีรษะออกมาแล้วเพ่งมอง ปิ่นปักผมโบราณสีเงินอันนี้มันเป็นของเธอตอนที่ทำฟาร์มอยู่นี่นา แล้วตอนนี้มันตามเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
แปลก! แต่ช่างเถอะ มาแล้วเธอก็ใช้มันต่อแค่นั้น เธอวางปิ่นปักผมไว้บนชั้นวางสบู่แล้วเริ่มสระผม
บีบแชมพูที่เหลืออยู่ในขวดเพียงน้อยนิด แล้วยีบนศีรษะให้เกิดฟองแต่ผมคงสกปรกมากเกินไป จึงทำให้รอบแรกแชมพูแทบไม่มีฟองเลย รอบสองจึงใช้น้ำเปล่าเทลงในขวดมากหน่อย เขย่า ๆ แล้วสระอีกครั้ง ส่วนครีมนวดก็เหลือไม่ต่างกันนัก อย่างไรก็ต้องเอาวันนี้ให้รอดก่อน นิลเนตรใช้เวลาอาบน้ำไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อขัดสีฉวีวรรณตัวเอง
ได้อาบน้ำจนสะอาดหมดจดแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้น เปลี่ยนเสื้อผ้าซับผมพอหมาด ๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรมาเดินเล่นอยู่บนหัวคล้ายกับเดินสวนสนาม มันทั้งคันทั้งรำคาญ เธอยกมือขึ้นเกาและลูบคลำผิวหนังตรงตำแหน่งนั้น ไม่น่าเชื่อเธอจับตัวมันได้แล้ว ลักษณะตัวมันคุ้น ๆ เหมือนจะเป็น…
นิลเนตรดึงสิ่งนั้นออกมาจากเส้นผมอันยาวเหยียด อยากไว้ผมยาวแต่นิลเนตรคนก่อนขี้เกียจสระผมมาก แต่ก็ดีผมเธอยังเป็นเส้นตรงสลวย ถ้าผมหยิกคงหวีลำบากกว่านี้
เธอเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ เพื่อความมั่นใจจึงหยิบไฟมาส่องดู ใจเธอเต้นระทึก จากนั้นก็…
“กรี๊ดดดด!”
“อ๊ายยยย!”
เสียงแรกคือเสียงของหลานสาว เสียงที่สองคือเสียงของย่า
“นิลเป็นอะไรลูก” เจิมจันทร์ถามหลานด้วยความตกใจ เธอสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะตกเตียง
“ย่า…” นิลเนตรทำหน้าเหยเกคล้ายจะร้องไห้
“มีอะไร ร้องตกอกตกใจขนาดนั้น ย่าหัวใจจะวาย” เจิมจันทร์ยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง หัวใจเธอเต้นรัวแรง
“หัวหนูมีเหาค่ะ” นี่เหาหรือแมลงเม่าทำไมมันตัวใหญ่ขนาดนี้
เจิมจันทร์ผ่อนลมหายใจออกมา ไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไร ที่แท้ก็เจอเหา ทำเหมือนไม่เคยมีอย่างนั้นแหละ “นิลก็มีเหาอยู่แล้วนะลูก จะตกใจทำไม” ผู้เป็นย่าว่าเสียงเนือย ๆ เสียงกรีดร้องของหลานเล่นเอาทุกส่วนบนร่างกายกระตุกไปหมด
นิลเนตรนิ่งไปครู่หนึ่ง
เออใช่ นิลเนตรมีเหาอยู่แล้วจริง ๆ ก่อนที่ย่าจะป่วยติดเตียง ย่าเป็นคนหวีด้วยหวีเสนียดให้เธอตลอด และยังหาใบน้อยหน่ามากำจัดเหาให้เธอด้วย แต่หลังจากที่ย่าป่วยนิลเนตรก็เป็นคนดูแลร่างกายตัวเองทั้งหมด ผลที่ออกมาจึงเป็นอย่างที่เห็น
“หวีเสนียดอยู่ตรงไหนคะย่า” ถ้าคืนนี้เธอไม่ได้ฆ่าพวกมันบ้างเธอคงนอนไม่หลับแน่
“หลังตู้เสื้อผ้านั่นไง” นิลเนตรเขย่งเท้านิดหนึ่งแล้วหยิบหวีเสนียดลงมา พร้อมกับหากระดาษสีขาวมารอง
อยากจะร้องไห้เป็นภาษาเขมร อายุสิบเก้าแล้วยังต้องมากำจัดเหาบนหัว
โอ้! ไม่อยากจะเชื่อ เธอเบิกตาโตเท่าไข่ห่านสองฟอง เมื่อเห็นเหาไต่อยู่บนกระดาษ มีทั้งเหาชรา เหาที่กำลังตั้งครรภ์ ไปจนถึงเหาที่กำลังอยู่ในวัยเยาว์ แต่เธอจะไม่มีทางปรานีพวกมัน แม้พวกมันจะตัวจิ๋วแค่ไหนก็ตาม
“หนึ่งร้อยหนึ่ง หนึ่งร้อยสอง หนึ่งร้อยสาม…” นิลเนตรทำท่าคล้ายจะเป็นลมเมื่อเหาที่ร่วงลงมาจากหัวนับได้ทั้งหมดหนึ่งร้อยสามตัว ไข่ของมันคงมีมากกว่าพันฟอง เธออยากถามนิลเนตรจังเลยว่าทนอยู่กับปรสิตพวกนี้ได้อย่างไรตั้งมากมาย เธอต้องบริจาคเลือดให้พวกมันกินปีละตั้งเท่าไร
เจิมจันทร์มองหลานแล้วแอบยิ้ม นิลเนตรรู้จักดูแลตัวเองเป็นบ้างแล้ว ก่อนหน้าหลานสาวคนนี้อาบน้ำสัปดาห์ละครั้งหรืออาจจะนานกว่านั้น ไม่ชอบถูกขี้ไคล เทน้ำใส่ตัวสามขันก็เสร็จแล้ว ไม่ค่อยสระผมแต่หวงผมมากเวลาย่าหาเหาให้ผมเหนียวจนเหาเดินไปไม่เป็น หนังศีรษะก็เกาจนถลอกปอกเปิก แต่วันนี้เธออาบน้ำนานเป็นประวัติศาสตร์ กลิ่นตัวหอมกรุ่นอย่างไม่เคยเป็น ทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูน่ามองมากขึ้น
นิลเนตรหวีเหาเสร็จก็เอาพวกมันไปเผาไฟให้สิ้นซาก จากนั้นก็จัดยาให้ย่ากินยานี้ได้มาจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากนั้นก็เดินไปหน้ากระจกเพื่อดูหน้าตัวเองชัด ๆ ผู้หญิงคนนี้ถือว่าเป็นคนสวย ใบหน้าเรียวเล็ก คิ้วเข้มเรียวโก่งดั่งคันศร จมูกโด่ง ริมฝีปากสีระเรื่อ และเธอมีผิวสีแทน ผิดที่ตอนนี้ไม่มีครีมทาผิวเลย
อีกอย่างเธอคือผู้หญิงสวยที่มีเหาดกมาก ถ้าเจ้าของร่างนี้ไม่รักผมมากเธอคงคิดอยากจะโกนผมทิ้งไปเสีย
เธอเดินไปนั่งลงข้างเตียงย่าแล้วนวดขาให้ท่าน “ไม่ง่วงเหรอ” ปกติหลานไม่เคยทำเช่นนี้ ส่วนใหญ่กินข้าวอิ่มแล้วก็หลับเป็นตาย เจิมจันทร์รู้ว่าหลานทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน
“ง่วงค่ะ แต่หนูรอให้ผมแห้งก่อน” เมื่อไม่มีไฟฟ้า พัดลมก็ไร้ประโยชน์
ย่าหลับไปแล้ว แต่นิลเนตรยังนั่งฟังเสียงฝนตกใส่สังกะสีอยู่เพียงลำพัง และหวนคิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของตัวเองก่อนจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ก่อนที่จะมาทำฟาร์มเธอโดนสามีนอกใจ พอเธอจับได้จึงขอหย่าและเขาก็ยอมหย่าอย่างง่ายดาย เพราะหลงผู้หญิงคนใหม่ ยังดีที่ไม่มีลูกด้วยกัน
เธอหอบเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ประมาณหนึ่งล้านบาทมาลงทุนทำฟาร์มเกษตร เธอขุดบ่อเลี้ยงปลานิล ปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกผักหวาน และเลี้ยงมดแดง ปีแรกเธอไม่มีกำไรเลย เพราะปลานิลและกบที่เลี้ยงไว้ตายหมด เธอท้อจนเกือบจะเลิกทำ แต่ก็กัดฟันอดทนลองผิดลองถูกจนเข้าสู่ปีที่สอง มดแดง ผักหวาน เริ่มให้ผลผลิต ปลานิล ปลาดุกก็เริ่มมีกำไร จนปีที่สามที่สี่เธอเริ่มเข้าสู่คำว่ามั่งคั่ง และมีเงินเก็บในบัญชีอยู่ล้านกว่าบาท แต่แล้วเธอก็ต้องมาตายเสียก่อน
เฮ้อ! ฉันต้องเริ่มใหม่อีกแล้วเหรอเนี่ยจะกลับไปที่ฟาร์มเดิมของตัวเองอีกครั้งก็คงไม่ได้แล้ว เพราะคนคงหาว่าเราเป็นพวกต้มตุ๋น พ่อกับแม่ก็จากไปนานแล้ว อีกทั้งถ้าเธอหนีไปอยู่ที่อื่นย่าเจิมจะอยู่กับใคร แต่เริ่มต้นใหม่ครั้งนี้ไม่มีเงินทุนสักบาท ทำเกษตรใช่ว่าจะใช้เงินน้อยเสียเมื่อไร
ถึงตรงนี้นิลเนตรจึงรับรู้ได้ว่ามีของแข็งบางอย่างทิ่มแทงอยู่ที่หน้าท้องของเธอ ดูเหมือนว่ามันจะดิ้นได้และมีขนาดใหญ่โตมโหฬารด้วย เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา สองแขนเรียวโน้มลำคอเขาลงมาแล้วเป็นฝ่ายจูบเขาอีกครั้ง กลีบปากนุ่มบดขยี้จูบเขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้น นานหลายนาทีจนคนตัวใหญ่หลับตาพริ้มเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่คนตัวเล็กมอบให้ จากนั้นเธอถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเดินหนีเขาไปดื้อ ๆ ปล่อยให้เจ้าของร่างใหญ่ยืนอารมณ์ค้างอยู่คนเดียวพอได้สติเขาถึงได้รู้ตัวว่าโดนเธอแกล้ง เขายิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะตัวเล็ก เอาไว้ให้ถึงวันนั้นก่อน เสือหนุ่มจะขย้ำกวางน้อยให้สาสมแก่ใจ” ดวงตาของพ่อเสือหนุ่มเป็นประกายวาววามเมื่อคิดไปถึงคืนวันเข้าหอหฤษฎ์เคลื่อนรถออกไปอย่างช้า ๆ โดยมีนิลเนตรนั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอดการเดินทางต่างฝ่ายต่างคอยมองกันด้วยดวงตาหวานเยิ้ม และพูดคุยกะหนุงกะหนิงกันตลอดเวลา นิลเนตรเพิ่งเข้าใจตอนนี้นี่เองว่าเวลาที่เราได้อยู่กับคนที่ใช่ อะไร ๆ มันก็ดูลงตัวไปหมด ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขามารัก แต่ทั้งสองพร้อมจะปรับตัวเพื่อให้ความรักมันดีขึ้น ที่ผ่านมาเธอเจอแต่คนไม่
หลายเดือนต่อมาหฤษฎ์ได้ย้ายมาประจำการที่สถานีตำรวจภูธรม่วงเขียวที่เดียวกันกับขันติและได้เลื่อนยศจากร้อยตำรวจเอกเป็นพันตำรวจตรีหฤษฎ์ วิเศษไชยเชษฐ์ เขาเลิกทำงานเป็นสายสืบปลอมตัว แล้วส่งต่อให้รุ่นน้องไปทำแทนนิลเนตรก็เริ่มเปิดเพจขายปลาดุกร้าออนไลน์ ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น เธอเองต้องจ้างพนักงานมาช่วยในส่วนหน้างานสามคน และจ้างแอดมินดูแลเพจอีกหนึ่งคน ตอนนี้เธอทำปลานิลแดดเดียวและกบแดดเดียวขายเพิ่มด้วย นิลเนตรให้ช่างมาทำในส่วนสถานที่ทำงานแยกให้ต่างหาก บ้านที่เคยมีต้นมะขามเป็นรั้วเธอก็ให้ช่างมาทำรั้วให้ใหม่อย่างมิดชิดและปลอดภัยเธอเริ่มแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามมากขึ้นและแต่งหน้าทาปากเล็กน้อย ตอนนี้มีคนรู้จักเธอมากขึ้น เธอต้องดูดีและสะอาดเมื่อผู้คนพบเห็น สินค้าที่เธอทำจะได้น่าเชื่อถือไปด้วย เดือนหนึ่ง ๆ เธอทำกำไรจากการขายสินค้าได้มาก อีกไม่เกินหนึ่งเดือนเธอจะซื้อรถยนต์เพื่อไปซื้อของที่ตลาด และพาย่าไปเที่ยวด้วย ผู้คนในหมู่บ้านต่างไม่มีข้อกังขาใดๆ เกี่ยวกับอาชีพของเธอกับย่า และตอนนี้เธอยังเรียนต่อปริญญาตรีภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัยราชภัฏใกล้บ้านอีกด้วย ถึงตอนเป็นสิริมาเธอจะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว
แต่หฤษฎ์กลับสาวเท้ายาวเข้ามาใกล้เธออีก จนนิลเนตรถอยไปชนกับต้นไม้ใหญ่ แขนข้างหนึ่งวางไว้เหนือศีรษะนิลเนตร มืออีกข้างยกขึ้นเท้าเอว “โกหกเรื่องอะไร ไหนว่ามาซิ” “ก็… เรื่องที่พี่มีแฟนแล้ว” “ใครเป็นแฟนฉัน ฉันทำไมไม่รู้จัก” “ไม่ต้องมาทำไขสือ แล้วคุณรดานั่นเป็นใคร” เธอเกลียดผู้ชายที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนทั้งที่ผู้หญิงสองคนกำลังจะตบตีกันเพื่อแย่งเขา “หึ” เขาขำน้อย ๆ ก่อนจะขำออกมาเสียงดังตามหลัง “ขำอะไรนักหนา พอใจมากใช่ไหมที่หลอกฉันได้” “ฉันหลอกอะไรเธอ” “ก็หลอกให้ระ…” “ฮึ! หลอกให้อะไรนะ” เขาถามพร้อมกับคลี่ยิ้มจาง ๆ แล้วเบียดกายใหญ่ให้แนบชิดขึ้นอีกจนนิลเนตรได้กลิ่นกายหอมสะอาดของเขา ผู้ชายคนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้าย ไม่ว่าจะอยู่ในร่างชายเร่ร่อนหรือในร่างผู้กอง “หลอกให้รักอย่างนั้นเหรอ”“ไม่ใช่!” เธอแหวขึ้นเมื่อเขาถามเช่นนั้น แล้วรีบแก้ต่างให้ตัวเอง “พี่หลอกว่าไม่ได้ขับรถตามฉันมา” เธอมุ่ยหน้าปากยื่นเล็กน้อย“อ้อ ฉันไม่ได้ขับรถตามเธอมา…” นิลเนตรกำลังจะอ้าปากเถียงเขาจึงพูดต่อ “ฉันขับตามหัวใจฉันมาต่างหากล
เช้าวันต่อมาหฤษฎ์เดินลงมารับประทานอาหารเช้ากับพ่อแม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แต่สิ่งที่แปลกตาไปก็คือเขาโกนหนวดยาว ๆ นั้นทิ้งไปแล้ว “โกนหนวดได้ซะทีนะ” ภารดีเอ่ยวาจาประชดประชันลูกชาย “ก็แค่รำคาญครับแม่” ภารดีฉีกยิ้มกว้างขึ้น ไว้มาได้ตั้งหลายปีวันนี้มันบอกรำคาญ “นึกว่าโกนหนวดเพราะเอาใจหนูนิลซะอีก” หฤษฎ์หันมาจ้องแม่ตาเขม็ง “แม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงครับ” แล้วชำเลืองมองพ่อแวบหนึ่งที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่ม ท่านทั้งสองต้องมีอะไรปิดบังเขาแน่ ๆ “เขาเป็นแม่ค้าขายปลาดุกร้าที่หนามซื้อมาไม่ใช่เหรอ” “ผมไม่ได้ซื้อกับนิลครับ” “แต่ก็ไปช่วยเขาเก็บผักขายเกือบทุกวัน” หฤษฎ์เริ่มอยู่ไม่สุขเขาขยับก้นเล็กน้อย แม่กับพ่อรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้งที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแม้แต่พี่ชาย จะเล่าให้ฟังบ้างก็มีแค่ขันติเท่านั้น แต่เขาก็คงไม่ได้โทร. มาเล่าให้พ่อกับแม่เขาฟังอย่างแน่นอน “แม่รู้ได้ยังไงครับ” “แม่กับรดาไปเยี่ยมนิลที่บ้านมาแล้ว” หฤษฎ์ผ่อนลมหายใจออกมา “แม่พูดอะไ
“ฮะ! ผู้กองอย่างนั้นเหรอ” ประนอมปรี่เข้าไปเขย่าแขนหฤษฎ์พูดพลางร้องไห้ออกมา “ผู้กองช่วยลูกชายฉันด้วยนะคะ ลูกชายฉันเป็นคนดี แค่มันนั่งเล่นเกมอยู่ในบ้าน แต่ตำรวจพวกนี้ก็มาจับมัน ฮือ ๆ”หฤษฎ์ถอนหายใจออกมาด้วยความอ่อนอกอ่อนใจกับแม่ประเภทนี้ที่มีอยู่ทุกหมู่บ้าน แล้วเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มน่าฟังแต่ประนอมคงไม่อยากได้ยิน “ฟังนะครับยาย ลูกของยายค้ายาเสพติดครับเขาไม่ได้นั่งเล่นเกมเฉย ๆ อีกอย่างเขาก็เล่นพนันออนไลน์ด้วยครับ” “ไม่จริง” ประนอมยังยอมรับกับความผิดของลูกชายไม่ได้ ลูกเขาเดินไปไหนมาไหนไกลไม่ได้ เขาจะเป็นผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างไร สักพักลูกสาวคนเล็กของประนอมจึงมารับตัวเธอกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อเห็นรถตำรวจก็ออกมามุงดู มิ่งพร หลาง แมงมุมก็เดินออกมายืนดูที่บ้านของเจิมจันทร์เช่นกัน“นั่นใช่ไอ้ชาติไหมนิล” เจิมจันทร์เอ่ยถามหลาน ทุกสายตาจับจ้องไปที่หนุ่มหล่อมาดเข้มคนนั้นเป็นตาเดียว“ใช่ค่ะย่า” เธอเองก็ยังงงไม่หายเหมือนกัน อยู่ดี ๆ ก็เจอเขาในป่าทั้งที่คิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว “ทำไมมันไปยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ วันนี้มันแต่งตัวหล่อด้วยนะ”“เขาเป็นตำรวจค่ะย่า” “ฮะ! ไอ้ช
ถวิลย่างสามขุมมาทางนิลเนตร ทันใดนั้นร่างของเธอก็ถูกรวบเข้าไปซ่อนอยู่ใต้โขดหินได้อย่างหวุดหวิด มือใหญ่ปิดปากเธอไว้แน่นจนคนในอ้อมแขนไม่สามารถร้องออกมาได้ เธอตกใจจนแทบหยุดหายใจเมื่อคิดว่าตัวเองคงโดนโจรจับเป็นแน่ มือเล็กสั่นเทาค่อย ๆ แกะมือหนาออกช้า ๆ แล้วเอี้ยวหน้าไปมองคนที่กอดเธอไว้แนบอกแล้วพิศมองใบหน้าหนุ่มคนนั้นอยู่หลายลมหายใจ ดวงตากลมเบิกตากว้างเมื่อจำได้ว่าชายคนนี้คือใครเขาคือชายเร่ร่อน!วันนี้หน้าตาเขาสะอาดแต่ยังคงมีหนวดเคราขึ้นหนา ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลัง บนศีรษะสวมหมวกแก๊ปสีดำทับไว้ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสะอาดมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมาจากกายเขา ถวิลเดินถือปืนเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาโน้มกายลงแนบชิดกับเธอมากขึ้นอีก นิลเนตรรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดหน้าผากเธอแผ่วเบา ทั้งสองแทบจะกลั้นลมหายใจเพราะกลัวพวกนั้นจะเห็น มือข้างหนึ่งถกขากางเกงตัวใหญ่ขึ้นแล้วหยิบปืนสั้นออกมาหฤษฎ์มองหาก้อนหินใกล้มือแล้วขว้างไปอีกทางเพื่อให้พวกมันเดินไปทางอื่นถวิลได้ยินเสียงก้อนหินกระทบกับใบไม้อีกฝั่งจึงรีบสั่งลูกน้อง “ไปดูทางโน้น” เขากวาดสายตาไปรอบพื้นที่อีกครั้ง เมื่อไม่เจอความผิดปกติถวิลจึงเคลื่อนกายออก
เย็นวันหนึ่งหลังจากนิลเนตรกินข้าวเสร็จก็นั่งมัดผักอยู่ข้างล่างคนเดียว ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพลบค่ำ แต่ถึงจะมืดก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะตอนนี้เธอมีไฟฟ้าใช้แล้ว อะไร ๆ ก็สะดวกมากขึ้น เธอจึงไม่ต้องคิดมากเรื่องที่จะมองไม่เห็น นิลเนตรนั่งมัดผักได้ครู่ใหญ่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นข้างรั้วมะขาม มันคือเสีย
นิลเนตรที่อยู่ใกล้สุดรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งตามสุดกำลัง อุทิศก็วิ่งตามหลังเธอไปเช่นกัน สายตาเธอมองหาอะไรบางอย่าง เธอก้มหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากนั้นกะระยะไว้ที่หัวของมันแล้วเขวี้ยงออกไปสุดแรงเกิด ผู้ชายนั้นกำลังจะวิ่งเข้าไปในป่าตุบ!“โอ๊ย!” ไม่น่าเชื่อว่านักกีฬาเปตองอย่างเธอจะกะระยะได้แม่นยำข
นิลเนตรจับผักใส่ย่ามทั้งสองใบได้หนึ่งร้อยมัดพอดี เสร็จแล้วก็เอาแตงโมใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน ผักบุ้งถุงหนึ่งมัดติดไว้กับเบาะหลังที่เป็นเหล็ก ส่วนอีกถุงเธอสะพายไว้ที่บ่าข้างซ้าย จากนั้นก็ปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่เป็นทางผ่านระหว่างอำเภอ ซึ่งจะมีชาวบ้านนำของหลากหลายมาวางขายข้
นิลเนตรกินข้าวเสร็จแล้วจึงแต่งตัวเตรียมจะออกไปเก็บผัก เธอสวมเสื้อแขนยาวทั้งเก่าทั้งขาดตรงหัวไหล่ และเตรียมเสื้อยืดไปคลุมหน้าหนึ่งตัว “หนูไปเก็บผักก่อนนะย่า” “อย่ากลับเย็นนักล่ะ” “ค่ะ” เดินลงมาจากบ้านก็เจอป้ามิ่งกับหลานสาวเดินมาหาที่บ้านพอดี วันนี้เป็นวันหยุดแม







