Masukครอบครัวสกุลซูใช้เวลาครึ่งเช้ากับช่วงบ่ายทำผักดอง ปลา หมูหมักเกลือสมุนไพรรมควันและตากลมจนเสร็จ
คนท้องอย่างเยว่ชิงก็แข็งแรงดียิ่งนักด้วยดื่มกินน้ำและวัตถุดิบที่ใช้ธารน้ำจากมิติพิเศษดูแลตลอด
‘ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ อีกเดี๋ยวจะมีคนแปลกหน้ามาที่เรือน ระวังตัวด้วยนะขอรับ’ เสียงทักท้วงเตือนขึ้นจากเสี่ยวเหวินน้อย
‘ผู้ใดกันอาเหวิน’ เยว่ชิงถามบุตรชาย
‘เป็นชายจากเมืองหลวงที่ตามเข่นฆ่าท่านยายกับท่านแม่ก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อตอบกลับมา เยว่ชิงมีสีหน้าท่าทางตกใจไม่น้อย
‘หรือเถ้าแก่จงโดนจับได้แล้วว่าลอบติดต่อกับพวกเรา’ เยว่ชิงคิดไปถึงเถ้าแก่จงเมิ่งจื่อคนสนิทผู้ภักดีต่อสกุลซู
‘ใช่ขอรับ คนเลวระแคะระคายถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว’ เสี่ยวเหวินตอบ
“อาเจ๋อ มานี่” เยว่ชิงเรียกอี้เจ๋อซึ่งเขาเดินตรงเข้ามาหานางทันที
“อาเจ๋อ อีกเดี๋ยวหากมีคนแปลกหน้ามาที่เรือนดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ เจ้าจำที่ข้าสอนได้ไหมว่าให้รับมืออย่างไร” เยว่ชิงเอ่ย อาเจ๋อทำทีนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้นาง
“ลองทบทวนดูหน่อยสิ หากเขาถามว่าที่นี่เป็นเรือนผู้ใด เจ้าต้องตอบว่าอย่างไร?”
“เรือนสกุลนิ่ง”
“ดีมาก” เยว่ชิงชม นางสอนให้อาเจ๋อบอกเรื่องราวที่เคยเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งสกุลนิ่งมีอยู่ทั่วไปในเมืองต้าโจว
“หากถามว่าเจ้าอยู่กับผู้ใด ครอบครัวมีกี่คนล่ะ” เยว่ชิงถามต่อ
“ครอบครัวข้ามีสามคนพ่อแม่ลูก พ่อชื่อนิ่งอี้เสิ่น แม่ชื่อจู่เยี่ยน ข้าชื่อเส้าเทียน” อาเจ๋อตอบอย่างคล่องแคล่ว
“อาเจ๋อฉลาดมาก” เยว่ชิงชมอี้เจ๋อ ซึ่งเขายิ้มดีใจที่ได้รับคำชม โดยรายชื่อเหล่านี้เยว่ชิงได้เตี๊ยมกับคนในหมู่บ้านตงหยวนเอาไว้แล้ว
ก่อนหน้านี้เยว่ชิงบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านตามความจริงว่าพวกนางถูกตามฆ่าหนีมาจากถิ่นอื่น เกรงว่าคนร้ายยังไม่วางใจคอยติดตามค้นหาพวกนางอยู่ เมื่อคนในหมู่บ้านรู้ก็พร้อมใจช่วยเหลือเป็นอย่างดี
“หากเขาถามเรื่องอื่นอีกล่ะ เจ้าต้องทำอย่างไร” เยว่ชิงทดสอบอี้เจ๋อต่อ
“รำคาญ รำคาญ..ข้าไม่คุยด้วยแล้ว ข้าจะไปฟ้องมือปราบมู่ญาติของเรา คนแปลกหน้าไปซะ ไปๆๆๆ” อาเจ๋อเอ่ยพร้อมทำท่าทีประกอบ
“ฉลาดมาก” เยว่ชิงนึกชื่นชมในสมองและความจำของอี้เจ๋อ
‘ถ้าเขาหายดีจะเพียบพร้อมเพียงใดกันนะ’ เยว่ชิงคิด
‘ท่านแม่ไปเตือนท่านย่าและหลบไปเสียก่อนเจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อน้อยเอ่ยกับเยว่ชิง
‘เกือบลืมไปเลย ขอบใจลูกรัก’ เยว่ชิงกล่าวและเร่งไปบอกท่านแม่ของนางทันที ซึ่งเยว่ชิงเคยบอกกับซูฮูหยินเอาไว้ว่าเมื่อนางตั้งครรภ์ก็มักมีลางบอกเหตุคอยแจ้งเตือนเรื่องดีร้ายตลอดและครั้งนี้เป็นลางร้าย
เยว่ชิงให้อาเจ๋อไปคอยเฝ้าอยู่หน้าเรือน ส่วนตัวนางรีบกลับเข้ามาหาซูฮูหยินซึ่งกำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่ในครัว
“อะไรนะ ลางสังหรณ์ของเจ้าแจ้งว่าจะมีคนเลวกำลังจะมาที่นี่งั้นเหรอ” ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงตระหนก เพราะเยว่ชิงมีลางสังหรณ์ดีร้ายถูกต้องแม่นยำเสมอ
‘อย่างเมื่อสามเดือนก่อน พวกนางสองแม่ลูกและอาเจ๋อกำลังจะเดินข้ามสะพานไม้ไปยังพื้นที่ป่าตรงเนินเขาเพื่อเก็บสมุนไพร แต่จู่ๆเยว่ชิงก็เอ่ยว่าอย่าข้ามสะพานให้เดินอ้อมไปจะดีกว่า
นางเชื่อและทำตามคำกล่าวของบุตรสาว พอกลับออกมาจากในป่าก็พบว่ามีผู้คนกำลังช่วยกันซ่อมแซมสะพานไม้อยู่เนื่องจากมันผุพังและอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ทำเอานางผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ไม่ได้เดินข้ามสะพานนั้นไป’
“ชิงเอ๋อ เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ” ซูฮูหยินถามบุตรี
“เราหลบซ่อนตัวที่ห้องลับข้างลานหน้าบ้านคอยดูลาดเลาและคนที่มาเยือนดูก่อนเถอะเจ้าค่ะว่าเป็นผู้ใดกันแน่” เยว่ชิงตอบมารดา
นางเคยให้อาเจ๋อสร้างห้องลับไม่กว้างใหญ่นัก จากนั้นก็เอากองฟางมาโปะทับไว้โดยรอบมีทางเชื่อมต่อติดกับตัวบ้าน สามารถเข้าไปซุ่มแอบดูแขกไม่ได้รับเชิญด้านในโดยไม่เป็นที่ผิดสังเกต
ครอบครัวสกุลซูใช้เวลาครึ่งเช้ากับช่วงบ่ายทำผักดอง ปลา หมูหมักเกลือสมุนไพรรมควันและตากลมจนเสร็จคนท้องอย่างเยว่ชิงก็แข็งแรงดียิ่งนักด้วยดื่มกินน้ำและวัตถุดิบที่ใช้ธารน้ำจากมิติพิเศษดูแลตลอด‘ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ อีกเดี๋ยวจะมีคนแปลกหน้ามาที่เรือน ระวังตัวด้วยนะขอรับ’ เสียงทักท้วงเตือนขึ้นจากเสี่ยวเหวินน้อย‘ผู้ใดกันอาเหวิน’ เยว่ชิงถามบุตรชาย‘เป็นชายจากเมืองหลวงที่ตามเข่นฆ่าท่านยายกับท่านแม่ก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อตอบกลับมาเยว่ชิงมีสีหน้าท่าทางตกใจไม่น้อย‘หรือเถ้าแก่จงโดนจับได้แล้วว่าลอบติดต่อกับพวกเรา’เยว่ชิงคิดไปถึงเถ้าแก่จงเมิ่งจื่อคนสนิทผู้ภักดีต่อสกุลซู‘ใช่ขอรับ คนเลวระแคะระคายถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว’เสี่ยวเหวินตอบ“อาเจ๋อ มานี่” เยว่ชิงเรียกอี้เจ๋อซึ่งเขาเดินตรงเข้ามาหานางทันที“อาเจ๋อ อีกเดี๋ยวหากมีคนแปลกหน้ามาที่เรือนดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ เจ้าจำที่ข้าสอนได้ไหมว่าให้รับมืออย่างไร”เยว่ชิงเอ่ย อาเจ๋อทำทีนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้นาง“ลองทบทวนดูหน่อยสิ หากเขาถามว่าที่นี่เป็นเรือนผ
ซูฮูหยินออกมาดูบุตรสาวและอาเจ๋อเตรียมอาหารสำหรับฤดูหนาวอย่างขยันขันแข็ง“ชิงเอ๋อ เจ้าไปได้หมูป่ามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินประหลาดใจเมื่อเห็นหมูป่าตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ลานหลังบ้าน“ข้าซื้อจากนายพรานที่ตลาดแล้วให้เขาตามนำมาส่งก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงโป้ปดตอบมารดาไป ซูฮูหยินพยักหน้ารับ“เช่นนั้นดีเลย หน้าหนาวปีนี้เราคงมีเนื้อให้กินกันอย่างอุดมสมบูรณ์ทีเดียว” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างพอใจ“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าตั้งใจว่าจะเอาไปแบ่งปันกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย”“ดีแล้วล่ะ พวกเขาช่วยดูแลเรามามาก แบ่งไปให้เถอะ” ซูฮูหยินกล่าวอย่างมีน้ำใจเอื้อเฟื้อไม่แพ้บุตรสาว จากนั้นก็มาช่วยกันหมักดองผักที่อาเจ๋อเก็บล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว โดยอาเจ๋อหันไปจัดการกับเจ้าหมูป่าตัวโตต่อ‘อาเจ๋อนี่ดูท่าจะใช้มีดคล่องแคล่วกว่าที่นางคิดแฮะ ก่อนหน้านี้ตัวตนของเขาเป็นใครกัน แม้นจะสติปัญญาอ่อนด้อยราวเด็กสิบขวบ แต่ทักษะความสามารถหลากหลายอย่างจากที่นางสังเกตดูกลับไม่อ่อนด้อยเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดขณะบรรจ
หลังกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมซินเจียงแล้วอี้เจ๋อก็คอยเดินตามเยว่ชิงไม่ห่าง“พี่ชายคนนั้นชอบพี่สาว ต้องชอบพี่สาวแน่ๆ”อี้เจ๋อเอ่ย มองหน้าเยว่ชิงพร้อมรอยยิ้มดูไร้เดียงสา“อืม คงงั้นแหละ” เยว่ชิงตอบกลับไป‘ขนาดนางท้องป่องยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษอีกนะ เฮ้อ..แต่ก็แน่ล่ะ ดูสิ..รูปโฉมนางงดงาม มีหน้าตาผิวพรรณดีถึงเพียงนี้เลยนี่นา’เยว่ชิงอดชื่นชมตัวเองไม่ได้แม้นโลกนี้จะไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอด ครีมบำรุงผิวชั้นดี แต่การที่เยว่ชิงได้ดื่มกินน้ำจากธารวิเศษ วัตถุดิบชั้นยอด รวมทั้งพืชผักผลไม้ที่รดบำรุงด้วยธารน้ำวิเศษก็ทำให้นางแข็งแรงสุขภาพดี ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกายทีเดียว‘ใช่ขอรับ เจ้าค่ะ ท่านแม่ของพวกเรางดงามมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพวกเราขึ้นมาแน่’ เจ้าสองแฝดในท้องที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นกับมารดาของพวกเขาอีกครั้ง‘แน่ะเจ้าเด็กแก่แดด บิดาของพวกเจ้าต้องพิษไม่รู้เรื่องราวหรอกนะ พวกเจ้าจึงได้มาอยู่ในนี้น่ะ’เยว่ชิงเอ่ยกับลูกๆของนางทางจิตสำนึกพร้อมเอามือลูบหน้าท้องนูนป่องแผ่วเบา‘ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านพ่อยามนั้นแม้นจะต้องพิษแต่ยังคงมี
หลังจากตกลงเรื่องการค้าขายผลผลิตกับโรงเตี๊ยมซินเจียงอันโด่งดังมีชื่อเสียงในตัวเมืองได้แล้ว พวกเหลาสุราร้านอื่นๆในตัวเมืองก็สนใจมาสั่งซื้อผักจากสวนสกุลซูมากขึ้นโดยที่สองแม่ลูกไม่ต้องออกไปค้าขายเองอีก เยว่ชิงเลือกผู้รับซื้อโดยเน้นคนจากหมู่บ้านตงหยวนซึ่งไว้วางใจได้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าครอบครัวสกุลซูมีเบื้องหลังที่อันตรายแอบแฝงอยู่จึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก กิจการค้าของเยว่ชิงเจริญก้าวหน้าสร้างรายได้หลายร้อยตำลึงทองต่อเดือน ทำให้ครอบครัวนางมีกินมีใช้เหลือเก็บฐานะดีขึ้นไม่น้อยตัวเยว่ชิงเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอาหารอะไรเลยเพราะนางสามารถนำมันออกมาจากมิติพิเศษได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว“ท่านแม่วันนี้ข้าจะเข้าไปในตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเสียหน่อยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยกับมารดาขณะทานอาหารเช้าร่วมกัน “ชิงเอ
ก่อนหน้านี้ซ่งตงจิ่นให้เหตุผลอ้างว่า เขาดูแลทรัพย์สินสกุลซูตามคำสั่งเสียของสหายซึ่งก็คือบิดาของเยว่ชิงที่ตายจากไปแล้ว ปกป้องทุกอย่างเอาไว้เพื่อรอเยว่ชิงมารับมันกลับคืนไป“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะระวังตัวมากขึ้นและตั้งใจหาเงินเพื่อพาท่านกลับเมืองหลวงไปทวงคืนทุกอย่างของพวกเรากลับคืนจากสกุลซ่งให้ได้เยว่ชิงเอ่ยอย่างมุ่งมั่น ซ่งตงจิ่นเคยเป็นสหายที่พ่อนางยื่นมือช่วยเหลือให้ที่พักพิง หน้าที่การงาน สอนเรื่องการค้าจนเขาตั้งตัวได้ แต่สุดท้ายกลับทรยศหักหลังบิดานางอย่างโหดเหี้ยม“แม่เข้าใจว่าเจ้าคิดอย่างไร แต่จำไว้นะว่าความปลอดภัยและชีวิตของเจ้ากับหลานในครรภ์สำคัญที่สุด” ซูฮูหยินกล่าว“เข้าใจแล้วเจ้าคะ เจ้าตัวน้อยในครรภ์ทั้งสองก็เข้าใจเช่นกัน” เยว่ชิงเอ่ยยิ้มๆ“เจ้าตัวน้อยในครรภ์ทั้งสอง? ชิงเอ๋อ..เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน?” ซูฮูหยินถามบุตรสาวด้วยสีหน้างุนงง“ก่อนหน้านี้ข้าฝันว่าได้ลูกแฝดชายหญิงเจ้าค่ะ พอเข้าเมืองไปให้ท่านหมอตรวจชีพจรดูจึงพบว่าเป็นลูกแฝดจริงด้วย” เยว่ชิงแต่งเรื่องอย่างลื่นไหล
เยว่ชิงพาอาเจ๋อเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เพียงไม่นานก็ได้ของกินของใช้ และวัตถุดิบในการปรุงอาหารไม่น้อยเลย “ไงลูกแม่ พวกเจ้าพอใจกับขนมของกินที่แม่ซื้อให้ไหม” เยว่ชิงก้มหน้าคุยกับแฝดในครรภ์พร้อมเอามือบางอบอุ่นลูบลงไปเบาๆ ในขณะที่อีกมือถือถังหูลู่กัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “พี่สาวคุยกับเจ้าตัวน้อย” อาเจ๋อเอ่ยหลังเคี้ยวขนมแป้งทอดหมดไปคำหนึ่ง “ใช่ เจ้าตัวน้อยสามารถสื่อสารกับข้าได้นะ เสียดายเจ้าไม่ได้ยิน” เยว่ชิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “จริงรึพี่สาว” “จริงสิ อีกไม่กี่เดือนก็สามารถสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้มากขึ้น เวลานั้นข้าจะให้อาเจ๋อลองสัมผัสดูก็แล้วกัน”&







