Masukพอกลับไปถึงบ้านพักก็พบกับเจ้าของบ้านที่เมื่อคืนไม่ได้ปรากฏตัว หญิงสาวทักทายตามมารยาทก่อนจะเดินเลี่ยงตัวเข้าห้องครัวเพื่อไปจัดการกับของที่ซื้อมา
“ได้ของที่ต้องการไหม” กนต์ระพีถาม เขาคืออีกแรงที่ช่วยตามหาแหวนของหญิงสาว
“ได้”
มือหนาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบแหวนออกมาให้เพื่อนเห็น
“เขาไม่เอาเหรอ” แค่เห็นปรมะหยิบออกมาก็รู้ได้ทันทีว่าคงโดนปฏิเสธ
“อื้อ” ฝ่ายปรมะครางรับเบาๆ
“เสียเงินไปเท่าไรแล้วกับเด็กคนนี้”
“ไม่เคยนับ” ปรมะไหวไหล่
“คุ้มเหรอวะ” กนต์ระพีถามไปตรงๆ เท่าที่รู้มาเพื่อนของเขาเสียเงินไปกับนลิษาไม่น้อยเลย
“เดี๋ยวจบก็แยกย้าย” ปรมะเห็นท่าทางจับผิดของเพื่อนจึงบอกให้เคลียร์อีกรอบ ทว่าภายในหัวใจจู่ๆ ก็มีอาการร้อนขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
กนต์ระพีเบ้ปาก คิดว่ากำลังมีคนปากแข็งอยู่ แข็งมากจนบางทีอีกไม่นานอาจจะต้องเสียของรักไป
“ถ้ามึงมั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้น กูก็จะไม่พูดอีก หวังว่าเพื่อนกูจะไม่โง่” เขารู้ว่าเพื่อนฉลาด แต่ก็มีเรื่องที่ยังโง่อยู่
“กูฉลาดพอหรอกน่า มึงไปยกเตาออกมา กูจะไปเตรียมถ่าน” ปรมะตัดบทด้วยการใช้ให้เพื่อนไปหยิบของ
กนต์ระพีพยักหน้า แล้วพลิกตัวเข้าด้านในไปยกเตาปิ้งย่างออกมา ส่วนปรมะหันไปยกถุงถ่านที่ซื้อไว้ลงจากรถ
หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มจุดเตาถ่านไว้รอกุ้งและปลาหมึกที่หญิงสาวกำลังทำความสะอาด แล้วกนต์ระพีก็หยิบสมาร์ตโฟนมากดเข้าแอปพลิเคชันของร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ห่างเพื่อสั่งน้ำและขนมขบเคี้ยว
ระหว่างรอนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นให้ชายทั้งสองหันไปสนใจ
“พี่โปรด”
คนที่ถูกเรียกหันไปมอง ก่อนหัวคิ้วจะยกขึ้น
“มี่”
สีหน้าของปรมะแสดงถึงความใคร่รู้แล้วปล่อยคำถามไป
“มี่มาที่นี่ได้ยังไง...” เขานึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ขณะมองมธุราที่เดินไวๆ เข้ามาหา
กนต์ระพีมองหญิงสาวที่ถักผมเปียสองข้าง ใส่เดรสยาวเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วเหลือบตามองเพื่อนแวบหนึ่ง
“พอดีคุณลุงชวนมี่มาเที่ยวค่ะ คุณพ่อก็มา พี่ญ่าก็มานะคะ มี่ไม่นึกว่าพี่โปรดก็มาที่นี่เหมือนกัน” มธุราไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ เธอกำลังเหงาอยู่พอดี
“อื้อ” ปรมะนิ่งค้างไปชั่ววินาทีแล้วครางรับ จังหวะหนึ่งใบหน้ามีความไม่ชอบใจปรากฏ
“แล้วพี่โปรดมาทำอะไรที่นี่คะ” มธุราเอ่ยถามบ้างแล้วหันมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เล็กน้อย
“พี่มาทำธุระสำคัญน่ะ นี่กลาง เพื่อนพี่” ชายหนุ่มแนะนำให้มธุราได้รู้จักกับกนต์ระพี
“สวัสดีค่ะคุณกลาง” มธุราระบายยิ้ม ยินดีที่ได้พบเพื่อนของปรมะสักที แล้วเห็นฝ่ายนั้นพยักหน้ารับ ก่อนสายตาจะมองไปเห็นใครบางคนที่ทำให้ต้องตาโต
“นั่นคุณลิษาใช่ไหมคะ”
ทุกสายตาหันไปมองคนที่ทำท่าจะพลิกตัวกลับเข้าบ้าน แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ใบหน้าของนลิษาจืดเจื่อนลง ก่อนหน้านี้เธอเดินถือจานของทะเลออกมาโดยไม่รู้ว่าหน้าบ้านมีใครอยู่ ครั้นจะถอยหลังหนีเข้าบ้านก็ไม่ทันแล้ว จำใจต้องยกยิ้มขึ้นพร้อมเดินเข้าไปร่วมวงสนทนา
“สวัสดีค่ะคุณมี่”
“คุณลิษามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ ทำไมถึงมาอยู่กับพี่โปรดได้” ในแววตาของมธุรามีทั้งความดีใจและความสงสัย
คำถามนั้นทำให้คนทั้งสองมองหน้ากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมีคนหนึ่งเป็นผู้ตอบ
“คนของเพื่อนพี่น่ะ”
“อ้อ...” มธุราลากเสียงยาว แล้วเริ่มเข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงมาอยู่ด้วยกัน ขณะที่นลิษาแสยะยิ้มใส่ตัวเอง จากคนโปรด ตอนนี้เธอกลายไปเป็นคนอื่นไปแล้ว
“แล้วนี่ทำอะไรกินกันคะ” มธุราให้ความสนใจกับกิจกรรมของทั้งสาม
“พ่อพี่อยู่ที่ไหนมี่”
ปรมะถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเครียด เขากำลังถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัวอย่างหนัก และเขาเห็นดีถึงสายตาเศร้าๆ ของนลิษาที่ทำให้หัวใจมีอาการคันยิบรุนแรง“คุณลุงกับคุณพ่อประชุมอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆ นี้ค่ะ พี่ญ่าก็ด้วย คุณลุงบอกให้มี่ออกมาเดินเล่นแถวนี้แก้เบื่อน่ะค่ะ ว่าแต่มี่ขอแจมด้วยได้ไหม...นะคะพี่โปรด” มธุราทำหน้าอ้อนๆ ทันที เธอเบื่อและเหงา เพราะถูกชวนมากะทันหันทำให้ไม่ได้วางแพลนกิจกรรมไว้เลย แล้วทำตาเป็นประกายกับอดีตเพื่อนร่วมงาน
“นะคะคุณลิษา”
“เอาสิคะ” คนถูกขอไม่ปฏิเสธ แม้คงจะเจ็บดีพิลึก แต่ก็ตอกย้ำใจได้ดีว่าสถานะเธอเป็นได้แค่ไหน แล้วเมินสายตาคนใจร้ายที่มองมา
“ขอบคุณค่ะคุณลิษา งั้นมี่ช่วยนะคะ มี่ดีใจที่ได้เจอคุณลิษาอีก”
มือเล็กของมธุรายื่นไปช่วยถือจานของสดพร้อมบอกอย่างดีใจ หลังจากอีกฝ่ายถูกไล่ออกก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ในใจมีความสงสัยว่าทำไมปรมะถึงไล่คนของเพื่อนตัวเองออกได้
นลิษายิ้มรับ ในใจไม่ได้มีความยินดีที่ได้เจอกันอีกสักนิด แล้วฝืนยิ้มตอบคำถาม
“คุณลิษาได้งานใหม่หรือยังคะ”
“ได้แล้วค่ะ”
จากนั้นคำชวนคุยของมธุราก็ดังอยู่ตลอด ท่ามกลางความอึดอัดใจของทั้งนลิษาและปรมะ สายตาคมกริบคอยมองคนที่ไม่มองหน้าเขาเลย พานให้อาหารมื้อนี้มีรสชาติขมปี๋ไม่ต่างจากกินบอระเพ็ด จนกนต์ระพียังสัมผัสได้ สุดท้ายก็มีคนหนึ่งทนไม่ไหว
“มี่ไปหาพ่อพี่กันเถอะ” ปรมะลุกพึ่บขึ้น แล้วหันมองมธุรา
“แต่ว่า…”
คนถูกชวนทำท่าไม่อยากจากไป ด้วยยังอยากคุยกับนลิษาต่อ พลันหันมองสมาร์ตโฟนที่มีการแจ้งเตือน
“กลับก็ได้ค่ะ พี่ญ่าไลน์มาตามแล้ว” มธุรายินยอมขยับตัวโดยไม่อิดออดอีก จังหวะนั้นนลิษาก็ลุกเช่นกัน
“จะเข้าห้องแล้วหรือครับลิษา” กนต์ระพีถาม แล้วลอบกดยิ้ม มือยื่นของสำคัญไปให้
“นี่กุญแจห้องผมครับ เดี๋ยวผมตามไป”
“กลาง” ปรมะปรามเสียงเข้ม นัยน์ตาคมฉายความไม่พอใจรุนแรง
คนที่กำลังล้ำเส้นแค่ไหวไหล่ ก่อนจะกดยิ้มลึกอีกเมื่อกุญแจห้องถูกมือนุ่มคว้าไป
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



