Home / โรแมนติก / สถานะลุ้นรัก / บทที่ 1/1 พริกหวาน

Share

สถานะลุ้นรัก
สถานะลุ้นรัก
Author: คณานางค์

บทที่ 1/1 พริกหวาน

last update publish date: 2026-02-03 02:31:16

“พี่นัยดูไม่ตื่นเต้นเลยนะคะ ที่เจอน้องเจน”

คนที่อุตส่าห์ลากกระเป๋ามาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำหน้างอนใส่คู่หมั้นที่ตกใจมากกว่าตื่นเต้น เมื่อพบหล่อนมาเซอร์ไพรส์ถึงห้องทำงาน

“ตื่นเต้นสิครับ ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งเกือบปี” เขาปั้นหน้ายิ้ม

“แต่หน้าตาไม่ดีใจเลยนะคะ” เจนจิราตอบเสียงงอน

“วันรับปริญญาบัตร พี่นัยก็ไม่ไปร่วมแสดงความยินดี”

จากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนต่อปริญญาโทในประเทศอังกฤษหลายปี กว่าจะจบการศึกษาตามตั้งใจ คู่หมั้นหนุ่มไม่เคยบินไปเยี่ยม จะได้เจอกันก็ตอนที่เจนจิราปิดเทอมกลับมาเยี่ยมบ้าน

เข้าใจว่างานเขายุ่งมาก นับจากลุงภควัตผู้เป็นคุณพ่อเสียไปโดยอุบัติเหตุ ภารนัยไม่พร้อมเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้บริหาร แต่ก็ต้องทำ เพื่อสานต่อบริษัทขนาดใหญ่ธุรกิจหลักของครอบครัว เพราะท่องจำคำว่าเข้าใจขึ้นหัว เจนจิราจึงไม่ค่อยงอนหากคู่หมั้นหนุ่มไม่มีเวลาให้

“งานพี่เยอะมากเลยครับน้องเจน พี่พามาเลี้ยงอาหารต้อนรับแล้วไงครับ น้องเจนไม่ดีใจเหรอ” ภารนัยมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เขาผายมืออวดอาหารหลายรายการบนโต๊ะเอาใจคู่หมั้นสาว ที่ผู้ใหญ่จับให้หมั้น ตั้งแต่ก่อนที่เจนจิราจะวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ

เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ครอบครัวเจนจิรามีบริษัทใหญ่โตเช่นเดียวกัน ฐานะทางบ้านหญิงสาวเทียบเท่าฐานะทางบ้านภารนัย มิหนำซ้ำยังเป็นลูกคนเดียวเหมือนกันอีกด้วย พวกเขาจึงกลายเป็นความหวังของที่บ้าน

ตระกูลเขากับหล่อนจะเรืองอำนาจ ถ้าเป็นทองแผ่นเดียวกัน เจนจิราเหมาะสมกับเขาทุกอย่าง ไม่ว่าใครต่างก็ชมว่าพวกเขาเหมาะสมกัน ภารนัยทำได้เพียงน้อมรับคำชม ทั้งที่จริงเขาไม่ได้รักหญิงสาวในรูปแบบชายหญิง เพียงแต่ชาติตระกูลเหมาะสมกันมากจนไม่กล้าปฏิเสธ ภารนัยหนักใจ คิดว่าเขาอาจจะหนีการแต่งงานไม่พ้น

ด้วยอายุสามสิบกว่าเลี่ยงได้มากสุดอย่างน้อยก็ปีนี้ ปีหน้ากลัวจะเลี่ยงไม่ไหว หากแม่เขากับพ่อหล่อนรบเร้ากดดันให้แต่งงาน ยกเรื่องอายุมาอ้าง ว่าอายุเท่าเขา ผู้ชายคนอื่นแต่งงานกันหมดแล้ว

“พูดเหมือนจำใจที่ต้องพาน้องเจนมาเลี้ยงอาหาร”

เจนจิราแสนงอน สอดมือเรียวกอดหน้าอกขนาดพอดีตัว เชิดหน้าแสนรั้นใส่คู่หมั้นหนุ่ม ไม่เชิงว่าโกรธจริง แค่หาเรื่องงอน เพื่ออยากให้เขาง้อ จะได้มีโมเมนต์หวานๆ ชดเชยช่วงเวลาเกือบสี่ปีที่เขากับหล่อนห่างเหินกัน

“ไม่ใช่อย่างนั้น อย่างอนสิครับ ชดเชยที่พี่ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี เอาเป็นว่าพี่จะซื้อของขวัญให้ น้องเจนอยากได้อะไรครับ”

“พี่นัยใช้เงินแก้ปัญหาตลอดเลยนะคะ จะวันไหนน้องเจนก็ได้ของขวัญจากพี่นัย แต่ได้ผ่านขนส่งนะคะ ไม่ใช่ได้จากมือของพี่นัย”

“รอบนี้พี่จะส่งให้ถึงมือ ตกลงไหมครับ”

เจนจิรามีรอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปาก “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงค่ะ”

“เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า คอลเล็กชั่นไหนที่น้องเจนอยากได้”

“เชยจังเลย ไม่เอาหรอกค่ะ ของพวกนั้นเจนซื้อเองได้”

“แต่ถ้าไม่ใช่ของพวกนี้ พี่ก็นึกไม่ออก ว่าจะให้อะไรน้องเจน”

“งานแต่งงานของเราเป็นไงคะ ล้อเล่นค่ะ พูดแค่นี้ก็ต้องตกใจด้วย” เจนจิราค้อน “แกล้งหยอก หรือไม่อยากแต่งกับน้องเจน”

“ขอโทษครับ คือ... งานพี่ยุ่งมาก จน... หาเวลาว่างไม่ได้เลย”

“ยุ่งถึงขั้นไม่มีเวลาว่างสักวันมาแต่งงานเลยเหรอคะ อย่างนี้คบกันไป น้องเจนจะได้เจอหน้าพี่นัยบ้างหรือเปล่า หรือจะมีแต่ทำงานๆๆ แล้วก็ทำงานๆๆ ไม่มีน้องเจนอยู่ในตารางชีวิตพี่นัย”

“น้องเจนอยากถอนหมั้นกับพี่ไหมครับ” เขาโยนหินถามทาง

“ไม่ใช่ค่ะ น้องเจนพูดเล่น ไม่ได้งอนจริงๆ สักหน่อย” เจนจิราปฏิเสธเสียงดัง “พี่นัยอย่าโกรธน้องเจนนะ อย่าเก็บคำพูดพล่อยๆ ของน้องเจนไปคิดมากด้วย น้องเจนเข้าใจค่ะ ว่าพี่นัยงานยุ่ง ขอแค่ได้แต่งก่อนสามสิบก็พอแล้ว มีเวลาอีกตั้งสองสามปี แต่ถ้าแต่งแล้วน้องเจนอยากมีลูกเลย กลัวจะไม่มีแรงวิ่งไล่จับตัวเล็ก พี่นัยคิดเห็นยังไงคะ”

“หมายถึง... เรื่องแต่งงานหรือเรื่องมีลูก” ภารนัยเมาหมัด น็อกกลางอากาศไปเรียบร้อย เขาหัวเราะแห้งไม่ต่างจากถูกบังคับให้หัวเราะในเรื่องที่ไม่ตลก สมองเบลอ ไม่เหลือชุดความคิดดีๆ ในหัว

“เรื่องแต่งงานแล้วมีลูกเลยค่ะ”

ผู้หญิงอย่างไรก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ พวกหล่อนมักจะฝันหวานถึงชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายที่รักมากที่สุด เจนจิราสนใจบรรยากาศในร้านอาหารน้อยกว่าใบหน้าชายคนรัก แอร์เย็น แต่บนหน้าผากเขากลับมีเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาจำนวนมากจนสังเกตได้ แววตาเขาครุ่นคิดถึงคำตอบ

จะตอบว่าไม่อยากมีลูก ก็ไม่ใช่ อึกอักพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจนคู่หมั้นสาวงอนอีกครั้ง ขอบปากเรียวเล็กยื่นออกมาเพราะรอฟังคำตอบจนเหนื่อย

“พี่ว่าเราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลยนะ น้องเจนเดินทางมาเหนื่อยๆ คงจะหิวแย่แล้ว กินข้าวกันเถอะครับ พี่สั่งของโปรดน้องเจนมาหลายอย่างเลยนะ”

“ของโปรดพี่นัยมากกว่ามั้งคะ ลืมได้ยังไงว่าน้องเจนไม่กินเผ็ด”

แต่ละเมนูพริกสิบเม็ดแดงฉานทั้งจาน

“แล้วน้องเจนก็ไม่ชอบอาหารไทย ไม่อยากกินข้าวขาว ถ้าเลือกได้ น้องเจนอยากกินข้าวกล้องมากกว่า”

“พี่เรียกพนักงานมาให้ น้องเจนอยากกินอะไรสั่งใหม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้องเจนไม่กินข้าว กินแค่กับข้าวเล่นๆ ก็ได้”

“ครับ” เอาที่น้องเจนสบายใจ

ภารนัยเพิ่งกลับจากชลบุรี ฝ่ารถติดยามคนเลิกงานกลับมาถึงบริษัท ตั้งใจจะอยู่เคลียร์งานถึงหนึ่งทุ่มก่อนเอากลับไปทำต่อที่บ้าน มาถึงห้องทำงานยังไม่เริ่มทำอะไรเจอคู่หมั้นสาวมาเซอร์ไพรส์ เห็นผียังไม่ตกใจเท่านั้น หัวใจเขาแทบหลุดจากร่าง

เขาต่อสู้กับอากาศร้อนเกือบสี่สิบองศาออกพื้นที่ไปสำรวจที่ดินแปลงใหญ่ เตรียมนำเข้าที่ประชุมมาจัดสรรพื้นที่ก่อสร้างสิ่งต่างๆ ตามฉบับนักพัฒนาที่ดิน เหนื่อยกว่าเจนจิรานั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจกลับไทยหลายเท่า อยากให้รีบกินรีบกลับบ้าน หมายถึงหล่อนนะ ที่อยากให้รีบกิน ส่วนเขาไม่รู้สึกหิว ท้องอืด แน่นไปทั้งตัวตั้งแต่เจอหล่อน

“ส่วนเรื่องของขวัญเรียนจบ...” เว้นช่วงไปนานนึกว่าลืมไปแล้ว ภารนัยไม่พูดขัด รอฟังคู่หมั้นสาวพูดให้จบ

“น้องเจนขอเวลาว่างพี่นัยสักสองสามวันนะคะ แล้วเราไปภูเก็ตด้วยกัน น้องเจนเที่ยวยุโรปจนเบื่อ อยากเที่ยวในไทยบ้าง”

ไปเที่ยวด้วยกัน สองต่อสองน่ะเหรอ? ภารนัยอึดอัดไปกันใหญ่

“ไม่เหมาะมั้งครับ เรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะ”

“สมัยไหนแล้วคะพี่นัย แค่คุยกันสองสามวันไปเที่ยวค้างคืนด้วยกันมีถมเถ เราสองคนหมั้นกันตั้งนาน ไม่เห็นจะแปลกเลย”

ค้อนขวับใส่คู่หมั้นหนุ่มที่ไม่ยอมแตะต้องร่างกาย จะทะนุถนอมทำไม น้องเจนอยากเป็นของพี่นัยจะแย่อยู่แล้ว เขาช่างไม่รู้เลย

“น้องเจนมีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมที่นั่น เราจองห้องพูลวิลล่าสวยๆ บรรยากาศดีๆ อยู่กันสองต่อสอง คงจะโรแมนติก น้องเจนจะเอาบิกินีไปเยอะๆ พี่นัยถ่ายรูปให้หน่อยนะ นะคะคนดีของน้องเจน”

เจนจิรากุมมือใหญ่ ประจบเขาด้วยใบหน้าช่างอ้อน ภารนัยยิ้มจนฟันจะแห้ง ไม่อยากตอบรับ แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธให้เจนจิราน้อยใจ

“ขอยังไม่รับปากตอนนี้ได้ไหมครับ พี่ต้องรอดูตารางงานเดือนหน้าก่อน ตารางงานเดือนนี้ของพี่เต็มแน่นไม่มีวันหยุดเลยครับ”

ข้ออ้างนี้ได้ผล เจนจิรายื่นปากงอน กอดอก สะบัดหน้าหนี

“ไม่สนใจน้องเจนมากๆ ระวังเถอะค่ะ น้องเจนจะฟ้องป้าภา ไปพรุ่งนี้เลยดีกว่า ป้าภาจะได้ดุพี่นัย ที่พี่นัยมัวแต่ทำงาน!”

ยกชื่อมารดาภารนัยมาข่มขู่ ให้เขารู้จักถนอมหัวใจหล่อนบ้าง

ป้าภาให้ความรักและความเอ็นดูเจนจิราเสมือนลูกหลาน แค่หล่อนฟ้องนิดเดียว รับรองว่าป้าภาจะต้องเอ็ดลูกชายการใหญ่

“ถ้าเรื่องนั้นคุณแม่ของพี่ท่านรู้ดีครับ เพราะแม้แต่ท่านก็ได้เจอหน้าพี่แค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เวลานัดกินข้าวเย็นด้วยกัน”

เฉลยคำตอบให้คู่หมั้นสาวทราบ ว่าฟ้องแม่เขาไปก็ไม่ได้ผล

ตากลมโตคู่นั้นดื้อรั้นแสดงนิสัยเอาแต่ใจ กลอกตาไปมาก่อนเลื่อนมาหยุดที่ดวงหน้าคมคาย “คนบ้างาน น้องเจนงอนแล้ว!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/4 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/3 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/2 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/1 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/4 เด็กเลี้ยง

    “วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/3 เด็กเลี้ยง

    “ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status