LOGINแสงสุดท้ายของวันทอดผ่านม่านสีอ่อน ตกกระทบร่างอวบอัดของหญิงสาวที่กำลังนอนคว่ำบนเตียงกว้าง ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากใช้เวลานับหลายชั่วโมง นั่งสนทนากับเฟยภายในคาเฟ่เปิดใหม่หน้ามหาวิทยาลัย
“เฮ้อ...”
เพียงฟ้าลอบถอนหายใจออกมา เพราะความรู้สึกหนักอึ้งที่ติดอยู่ในอกยังไม่จางหายไป แม้ว่าวันนี้เฟยจะพาเธอไปกินเค้กชิ้นโปรด หรือพาไปถ่ายรูปตามมุมสวย ๆ เช่นทุกครั้ง แต่คำพูดเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ดี
คำพูดของแพรว...
คำพูดของฟ้า...
และคำพูดน้ำขิง...
มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับคำสาป
“เธอควรเว้นระยะบ้าง”
“พวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัว”
“ผู้ชายหล่อ ๆ สี่คนคอยดูแลผู้หญิงคนเดียว...”
เพียงฟ้ากัดริมฝีปากแน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของพวกเธอมันสมเหตุสมผล เธออยู่กับพวกเขามาตั้งแต่มัธยม เคยชินกับการที่มีคนคอยถือกระเป๋า คอยซื้อข้าว คอยรอรับกลับบ้าน คอยพกของจุกจิกที่เธออาจต้องใช้
หรือแม้กระทั่งเวลาเธอเป็นประจำเดือน พวกเขายังพกผ้าอนามัยสำรองไว้ให้โดยไม่เคยทำสีหน้ารังเกียจ ตอนนั้นเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะพวกเราเป็นเพื่อนกัน
แต่พอมานั่งคิดดี ๆ แล้ว...
เพื่อนที่ไหนเขาทำกันขนาดนั้น?
“นี่ฉัน...พึ่งพาพวกเขามากเกินไปจริง ๆ ”
เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนพลิกตัวกอดหมอนแน่นราวกับต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ครั้นย้อนนึกถึงสายตาของคนภายนอก บางทีสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจไม่ได้ธรรมดาสำหรับคนอื่น
เพื่อน
ใช่...พวกเขาเป็นเพื่อน เธอไม่ใช่เจ้าของชีวิตของพวกเขา
และเธอก็ไม่ควรทำเหมือนว่าพวกเขาจะต้องอยู่ข้างเธอตลอดเวลา
“ต่อไปนี้เราต้องดูแลตัวเองบ้างแล้ว” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
แม้ว่าเพียงฟ้าจะพูดออกมาอย่างมั่นใจ แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอไม่รู้เลยว่าถ้าตัดสิ่งเหล่านั้นออกไป เธอยังเหลืออะไรในชีวิตอีกบ้าง
ครืด...
ครืด...
ในเวลาเดียวกันระหว่างที่เพียงฟ้ากำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงเรียกเข้าสายหนึ่งก็ดังขึ้นฉุดรั้งสติของเธอให้กลับมายังปัจจุบัน
ลิลลี่
เพียงฟ้าพึมพำเบา ๆ เมื่อเห็นว่าชื่อของเพื่อนสนิทปรากฏอยู่บนหน้าจอ เพียงเท่านั้นหญิงสาวกดรับสายทันทีโดยไม่มีความลังเล
“ฮัลโหล”
“ไงยัยเต้าหู้ขาว ฉันคิดว่าแกโดนพวกบ้านั่นจับขังลืมไปแล้วนะเนี่ย”
“พวกบ้านั่น?” เพียงฟ้าทวนคำพูดของลิลลี่ช้า ๆ ก่อนจะร้องอ๋อเมื่อรู้ว่าเธอหมายถึงใคร “พวกเหนืออะเหรอ...”
“ก็ใช่น่ะสิ จะเป็นใครได้ พวกนั้นเคยปล่อยให้แกอยู่ตามลำพังหรือไง”
“ไม่ขนาดนั้นสักหน่อย...”
“เสียงเป็นอะไรย่ะ งดหวานวันที่หนึ่งเหรอ ทำไมหงอยอย่างนั้น”
“ไม่ได้หงอยสักหน่อย แค่...แค่...” เพียงฟ้าเอ่ยอย่างอึกอัก เม้มริมฝีปากแน่น
“ทำไม ทะเลาะกับพวกนั้นเหรอ”
“ไม่เชิงทะเลาะ แค่มีเรื่องนิดหน่อย”
“เกิดอะไรขึ้น”
เพียงฟ้าชะงักครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำถามง่าย ๆ ของลิลลี่ ทว่าน้ำเสียงของเพื่อนสาวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันทั้งเต็มไปด้วยความห่วงใยและใจร้อน ๆ นิด ๆ ตามประสาตัวแม่อย่างเธอ
“เรื่องมันเป็นแบบนี้...”
เพียงฟ้าถอนหายใจออกมา ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟัง โดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อยตั้งแต่เหตุการณ์ในโรงอาหาร คำพูดของเหล่าผู้หญิง ไปจนถึงความคิดที่ว่าเธออาจพึ่งพาพวกเหนือมากเกินไป
หลังจากนั้นลิลลี่ก็กลายเป็นผู้ฟังโดยสมบูรณ์ หญิงสาวไม่ได้เอ่ยแทรกหรือเอ่ยขัดแต่อย่างใด ทำเพียงฟังเรื่องราวทั้งหมดและค่อย ๆ วิเคราะห์ตามเงียบ ๆ จนกระทั่งเพื่อนสาวตัวอวบเล่าจนจบ ลิลลี่ถึงจะถอนหายใจออกมาไม่เบานัก
“เพียงฟ้า”
“หือ”
“แกโง่หรือแกซื่อเนี่ย” ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหมั่นเขี้ยวเธอเต็มทน
“อ้าว...”
“แกจะไปเชื่อทุกคำที่คนอื่นพูดทำไม”
“แต่ลิลลี่ สิ่งที่พวกเธอพูดมาก็มีเหตุผลนะ” เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวโดนดุ
“แล้วแกเคยถามพวกมันหรือยังว่ารำคาญแกไหม”
“ถามแล้ว พวกเหนือบอกว่าไม่รำคาญ...”
“เอ้อ ในเมื่อพวกมันชัดเจนขนาดนั้น แล้วแกจะเอาคำพูดคนอื่นมาตัดสินความสัมพันธ์ของตัวเองเนี่ยนะ”
“แต่เค้าเป็นผู้หญิง ส่วนพวกเหนือก็เป็นผู้ชาย”
“แล้ว?”
“คนอื่นอาจมองไม่ดีไง...”
“โธ่ยัยฟ้า ฟังฉันนะ การที่พวกนั้นดูแลแกไม่ได้แปลว่าแกไปขอให้พวกเขาดูแล”
“…” คำพูดของลิลลี่ทำเอาเพียงฟ้าชะงักไปชั่วครู่
“พวกเขาเคยพูดว่าแกเป็นภาระไหม”
“ไม่เคย...”
“เคยบอกไหมว่าไม่อยากดูแลแก”
“ไม่เคย...”
“งั้นก็จบ สรุปแล้วแกคิดไปเอง”
“ลิลลี่...” เพียงฟ้าเม้มริมฝีปาก
“ฟังนะยัยฟ้า แกไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพราะคำพูดของคนอื่น โดยเฉพาะคำพูดของคนนอกที่ไม่ได้หวังดีกับแกจริง ๆ ” ลิลลี่เอ่ยด้วยเสียงจริงจัง “ถ้าพวกนั้นมันไม่โอเคจริง ๆ พวกเขาก็จะบอกแกเอง ไม่ปล่อยให้ได้ยินจากปากคนอื่นหรอกน่า”
“แต่เค้าก็ไม่อยากให้ใครมองไม่ดี”
“งั้นก็หัดสู้คนบ้างสิ”
“หา?”
“สู้คนบ้าง” ลิลลี่เน้นทีละคำ “แกเป็นเด็กเรียนก็จริง บื้อก็จริง ใจอ่อนก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าแกต้องยอมทุกคน”
“เค้าทำไม่ได้หรอก” เพียงฟ้าหัวเราะแห้ง ๆ
“ทำไม่ได้ก็ต้องฝึก สวรรค์ถึงส่งให้เต้าหู้ขาวอย่างแก มาเป็นเพื่อนกับตัวแม่อย่างฉันไงย่ะ”
เพียงฟ้าหลุดหัวเราะออกมากับคำพูดติดตลกของลิลลี่ นอกจากกลุ่มของเหนือฟ้าแล้วก็ยังมีเพื่อนสาวคนนี้นี่แหละที่คอยปกป้องเธอ แม้ว่าคำพูดบางคำจะดูแรงไปบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยถือสาแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าลิลลี่ทั้งรักและเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะแอบบ่นที่ครอบครัวของเธอ เลี้ยงดูเธอเหมือนไข่ในหินจนสู้คนไม่เป็น ทว่าพอรู้สาเหตุว่าเธอเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน ทั้งยังเป็นลูกสาวคนเดียวท่ามกลางเหล่าพี่ชาย ลิลลี่ก็เลิกแปลกใจทันที
“คืนนี้ออกไปกับฉัน”
“ไปไหนเหรอ?”
“ร้านเหล้า”
“หา!” เพียงฟ้าลุกพรวดจากเตียงอย่างตกใจ “เค้าไม่เคยไป”
“นั่นแหละถึงต้องไป เปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่ใช่จมปลักกับกองหนังสือ”
“เค้าไม่--”
“เดี๋ยวฉันไปหาตอนสามทุ่ม”
“ลิลลี่!”
เพียงฟ้าตะโกนลั่นหลังโดนเพื่อนสาวตัวแสบมัดมือชก อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธก็ชิงวางสายไป ปล่อยให้เธอนั่งเหม่ออยู่ลำพังกับหัวใจที่เต้นระรัว ทั้งตื่นเต้นและแอบกลัวเล็กน้อย เพราะเหล่าพี่ชายของเธอสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปในสถานที่อโคจรเช่นนั้นเด็ดขาด
เพียงฟ้าไม่เคยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจนกระทั่งวันนี้ หญิงสาวยืนมองลิลลี่ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชวนขนลุก แถมยังถือถุงแบรนด์เนมมากมายในมือ
“ลิลลี่...หอบอะไรมาเยอะแยะ”
“คืนนี้ฉันจะเปลี่ยนลุคแกเอง”
“หา! เปลี่ยนลุคอะไร ไม่เอาเด็ดขาด!” เพียงฟ้าส่ายหน้ารัว ๆ
“ฉันไม่ยอมให้แกไปด้วยชุดป้า ๆ แบบนั้นหรอกย่ะ!”
“ตอนแรกไม่ได้พูดแบบนี้นี่!”
“คืนนี้แหละ ฉันจะเปลี่ยนจากยัยคุณหนูนุ่มนิ่ม กลายเป็นสาวแซ่บจนทุกคนต้องตะลึงไปเลย!”
“ไม่เอา!”
“สายไปแล้ว!”
เพียงฟ้าถอยหลังทันที เมื่อมองเห็นรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของลิลลี่ เธอพยายามวิ่งหนีแต่กลับโดนอีกฝ่ายรู้ทันเสียก่อน สุดท้ายก็โดนลิลลี่ออกแรงลากเข้าไปในห้องนอนทันที
หลังจากที่เพียงฟ้าถูกลิลลี่จับแต่งตัวราวกับตุ๊กตากระดาษ ไม่นานเธอก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ด้วยใบหน้าแดงก่ำ เมื่อเห็นเงาที่สะท้อนในดวงตาคู่สวย
เธอแทบจำตัวเองไม่ได้...
ร่างอวบอัดในเดรสสีดำเรียบหรูแนบไปตามสัดส่วนที่เกินพอดีเล็กน้อย ทว่ากลับไม่ได้ดูน่าเกลียด มันยิ่งเสริมให้เธอดูมีน้ำมีนวลน่าฟัดแทน โดยเฉพาะหน้าอกอวบอิ่มที่ถูกบราปีกนกดันจนชิดกันเป็นร่องลึก และพุงกะทินุ่มนิ่มที่นูนออกมาชวนสัมผัส
เส้นผมที่เคยปล่อยไว้ยาวสลวย ยามนี้ถูกลิลลี่รวบขึ้นเผยให้เห็นลำคอและไหปลาร้าขาวเนียน ใบหน้าที่แทบไม่แต่งอะไรตอนนี้ถูกเติมสีสันของเครื่องสำอางอย่างพอดี ไม่ว่าจะแก้มชมพูระเรื่อ หรือริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอร์รี่
หากพ่อหรือเหล่าพี่ชายของเธอมาเห็นเข้า มีหวังได้หัวใจวายตายแน่ ๆ ...
“ลิลลี่ เค้าว่ามันโป๊ไปหรือเปล่า...” เพียงฟ้ายืนจับชายกระโปรงที่เหนือเข่าอย่างประหม่า
“ไม่ แบบนี้แหละดีแล้ว สวยจะตาย” ลิลลี่สวนทันที
“จริงเหรอ…”
“จริงสิย่ะ ฉันดับเลยเนี่ย” ลิลลี่พูดติดตลก “ห้ามพูดว่าไม่สวยนะ”
“แต่เค้าไม่เคยแต่งแบบนี้”
“นั่นแหละที่ฉันอยากให้แกลอง”
“เค้าไม่มั่นใจเลย”
“เพียงฟ้า แกไม่จำเป็นต้องผอมถึงจะสวย และที่สำคัญแกไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร แค่เป็นตัวเองก็พอแล้ว”
ลิลลี่เดินมาหยุดด้านหลัง แล้วมองเพื่อนสาวผ่านกระจกอย่างภูมิใจ
“อือ ขอบคุณนะ”
เมื่อนัยน์ตาคู่สวยมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของลิลลี่ เพียงฟ้าที่เผยยิ้มออกมาบนใบหน้า ความกังวลภายในใจจางหายไป ครั้นได้รับการเชียร์อัพจากเพื่อนคนสำคัญ
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห







