LOGINบรรยากาศยามค่ำคืนภายในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยเสียงดนตรีดังคลอไปทั่วร้าน แสงไฟหลากสีพาดทับผู้คนที่กำลังพูดคุยและชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ทว่ากลับสวนทางกับเพียงฟ้าที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างลิลลี่ มือเล็กกำชายเดรสสีดำของตัวเองเอาไว้แน่นด้วยความประหม่า
เพียงฟ้าไม่ชินกับการกลายเป็นจุดสนใจ และไม่ชินกับการนั่งอยู่ในร้านเหล้าที่เสียงดังขนาดนี้ เพราะปกติหญิงสาวมักจะใช้เวลาว่างอยู่กับการอ่านหนังสือ หรือไม่ก็นอนดูแอนิเมชันอยู่ห้องตามลำพัง
“ลิลลี่...”
“ว่าไง”
“เค้ากลับได้ไหม”
“ไม่ได้” ลิลลี่สวนกลับทันที
“แต่เค้าไม่รู้จักใครเลยนะ”
เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหม่า พลางเหลือบมองสถานที่รอบกายที่ไม่คุ้นชิน จนลิลลี่ต้องตบบ่าเพื่อนสาวตัวอวบราวกับให้กำลังใจ
“ก็จะได้รู้จักคืนนี้ไง”
“แต่เค้า...”
เพียงฟ้าทำหน้าเหมือนลูกแมวหลงทาง จนลิลลี่อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มเพื่อนเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“แกนี่มันจริง ๆ เลย ถ้าฉันไม่ลากออกมา ก็คงเอาแต่นั่งอยู่ในห้อง อ่านหนังสือ ทำโมเดล แล้วก็รอให้แก๊งวิศวะพวกนั้นมาดูแลจนเรียนจบ”
เพียงฟ้าก้มหน้าทันที เมื่อประโยคนั้นทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนกลางวันอีกครั้ง ใบหน้าสวยหงอยลงไม่ต่างจากลูกหมาหูลู่ จนลิลลี่แอบรู้สึกผิดในใจจวนต้องรีบเปลี่ยนคำพูด
“ฉันไม่ได้หมายความให้แกเลิกคบกับพวกมัน แค่อยากให้แกมีโลกของตัวเองบ้าง”
“รู้แล้ว...” เพียงฟ้าพยักหน้า “เค้าจะพยายาม”
“ดีมาก! งั้นเริ่มจากโต๊ะนี้แล้วกัน”
“อ๊ะ ไปไหน”
“ไปหาเพื่อนฉัน”
“เดี๋ยวสิลิลลี่!”
ไม่ทันที่เพียงฟ้าจะได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านั้น ลิลลี่ก็ลากเธอตรงไปยังโต๊ะอีกฝั่งทันที โดยไม่สนใจว่าเพื่อนสาวตัวอวบจะโวยวายเพียงใด
“เฮ้ทุกคน! นี่เพียงฟ้า เพื่อนสนิทของฉัน”
ทันทีที่เสียงตะโกนของลิลลี่ดังขึ้น สายตานับสิบคู่ก็จับจ้องมายังเพียงฟ้าไม่วางตา ทั้งสนใจ สงสัย และเป็นมิตร จนเพียงฟ้าต้องเอ่ยทักทายตามมารยาท ขณะเดียวกับที่ถูกลิลลี่จับให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวว่าง
“นั่งนี่เลย เห็นไหมว่าการทำความรู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่แกคิด”
“มันก็จริง แต่เค้าแค่ยังไม่ชิน”
“งั้นก็ทำตัวให้ชินไว้สาวน้อย คืนนี้แหละแกจะกลายเป็นดาวเด่นของร้าน!”
พูดจบลิลลี่ก็ยกแก้วน้ำอำพันดื่มรวดเดียวอย่างชำนาญ พลางโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงไปด้วย ทิ้งให้เพียงฟ้ายกน้ำอัดลมขึ้นจิบช้า ๆ ตาลายกับแสงสีอันตระการตา
“นี่ยัยฟ้า ดูผู้ชายโต๊ะนั้นสิ มองแกตาเป็นมันเชียวล่ะ”
เพียงฟ้าหันไปมองตามสายตาของลิลลี่ก็ชะงัก เมื่อสบเข้ากับสายตาอันแสนเจ้าเล่ห์ของกลุ่มชายหนุ่มโต๊ะใกล้ ๆ เธอไม่ได้รู้สึกดีเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่ากำลังถูกพวกเขาคุกคามทางสายตา จนต้องพยายามรั้งชายกระโปรงลงมาคลุมเข่า
“ลิลลี่ อย่าดื่มเยอะเกินไปสิ เดี๋ยวก็เมาหรอก” เสียงหวานเอ่ยเตือนเพื่อนด้วยความห่วงใย
“มาร้านเหล้าทั้งทีก็ต้องสนุกสุดเหวี่ยงสิถึงจะถูก เต้นเร็วยัยฟ้า!”
“เฮ้อ ตอนนี้พวกเหนือจะทำอะไรอยู่นะ”
เพียงฟ้าลอบถอนหายใจออกมา พลางยกโทรศัพท์ขึ้นมองแชทกลุ่มของเธอกับพวกเขา ในระหว่างที่ปลายนิ้วจะจรดลงบนแป้นพิมพ์ เสียงในหัวก็ดังขึ้นว่าอย่ารบกวนพวกเขา เธอควรลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพวกเขา
ในเวลาเดียวกัน เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าลิลลี่กำลังจะเดินไปอีกโต๊ะ ใบหน้าสวยก็ตื่นตระหนกทันทีรีบคว้าแขนเพื่อนสาวไว้
“เดี๋ยวสิ จะไปไหน”
“เดี๋ยวมา ไปหาหนุ่มตี๋” ลิลลี่ยิ้มกว้าง
“อ้าว แล้วเค้าล่ะ” เพียงฟ้าหันขวับทันที
“อยู่กับพวกนี้ไปก่อน”
“แต่...”
“แกโตแล้ว เอาตัวรอดเองบ้าง”
ลิลลี่พูดจบก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเพียงฟ้าได้แต่นั่งอ้าปากค้าง หลังไม่คิดว่าเพื่อนสาวที่ลากเธอมาสุดท้ายจะทิ้งเธอไว้ดื้อ ๆ แบบนี้
“เพื่อนทรยศ!”
เพียงฟ้าตะโกนไล่หลังลิลลี่ไปด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่เธออุตส่าห์ยอมมาด้วยแล้วแท้ ๆ อีกฝ่ายกลับทิ้งเธอไปหาหนุ่มตี๋ที่ว่า พูดแล้วก็อยากกระโดดกัดคอเพื่อนรักเสียจริง!
ในเวลานั้นเพียงฟ้าก็ทำได้แค่นั่งจิบน้ำอัดลมชิว ๆ เหลือบตามองบรรยากาศอันแสนวุ่นวาน ท่ามกลางแสงไฟและเสียงดนตรีเธอมองเพื่อนร่วมโต๊ะที่ค่อย ๆ หายไปทีล่ะคน บางคนก็ไปเข้าห้องน้ำ ส่วนบางคนก็ออกไปชนแก้วกับอีกโต๊ะหนึ่ง จวบจนกระทั่งเหลือเธอเพียงคนเดียวและเสียงทุ้มปริศนาก็ดังขึ้น
“น้องครับ”
“คะ?” เพียงฟ้าหันไปตามเสียงก็ต้องขมวดคิ้ว
“มาคนเดียวเหรอ”
“มากับเพื่อนค่ะ...” เธอส่ายหน้า
“แล้วเพื่อนหายไปไหนหมดล่ะ”
“เดี๋ยวก็กลับมาค่ะ”
ใบหน้าสวยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย เพราะตอนนี้หลงเหลือเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เฝ้าโต๊ะ
“งั้นพี่นั่งด้วยได้ไหม” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์
“คือ...”
เพียงฟ้ายิ้มเจื่อนออกมาทันที แม้ว่าพยายามปฏิเสธไปแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่สนใจ เขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมด้วยท่าทีคุกคามจนเธอรู้สึกอึดอัด
“สวยนะเรา”
“พี่คะ ถอยออกไปได้ไหม หนูไม่โอเค” เพียงฟ้าถอยหลังเล็กน้อย
“มีแฟนหรือยัง”
“คือ...”
เพียงฟ้าเริ่มทำตัวไม่ถูก เมื่อชายหนุ่มเริ่มยื่นมือมาใกล้ หญิงสาวพยายามขยับนี้เท่าไหร่เขายังไม่หยุด จนกระทั่งมือข้างหนึ่งกำลังจะเอื้อมมาแตะไหล่เธอ
“ผมว่าเธอก็ปฏิเสธชัดเจนไปแล้วนะ”
เพียงฟ้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงทุ้มของชายอีกคนเอ่ยขึ้น หญิงสาวมองมือหนาที่กำลังกำข้อมือชายคนนั้นไว้แน่น แม้ว่ารอยยิ้มจะปรากฏอยู่บนใบหน้าเขา แต่ทว่าแววตากลับสวนทางกันจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ทันที
“กูแค่จะ...”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีอึกอัก พยายามดึงแขนออก แต่ชายคนนั้นกลับกำไว้แน่นจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“ผมเข้าใจ แต่ถ้าเธอปฏิเสธ ก็คือปฏิเสธ คุณไม่ควรคุกคามเธอแบบนี้” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แต่กลับเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือขึ้นเพียงเล็กน้อย
“เออ ๆ ขอโทษ! ปล่อยแขนกูได้แล้ว!”
ทันทีที่ชายคนนั้นปล่อยข้อมือของชายคนที่เข้ามาคุกคามเธอ มันก็รีบเดินกลับโต๊ะอย่างหัวเสียทันที ทิ้งไว้ให้เพียงฟ้าอยู่กับชายที่พึ่งเข้ามาใหม่
“โอเคไหมครับ”
“คะ แค่ตกใจนิดหน่อย” เพียงฟ้าพยักหน้าช้า ๆ แต่ดวงตายังสั่นนิด ๆ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาจะถือวิสาสะนั่งลงข้างกายของเพียงฟ้า ดวงตาเรียวคู่นั้นแฝงไปด้วยรอยยิ้ม ผิวกายขาวสะอาดสะอ้าน บุคลิกดูแตกต่างจากเหล่าผู้ชายเจ้าชู้ในร้านพอสมควร
“พี่ชื่อต้านะ เป็นพี่รหัสของลิลลี่”
“อ๋อ...”
เพียงฟ้าพยักหน้าช้า ๆ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม ว่าทำไมอีกฝ่ายต้องเข้ามาทักเธอด้วย แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาท โดยเฉพาะกับคนที่พึ่งช่วยเธอไว้จากคนโรคจิต
“เพียงฟ้าใช่ไหม พี่เคยเห็นเราอยู่บ้าง แต่ไม่เคยได้คุยกันสักที”
“พอดีว่าหนูไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าน่ะค่ะ”
“รวมถึงพี่ด้วยหรือเปล่านะ” ต้าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำเปล่ามาให้ “ดื่มน้ำก่อนก็ได้ครับ พี่รู้ว่าเรายังไม่ค่อยคุ้นกับร้าน”
“ขอบคุณค่ะ”
เพียงฟ้ารับมาแต่ไม่ได้ดื่ม เพราะจำได้ว่าเหนือฟ้าเคยบอกไว้ห้ามดื่มเครื่องดื่มของคนแปลกหน้าเด็ดขาด ถ้าหากว่าเธอไม่รู้ที่มา
“ไม่ต้องเกร็งนะ โต๊ะนี้เด็กสถาปัตย์หมด ถ้าไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่ม ไม่มีใครบังคับเรา”
“…”
เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ เมื่อได้ยินคำพูดง่าย ๆ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด
“พี่ต้าคะ”
“ครับ?”
“พี่พูดเหมือนพวกเหนือเลย”
“เหนือฟ้า?” ต้าหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นเด็กตรงหน้ามองเขาตาแป๋ว
“รู้จักเหรอคะ” เพียงฟ้าพยักหน้า
“ใครจะไม่รู้จักบ้าง ระดับGodแห่งวิศวะโยธา พวกนั้นดังจะตาย”
“นั่นสินะ”
เพียงฟ้าหัวเราะแห้ง ๆ เมื่อดันลืมไปว่าเหนือฟ้า วายุ ฟง และเฟยน่ะเลื่องชื่อจะตาย โดยเฉพาะเรื่องการชกต่อยที่มักจะโดนเธอบ่นอยู่เป็นประจำ
“แล้ว...” ต้าหันมามองเธอ “ฟ้าเป็นเพื่อนสนิทของพวกเขาเหรอ”
“ค่ะ”
“ดีแล้วครับ มีเพื่อนเยอะ ๆ ก็ดีแล้ว”
คำพูดอันแสนเรียบง่ายทำเอาเพียงฟ้าชะงักไปเล็กน้อย ที่ผ่านมาคนอื่นมักตั้งคำถามระหว่างเธอกับความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่รุ่นพี่ตรงหน้ากลับไม่ได้ถามว่าเธอเป็นอะไรกับพวกเขา ไม่ได้เอ่ยแซว ไม่ได้พูดถึงเรื่องผู้ชาย เพียงแค่คุยกับเธอตามปกติเท่านั้น
“พี่ชอบฟังเพลงไหมคะ” จู่ ๆ เพียงฟ้าก็เป็นฝ่ายถามออกไป
“ชอบครับ”
“แนวไหนเหรอคะ”
“ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม”
“ลองบอกก่อนสิคะ” เพียงฟ้าหัวเราะ
“อินดี้ครับ”
“จริงเหรอคะ!”
เพียงเท่านั้นดวงตาของเพียงฟ้าสว่างขึ้นทันที ราวกับเจอผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน
“จริงสิ”
“หนูก็ชอบ!”
จากนั้นบทสนทนาที่แสนอึดอัดในตอนแรก ตอนนี้กลับก็ไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ จากเพลงโปรดกลายเป็นศิลปินที่ชอบ จากศิลปินกลายเป็นหนังที่ชอบ จากหนังกลายเป็นอาหาร
ยิ่งคุยก็ยิ่งพบว่าทั้งสองคนมีหลายอย่างคล้ายกันอย่างน่าประหลาด...
“พี่ต้าเคยไปคอนเสิร์ตนี้ด้วยเหรอคะ!”
“เคยครับ”
“หนูอยากไปมากเลยค่ะ!”
“ถ้ามีโอกาสก็ไปสิครับสักครั้งในชีวิต” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่ถ้าไม่มีเพื่อนไป ชวนพี่ไปก็ได้นะ”
“ได้เหรอคะ” เพียงฟ้ายิ้มกว้าง
“ได้สิครับ”
รอยยิ้มของเพียงฟ้าทำให้ต้ามองค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วเบือนสายตาออกไป พร้อมอาการหัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ลิลลี่เพื่อนสาวที่พึ่งทรยศเธอก็ยังไม่กลับมา เพียงฟ้าเลยฆ่าเวลาด้วยการนั่งฟังเพลงจากโทรศัพท์ของต้าอย่างเพลิดเพลิน หลังจากได้แชร์เพลงต่าง ๆ ในเพลย์ลิสต์ของกันและกัน
“พี่ต้า”
“ครับ?”
“เพลงนี้พี่ชอบจริง ๆ เหรอ”
“ทำไมครับ มันดูแย่เหรอ” ต้าหัวเราะ
“เปล่าหรอกค่ะ หนูก็ชอบเหมือนกัน”
คราวนี้เพียงฟ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟังอย่างเดียว เธอหัวเราะมากขึ้น เริ่มเล่าเรื่องเรียน เล่าเรื่องโมเดล เล่าเรื่องที่ตัวเองชอบ และเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ที่เธอไม่ได้คิดถึงคำพูดแย่ ๆ ของใครเลย
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
“โอ้โห อะไรเนี่ย”
ลิลลี่ที่พึ่งกลับมา เธอยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะ พลางหรี่ตามองสลับไปมาระหว่างเพียงฟ้ากับพี่รหัสอย่างต้า ก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ฉันหายไปไม่ถึงชั่วโมง กลับมาอีกทีสนิทกันขนาดนี้แล้วเหรอ”
“ลิลลี่! หายไปไหนมา!”
“ก็แค่คุยกันเฉย ๆ น่า” ต้าหัวเราะ
“อ๋อเหรออออ” ลิลลี่ลากเสียงยาวอย่างจับผิด ก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวเอง “ฉันลากมาเปิดหูเปิดตา ดันได้คนมานั่งฟังเพลงด้วยซะงั้น”
“ก็ลิลลี่นั่นแหละที่ทิ้งเค้าไว้!” เพียงฟ้าประท้วง
“อ๋อ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แกนั่นแหละร้อนตัวทำไม”
“ลิลลี่!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะทันที เพียงฟ้าได้แต่ก้มหน้าซ่อนแก้มที่แดงจัด ส่วนต้าก็ยกยิ้มอย่างเอ็นดูสองสาวระหว่างน้องรหัส กับรุ่นน้องตัวอวบที่พูดคุยกันถูกคอ
โดยไม่มีใครรู้เลยว่าอีกฟากหนึ่งของร้าน มีสายตาคมคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่โต๊ะของพวกเธอ
และเพิ่งเห็นภาพบาดตาเพราะเพียงฟ้ากำลังหัวเราะกับผู้ชายคนอื่นเป็นครั้งแรก โดยที่ข้างกายของเธอไม่ใช่พวกเขาทั้งสี่คน
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห







