LOGINบรรยากาศภายในโรงอาหารที่เคยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย ครานี้กลับเงียบงันลงภายในชั่วพริบตา ในสายตาของชายหนุ่มทั้งสี่จับจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของวายุ เฟยใช้นิ้วแตะย้อนกลับไปช่วงต้นคลิป ก่อนเงยหน้ามองเพียงฟ้า
เขามองดวงตากลมคู่สวยของหญิงสาวที่ยังคงแดงระเรื่อ แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามฝืนยิ้ม แต่ทว่าในสายตาของคนที่รู้จักเธอมานาน ย่อมมองออกทันทีว่าเพียงฟ้ากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้อยู่
ชายหนุ่มกดเล่นวิดีโอ แล้วค่อยลดระดับเสียงลงให้ได้ยินเฉพาะกลุ่มของพวกเขาเท่านั้น เพราะยังไม่อยากกลายเป็นจุดสนใจในตอนนี้
“น่าอิจฉานะ มีผู้ชายหล่อ ๆ ดูแลถึงสี่คน”
“มีหลายคนเขาพูดกันว่า เธอชอบเรียกร้องความสนใจจากพวกวายุ”
“ภาพที่ออกมาคือเธอให้พวกเขาดูแลทุกอย่าง บางที...เธอลองถอยออกมาก้าวหนึ่งก็ดีนะ ให้พวกเขาเองมีพื้นที่ส่วนตัว แล้วพวกเราก็อยากใช้เวลากับคนที่คุยด้วยบ้าง”
“ไม่มีใครว่าเธอหรอก แต่โตแล้วบางเรื่องก็ควรเว้นระยะ”
“เธอเคยส่องกระจกไหม”
“ว่าเวลาเดินกับพวกเขามันดูไม่ค่อยเหมาะสมกันเท่าไหร่”
“เธอเป็นคนน่ารักนะ แต่ผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเอง ผู้ชายระดับพวกวายุ ไม่ช้าก็เร็วเขาคงคบกับคนที่เดินข้างกันแล้วดูเหมาะสม”
ทุกประโยคเสียดสีนั้นดังก้องภายในหู แม้ว่าจะไม่มีภาพของผู้พูด ทว่าเพียงเท่านั้นก็ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเย็นเยียบขึ้นทันที ฟงที่เมื่อครู่ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ยามกลับนี้ค่อย ๆ ลดรอยยิ้มกวน ๆ บนมุมปากลง เช่นเดียวกับเหนือฟ้าที่กำลังกำมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นขาวซีด
ส่วนวายุทำเพียงหลุบตาลงมองพื้น ทว่าแววตาที่เคยสงบนิ่ง ตอนนี้กลับเย็นเยียบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนกระทั่งน้ำเสียงอันแสนสั่นเครือของเพียงฟ้า ถูกถ่ายถอดออกมาจากวิดีโอบ้า ๆ นั่น
“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เพียงเท่านั้นหัวใจของเหนือฟ้าพลันกระตุกวูบไปชั่วขณะ ผู้หญิงที่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร กลับเป็นฝ่ายเอ่ยคำว่าขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เฟยกดหยุดวิดีโอทันทีเพราะไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมท่ามกลางสีหน้าซีดเผือดของแพรว และน้ำขิงกับฟ้าที่รีบหลบตาอย่างวิตกกังวล
“เมื่อกี้ใครเป็นคนพูด”
เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้น พลางเอ่ยถามช้า ๆ ไม่ได้ตะโกน หรือไม่ได้แสดงอารมณ์รุนแรงเหมือนทุกครั้ง มีเพียงสีหน้าเรียบนิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“เหนือคะ แพรวไม่ได้...”
“กูถามว่าใครเป็นคนพูด!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน จนบรรยากาศรอบกายเงียบลงโดยพลัน ทำเอาแพรวหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่วายุจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนลุกซู่
“ถ้ามีเรื่องไม่พอใจควรมาคุยกับพวกฉัน ไม่ใช่ทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องรู้สึกผิด”
ประโยคนั้นไม่ได้ดังเทียบเท่าเหนือฟ้า หากแต่หนักแน่นเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา ฟงถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจ เขาหันไปมองน้ำขิงด้วยสายตาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าดวงตากลับไม่ได้ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย
“น้ำขิง”
“พี่ฟง มันไม่ใช่...” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น
“ดูเหมือนว่าวันนี้เด็กดีของพี่จะล้ำเส้นไม่เข้าเรื่องไปหน่อยนะคะ”
คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้น้ำขิงหน้าซีดลงทันที เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ชายหนุ่มเจ้าของผมสีขาวกำลังอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ และสาเหตุนั้นก็มาจากตัวเธอเอง ที่เผลอไปแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควรเสียแล้ว
“ฉันไม่สนใจว่าพวกเธอจะรู้สึกยังไง แต่เพียงฟ้าไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ เธอเป็นเพื่อนคนสำคัญของพวกฉัน และฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องนั่งรับฟังคำพูดแย่ ๆ แบบนี้อีก”
น้ำเสียงของเฟยยังคงสุภาพ ไม่มีคำหยาบ ไม่มีการประชดประชัน แต่กลับทำให้หญิงสาวทั้งสามคนรู้สึกละอายใจเสียยิ่งกว่าการถูกด่าทอ
“เฟยพอเถอะ ทุกคนไม่ได้ตั้งใจหรอก”
เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เธอไม่อยากให้พวกเขาต้องทะเลาะกับหญิงสาวทั้งสามเพราะเธออีกแล้ว เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอที่ไม่ยอมโต และเคยชินกับการที่พวกดูแล ทั้งที่จริง ๆ แล้วสิ่งที่แพรวพูดมานั้นไม่ผิดเลย
วันหนึ่งเหนือฟ้า วายุ ฟง และเฟยก็ต้องมีคนข้างกาย ที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทจอมขี้แยอย่างเธอ...
“ฟ้า” เหนือฟ้าหันมองเธอทันที ราวกับรู้ว่าเพียงฟ้ากำลังคิดอะไรอยู่
“หือ...” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย
“เลิกขอโทษแทนคนอื่น”
“...”
“คนที่ต้องพูดคำนั้นไม่ใช่เธอ”
เพียงฟ้าก้มหน้าลงอีกครั้ง ขอบตาทั้งร้อนผ่าวเมื่อได้ยินน้ำเสียงติดดุของเหนือฟ้า เธอไม่ได้เสียใจเพราะโดนเขาดุ แต่เสียใจที่ตัวเองกลายเป็นตัวปัญหาอย่างสมบูรณ์ และเกลียดในความอ่อนแอของเธอที่ไม่ยอมเข้มแข็งขึ้นเสียที
“เดี๋ยวตาบวมหรอก” วายุเดินเข้ามาหยุดข้างเธอ ก่อนหยิบทิชชูแผ่นใหม่ส่งให้
“...” เพียงฟ้ารับมาเงียบ ๆ พร้อมความรู้สึกที่หนักอึ้ง
“นี่ยัยลูกหมู ดูสิกว่าจะต่อคิวซื้อได้ ถ้าร้องไห้จนไม่กิน ฉันจะเสียใจนะ”
ฟงยกเครปไส้ทะลัก ที่เขาอุตส่าห์ต่อคิวจนขาชาขึ้นมาแกว่งเบา ๆ พร้อมคำพูดติดตลกที่ทำให้เพียงฟ้าหลุดหัวเราะออกมา พลันทำเอาชายหนุ่มทั้งสามลอบถอนหายใจพร้อมกันอย่างโล่งอก เมื่อเห็นเธอยิ้มได้อีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันนั้น เฟยก้มลงหยิบกระเป๋าของเพียงฟ้า ขึ้นสะพายเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกครั้ง พลางยื่นมือไปตรงหน้าเธอ
“เดี๋ยวเฟยไปส่งเธอที่ห้อง”
นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองเขา พลางก้มมองมือหนาอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะยื่นมือเล็ก ๆ ไปจับ เฟยไม่ได้ออกแรงดึงมากนัก เพียงเดินนำช้า ๆ ให้หญิงสาวก้าวตามมาโดยไม่หกล้ม
“ส่วนพวกมึงไอ้พวกมีพันธะ กลับไปเคลียร์กับคนของมึงให้ดี อย่ามายุ่งกับฟ้าอีกเด็ดขาด”
น้ำเสียงทุ้มของเฟยเต็มไปด้วยการตักเตือน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนสนิทของตน แต่เป็นหญิงสาวทั้งสามที่ยังคงยืนหน้าซีดเผือด
“เฟย”
“มีอะไรเหรอฟ้า หรือว่าเจ็บตรงไหน” ชายหนุ่มรีบหันกลับมาทันที
“เค้า...” เธอก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง “เค้าสร้างปัญหาให้พวกนายอีกแล้วใช่ไหม”
เฟยถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นบีบแก้มเนียนนุ่มจนยืดเหมือนก้อนโมจิ จนหญิงสาวร้องโอดโอย
“โอ๊ย เค้าเจ็บนะ” หญิงสาวยกมือกุมแก้มทันที
“จำไว้ สำหรับฟ้าไม่มีคำว่าตัวปัญหา ถ้าใครทำให้เธอเสียใจ นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ”
“อย่าสปอยเค้าเยอะได้ไหม มันทำให้เค้ารู้สึกไม่โตสักที”
“สปอยตรงไหน ไม่โตก็ไม่โตสิ เฟยเลี้ยงเธอได้อยู่แล้ว เพื่อนคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ล่ะ”
“เนี่ยแหละเขาเรียกว่าสปอย!” ใบหน้าสวยแหวใส่เขาทันที
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เฟยไม่มียัยผู้หญิงน่ารำคาญเหมือนไอ้พวกนั้นหรอก เฟยมีแต่ยัยลูกแกะตัวอ้วนอย่างฟ้าเนี่ย” ใบหน้าหล่อเหลาบีบจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว
“ไม่ได้อ้วนขนาดนั้นสักหน่อย...”
เพียงฟ้าบ่นอุบอิบเพียงลำพัง ทว่าทุกการกระทำย่อมอยู่ในตายสาของหนุ่มลูกครึ่งอย่างเฟย เขาหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูเพื่อนตัวเล็กของตน
“เดี๋ยวพาฟ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เฟยจะพาเธอไปคาเฟ่เปิดใหม่ จะถ่ายรูปที่รูปหรือจะกินเค้กกี่ชิ้นก็ตามใจ ถือว่าช่วยให้ฟ้ากลับมาอารมณ์ดีไง”
“มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ
“ทำไม จะไม่ไปเหรอ”
“ไปสิ!”
หญิงสาวหัวเราะออกมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะสดใสค่อย ๆ แทนที่ความหม่นหมองเมื่อครู่ เฟยมองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย
บางที...
ตราบใดที่รอยยิ้มของเพียงฟ้ายังคงอยู่
ต่อให้ต้องคอยปกป้องเธอไปตลอด
ก็ไม่ได้เป็นเรื่องลำบากสำหรับเขาเลย
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห





![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

