เข้าสู่ระบบหลายวันที่ชายหนุ่มไม่อยู่ที่จวนอ๋อง ฟางลี่อินได้เข้ามาคอยดูแลความเป็นอยู่ทุกอย่างของจวนแห่งนี้ ก่อนที่นางจะได้รู้ว่าสามีของนางช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายเหลือเกิน เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่นั้นก็มีเพียงไม่กี่ชุด แม้จะมีชุดที่ประณีตและถูกตัดเย็บอย่างดีส่งมาจากวังหลวงหากแต่น้อยครั้งนักที่จะถูกหยิบยกออกมาใส่ ซึ่งฟางลี่อินก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำตัวยากจนเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน หญิงสาวหยิบยกเสื้อผ้าแต่ละตัวของสามีออกมาก็ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆพร้อมกับคิดในใจผู้เดียวว่า
(สามีผู้น่าสงสารของข้า!)
ฟางลี่อินสั่งให้สาวใช้ของนางนำผ้าที่นำมาจากหีบสินเดิมเพื่อเอามาตัดเย็บชุดใช้ชายหนุ่มอยู่หลายชุด ส่วนขนาดตัวก็วัดจากชุดเดิมที่เขาใส่ประจำใช้เวลาไม่กี่วันก็แล้วเสร็จไปสามถึงสี่ชุด หญิงสาวสังเกตว่าชายหนุ่มนั้นไม่ค่อยชื่นชอบเสื้อผ้าที่มีลวดลายมากนักนางจึงเลือกที่จะปักลายเฉพาะบางจุดเท่านั้น
หลายวันต่อมา
เว่ยอ๋องกลับจากต่างเมืองหลังจากไปจัดการธุระเสียหลายวัน แท้จริงแล้วเขามีกำหนดกลับจวนตั้งแต่สามวันก่อนหากแต่มีเรื่องบางอย่างติดขัดทำให้ไม่สามารถกลับได้จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันจึงได้แล้วเสร็จ ในยามที่กลับมาถึงเขาก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมากที่ไม่ได้พบหน้าฟางลี่อิน ก่อนจะได้ยินว่าหญิงสาวสั่งให้บ่าวรับใช้ช่วยเตรียมพื้นที่ด้านหลังสุดของจวนอ๋องที่ติดกับลำธารเพื่อทำแปลงผัก
"เจ้าบอกว่าพระชายากำลังทำสิ่งใดกันนะ"
"เรียนท่านอ๋อง พระชายากำลังปลูกผักอยู่ขอรับ"
"ปลูกผัก เหตุใดนางจึงคิดปลูกผัก"
"เอ่อ..." องครักษ์อ้ำอึ้งไม่กล้ากล่าวไปตามตรงก่อนที่เขาได้แต่คิดในใจ ก็เพราะท่านทำตัวแกล้งจนมิใช่หรือนางจึงได้ลุกขึ้นมาทำตัวราวกับว่าจะเป็นผู้เลี้ยงดูสามีเช่นท่านเอง
"เล่ามา!"
"พระชายากล่าวว่า จวนอ๋องกำลังลำบากนางเพียงต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของท่านขอรับ"
"หึหึ ช่างคิดนัก! จวนอ๋องของข้าจะยากจนได้อย่างไรกัน"เว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น ในขณะที่องครักษ์ทั้งสองต่างมองหน้ากัน ก่อนจะคิดในใจ
(ก็เพราะท่านเองมิใช่หรือที่ต้องการให้นางเข้าใจเช่นนั้น!)
"แล้วนี่! เจ้าฟู่ฟู่ หายหัวไปที่ใดกันเหตุใดข้ากลับมาตั้งนานแล้วจึงไม่เห็น"
"เรียนท่านอ๋อง เจ้าฟู่ฟู่อยู่ที่แปลงผักท้ายจวนกับพระชายาขอรับ"
"อยู่กับฟางลี่อิน"
"ขอรับ"
"มิใช่ว่านางกลัวสุนัขหรอกหรือ" ชายหนุ่มทำสีหน้างุนงง นี่เขาพลาดสิ่งใดไปบ้างกันแน่หลังจากที่ไม่อยู่เพียงไม่กี่วันเหตุใดที่จวนจึงได้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายถึงเพียงนี้
"เอ่อ... หลังจากที่พระชายาทรงทำความคุ้นเคยกับเจ้าฟู่ฟู่อยู่หลายวัน ก็ดูเหมือนว่านางจะไม่กลัวแล้วขอรับ"
"อื้ม พวกเจ้าออกไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อนเสียหน่อย"
"ขอรับ"
เว่ยอ๋องสาวเท้าก้าวออกจากห้องตำราเพื่อกลับไปพักผ่อนยังห้องนอนของเขา ภายในห้องล้วนตกแต่งอย่างเรียบง่ายชายหนุ่มมองไปรอบๆ ตามความเคยชินทุกๆอย่างล้วนอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่แล้วเขากลับสะดุดกับข้าวของบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง และเมื่อหยิบขึ้นมาคลี่ดูก็ทำให้เขาต้องแปลกใจ เมื่อพบว่ามันคือเสื้อผ้าชุดใหม่หลายชุดที่ถูกตัดเย็บเป็นอย่างดี ชายหนุ่มไม่ได้คิดมากเขาเพียงคิดว่าเป็นฝีมือของผิงเซียวที่จัดการมา มิได้เอะใจว่าทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของฟางลี่อินผู้เป็นภรรยาแม้แต่น้อย ก่อนจะละความสนใจแล้วเดินหายเข้าไปหลังฉากกันเพื่อชำระล้างร่างกายให้สบายตัวเสียหน่อย หลายวันมานี้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจริงๆ
หลังจากที่เขตซานตงนั้นเริ่มเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นขุนนางในพื้นที่ก็จ้องแต่จะกระทำการทุจริตทำให้ตลอดหลายวันมานี้ชายหนุ่มต้องลงไปจัดการด้วยตนเอง ซึ่งกว่าจะแล้วเสร็จก็กินเวลาไปหลายวันแล้ว และเมื่อนึกถึงว่าปล่อยใครบางคนทิ้งไว้ที่จวนก็กลัวว่านางจะเหงาแต่ที่ไหนได้ดูเหมือนว่านางจะไม่เหงาแม้แต่น้อย
ทางด้านฟางลี่อินที่กำลังขยันขันแข็งอยู่กับแปลงผักเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินบ่าวรับใช้รายงานว่าสามีของนางกลับมาแล้ว
"เรียนพระชายา ท่านอ๋องกลับมาแล้วขอรับ"
"ท่านอ๋องกลับมาแล้วงั้นหรือ"
"ขอรับ"
ดวงตาของฟางลี่อินส่องประกายเมื่อได้ยินว่าสามีของนางกลับมาแล้ว หากแต่ยังไม่ทันที่บ่าวรับใช้จะเอ่ยต่อนางก็เดินตัวปลิวตรงไปที่เรือนของสามีเสียแล้ว
"ในตอนนี้ ทะ..." ท่านอ๋องกำลังพักผ่อนอยู่ขอรับ เป็นประโยคที่บ่าวรับใช้พยายามจะบอกกล่าวแก่หญิงสาวหากแต่ว่าคนฟังกลับไม่อยู่เสียแล้ว
ผูเถาที่เห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของบ่าวรับใช้ผู้นั้นก็หัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยปลอบใจอีกฝ่าย
"เจ้าไม่ต้องแปลกใจหรอก พระชายาทรงคิดถึงท่านอ๋องยิ่งนัก"
"ขอรับพี่ผูเถา" บ่าวรับใช้ได้แต่เกาหัวตัวเองแล้วกลับมาทำหน้าที่ปรับดินในแปลงผักต่อ
ฟางลี่อินเดินตรงไปยังเรือนทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นเรือนของเว่ยอ๋อง เป็นเพราะเขาไม่อยู่เสียหลายวันทำให้นางคิดถึงใบหน้าอันหล่อเหล่านั้นแทบแย่แล้ว อย่างไรวันนี้ก็ต้องเติมพลังด้วยการมองหน้าของเขาให้มากๆ เมื่อเห็นองครักษ์คนสนิทของสามีนางก็เอ่ยทักด้วยความอารมณ์ดี
"ท่านอ๋องอยู่ด้านในใช่หรือไม่"
"ขอรับ แต่..." ยังไม่ทันได้เอ่ยต่อไปว่าท่านอ๋องกำลังอาบน้ำอยู่ ฟางลี่อินก็เปิดประตูเข้าห้องมาในทันที
ปัง!
"เหล่ากง!"
เสียงเปิดประตูทำให้คนด้านในตกใจไม่น้อย เดิมทีเขาได้ยินเสียงนางเดินมาแต่ไกลแล้วแต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าหญิงสาวจะโผล่เข้ามาเลยเช่นนี้ อย่างน้อยนางก็ควรเคาะประตูก่อนมิใช่หรือ
ไม่ต่างกันคนด้านนอกที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะก่อนเช่นนางก็ต้องตกใจเช่นกันเมื่อสามีที่พึ่งอาบน้ำเสร็จกำลังอยู่ในชุดที่หวาบหวิวชวนให้ใจสั่น แผงอกเปล่าเปลือย กล้ามหน้าท้องเนื้อแน่นเป็นลอน มีน้ำเกาะอยู่ทำเอาฟางลี่อินถึงกับมือไม้สั่น หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาหากแต่นิ้วมือไม่รักดีนี้ก็แทบปิดไม่มิดก่อนนางจะลอบมองผ่านร่องนิ้วที่ถ่างกว้าง
"จะเจ้า! หันหลังไปเดี๋ยวนี้นะ" ฟางลี่อินทำปากจู๋อย่างรู้สึกเสียดาย ก่อนจะหันหลังอย่างเชื่องช้า
"เหล่ากง ท่านหิวหรือไม่ อ๊ะ! ข้าตัดเสื้อผ้าให้ท่านสองสามชุดแต่ไม่แน่ใจว่าท่านจะใส่ได้พอดีหรือไม่ อย่างไรแล้วท่านช่วยสวมให้ข้าดูได้หรือไม่เจ้าคะ หากว่าไม่พอดีข้าจะได้นำไปแก้" ฟางลี่อินไม่ได้รอให้ชายหนุ่มอนุญาตนางก็หันหลังกลับมาพร้อมกับตรงไปที่ชุดดังกล่าวแล้วนำมาเพื่อจะช่วยเขาสวมมันกับมือ
"ไม่ต้อง! ขะ ข้าสวมเอง เจ้าไม่ต้องลำบาก"
"เหล่ากง ข้าไม่ลำบาก เพื่อท่านไม่ลำบากสักนิด"
ฟางลี่อินช่วยเขาแต่งตัวอย่างชำนาญ หญิงสาวลอบมองแผงอกของเขาหลายครั้งทั้งยังจินตนาการไปถึงภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้ ภาพยังคงชัดเจนติดตาอยู่เลย ช่างดียิ่งนัก! นางไม่นึกเลยว่านอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาแล้ว สามีของนางช่างมีดีอีกมากจริงๆ หญิงสาวได้แต่ลอบยิ้มกับตัวเองพร้อมกับคิดในใจว่า คุ้มค่ามากจริงๆที่แต่งงาน!
เสื้อผ้าที่นางตัดทุกตัวชายหนุ่มล้วนสวมใส่ได้อย่างพอดี ฟางลี่อินยกยิ้มอย่างภูมิใจเพราะผ้าที่นางเลือกใช้เป็นผ้าอย่างดีราคาแพงทั้งยังสวมใส่สบายเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรสามีของนางก็เป็นถึงเว่ยอ๋องจะปล่อยให้ผู้อื่นมาดูถูกสามีของนางได้อย่างไร
การเลี้ยงดูบุรุษงามย่อมต้องมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ไม่เป็นไรนางร่ำรวยอยู่แล้วสามีผู้เดียวเลี้ยงดูได้สบายๆ
"เหล่ากง ท่านใส่ได้พอดีทุกชุดเลย หล่อเหลายิ่งนักเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินส่งยิ้มให้เขา รอยยิ้มของหญิงสาวทำให้เว่ยอ๋องเผลอมองตามอยู่หลายครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะแสร้งกระแอมไอแล้วเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย
"ลำบากฮูหยินแล้ว"
"ไม่เลย! ข้ายินดีเจ้าค่ะ ท่านหิวหรือไม่"
"ข้ากินมาแล้ว"
"เช่นนั้น... ท่านจะพักผ่อนใช่หรือไม่"
"อื้ม คิดว่าจะหลับสักตื่น"
"เช่นนั้น... ท่านพักผ่อนเถิด ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว" ฟางลี่อินเอ่ยก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ในขณะที่สายตาของเขายังคงมองตามร่างบางของภรรยาจนกระทั่งสุดสายตา
ชายหนุ่มก้มลงมองดูเสื้อผ้าที่หญิงสาวกล่าวว่านางเป็นคนตัดเย็บให้เขาเองกับมือ ดูก็รู้ว่าผ้านี้มีราคามากเพียงใดของดีมีราคาเช่นนี้นางก็ยังใจดีนำออกมาจากสินเดิมแล้วตัดเย็บชุดให้กับเขาเสียหลายชุดโดยไม่เสียดาย ช่างเป็นภรรยาที่ใจกว้างเสียจริง แต่... อย่างไรก็ต้องขอบคุณนางละนะ ชุดเหล่านี้ตัดเย็บออกมาได้ดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว ชายหนุ่มคิดในใจพร้อมกับยกยิ้มกับตนเองเบาๆ
"ถ้าหากข้าใส่นอน ชุดก็คงจะยับเสียเปล่าๆ เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นนั่งอ่านตำราแทนก็แล้วกัน" กล่าวจบเขาก็เดินตรงไปยังห้องตำราก่อนที่จะนั่งลงในห้องนั้นจนกระทั่งเย็น
"แต่ข้าปรารถนาจะได้มันมาครอบครอง" สตรีผู้นั้นกล่าวอย่างต้องการเอาชนะ แท้จริงแล้วนางคือจางเหมยฮวา คุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีกรมคลังคนใหม่หญิงสาวเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อต้องการแต่งเข้าจวนเว่ยอ๋อง แต่เพราะบิดาไม่เห็นด้วยจึงได้หลบหนีจากจวนมาพร้อมกับองครักษ์ นางได้ยินว่าพระชายาเว่ยอ๋องนั้นไม่งดงามเท่านางและเมื่อได้ยลโฉมของอีกฝ่ายจางเหมยฮวาก็คิดว่าข่าวลือนั้นช่างไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย เพราะฟางลี่อินไม่ใช่ว่าไม่งดงามเท่านางหากแต่เทียบนางไม่ได้แม้แต่กระผีกเดียวด้วยซ้ำ"ข้าตกลงซื้อเครื่องดนตรีชิ้นนี้แล้ว ทั้งคนขายก็ยังตกลงแล้วว่าจะขายมันให้กับข้าไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้ไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรอกหรือจึงได้เสนอหน้าเข้ามาแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่น" ฟางลี่อินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สตรีเช่นนี้ทั้งชีวิตของนางเจอมานักต่อนักดูท่านางคงไม่ได้ต้องการจะซื้อไวโอลินเครื่องนี้เพราะอยากจะได้จริงๆ เพียงแค่ต้องการอยากจะเอาชนะก็เท่านั้นเองวาจาตรงไปตรงมาของฟางลี่อินทำให้จางเหมยฮวารู้สึกโกรธจนควันออกหู เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจึงทำให้นางมองไม่เห็นหัวผู้ใดทั้งสิ้น เป็นพระชายาเว่ยอ๋องแล้วอย่างไร ยามนี้ก็อายุมาก
เจ็ดปีผ่านไปซานตงกลายเป็นเขตพื้นที่ที่แสนอุดมสมบูรณ์ จากเมื่อก่อนที่แสนแห้งแล้งชาวเมืองยากแค้นหลังจากที่เว่ยอ๋องใช้เวลากว่าสิบปีที่นี่ก็กลายเป็นเขตพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้เมืองหลวง ผู้คนต่างเดินทางไปมาเพื่อทำมาค้าขาย ชาวเมืองอยู่ดีกินดี มีเนื้อให้กิน มีผักให้ปลูก ยามหน้าหนาวก็มีถ่านให้ใช้ ยามหน้าร้อนก็ยังมีน้ำแข็งให้ได้ลอง ทุกอย่างล้วนเกิดจากแรงกายที่มุ่งหวังที่จะให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเว่ยอ๋องทั้งสิ้นนอกจากสินค้าทุกอย่างจะถูกตรวจสอบเพื่อกำหนดไม่ให้มีราคาที่แพงเกินไปแล้ว หากร้านค้าใดที่จำหน่ายสินค้าแพงเกินคุณภาพจะต้องถูกปรับและจะต้องถูกยึดใบอนุญาตค้าขายอีกด้วยท่าเรือก็มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับชาวโพ้นทะเลของแปลกตาหลายสิ่งหลายอย่างอย่างถูกนำมาจัดวางขาย หากสิ่งใดที่เป็นที่คุ้นตาในโลกก่อนก็มักจะถูกฟางลี่อินซื้อมาเก็บไว้ที่จวน ตัวอย่างเช่นเครื่องดนตรี ทำให้เว่ยอ๋องต้องสั่งช่างไม้ให้สร้างเรือนหลังใหม่ให้กับนางเพื่อเอาไว้ใช้เก็บข้าวของเหล่านี้โดยเฉพาะ"พระชายาเพคะ มีข่าวลือว่าวันนี้เรือของชาวโพ้นทะเลจะเทียบท่าเจ้าค่ะ" หลันซีเอ่ยรายงานให้นายหญิงของตนได้ทราบ"จริงหรื
"ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นนะ! " หญิงสาวเริ่มจะมีโทสะจริงๆ เสียแล้ว เจียงสือที่เห็นท่าทีที่เข้าใจยากของสตรีตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาเกี้ยวนางมานานเกือบปีแล้วแต่ดูเหมือนนางจะไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด"เหตุใดข้าต้องล้อเล่น เอาละ ตาข้าถามเจ้าบ้าง เจ้ากำลังคิดที่จะแต่งงานเช่นนั้นหรือ? " หลี่เซียงมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจหากแต่ก็ตอบไปตามจริง"ถูกต้องแล้ว""เจ้าคิดจะแต่งกับผู้ใด" เจียงสือเอ่ยถามนางด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นหลี่เซียงจึงนั่งลงที่บนเก้าอี้ที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะน้ำชา"ผู้ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรักข้าขอเพียงให้เกียรติข้าและยินยอมให้ข้าทำทุกสิ่งได้ตามใจต้องการก็พอ" หญิงสาวเอ่ยอย่างจริงจัง นางไม่ได้ต้องการความรัก นางต้องการเพียงอิสระที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่นางต้องการ สามีจะมีอนุภรรยาสักกี่คนก็ล้วนได้ทั้งหมด ขอเพียงเขายังคงให้เกียรตินางในฐานะภรรยาและยินยอมให้นางทำสิ่งใดก็ได้อย่างอิสระ เท่านั้นก็นับว่าดีพอแล้ว"เช่นนั้นก็แต่งกับข้า" เจียงสือเอ่ยออกมาตามจริงโดยไม่ต้องคิดให้มากความ เดิมทีเขาเองก็ชอบพอนางอยู่แล้ว เรื่องตามใจนั้นก็ล้วนเป็นที่แน่นอนหากนางต้อง
พักหลังมานี้หลี่เซียงใช้เวลาทุ่มเทฝึกฝนน้องชายให้กลายเป็นผู้นำตระกูลที่เข้มแข็งในภายหน้าทำให้นางแทบจะไม่มีเวลาดูแลตนเองเลย โชคดีที่ได้เคล็ดลับการบำรุงผิวมาจากพระชายาเว่ยอ๋อง ทำให้แม้ว่านางจะตรากตรำทำงานหนักนอนดึกเพียงใดรอยเหี่ยวย่นก็ไม่สามารถทำร้ายนางได้แม้แต่น้อย"คุณหนูเจ้าคะ น้ำมันแกะนี้ดียิ่งเจ้าค่ะบ่าวรู้สึกว่าผิวของท่านดูเหมือนจะขาวผ่องขึ้นกว่าเดิมมากนัก" สาวใช้ของหลี่เซียงเอ่ยชม"ข้าก็คิดเช่นนั้น เจ้าว่าหากว่าเรานำมาขายคงจะได้กำไรดีไม่น้อยเพียงแต่ต้นทุนสูงยิ่งทั้งยังมีจำนวนจำกัด""คุณหนูท่านเก็บเอาไว้ใช้เองดีกว่าเจ้าค่ะ" สาวใช้เอ่ยตามจริงของมีไม่มากทั้งยังราคาแพงมิสู้ให้คุณหนูของนางเก็บเอาไว้บำรุงตนเองดีเสียกว่า"อื้ม เสียดายยิ่ง ข้าคิดว่าจะหากำไรจากมันได้อีกมากเสียอีก เอ้อ! จริงสิข้าว่าข้าเดินทางขึ้นเหนือสักครั้งดีกว่า""จะดีหรือเจ้าคะ? ผู้ใดก็รู้ว่าแดนเหนือนั้นมีแต่หิมะทั้งยังหนาวเย็นตลอดทั้งปีระยะทางก็ไกลแสนไกล ผู้อาวุโสในตระกูลจะต้องไม่เห็นด้วยเป็นแน่เจ้าค่ะ""เฮ้อ! ข้าอยากจะมีอิสระบ้าง" อยู่ ๆ หลี่เซียงก็ตะโกนออกมาเสียงไม่เบานัก นางเบื่อที่จะต้องมานั่งคำนวณบัญชีในทุกๆ วันค
เดินทางมานานกว่าสองชั่วยามสุดท้ายก็มาถึงชายป่าแห่งหนึ่งทั้งสองก็ต้องลงเดินอีกราวครึ่งชั่วยาม ก่อนจะถึงที่พักที่เป็นเรือนที่ตั้งอยู่บนหุบเขา เส้นทางไม่ได้ลำบากราวกับถูกเตรียมไว้เป็นอย่างดี เรือนไม้ไผ่งดงามเหมือนพึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ไม่นานนี้ ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าดอกเหมยที่กินพื้นที่เรือนโดยรอบทั้งหมด ฟางลี่อินที่เห็นที่นี่เป็นครั้งแรกก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก ที่นี่งดงามมากจริงๆ ทั้งยังเงียบสงบอีกต่างหาก"เรือนผู้ใดหรือเจ้าคะ?" หญิงสาวหันไปเอ่ยถามสามี"ของเจ้า""ของข้า? " เมื่อได้ยินว่าเป็นเรือนที่ชายหนุ่มสร้างไว้เพื่อนาง หญิงสาวจึงรู้สึกทั้งประหลาดใจและยินดียิ่ง ก่อนจะนึกว่าเขาเอาเวลาใดมาสร้างเรือนที่งดงามเช่นนี้ให้กับนาง เหตุใดนางจึงไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย"อื้ม เข้าไปข้างในกันเถิด""เจ้าค่ะ"ภายในเรือนมีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่พอประมาณ เดินผ่านฉากกั้นเข้าไปก็เป็นในส่วนของเตียงนอนที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สามารถนอนได้สองคนพอดิบพอดี"ชอบหรือไม่? " เว่ยอ๋องเดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลังก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ซอกคอของหญิงสาวทำเอาฟางลี่อินถึงกับขนลุกเกรียว ท่าทางเช่นนี้นางย่อมเข้าใจได้ดีว่าชา
หลังจากที่ตลอดสามเดือนนั้นไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม สุดท้ายแล้วเว่ยอ๋องก็ได้มีวันเวลาดีๆ เช่นผู้อื่นเสียที ใครกันที่กล่าวว่าการเป็นอ๋องปกครองนั้นสุขสบายเขาอยากจะจับพวกมันมาทำงานแทนเขายิ่งนัก แต่แม้จะไม่ได้สุขสบายเช่นอยู่ในเมืองหลวงก็ตาม หากแต่มีอิสระอย่างที่เมืองหลวงไม่สามารถมีได้ ชายหนุ่มกำลังนอนหนุนอยู่บนตักของภรรยา ในขณะที่ฟางลี่อินกำลังใช้ไม้ปลายขนนกทำความสะอาดหูให้เขา เว่ยอ๋องสั่งให้แม่นมนำตัวจิ้นฝูซานไปดูแลเพราะวันนี้เขาต้องการอยู่กับภรรยาเพียงลำพังโดยที่ไม่มีผู้ใดมาขัดขวาง หากเจ้าก้อนกลมนั่นอยู่ด้วยภรรยาก็จะเอาแต่ดูแลบุตรชายและละเลยเขาในที่สุด"เหล่ากง เหตุใดวันนี้จึงได้ว่างได้เจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย"จัดการกับกลุ่มค้าเกลือเถื่อนเสร็จก็ส่งมอบคนให้เจียงสือนำตัวพวกเขาเข้าเมืองหลวงไปแล้ว""แล้วท่านไม่ต้องไปด้วยหรอกหรือเจ้าคะ? ""ไม่ต้องหรอก"เว่ยอ๋องตอบภรรยาในขณะที่ดวงตาของเขายังปิดสนิท"คุณชายเจียงนี่ ใช่คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงหรือไม่? " เมื่อเว่ยอ๋องได้ยินภรรยาเอ่ยถามถึงบุรุษอื่น ดวงตาคมเข้มก็เบิกกว้างขึ้นในทันที ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจดจ้องมาที่หญิงสาวพร้อมกับกลิ่นน้
ตลอดการเดินทางเกือบสองเดือนที่ฟางลี่อินได้แต่นั่งแล้วก็นอนบนรถม้า สุดท้ายแล้วก็เดินทางมาถึงยังหัวเมืองซานตงเสียที หญิงสาวมองดูความเงียบสงัดแม้ในเวลากลางวัน หัวเมืองซานตงแม้
ผิงเซียวแจ้งความประสงค์ว่าพระชายาต้องการออกไปเดินเล่นในเมือง จิ้นฝานเห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกอย่างหญิงสาวคงจะรู้สึกเบื่อที่เอาแต่ตามติดเขาจึงต้องการเปิดหูเปิดตานอกจวนเสียบ้างจ
สองสามีทานสำรับเย็นพร้อมกันฟางลี่อินยังคงเอาอกเอาใจสามีเช่นเคย เว่ยอ๋องไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวเพราะคิดว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันเขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของนางด้วยคว
ทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากเรือนของสามีก็เอาแต่ยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน นางสั่งให้โรงครัวเตรียมทำมือเย็นแสนอร่อยเอาไว้รอท่าสามีหลังจากที่เขาตื่น เย็นนี้จะได้ทานอาหารด้วยกัน







