Share

บทที่2

last update Last Updated: 2025-11-05 20:53:44

บทที่ 2

หานซางจื่อนั้นปล่อยใจให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยคิดว่าเมื่ออายุครบสิบเก้าหนาว หากนางยังไม่แต่งงานออกเรือนไปกับคุณชายสกุลใดก็จะสามารถออกไปทำการค้าเป็นของตนเองได้แล้วไม่จำเป็นต้องอาศัยและพึ่งพาบารมีของบิดาอีก แต่ใครจะคาดวันนั้นจะทำลายความฝันของนางไปจนสิ้นยากจะหวนคืนกลับมาได้อีกต่อไป

“หากเจ้ารับปากแต่งงานกับซู่จิ้งอ๋อง เปิ่นกงรับรองว่าพี่ชายคนรองของเจ้าจะได้แยกจวน และมีตำแหน่งในกองทัพมั่นคง และไม่น้อยหน้าคุณชายใหญ่หานแน่นอน”

วันนั้นนางถูกซ่งฮองเฮาผู้มีศักดิ์เป็น ‘เสด็จป้า’ เรียกตัวมาเข้าเฝ้าตั้งแต่ท้องฟ้าของ ‘มหานครจิ้งหยาง’ ยังไม่กระจ่าง แต่สาวน้อยไม่คิดเลยจริงๆ ว่าการเข้าเฝ้าในวันนั้นจะเป็นการบีบคั้นให้นางแต่งงานกับบุรุษที่มีสตรีอื่นในดวงใจอยู่แล้วจนได้

แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือข้อแลกเปลี่ยนอันเย้ายวนใจที่ซ่งฮองเฮาเสนอให้ขณะนั้นต่างหากที่ทำให้หานซางจื่อนั้นหนักใจ เด็กสาวอยากจะเห็นแก่ตัว อยากจะปฏิเสธออกไปใจแทบขาด แต่ความลำบากใจของผู้เป็นพี่ชายและมารดานั้นมันก็รบกวนจิตใจของสาวน้อยอยู่มากโขทีเดียว การเป็นคุณชายรองที่เกิดจากฮูหยินรองของหานซางอวี่ไม่ได้ดีเด่นอันใด

“หลายปีมานี้ในสกุลหานของบิดาเจ้านั้นคาดว่าท่านแม่ของเจ้าด้วยฐานะฮูหยินรองต้องลำบากและอดทนเพียงใด เปิ่นกงคงไม่ต้องอธิบายอันใดเจ้าย่อมรู้แจ้งมิใช่หรือ ไหนจะพี่ชายของเจ้า คุณชายรองหานซางอวี่ผู้นั้นก็อีก ต่อให้เก่งกาจฉลาดเฉลียวเพียงใด สุดท้ายก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณชายใหญ่ หานเจาจงมิใช่หรือ แต่หากเจ้ายอมรับข้อเสนอของเปิ่นกง แต่งงานไปเป็นพระชายาของซู่จิ้งอ๋องเท่านั้น จวนใหม่ ที่ดิน ทรัพย์สิน กับยศศักดิ์ในกองทัพของพี่ชายคนรองของเจ้านั้น เปิ่นกงล้วนจัดสรรให้ได้ทั้งหมด คิดดูให้ดีนะซางจื่อ”

ซ่งฮองเฮากล่าวออกมาอย่างใจกว้าง แต่ความจริงก็คือ นางแค่หวังถึงผลงานใหญ่กำจัดเสี้ยนหนามให้กับบุตรชายของตนเองเช่นองค์ไท่จื่อจ้าวหลงเฉินเท่านั้น ยอมสูญเสียเพียงเท่านี้นางนับว่าเล็กน้อยอย่างยิ่ง และการส่งหานซางจื่อไปอยู่ข้างกายของจ้าวเหลียงอี้เอาไว้ นางจึงค่อยสบายใจได้อยู่บ้าง

“หม่อมฉัน…”

หานซางจื่ออัดอั้นตันใจอย่างยิ่ง เพราะการตัดสินใจของนางมันสำคัญกับมารดาและพี่ชายไม่น้อย เพราะมันคือความสุขทั้งชีวิตของหานซางอวี่ บุรุษที่ไร้อำนาจก็เปรียบเสมือนงูที่ไม่มีพิษ พยัคฆ์ที่ไร้เขี้ยวเล็บ ช้างที่ไม่มีงา เปรียบเสมือนนกที่ถูกเด็ดปีก สิบหกหนาวในจวนสกุลหานเป็นเช่นไรนางย่อมรู้แจ้งจริงดังที่ซ่งฮองเฮากล่าวมาทั้งหมด

“ดื่มน้ำชานี่ก่อนสิซางจื่อ”

เหงื่อกาฬของเด็กสาววัยสิบหกพลันไหลซึมเต็มแผ่นหลัง น้ำชาส่งกลิ่นหอมชวนกระหาย แต่หานซางจื่อกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้วมือยื่นออกไปรับถ้วยน้ำชาหรูหราใบนั้นราวอึดใจหนึ่งเลยทีเดียว กว่านางจะดึงสติแล้วควบคุมตัวเองจนสามารถฝืนใจยื่นมือออกไปรับถ้วยน้ำชามาดื่มลงท้องไปได้ในท้ายที่สุดด้วยมือที่ถูกบังคับให้มั่นคงและสงบนิ่ง

“ดีมาก หึ หึ หึ ดียิ่ง!”

แววตาของซ่งฮองเฮากระจ่างไปด้วยความอำมหิตจนหานซางจื่อรู้สึกหนาวสะท้าน แต่กลับยังซ่อนทุกกิริยาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน แต่เพียงครู่สาวน้อยก็รับรู้ได้ช้าๆ ว่าน้ำชาถ้วยเมื่อครู่มีปัญหาเข้าแล้ว

“!!!?” 

“ก็แค่… ‘น้ำค้างเหมันต์’ เท่านั้น ซางเอ๋อร์ หากเจ้าเป็นเด็กดียอมแต่งงานกับซู่จิ้งอ๋อง เพียงสามฤดูหนาว เปิ่นกงสัญญาว่าจะถอนพิษให้เจ้า และตลอดเวลาระยะสามหนาวก่อนที่เจ้าจะหย่าขาด หรือกำจัดซู่จิ้งอ๋องไปได้ เปิ่นกงกล้ารับประกันว่า จะให้ยาบรรเทาอาการหนาวเข้ากระดูกแก่เจ้าไม่ขาดแน่นอน ส่วนเรื่องพี่ชายกับมารดาของเจ้านั้นแน่นอนว่าทุกสิ่งย่อมเป็นไปดังที่เปิ่นกงกล่าวเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่มทุกประการขอเพียงเจ้า ‘ยินยอม’ เท่านั้น”

เป็นเช่นนี้นางจะยังมีทางเลือกใดได้อยู่อีกหากไม่ตกลง ‘น้ำค้างเหมันต์’ นี้เป็นยาพิษที่ร้ายกาจเพียงใดมีหรือหานซางจื่อจะไม่กระจ่าง และยิ่งกว่ากระจ่างก็คือฤทธิ์ของมันที่แสนจะโหดร้ายหากผู้ถูกพิษร้ายได้ตายลงในทันทียังนับว่าปรานีกันอยู่ แต่น้ำค้างเหมันต์นี้กลับเป็นยาพิษที่เหี้ยมโหดกว่านั้นยิ่งนักเนื่องจาก ‘น้ำค้างเหมันต์’ นั้นจะสำแดงฤทธิ์เดชทุกสิบห้าวันด้วยอาการหนาวเหน็บกัดกินลึกไปถึงกระดูกหากไร้ยาบรรเทาพิษที่จะมีเพียงผู้วางยาเท่านั้นที่มี ถึงนางไม่กลัวตายก็จริง แต่ความเจ็บปวดนั้นผู้ใดต้องการสัมผัสกันเล่า?

“ตกลงเพคะ!”

นั่นย่อมเป็นคำตอบที่ซ่งฮองเฮาแสนจะพึงใจอย่างยิ่ง ทว่าหานซางจื่อนั้นกลับกล้ำกลืนฝืนทนเหลือแสน ก็ผู้ใดเล่าจะอยากตกไปอยู่ตรงกลางระหว่างหมากช่วงชิงอำนาจของพวกราชวงศ์ สตรีอีกหลายคนอาจมีบ้างที่พึงใจที่จะได้เป็นสตรีของซู่จิ้งอ๋อง แต่นางผู้หนึ่งกลับไม่เคยคิดต้องการจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ทว่าสุดท้ายต่อให้ในใจของเด็กสาวไม่ต้องการแต่กลับไร้อำนาจจะไปต่อกรกับสตรีอันดับหนึ่งแห่งเทียนสุ่ยไปได้

ดังนั้นแล้วในวันนี้นางจึงต้องมาอยู่ในฐานะยากลำบากดังที่เห็น เป็นพระชายาที่สวามียิ่งกว่าชิงชัง คงไม่ต้องกล่าวถึงมารดาของสวามีเช่นเฝิงกุ้ยเฟย วันนี้สำหรับสตรีอื่นคงเป็นวันชื่นคืนสุข แต่สำหรับหานซางจื่อกลับเป็นก้าวแรกที่เดินลงสู่ขุมนรกอันลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึงความลึกลับกับภัยต่างๆ ที่รอคอยอยู่ตรงหน้า

นางตกมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและแย่งชิงระหว่างฝ่ายของเฝิงกุ้ยเฟยกับฝ่ายของซ่งฮองเฮา ขณะที่นางพญาหงส์ทั้งสองจิกตีต่อสู้กัน ที่ย่อยยับเกรงว่าจะเป็นนางแต่เพียงผู้เดียวแล้ว แต่เมื่อเลือกไม่ได้ นางก็มีเพียงเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยสติที่มั่นคงจึงยังพอจะเห็นหนทางรอดที่อยู่ไกลโพ้นได้อยู่บ้าง

ยังดีที่หลังจากนางยอมรับปาก และฮ่องเต้พระราชทานสมรสเป็นที่แน่นอนแล้ว ก่อนนางถูกซ่งฮองเฮารับตัวเข้าวังไปเรียนรู้กฎเกณฑ์และธรรมเนียมปฏิบัติของชาวราชวงศ์ สตรีอันดับหนึ่งแห่งเทียนสุ่ยก็ยังรักษาสัญญามอบตำแหน่งให้หานซางอวี่ผู้เป็นคุณชายรอง และเป็นพี่ชายแท้ๆ ของนาง พร้อมทั้งจวนกับที่ดินอีกห้าร้อยหมู่ มารดาของนางจึงไม่ต้องทนอยู่ในจวนสกุลหานของบิดาอีกต่อไป

เพียงเท่านี้หานซ่างจื่อก็นับว่าสบายใจแล้ว ถึงพี่ชายกับมารดาจะต้องไปอยู่ไกลถึงแคว้นหย่งโจว แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณชายใหญ่และฮูหยินใหญ่ในจวนหนานไค่กั๋วกง ยิ่งสองหนาวที่ผ่านมาบิดาของพวกนางร่างกายอ่อนแอสามวันดีอีกสี่วันกลับป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อด้วยแล้ว ฐานะของพวกนางทั้งสามชีวิตก็ยิ่งลำบากราวกับตกขุมนรกก็มิปาน ต่อให้บัดนี้ตนเองเพียงแค่ย้ายมาอยู่ยังนรกขุมใหม่ แต่พี่ชายกับมารดาหลุดพ้นหานซางจื่อก็พอจะยอมรับได้อยู่บ้าง

“พอแล้วละ เปิ่นหวางเฟยหิวมากแล้ว อาบเพียงเท่านี้เถิดถิงเฟย ซูผิง”

หลังจากปล่อยใจล่องลอยไปไกลถึงอดีตอันแสนขมขื่นและปวดร้าวอย่างแสนสาหัสอยู่ครู่ใหญ่ หานซางจื่อก็ทนหิวไม่ไหว จึงยุติการอาบน้ำแต่เพียงเท่านั้น และเมื่อนางออกมายังห้องหออีกครั้ง อาหารร้อนๆ ก็เตรียมพร้อมพอดี

“พวกเจ้าก็มากินเสียด้วยกันเลยสิ อาหารมากถึงเพียงนี้เปิ่นหวางเฟยคงกินแต่เพียงผู้เดียวไม่หมดเป็นแน่”

ทรุดกายลงนั่งแล้วหานซางจื่อจึงเอ่ยปากชวนนางกำนัลทั้งสองรวมไปถิงเฟยคนสนิทของตนเองด้วย แต่ทั้งหงเจี๋ยและซูผิงต่างเร่งรีบออกปากปฏิเสธอย่างว่องไว

“มิได้เพคะพระชายาหาน หากเหลิ่งกงกงทราบเรื่องเข้า พวกเราจะถูกโบยอย่างหนัก เรื่องกฎเกณฑ์นี้ที่ตำหนักซู่จิ้งอ๋องไม่เคร่งครัดก็จริง แต่ขณะนี้เหลิ่งกงกงกับแม่นมจางต่างเคร่งครัดอย่างยิ่งเพคะ!”

เป็นหงเจี๋ยที่เร่งบอกกล่าวปากคอสั่นไปหมด หานซางจื่อได้ฟังก็เข้าใจได้ ความจริงนางก็เพียงอยากผูกมิตรหาพวกของตนเองก็เท่านั้น ทว่าดูแล้วนางจะลงมือเร็วไป จึงทำเพียงโบกมือว่าไม่เป็นอันใด สุดท้ายเพื่อระวังตัวเอาไว้นางจึงกินข้าวมื้อดึกแค่เพียงลำพังเท่านั้น

กินของดีหรูหราอีกทั้งวัตถุดิบ และการปรุงรสย่อมดีเยี่ยมอีกทั้งอาหารยังร้อน แต่หานซางจื่อกลับกินอะไรก็ไม่ถูกปากสักอย่างเดียว แต่เพราะตนเองยังต้องมีพลัง หากท้องไม่อิ่มจะเอาพลังกายใดไปสู้กับปัญหาในยามเช้าของวันพรุ่งนี้ที่รออยู่

คาดว่าป่านนี้เฝิงกุ้ยเฟยที่พักอยู่อีกฝั่งของตำหนักคงทราบแล้วเป็นแน่ว่า บุตรชายของตนเองได้หลบหนีราตรีเข้าหอไปนอนยังโรงเลี้ยงม้าเสียแล้ว ซึ่งหากเป็นปกติคนถูกตำหนิย่อมเป็นบุรุษนามจ้าวเหลียงอี้ แต่บังเอิญว่าระหว่างนางกับมารดาของสามีนั้นไม่ปกติ แน่นอนเมื่อยามเช้ามาเยือนที่โดนเล่นงานย่อมเป็นตัวของนางเองอย่างไม่ต้องคาดเดาอะไรให้เหนื่อย เช่นนั้นคืนนี้มีโอกาสกินอาหารดีๆ นางต้องกินให้อิ่มหนำและเต็มท้องเข้าไว้

เสร็จแล้วก็ต้องเร่งเข้านอน ยิ่งดูแล้วเหลือเวลาไม่ถึงสองชั่วยามก็จะถึงอรุณรุ่งมาเยือน หานซางจื่อจึงเร่งรีบกินจนอิ่มแล้วแต่งกายรัดกุมจากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงหลับไปทันที เพราะนี่คือโอกาสอันน้อยนิดที่จะได้กินอิ่มนอนอุ่น นางต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้แล้วกอดมันจนชื่นใจ พอยามเช้ามาถึงจะได้ไม่เสียใจ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   ตอนพิเศษ(2)

    ‘ที่แท้ทุกสิ่งที่ข้าลืมไปกลับเป็นเรื่องสำคัญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?’ ฉางเฉียนเกอลืมตาขึ้นหลังจากทุกสิ่งกระจ่างไม่ใช่เรื่องที่นางหลงลืมไป ทว่าแม้แต่เรื่องเมื่อครั้งนางลงไปเผชิญด่านเคราะห์เป็นมนุษย์นามว่าหานซางจื่อ ก็ล้วนจดจำได้ทั้งหมด ทั้งที่ปกติแล้วเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกลบเลือนไป เพราะการไปเกิดเช่นนั้นก็เหมือนความฝันหนึ่งคืนตื่นมาก็จะเลือนหายไปแต่คราวนี้ฉางเฉียนเกอกลับจดจำได้ทั้งหมด แม้แต่ความรู้สึกสุดท้าย หรือคำมั่นสัญญาระหว่างตนเองและหลี่เหลียงอี้ที่อยู่ในฐานะมนุษย์ผู้หนึ่งนามว่า จ้าวเหลียงอี้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองบนสะพานที่มีสายฝนกำลังโปรยปรายลงมาบางเบา เท้าเรียวก้าวขึ้นไปคราวนี้ไม่มั่นคงเช่นในยามที่นางก้าวออกจากตำหนักส่วนตัวมาแม้แต่น้อยความรู้สึกผิดเป็นสาเหตุแห่งอาการไม่มั่นคงนี้ เพราะตั้งแต่ต้นจนจบฉางเฉียนเกอรู้สึกว่าเป็นนางเองที่ไม่เคยใส่ใจบุรุษผู้นั้นเลย นางทอดทิ้งเขาครั้งแล้วครั้งเล่าแถมยังลืมทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อนาง แม้แต่การลงไปจุติผ่านด่านเคราะห์คราวนี้สำเร็จก็เป็นเขาทั้งหมด หญิงสาวรู้สึกว่าตนเองคิดค้างอีกฝ่ายมากจริงๆเท้าเรียวก้าวเนิบช้า หูสองข้างได้ยินเสียงเม็ดฝนตกกระท

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   ตอนพิเศษ(1)

    ตอนพิเศษเท้าเรียวในรองเท้าปักลวดลายวิจิตรก้าวไปข้างหน้าด้วยจังหวะสม่ำเสมอและมั่นคง พาเรือนกายอรในอาภรณ์สีฟ้าสดใสตรงไปยังจุดหมายประจำที่นางรู้สึกว่า ตนเองกำลังรอคนผู้หนึ่งอยู่ แต่นางกลับจดจำมิได้ว่าตนเองกำลังรอผู้ใดกันแน่นับตั้งแต่นางลงไปผ่านด่านเคราะห์ในโลกมนุษย์เพื่อซ่อมแซมตบะที่เสียหายจากสงครามระหว่างเผ่าเทพกับดินแดนปีศาจเมื่อหนึ่งพันปีก่อน‘ฉางเฉียนเกอซ่างเสิน’ คือนามของนาง เทพสงครามจากเผ่ามังกรฟ้าที่ปกครองทะเลดินแดนบูรพามาช้านานแต่ในสงครามครั้งนั้นนางบาดเจ็บหนักจนเข้าสู่การหลับใหลไปเกือบหนึ่งพันปีเมื่อตื่นขึ้นมาตบะยังไม่มั่นคงเทียนจวินจึงให้นางลงไปผ่านด่านเคราะห์รักที่ไม่สมหวังเป็นเวลาสิบแปดหนาวในโลกมนุษย์ ซึ่งนี่ก็ผ่านมาสี่เดือนเศษแล้วที่นางได้กลับมาจากโลกมนุษย์ ร่างกายและตบะของนางนั้นกลับมาเป็นปกติดีแล้วแต่เหตุใดก็สุดจะรู้แจ้ง ความทรงจำบางช่วงกลับหายไป ซึ่งเหล่าผู้เฒ่าในเผ่ามังกรฟ้าของนางต่างลงความเห็นว่าอาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บนั้นรุนแรงจนเกือบดวงจิตแตกดับยังดีว่าคู่หมั้นของนาง ที่นางเองก็ยังไม่เคยพบหน้าเช่นองค์ชายจากเผ่าหงส์เพลิงใช้ตบะของเขาห้าพันปีสวรรค์ถ่ายมารักษาดวงจิตที่

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   ตอนอวสาน(2)

    ดังนั้นในยามกลางวันจ้าวเหลียงอี้จึงออกว่าราชการ พอตกค่ำก็มาอยู่เฝ้าศพ คอยจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทอง พอมีเวลาเหลือในยามกลางวันเขาก็ไปดูการก่อสร้างสุสาน พอถึงเวลากินเขาก็กินและดื่ม ชีวิตของจ้าวเหลียงอี้เป็นเช่นนั้นจนผ่านไปถึงหนึ่งหนาว สุสานเสร็จสิ้นพิธีบรรจุพระศพของพระชายาเอกของจวิ้นอ๋องจึงเริ่มขึ้นผ่านไปอีกสามหนาวจ้าวหลงเฉินที่เพิ่งขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนผู้เป็นพระบิดาที่สละราชบัลลังก์เพื่อจะพักผ่อนในช่วงบั้นปลายของชีวิตก็ทนเห็นน้องชายคนเดียวมีชีวิตราวกับหุ่นดินเหนียวอีกต่อไม่ไม่ไหวจึงคิดจะพระราชทานสมรสให้ แต่มิคาดจ้าวเหลียงอี้กลับยื่นคำขาด หากออกพระราชโองการมายามใดเขาก็จะออกบวชเสียยามนั้น ทำเอาฮ่องเต้เองก็ไม่กล้าจะเขียนราชโองการขึ้นมาเช่นกัน!วันเวลานั้นผ่านไปราวกับสายน้ำ วันนี้ก็ครบสิบเจ็ดหนาวแล้วที่หานซางจื่อจากไป ตงหยางที่เขาและนางร่วมกันกอบกู้คืนมาเจริญรุ่งเรืองจนนับเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของเทียนสุ่ยได้อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากไปทำความสะอาดสุสานของนางแล้ว จ้าวเหลียงอี้ก็ขี่ม้าขึ้นไปบนกำแพงเมือง ในมือก็มีกิ่งของต้นฝูหรงฮวากับดอกที่เบ่งบานอยู่หลายดอกขึ้นไปด้วย“ข้าไม่เคยผิดต่อเจ้าเ

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   ตอนอวสาน(1)

    ตอนอวสานเขาขมขื่นจนบรรยายไม่ถูก เจ็บราวกับถูกควักดวงใจทั้งที่ยังหายใจอยู่เป็นเช่นไรวันนี้เขารู้ซึ้งแล้ว แต่กลับไม่อาจทำอันใดได้เลย มีเพียงยอมมองมือของพญายมควักเอาดวงใจของเขาไปต่อหน้าตาเช่นนี้้“แผ่นหลังนั้นก็คือพี่อี้ เฉียนเกอรักท่านนับตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า ช่างน่าขันยิ่งนัก น่าขบขันจริงๆ การตกหลุมรักนี้แค่เห็นเพียงด้านหลังของท่านเฉียนเกอกลับรักอย่างงมงายได้ในทันที หรือแท้จริงแล้ว เฉียนเกออาจตามหาเจ้าของแผ่นหลังนั้นมาตั้งแต่ชาติก่อนกันแน่ก็มิอาจทราบได้ อึก! อ้วก!”ยังกล่าวความในใจไม่หมด นางกลับอาเจียนออกมาอย่างหนัก คราวนี้แม้แต่แรงจะหายใจหานซางจื่อก็รู้สึกว่าจะไม่เหลือแล้ว ดังนั้นหลังจากจ้าวเหลียงอี้ทำความสะอาดและช่วยเปลี่ยนชุดให้นางใหม่ด้วยตนเองแล้วหญิงสาวจึงทำเพียงอิงแอบแนบใบหน้ากับหน้าอกด้านซ้ายของอีกฝ่ายแล้วฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นไปอย่างสงบ นี่คือความสุขสุดท้ายของนางที่ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับโอกาสมาก่อน“เจ้าไปรอข้าก่อนนะ อีกไม่นานข้าจะตามไปพบกับเจ้า จงรอข้าที่สะพานแห่งนั้น สัญญาว่าข้าจะไปพบเจ้าแน่นอน”“คำไหนคำนั้น...”“คำไหนคำนั้น...”สายลมของต้นยามอู่เพิ่งพัดโชยเอื่อยมาสัมผัสผิ

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   บทที่56.2

    เฝิงกุ้ยเฟยตกตะลึงกับความจริงที่ได้ประจักษ์ ไม่ต่างจากถิงเฟย เด็กสาวไม่เคยล่วงรู้มาก่อน นายหญิงของนางเก็บซ่อนทุกสิ่ง แม้แต่นางก็ยังมิอาจได้รู้ ขนาดนางเองก็มีวิชาแพทย์นับว่าสูงผู้หนึ่งก็ตาม“หมอหลวง ตามหมอหลวงมา แล้วหมอจากเมืองหลวงเหตุใดจึงยังมาไม่ถึงสักครา?!”“ท่านอ๋องสงบพระทัยลงหน่อย ต่อให้ยกหมอหลวงมาหมดสำนักอาการของเฉียนซือก็ไม่อาจแก้ไขคืนกลับมาได้แล้ว นับจากนี้จนถึงยามจื่อก็เหลืออีกหลายชั่วยาม เช่นไรท่านอ๋องก็อยู่กับนางให้ดีเถอะ พวกกระหม่อมจะไม่รบกวน”สยงฉงจื้อไม่ใช่ว่าเขาทำใจได้ แต่คงเพราะอีกฐานะของเขาพบเจอความตายมามากย่อมเข้มแข็งได้มากกว่าจ้าวเหลียงอี้และอีกสองชีวิตเช่นถิงเฟยกับเฝิงกุ้ยเฟย“ไม่ได้นะ ซื่อจื่อ ท่านอย่าเพิ่งปล่อยมือจากนางสิ อย่าเพิ่งวางมือเลย รักษานางอีกหน่อยเถอะ”“กระหม่อมไม่ได้อยากปล่อยมือจากนางอยู่แล้ว แต่ที่กระหม่อมหยุดเพียงเท่านี้ก็เพราะรู้ดีว่า หากถ่ายเลือดและฝังเข็มอีกจะยิ่งทรมานนาง หากนางจะจากไป ท่านอ๋องคิดเองเถิดว่า จะเห็นนางทรมานจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายหรือว่า จะเห็นนางจากไปอย่างสงบกันแน่ กระหม่อมเป็นหมอผู้หนึ่ง หากญาติผู้ป่วยต้องการเช่นไรย่อมทำตามมิอาจต่อต้า

  • สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ   บทที่56.1

    บทที่ 56หลังจากจบศึกใหญ่โดยสูญเสียกำลังทหารของฝ่ายปราบกบฏไปห้าพัน หากเทียบกับจำนวนเต็มเจ็ดหมื่นนายนั้นช่างแสนจะน้อยนิด แต่สำหรับจ้าวเหลียงอี้เพียงหนึ่งชีวิตที่ต้องเสียก็นับว่ามากล้นแล้วและในแต่ละวันทั้งเขาและหานซางจื่อก็มีงานล้นมือจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ทว่าถึงจะยุ่งจนหัวหมุน หากแต่ทุกเช้ามืดต้นยามอิ๋นทั้งสองสามีภรรยากลับไม่เคยว่างเว้นที่จะต้องไปเยี่ยมคารวะเฝิงกุ้ยเฟยไม่เคยขาด“อี้เอ๋อร์ถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”“ซางจื่อถวายพระพรเฝิงกุ้ยเฟยเพคะ”เพล้ง!“ไสหัวออกไปนะนางสตรีแพศยาแซ่หาน”หากแต่ทุกวันก็ยังเป็นเช่นเดิม นี่ก็ผ่านมาหลายสิบวันแล้ว หากแต่เฝิงกุ้ยเฟยนั้นกลับปฏิบัติต่อหานซางจื่อนับวันยิ่งรุนแรง แต่หญิงสาวก็มิอาจเพิกเฉยไม่มาเยี่ยมคารวะมารดาของสามีที่อาวุโสที่สุดในตำหนักชินอ๋องแห่งนี้ได้“เสด็จแม่! เฉียนเกอ นางกตัญญูต่อท่านนะ เหตุใดท่านจึงปฏิบัติต่อสะใภ้ที่ดีเช่นนี้”จ้าวเหลียงอี้ดันเอาร่างผ่ายผอมลงไปมากของหานซางจื่อไปไว้ด้านหลังของตนเอง เพราะทราบดีกว่าอีกครู่จะต้องมีสิ่งของใกล้มือของมารดาตนเองลอยมาทำร้ายภรรยาของตนเองอีกเป็นแน่“อี้เอ๋อร์! นี่เจ้าขึ้นเสียงกับแม่แทนสตรีแพศยาเชีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status