แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ณ ธารา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-02 23:00:04

เมื่อการร่ายรำจบสิ้นลง ตวนมู่ได้รับเสียงปรบมือเช่นทุกครั้ง นางทอดสายตามองบรรดาชายหนุ่มที่มีหญิงสาวนั่งคอเคลียไม่ห่างกาย บางคนก็พาหญิงสาวเหล่านั้นเข้าไปยังห้องหอที่อยู่ด้านข้าง บางคนก็ดื่มเหล้าดอกท้อชั้นดีที่นางบ่มด้วยตัวเอง ทำให้เป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวง

จะหาสุราไหนจะเทียบเท่ากับสุราดอกท้อของหอไห่ถัง

ตวนมู่น่าหลังก้าวเดินลงมาจากพื้นยกสูง เหล่าชายหนุ่มและตาเฒ่าต่างเผยรอยยิ้มชื่นชมนาง แต่ไม่กล้าอาจเอื้อม ถึงแม้ว่าตวนมู่น่าหลังจะงดงามเป็นหนึ่งในใต้หล้า พวกเขาล่วงรู้ว่านางคือผู้ใด พวกเขาแค่ได้มาดื่มเหล้าและดูนางแสดงร่ายรำเป็นอาหารตา ทำให้เหตุนี้นางคณิกาในหอไห่ถังงดงามจากการคัดเลือกของน่าหลังเอง อีกทั้งห้องหอของพวกนางก็แทบไม่เคยว่างเว้น และที่สำคัญน่าหลังไม่ได้บังคับขายเรือนร่างให้กับชายพวกนั้น ถ้านางคณิกาอยากจะเสพสุขกับชายหนุ่มนางจะคิดค่าตัวเอง โดยมีแม่เล้าเป็นผู้ควบคุมอีกทีว่าพวกนางควรได้เท่าไหร่ และแม่เล้าจะเอาจากพวกนางเพียงสองชั่ง แม้พวกนางจะได้สิบช่างแม่เล้าจะรับเพียงสองชั่งเท่านั้น

แต่ถ้าตวนมู่น่าหลังเรียกชายใดเข้าพบถือว่าชายคนนั้นโชคดีมากเลยทีเดียว โดยเป็นที่โจษจันว่า ตวนมู่น่าหลังนางไม่เป็นเพียงหญิงงามที่เป็นที่เลื่องลือเท่านั้น เรื่องบนเตียงนางเร่าร้อน และพาพวกเขาสุขสมอย่างที่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยได้รับจากหญิงใดมาก่อน ชายมากมายจึงเที่ยวมาหอคณิกาแทบทุกวันคืน เพื่อต้องการให้นางเรียกเข้าไปเสพสังวาสด้วย

ซึ่งตวนมู่น่าหลังเองจะนอนกับผู้ชายเพียงคืนละหนึ่งคน เมื่อเสพสังวาสเสร็จสิ้นชายเหล่านั้นก็อยากจะให้นางมาสนองตัณหาใหม่ แต่ทว่านางจะไม่เลือกชายไม่เคยซ้ำหน้า หนึ่งเพื่อความปลอดภัยของตัวนางเอง สองนางเป็นคนเบื่ออะไรที่มันซ้ำๆ และจำเจ นางเป็นพวกที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ อาทิเช่น ท่าบนเตียงอันเร่าร้อน หรือ ท่าเล่นโหนผ้าที่นางทำให้ชายหนุ่มหลายต่อหลายชอบยิ่งนัก

“กงจู่เพคะ” นางกำนัลสาวนามว่าหมี่วาเอ่ยเรียกน่าหลัง ทำให้หยุดเดินและนางหันกลับมามองหมี่วา นางกำนัลคนสนิท (กงจู่ แปลว่า องค์หญิง)

“ว่าไงหมี่วา” น่าหลังเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ชายผู้นั้นต้องการพบท่าน เขาบอกว่าจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้เพคะ” หมี่วาเอ่ยบอก และมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนตรงทางเข้าของหอคณิกา นางทอดสายตามองเขาด้วยความแปลกใจ เพราะนางไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แต่ทว่าเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ขาวดุจหิมะในฤดูเหมันต์ ใบหน้าของเขางดงามราวกับหยกชิ้นงาม จมูกของเขาช่างโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาได้รูปอมชมพูนัยน์ตาสีดำ

นางจ้องมองเขาเนิ่นนาน แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด นางกลับรู้สึกร้อนวูบวาบในใจ ร่างกายของนางบ่งบอกว่าอยากแนบชิดเรือนร่างของเขายิ่งนัก และร่วมรักกับเขาอย่างดูดดื่มอาการเช่นนี้ นางไม่เคยรู้สึกเป็นเช่นนี้มานานมากแล้ว จนนางแทบจดจำความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้ว่ามันเป็นเช่นไร แต่ชายผู้นี้ทำให้นางรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง มันเป็นเพราะเหตุใดกันเล่า

“กงจู่จะพบเขาหรือไม่เพคะ” หมี่วาเอ่ยถาม เพราะว่าน่าหลังเงียบไปนานพอสมควร น่าหลังรีบควบคุมร่างกายของนางไม่ให้กำหนัดพลุ่งพล่านในเพลานี้ นางตั้งสติจ้องใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้น และเอ่ยถามออกไป

“ชายผู้นั้นมีนามว่าอะไร” น่าหลังเอ่ยถาม

“เขาชื่อว่าเสี่ยวกู่เพคะ”

“หมี่วา ข้าไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน” น่าหลังเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“หรือเขาจะเป็นคนของแคว้นไป๋ ตอนนี้แคว้นไป๋กำลังโจมตีเราอยู่มาหลายวันแล้ว หม่อมฉันจะไปไล่เขาออกไป” หมี่วาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ไม่เป็นไร ให้เขามาพบข้าที่ห้องใหญ่อีกครึ่งชั่วยาม” น่าหลังเอ่ยบอกด้วยเสียงเรียบ

“แต่ว่า”

“เจ้าจงต้อนรับเขาเป็นอย่างดีด้วย อีกครึ่งชั่วยามให้เขามาพบข้าที่ห้องใหญ่”

“เพคะ” หมี่วาเอ่ยบอกและถวายบังคม ขณะที่ตวนมู่น่าหลังก้าวเดินจากไปจากตรงนี้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 52

    หลี่เจิ้นนำริมฝีปากออกจาก ใช้มือหนาสาวดุ้นและนำดุ้นเข้าไปในร่องก้นทันที “อืม...อืม...อื้ม...” นางร้องครางกระเส่าในลำคอด้วยความหวาดเสียว ขณะที่ในริมฝีปากของนางยังมีดุ้นที่นางดูดเลียอยู่เช่นนั้น นางเอาริมฝีปากออกจากดุ้นเพราะหลี่เจิ้นกระแทกแรงจนนางสะท้านไปทั้งเรือนร่าง “โอ้ว...โอ้ว...อร๊าย...อร๊าย..

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 51

    “น่าหลัง” เสียงของหลี่เจิ้นดังขึ้นพร้อมกับเสื้อคลุมหนังหมีดำไหล่ทั้งสองข้างให้อบอุ่นยิ่งขึ้น น่าหลังจึงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม ทอดสายตามองหน้าอันหล่อเหลาที่โรยราไปตามกาลเพลา ถึงจะโรยราแต่ยังคงความหล่อเหลา แบบฉบับของเขา บนใบหน้ายังหนวดเคลาขึ้นบนโหนกคางรวมไปถึงเหนือริมฝีปากตาม “น่าหลัง ขอบใจเจ้าน

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 50

    พวกเขาเอ่ยบอกพร้อมกันทั้งสองคน ไม่ว่ากาลเพลาจะผ่านไปนานชั่วฟ้าดินสลาย ข้าจะรักและเทิดทูนเจ้าเหนือหัวใจของข้า ตวนมู่น่าหลังทอดสายตามองออกไปนอกเรือนของจวนหลังใหญ่ของสกุลหลี่ ด้านหน้าเรือนเป็นสวนจำลองมีสระน้ำ ภูเขาจำลอง และต้นไม้มากมายทำให้ร่มรื่น บัดนี้ดอกโบตั๋นเริ่มผลิบานดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นห

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 49

    นางร้องครางอย่างไม่อายผู้ใดอีกต่อไป มือหนาของจู่ม่งจับเรียวขานางขึ้นทั้งสองข้างพาดที่ไหล่ของเขาไว้ มือหนาของหลี่เจิ้นขยำอกอวบอิ่มทั้งสองข้างราวกับเป็นหน้าอกของตนเอง ริมฝีปากของหลี่เจิ้นยังจูบที่ซอกคอระหงด้วยความรักที่มีต่อนางไม่เคยเสื่อมคลาย “โอ้ว...โอ้ว...น่าหลัง...อา...ซี๊ด...โอ้ว...โอ้...” จู

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 48

    “ข้าเองก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน เราสองคนจึงออกมาจากงานเลี้ยงที่วุ่นวาย” จู่ม่งเอ่ยบอกเช่นนี้ หลี่เจิ้นลดพัดของนางลงมา มองนางด้วยความรักและเทิดทูน นางเผยรอยยิ้มให้หลี่เจิ้นและจู่ม่งเช่นกัน หลี่เจิ้นส่งพัดให้จู่ม่ง จู่ม่งนำพัดมาวางไว้ข้างเตียง ที่หลี่เจิ้นลดพัดนางลงมาเพียงแค่คนเดียว เพราะจู่ม่งให้สิทธิ์ใน

  • สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น   บทที่ 47

    ตวนมู่น่าหลังก้าวเดินท่าทางสง่างามเข้าไปในจวนหมิงตู ซึ่งเป็นจวนพระราชทานจากทำศึกในครั้งนี้ อีกทั้งหลี่เจิ้นมีบรรดาศักดิ์เป็นไท่ฟูที่พึ่งเสียชีวิตไป ทั้งนี้ต้าหวางยังให้บรรดาศักดิ์เป็นไท่จื่อ เพราะด้วยต้าหวางไม่มีหวางเย่ที่เกิดจากผิงเฟยแม้แต่คนเดียว มีเพียงหม่าอวี้เฟยกงจู่วัยแปดปีเพียงผู้เดียวเท่านั้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status