Partager

2 ความหลัง(2)

last update Date de publication: 2026-02-03 22:53:35

          สองสามวันที่ผ่านมาพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นคนรู้จักที่กฤษณะจ้างวานเอาไว้ไม่มาทำงานเลยสร้างปัญหาให้กับเขาเป็นอย่างมาก งานก็เยอะแถมยังต้องกระเตงลูกอ่อนไปไหนมาไหนด้วยอีก ยังดีที่พอมีที่ฝากเลี้ยงได้แต่เขาก็ไม่ได้มีเวลาไปรับไปส่งลูกขนาดนั้น จะไปฝากไว้ยาว ๆ ก็ดูจะผิดต่อภรรยาที่ต้องเอาลูกไปทิ้งขว้างไว้ที่ไกลหูไกลตา วันนี้เขาจึงขอลาหยุดเพื่อจะได้มีเวลาทบทวนหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง การมีเด็กอ่อนในบ้านทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายได้แทบจะในทุก ๆ วินาที

          -- นี่เขาเผลอโยนความผิดให้ลูกตัวเองอีกแล้ว -- 

           

            แม่บ้านรุ่งรัตน์มองหน้าคุณพ่อมือใหม่อย่างเคลือบแคลง ทั้ง ๆ ที่ลูกสาวของกฤษณะก็อายุย่างเข้าเดือนที่ 10 แล้ว แต่ทำไมเขาถึงกลับได้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการดูแลเด็กเลย ชายหนุ่มดูไม่กระตือรือร้น ไม่สนไม่แคร์อะไรนัก ขนาดเห็นผื่นแดงที่ตัวลูกก็ยังดูไม่ตกใจด้วยซ้ำ พฤติกรรมผิดวิสัยคนเป็นพ่อมาก แม้จะสงสัยแต่ก็ได้แต่เก็บความขุ่นมัวเอาไว้ในใจก่อนจะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

            "ผมเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหม"

            น้ำเสียงของกฤษณะที่เปล่งออกมามีความสั่นไหวอยู่เล็กน้อย อีกฝ่ายหันกลับมามองที่เขา รุ่งรัตน์มาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ได้ไม่นานจึงไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากนัก รู้แต่ว่าเขาสูญเสียภรรยากะทันหัน นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาดูล่องลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและเย็นชาแบบนี้

            "แม่ของยัยหนูรักลูกมาก เธอประคบประหงมเลี้ยงดูอย่างดี คำขอสุดท้ายของเธอก็คือฝากฝังให้ผมดูแลลูกให้ดี แต่ผมก็ยังทำให้เธอผิดหวังอีกจนได้"

            กฤษณะระบายความอัดอั้น เขาคิดว่าชีวิตมันมาถึงทางตันก็ตอนที่ภรรยาจากไป แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะตันได้อีกเมื่อเหลือแค่เพียงเขากับลูก เขาเป็นเด็กไม่มีพ่อมีแม่ ประสบความสำเร็จมาได้ก็เพราะความขยัน ใฝ่รู้ ดิ้นรนหาหนทางก้าวหน้าเพื่อหาเลี้ยงตัวเองให้รอด แต่การโถมทำงานหนักเพราะคิดว่าตัวเองทำเพื่อครอบครัวกลับกลายเป็นการทำลายสิ่งที่เขาสร้างมาเองกับมือ

------

[สามเดือนก่อนหน้า]   

            "กฤษ ช่วยมินดูลูกหน่อยได้ไหม สนใจลูกบ้างสิ มินก็เหนื่อยเหมือนกันนะ"

          "กฤษเพิ่งกลับมาถึงบ้านเอง ขออาบน้ำก่อนได้ไหม"

          "อย่างนี้ทุกที กฤษไม่เคยสนใจมินกับลูกเลย เอะอะก็มีแต่งาน งาน แล้วก็งาน กลับบ้านมาแทนที่จะกอด จะหอมลูกก็ไม่มี"

          "ทำไมมินต้องหาเรื่องทะเลาะกับกฤษด้วย ดูสิลูกมินร้องไห้ส่งเสียงดังหนวกหูชาวบ้านอีกแล้ว"

          "ทำไมกฤษพูดแบบนี้ ลูกมินคนเดียวงั้นเหรอ แล้วถุงแป้งไม่ใช่ลูกกฤษหรือไง"

          "กฤษบอกแล้วว่ามีลูกมันเป็นภาระ แต่มินก็ดื้อดึงจะมีให้ได้ แล้วเป็นไงล่ะ สุดท้ายเราก็ต้องมาทะเลาะกันเรื่องนี้ทุกที"

          "นี่กฤษโทษมินเหรอ เราตกลงแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน ทำไมกฤษไม่เห็นใจ ไม่ช่วยมินบ้าง"

          "กฤษก็ทำอยู่ ที่กฤษทำงานหนักขึ้นก็เพื่อหาเลี้ยงมินกับลูกนี่ไง ที่เวลากฤษกับมินไม่พอก็เพราะว่าลูกที่มินอยากได้มาตลอดนี่ไงที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ ถ้าย้อนเวลากลับได้กฤษคงไม่ยอมให้มินมีเด็กนี่"

            -- เพี้ยะ – 

            มินตราตบหน้ากฤษณะด้วยความเจ็บปวดใจไปพร้อมกัน     

หากเธอไม่เลือกมีลูก มันก็จะไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหม

            "ทำไมกฤษพูดแบบนี้ เราไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันเหรอ"

          "กฤษขออาบน้ำก่อนนะ กฤษเหนื่อย"

          ร่างสูงเมินคำถามนั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เขาเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจภรรยาและลูกที่กำลังร้องไห้เสียงดังระงมไปทั่วห้องและนั่นกลายเป็นการสนทนาครั้งสุดท้ายของพวกเขาไปตลอดกาล

------

            "คุณกฤษคะ"

            เสียงของแม่บ้านรุ่งรัตน์ทำให้กฤษณะได้สติ ความรู้สึกผิดที่ยังคงฝังใจทำให้จู่ ๆ เขาก็นึกย้อนไปถึงเรื่องราวในวันนั้น 

            "ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ มีปัญหาอะไรก็ค่อย ๆ แก้"

            "ผมแก้ไม่ได้...มันสายไปแล้ว มินตรา...เธอไม่กลับมาหาผมอีกแล้ว"

            กฤษณะพูดเสียงเบา เขามองลูกสาวแล้วก็ได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้ ไม่มีใครช่วยอะไรเขาได้อีกแล้ว

            "น้าไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง แต่ในฐานะคนที่มีลูกเหมือนกัน น้าอยากจะบอกว่าลูกไม่ได้เลือกมาเกิดกับเราแต่เราต่างหากที่เลือกให้ลูกเกิดมา จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะรักหรือไม่รัก มันคงไม่สำคัญเท่ากับว่าเราดูแลรับผิดชอบต่อเขามากพอหรือยัง อดีตจะเป็นอย่างไรไม่รู้แต่ตอนนี้คุณไม่ใช่ผู้ชายตัวคนเดียว คุณมีลูกแล้ว ลูกสาวคุณน่ารักน่าชังมากนะคะ หากภรรยาคุณกลัวความผิดหวัง เธอคงไม่กล้าฝากฝังลูกไว้กับคุณ

            กฤษณะได้ฟังคำพูดเหล่านั้นก็เริ่มที่จะสงบลง ใช่แล้ว สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือการได้รับคำแนะนำจากใครสักคน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาได้ยินจากคนไกลตัวซึ่งมันทำให้เขาฉุกคิดอะไรได้มากทีเดียว หรือที่จริงแล้วเขามัวแต่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเลยมองข้ามความหวังดีที่เคยมีจากคนรอบข้างไปหมด อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้

            "แล้วผมควรจะทำยังไง…"

            เมื่อทุกอย่างกำลังมืดบอด การที่มีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยในยามที่ไม่มีใครมันเป็นยิ่งกว่าแสงสว่าง กฤษณะตัดสินใจถามออกไปแม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ได้คำตอบที่เขาต้องการก็เพียงเพื่ออยากจะได้แนวคิดอะไรใหม่ ๆ มาหักล้างความคิดเดิม ๆ ของตัวเอง

            รุ่งรัตน์รู้ตัวดีว่าไม่อาจจะให้คำปรึกษาอะไรได้เต็มร้อยเพราะเธอก็เป็นเพียงแค่แม่บ้านที่ทำงานงก ๆ หาเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่ยังสาว หากมันเป็นเรื่องที่เกินความรู้ของเธอก็คงจะยากที่จะช่วย แต่คนเราทุกคนย่อมต้องรู้จักเผชิญกับปัญหา เมื่อกฤษณะเปิดใจเธอจึงอยากจะลองช่วยสักตั้ง

            "แล้วคุณกฤษกำลังต้องการอะไรหรือคะ...."

            นั่นเป็นคำตอบที่ไม่ง่ายซึ่งทำให้กฤษณะต้องกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ว่าในตอนนี้เขากำลังต้องการอะไร ร่างสูงนั่งทบทวนอะไรต่อมิอะไรสักพัก มีหลายอย่างที่เขาต้องการการเปลี่ยนแปลง เขาต้องดูแลลูกและอยากจะจัดสรรเวลาชีวิตให้ลงตัวกว่านี้ แต่มันติดตรงที่ว่าเขาทำเองทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องหาตัวเลือก

            "ผมต้องการพี่เลี้ยงเด็ก...............แบบ 24 ชั่วโมง"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   36 ตอนจบ

    "หมอก""ครับ""มานี่หน่อย""คุณกฤษมีอะไรหรือเปล่าครับ""เปล่า แค่อยากเห็นหน้า""เล่นอะไรของคุณเนี่ย...ถ้าไม่มีไร ผมไปทำความสะอาดครัวต่อละ""มานี่ก่อน"มารุตจิ๊ปากแต่ก็เดินเข้าไปหา ในมือยังคงถือผ้าเช็ดโต๊ะไม่ยอมวาง พอไปถึงเขาก็ถูกรวบตัวจับให้นั่งลงบนตัก"ทำไมต้องให้ผมนั่งบนตักคุณด้วย ตัวผมไม่ใช่เบา ๆ นะ""ไว้ตัวใหญ่กว่าฉันก็ค่อยให้ฉันนั่งตักนายแทนก็ได้""ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายถึผมนั่งข้าง ๆ คุณก็ได้ต่างหาก"มารุตกลอกตาไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงฮัดฮัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ระคายหูคนฟังนัก กฤษณะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น เขาเกยคางลงบนบ่าอีกฝ่าย เลื่อนกรอบหน้าเข้าไปใกล้หูที่กำลังเริ่มขึ้นสีระเรื่อจนแนบชิด"ปีนี้นายอายุเท่าไหร่""ปีนี้ผม 26 แล้ว คุณถามทำไมครับ""ปีนี้ฉัน 33""ครับ ผมรู้อยู่แล้ว คุณห่างกับผมตั้ง 7 ปี เป็นพี่ผมได้สบาย ๆ ""ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เรียกฉันพี่ซะล่ะ""ได้ไงล่ะครับ คุณโตกว่าผมมากแถมยังเป็นเจ้านายผมกับแม่ด้วย""แต่ฉันว่ามันฟังดูห่างเหิน เรื่องว่าจ้างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องว่าจ้าง แต่เรื่องความสัมพันธ์นายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็นสิ""เอ่อ ผม""ฉันขอมากไปงั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   35 จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง

    "คุณกฤษครับ แป้งน้อยไม่สบาย ผมพาไปหาหมอมาแล้ว....ครับ....มีไข้แต่ตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"มารุตวางสายก่อนจะหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างน่าสงสาร หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงจะพาไปตากแดดตากลมมากไปหน่อยจึงทำให้ล้มป่วย"หายไว ๆ นะเด็กดี"เมื่อเห็นว่าถุงแป้งหลับสนิทแล้วร่างโปร่งก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ปกติแล้วมารุตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กสักเท่าไหร่ หากเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจก็มักจะโทรถามแม่ตัวเองอยู่ตลอด แต่กับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย แม่เขาจะบอกให้เขาจำใส่ใจไว้เสมอว่าอันดับแรกที่ควรทำก็คือพาเด็กส่งถึงมือหมอให้เร็วที่สุด และนั่นก็เป็นคำแนะนำที่ดีมากสำหรับเขาระหว่างนั้นมารุตก็แวะเข้าไปดูถุงแป้งอยู่ตลอด เธอจะร้องงอแงบ้างเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้มารุตต้องคอยอยู่ปลอบจนสงบเป็นระยะ ๆ"ยัยหนูเป็นยังไงบ้าง""คุณกฤษ ทำไมรีบกลับล่ะครับ แล้วงานล่ะ"จู่ ๆ กฤษณะก็เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังจากที่วางสายจากมารุตไปได้ไม่ถึงชั่วโมง"ฉันเป็นห่วงลูก เลยลางานครึ่งวันน่ะ"กฤษณะเดินเข้ามาในห้องของลูก เขายังไม่ทันจะวางสัมภาระที่พกติดตัวม

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   34 คำตัดสิน

    ถึงวันฟังคำตัดสิน กฤษณะขอลางานเดินทางไปศาลพร้อมกับลูกและมารุต หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างกดดันเพราะต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ เอาไว้กับตัวทั้งหมด แม้แต่แม่บ้านรุ่งรัตน์ มารุตเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ"ตาาาาาาา พ่อจ๋า ตาาา"คำเรียกที่จากปากเจ้าตัวเล็กหลังจากที่ยกมือไหว้ตามคนเป็นพ่อและพี่เลี้ยงทำให้นพพลถึงกับหยุดชะงัก นี่หลานเขาโตจนพูดได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ สุดท้ายแม้ไม่อยากจะรับไหว้แต่ก็ต้องจำยอมพยักหน้าให้ครอบครัวเจ้าตัวน้อย เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของหลาน"ไป ไป หม่ามา ไป ไป"เจ้าตัวเล็ก ส่งเสียงเป็นนกแก้วนกขุนทอง เธอเรียกคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วโบกไม้โบกมือทักทายคนไปทั่ว แถมยังเดินคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เหมือนตอนเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนอภิญญาพอได้เห็นหน้าหลานก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะระหว่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ เธอไม่มีโอกาสจะได้เจอหลานเลย จะแอบติดต่อก็ลำบาก แต่พอได้เห็นถุงแป้งถือของเล่นที่เคยซื้อให้มาด้วยก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆการทักทายดูจะจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกจากกันไป ส่วนกฤษณะไม่ได้รีรออะไร เขาเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   33 คู่คิด

    เวลาล่วงเลยมากว่าสองเดือนหลังจากได้หมายศาล แม้กฤษณะจะไม่ได้มีคนรอบข้างในชีวิตมากนัก แต่เขายังโชคดีที่ได้ทนายฝืมือดีเป็นรุ่นพี่จากที่ทำงานเก่า ตามจริงเขารู้สึกแค่เพียงว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสายเลือดเดียวกันมันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า แต่หากว่ามันจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะได้เลี้ยงดูลูกต่อไปหรือไม่ เขาก็พร้อมที่จะทำวันนี้ทนายเดินทางมาหาเขาที่บ้าน พร้อมกับสอบถามข้อมูลและหาหลักฐานอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติม"วันที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย โจทย์ส่งเพียงทนายมาเจรจา ซึ่งจากที่เราได้พยายามหาข้อตกลงร่วมกัน มันไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นเราต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปสู้กันต่อ ศาลนัดสืบพยานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กฤษ นายยังโชคดีนะที่ได้จดทะเบียนสมรส ถ้าว่าตามข้อนี้นายได้เปรียบแน่นอนเพราะเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย""ผมมีโอกาสที่จะเสียลูกมากน้อยแค่ไหนครับพี่เอก"กฤษณะพูดพลางหันไปมองมารุตที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก สิ่งที่เขากังวลใจอีกเรื่องก็คือเรื่องของคนข้าง ๆ เพราะเรื่องของพวกเขาสองคนก็เป็นข้อเท็จจริงอีกข้อที่อีกฝ่ายจะยกข้อนี้ขึ้นมาอ้างได้"ว่ากันตามหลักกฏหมาย ไม่มีข้อไหนที่ห้ามผู้ปกครองที่คบหาเพศเดียวกั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   32 ตัดขาด

    วันนี้กฤษณะพาลูกมาเยี่ยมคุณตาคุณยายอย่างเคย สายตาหลายคู่ที่เคยมองเขาด้วยความเป็นกันเองได้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเพิกเฉย ซึ่งกฤษณะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก มีก็แต่มารุตที่ยังไม่ชินและรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่กฤษณะยกมือขึ้นตบบ่าคนตรงหน้าเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนรอบข้างที่คอยจ้องจับผิดพวกเขาอยู่แทบจะทุกวินาที"ไม่เป็นไรนะ""ครับ"มารุตส่งยิ้มตอบ ตามจริงคนที่อยากได้กำลังใจมากที่สุดควรจะเป็นกฤษณะมากกว่า แต่คนตัวโตกลับไม่เผยความรู้สึกให้ใครรู้ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนรอบข้างถึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาไร้ความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่หากได้ใกล้ชิดกันจริง ๆ กฤษณะคือคนที่เอาใจใส่คนอื่นดีมากคนหนึ่ง"เห็นอกเห็นใจกันเหลือเกินนะ"นพพลพูดขึ้นอย่างไม่มีอ้อมค้อม เขานึกว่าหากอภิญญาได้เกลี้ยกล่อมให้กฤษณะยอมเลิกจ้างมารุตตามที่ร้องขอ อาจจะทำให้เขาใจอ่อนขึ้นมาบ้าง แต่กฤษณะกลับเพิกเฉย มิหนำซ้ำยังพามารุตมาด้วยราวกับไม่เห็นหัวเขา"ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้าหักหลังลูกสาวฉัน ถึงขั้นเอาลูกจ้างมาแทนที่ แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก"คำพูดขอพ่อตาทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านเงียบไปตาม ๆ กัน"แกเงียบแบบนี้ แสดงว่าแก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   31 แพ้ทางพ่อลูกอ่อน

    หลังจากที่กฤษณะขอมารุตคบอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าพี่เลี้ยงคนที่มั่นใจในตัวเองสูง คนที่กล้าเดินหน้าบอกความรู้สึกก่อน จะกลายเป็นคนละคนไปแล้ว มารุตไม่ยอมสบตาตอนคุย เขาพูดน้อยลงกว่าเดิมมาก แถมยังออกอาการเขินอายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก กฤษณะจึงปล่อยให้เขาได้ปรับตัว ไม่เร่งรีบอะไร พวกเขากลับไปเตรียมตัวที่ห้องอีกครั้งและกลับมานั่งพักผ่อนที่ริมชายหาดกันเงียบ ๆ"อ๊าย! จา จ้าาา"ถุงแป้งส่งเสียงร้องดังลั่น เมื่อถูกปล่อยให้คลานเล่นบนชายหายเม็ดเนียนละเอียด ชุดว่ายน้ำสีแดงสดลายก้อนเมฆเด่นสะดุดตา เรียกได้ว่าคลานไปไหนก็หาเจอส่วนผู้ใหญ่ทั้งสองคนอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทั้งคู่ คนเป็นพี่เลี้ยงพาเจ้าตัวเล็กนั่งก่อปราสาททรายอยู่ใต่ร่มไม้ ส่วนกฤษณะก็นอนดูมารุตกับลูกอยู่บนเก้าอี้ชายหาด ลมยามบ่ายแก่ ๆ กับกลิ่นของทะเลชวนให้รู้สึกดีทีเดียว"ดูนั่นสิ พวกเขาพาลูกน้อยมาเที่ยวล่ะ""ใช่เหรอ ฉันว่าเด็กอาจจะเป็นญาติกันกับสองคนนั้นก็ได้นะ""ไม่รู้สิ ถ้าอย่างนั้นแล้วแม่เด็กไปไหน ปกติแม่จะหวงลูกอย่างกับอะไรดี ตัวแค่นี้ไม่น่าปล่อยให้ออกมาเล่นแบบนี้กับคนอื่นได้นะ""อืม น่าคิด"บทสนทนาที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้ก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   11 เรียกพ่อสิลูก

    "ม่า ๆๆๆๆๆ หม่าม่า ๆ ""หมอก ลูกฉันร้องแบบนี้หมายความว่าไง""เอ่อ…ก็"มารุตกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ที่ผ่านมาเขาพยายามจะสอนให้ถุงแป้งหัดพูดชื่อเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่ตัวอักษรเริ่มต้นมันดันเป็น ม ม้า เหมือนกันและตัวเด็กเองยังหัดออกเสียงไม่เป็นทำให้ถุงแป้งพูดได้แค่นี้ ที่จริงถือว่าเป็นพัฒ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   9 เจ็บตัว

    -- ก๊อก ๆ –"คุณกฤษครับ คุณสะดวกไหมครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย"มารุตมาเคาะประตูเรียกกฤษณะในตอนสายของเช้าวันหนึ่ง ช่วงนี้งานของกฤษณะค่อนข้างยุ่งมาก นอกจากเขาจะต้องออกจากบ้านแต่เช้าแล้ว ยังกลับดึกค่อนข้างบ่อย กว่าจะว่างได้ก็ต้องรอวันอาทิตย์หรือวันหยุดอย่างเดียวตามจริงมารุตเองก็ไม่อยากจะรบกวนกฤษ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   6 ชั่งใจ

    [เช้าวันถัดมา]วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดงานของกฤษณะ แม้จะเป็นวันหยุดแต่เขาก็ตื่นเช้าเป็นปกติ ยิ่งเมื่อคืนเกิดมีปากเสียงกับพี่เลี้ยงเด็กด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขานอนหลับไม่ลง หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะพะวงกับหลาย ๆ เรื่องเมื่อออกจากห้องมาก็พบว่ามีคนตื่นอยู่ก่อนแล้วและมารุตก็กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับลู

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   8 การเปลี่ยนแปลง

    -- แกร๊ก –เสียงประตูเปิดออกท่ามกลางความมืดมิดภายในบ้าน แสงที่สาดจากทางด้านนอกช่วยให้คนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาด้านในปรับโฟกัสสายตาได้ง่ายขึ้น ทำไมมารุตถึงได้ปล่อยให้บ้านมืดได้ขนาดนี้ทุกอย่างภายในบ้านเงียบเชียบผิดปกติ ทำให้กฤษณะรู้สึกใจไม่ดี เขานึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดใน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status