Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 01:41:28

“นายยังไปไหนไม่ได้…เพราะนายก็ตกเป็นผู้ต้องหาเหมือนกัน เธอแจ้งความจับนายหลายกระทงเลยล่ะ หนึ่งทำร้ายร่างกาย สองทำให้เสียทรัพย์แล้วก็กระทำชำเราเธอด้วย” ข้อหาสุดท้ายทำเอาขจรศักดิ์อ้าปากหวออย่างคาดไม่ถึง

“ฉันเนี่ยนะกระทำชำเรายัยเด็กเหลือขอนั่น” ขจรศักดิ์อุทานแล้วยกมือเท้าสะเอว อารมณ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันพุ่งปี๊ดสุดๆ “ให้ตายสิ...คิดได้ยังไง”

“ฉันว่าถ้าเด็กคนนั้นโตขึ้นอีกหน่อย ล้างคราบมอมแมมออก รับรองได้เลยว่า ‘ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ทั้งหวาน’ เชียวล่ะ” อยุทธ์เห็นเพื่อนทำหน้าทู่เป็นปลาบู่ชนเขื่อนก็อมยิ้ม เอ่อหนอ...คุณชายรูปงามผู้ไม่เคยถูกขัดใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ มีแต่คนคอยพะเน้าพะนอ วันนี้ถูกสาวน้อยไร้หัวนอนปลายเท้าหักหน้าเต็มๆ แถมลดฐานันดรเป็นคุณชายหลงโรงอีกต่างหาก ไม่ต้องถามว่าโกรธมากแค่ไหน เพราะปรอทยังวัดไม่ได้เลย

แสงดาวนั่งรอผู้ปกครองมารับเกือบสองชั่วโมง ทว่าก็ไร้วี่แวว มือบางวางบนตักบีบกันแน่นอย่างเสียใจ แต่แล้วอึดใจต่อมาก็มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานเดินแกมวิ่งขึ้นมาบนสถานีตำรวจ ตามหลังมาด้วยหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ผู้ที่มีธุรกิจไนท์คลับและสถานบันเทิงแบบครบวงจรหลายแห่งทั่วเขตพระนคร

“ดาว...”

เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้แสงดาวที่กำลังนั่งเช็ดน้ำตาอยู่รีบหันขวับไปมองทันที เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกตนคือมารดา หัวใจอันโดดเดี่ยวอ้างว้างที่รายล้อมอยู่รอบตัวก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น และแทนที่เข้ามาด้วยความอุ่นซ่าน

“แม่...” ร่างแน่งน้อยโผเข้าสวมกอดบุพการีด้วยความคิดถึง เดือนแรมกอดตอบเป็นนานกว่าจะดันตัวออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือลูบแก้มนุ่มนิ่มของบุตรสาวเบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะแม่มาแล้ว เดี๋ยวท่านจะช่วยดาวเองนะลูก” เดือนแรมเอ่ยปลอบแล้วยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มทั้งซ้ายและขวา แสงดาวมองร่างชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมารดา เดือนแรมจึงทำหน้าที่แนะนำ

“ดาวกราบท่านสิลูก ท่านเมตตาแม่มาก”

แสงดาวพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ท่านชายเอกสิทธิ์เห็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่มีเรื่องกับหลานชายตัวเองก็ใคร่แปลกใจ

“เดือนอยู่กับลูกนะ ฉันจะไปคุยกับตำรวจเรื่องประกันตัวก่อน” พูดจบร่างสูงก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของอยุทธ์ เดือนแรมจึงจับมือบุตรสาวไปนั่งที่ม้าหินอ่อน โดยที่มือกุมกันไม่ยอมปล่อย

“หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก”

“ดาวไม่เป็นไรค่ะ ดาวขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้แม่ต้องลำบากมาที่นี่” แสงดาวมองใบหน้าอวบอิ่มของมารดาอย่างรู้สึกผิด

“ไม่ลำบากเลยดาว แม่ดีใจที่ดาวคิดถึงแม่เป็นคนแรก ต่อให้ไกลแค่ไหนแม่ก็ต้องมาให้ได้” เดือนแรมใช้มือข้างหนึ่งประคองแก้มมอมแมม ริมฝีปากสั่นระริกกั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ “ดาวไปอยู่กับแม่นะลูก ท่านชายใจดีมาก ท่านพร้อมจะรับอุปการะดาวและส่งเสียให้ดาวเรียนต่อสูงๆ”

“ดาวบอกแม่แล้วนี่จ๊ะ ดาวไม่อยากให้แม่มีปัญหากับท่าน ให้ดาวอยู่ที่บ้านเราเถอะจ้ะ” แสงดาวยืนยันคำที่เคยบอกมารดาเหมือนทุกครั้ง จนคนฟังได้แต่ถอนหายใจ เพราะเด็กสาวอยู่บ้านเพียงลำพังแถมอยู่ในชุมชนที่มีอบายมุขมากมายอันตรายเหลือเกิน

“ฉันไม่มีปัญหาและเต็มใจให้หนูไปอยู่ในวังได้ เพราะเดือนเป็นห่วงหนูมาก กังวลตลอดว่าหนูจะไม่ปลอดภัย” ท่านชายเอกสิทธิ์เดินมาพร้อมกับอยุทธ์ เดือนแรมจึงประคองไหล่กลมกลึงของบุตรสาวลุกขึ้น

“ขอบพระคุณท่านมากเลยนะคะ แต่ดาวไม่อยากทิ้งบ้านไว้ ดาวอยู่คนเดียวได้ค่ะ” แสงดาวบอกด้วยกิริยานอบน้อมและมีสัมมาคารวะ เดือนแรมมองสามีผู้สูงศักดิ์เพื่อขอความช่วยเหลือ ท่านชายจึงวางมือลงบนบ่าบางของนางแล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ถ้าหนูเปลี่ยนใจ วังของฉันยินดีต้อนรับเสมอนะ แต่วันนี้ฉันอยากให้หนูไปที่วังก่อน ไม่อย่างนั้นสารวัตรอยุทธ์คงไม่ให้ประกันตัว เพราะฉันเซ็นต์เป็นผู้ปกครองหนูแล้ว” ท่านชายเอกสิทธิ์บอกอย่างเมตตา ทำให้แสงดาวไม่อาจปฏิเสธได้ ร่างเล็กยกมือไหว้เป็นเชิงขอบคุณ

อยุทธ์เห็นท่าทีเป็นกันเองและอ่อนโยนของท่านชายเอกสิทธิ์ก็สงสัยที่มาที่ไปของสองแม่ลูก ว่าเกี่ยวข้องกับท่านชายเจ้าของวังเคียงรุ้งซึ่งเป็นญาติฝ่ายบิดาอย่างไร แต่เวลานี้คงไม่เหมาะที่จะไถ่ถามใดๆ แต่ดูจากการที่ท่านชายคนดังออกตัวรับผิดชอบแบบนี้ แสดงว่าผู้หญิงที่ชื่อเดือนแรมคงสำคัญไม่น้อย

“ขอบพระคุณท่านชายมากเลยนะคะ” แสงดาวพนมมือไหว้อีกครั้ง แล้วมองเลยอยุทธ์ไปยังร่างสูงสง่าของขจรศักดิ์ที่เดินหน้าบึ้งมาสมทบ

“ท่านอามาทำอะไรที่นี่เหรอครับ” ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียง หม่อมราชวงศ์หนุ่มยกมือไหว้หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ ก่อนจะมองเดือนแรมกับแสงดาวสลับกันไปมาด้วยความสงสัย

“มาประกันตัวหนูดาวน่ะ” สรรพนามดูเป็นกันเองของคนเป็นอากับเด็กเหลือขอ ยิ่งทำให้ขจรศักดิ์แปลกใจมากกว่าเดิม

“ท่านอารู้จักเด็กคนนี้ด้วยเหรอ?”

“อาเพิ่งรู้จักเหมือนกัน...ถ้าไม่มีอะไรแล้วอาขอตัวก่อนนะ ไว้ว่างๆ จะไปเยี่ยมพ่อของหลานที่วังตะวันฉาย” ท่านชายเอกสิทธิ์ตบบ่าหลานชายแล้วพาเดือนแรมกับแสงดาวเดินไปขึ้นรถ โดยมีสายตาสองคู่มองตาม

“นี่อย่าบอกนะว่ายัยเด็กบ้านั่นเป็นนางบำเรอท่านอาเอก” ขจรศักดิ์มีท่าทีดูแคลน ส่วนอยุทธ์ได้แต่แบมือยกไหล่

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านอากล้าเอาตัวมาเสี่ยงกับการเป็นข่าวแบบนี้ แสดงว่าเด็กคนนั้นคงสำคัญมากพอสมควร” หม่อมราชวงศ์นายตำรวจหนุ่มเองก็สงสัยไม่น้อยไปกว่าอีกฝ่าย

“แล้วผู้หญิงอีกคนเป็นใคร” ขจรศักดิ์คิ้วขมวด ขณะมองรถยนต์ของวังเคียงรุ้งแล่นออกไปจากสถานีตำรวจ

“เป็นแม่ของเด็กคนนั้น แล้วไม่ต้องถามนะว่าท่านอาเกี่ยวข้องกับสองแม่ลูกยังไง ถ้านายอยากรู้ก็ลองเลียบเคียงถามท่านอาเอาเอง ก็น่าจะรู้คำตอบ”

“ไม่อยากคิดว่ะ แค่เห็นหน้ายัยเด็กทโมน ฉันก็โมโหจนปวดหัว เลิกงานแล้วไปหาอะไรกินดีกว่าฉันเลี้ยงเอง” ขจรศักดิ์ยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นดู

“ถ้าต่อไปเด็กคนนั้นโตเป็นสาวเต็มตัว แต่งตัวสวยๆ นายจะเกลียดเธอแบบนี้หรือเปล่า” อยุทธ์ยิ้มกับความเจ้าอารมณ์ของคนเป็นเพื่อน

“เกลียดก็คือเกลียด ไม่มีทางเป็นอื่นแน่นอน ป่ะไปกันได้ ฉันหิวแล้ว” พูดจบขจรศักดิ์ก็เดินนำไปที่รถ อยุทธ์ส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินตามไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 68 จบบริบูรณ์

    หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 67

    “ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 66

    เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 65

    “ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 64

    เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 63

    กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 49

    เช้าวันนี้ที่วังตะวันฉายดูจะวุ่นวาย เพราะหม่อมมณีรัตน์เกิดหน้ามืดเป็นลมขณะลุกขึ้นยืน คุณหมอประจำตระกูลก็ไม่อยู่ ทำให้โรงพยาบาลส่งแสงดาวมาตรวจอาการ ไม่ถึงชั่วโมงแพทย์หญิงก็มาถึงวังตะวันฉาย แรกๆ หม่อมเจ้าเอกอนันต์และหม่อมมณีรัตน์จำแสงดาวไม่ได้“ดิฉันแพทย์หญิงแสงดาว เป็นหมอผู้ช่วยของนายแพทย์วิทยาค่ะท่

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 47

    “แม่ดาวขา...” เสียงใสดังมาแต่ไกล ทำให้แสงดาวและศศิธรมองหาต้นเสียง เด็กหญิงชนิดาในชุดนักเรียนถือกระเป๋าวิ่งมาหามารดา แก้มใสแดงระเรื่อชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะเล่นกับเพื่อน “สาหวัดดีคร้า” น้องหวายยกมือขึ้นไหว้คนเป็นแม่ แสงดาวกอดบุตรสาวแล้วเช็ดเหงื่อให้เบาๆ ศศิธรมองร่างเล็กและใบหน้าสดใสที่มีส่วนคล้ายมารดา

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 46

    “อื้ม...อื้ม...”แสงดาวพยายามเปล่งเสียงปะท้วงออกมา แต่เขาก็ปิดกั้นในทุกๆ ทาง จูบเอาจูบเอาจนเธอหายใจหายคอไม่ทัน ไม่นานยกทรงก็ถูกเขากระชากหลุดออกจากสองเต้าอวบอิ่ม และใช้มือหนาตวัดขึ้นไปครอบครองฐานทรวง จนร่างงามสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ สัมผัสเต็มไม้เต็มมือทำให้ขจรศักดิ์ครางอย่างพอใจ และยกตัวขึ้นสบกับดว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 43

    เมื่อรับปากขจรศักดิ์ไว้แล้ว วันต่อมาศศิธรก็มายังวังเคียงรุ้งเพื่อสอบถามเรื่องที่อยากรู้ หญิงสาวเข้าพบกับเจ้าของวังที่ตอนนี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ หม่อมวิลัย และเดือนแรม ซึ่งกำลังนั่งทานของว่างอยู่ที่ระเบียงสวนดอกไม้“สวัสดีค่ะ นวลมารบกวนหรือเปล่าคะ” ศศิธรวางตะกร้าของฝากแล้วไห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status