LOGINตอนเธออยู่ทำร้ายจิตใจต่างๆ นานา ตอนเธอจากไป...เขาเหมือนคนกำลังจะตาย เขาเห็นเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่จะเด็ดมาดอมดมเมื่อไหร่ก็ได้ และเหยียบย่ำน้ำใจเธออย่างแสนสาหัส ทำให้เธอเจ็บปวดกับคำว่า “เมียลับ” แต่ความทุกข์ทรมานที่ได้รับแลกกับความสุขของมารดา...พวงชมพูยอม
View Moreงานการกุศลถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูกลางเมืองโดยสมาคมคุณหญิงลัดดา ในความดูแลของคุณหญิงนารถลดาผู้เป็นลูก งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการของสมาคมที่มีอยู่ด้วยกันสิบสองโรงเรียน
รูปแบบของการจัดงานเป็นงานประมูลของโบราณของคุณหญิงลัดดากับสามีที่สะสมมานานกว่าห้าสิบปีที่มีมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบชิ้น คุณหญิงนารถลดาคิดว่า หากเก็บไว้เฉยๆ ก็ไร้ประโยชน์ จึงนำออกมาประมูลสามสิบชิ้น เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายนำไปช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้และขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียน นอกจากงานประมูลของโบราณ ยังมีการแสดงของเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาจากห้าโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมง ห้องสำหรับให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการแสดงที่อยู่ไม่ห่างกับห้องจัดงานก็กำลังวุ่นวายพอสมควร เนื่องจากมีสองโรงเรียนนำเด็กอนุบาลสองและสามมาทำการแสดง เด็กจอมซนพากันวิ่งเล่น ชนนั่นชนนี่จนข้าวของตกหล่นสู่พื้น ครูกับผู้ปกครองเด็กต้องพากันเก็บและปรามเด็กไม่ให้ดื้อไม่ให้ซน ซึ่งมันก็ยากสำหรับเด็กวัยนี้ ส่วนอีกสามโรงเรียนนำเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งและสองมาทำการแสดง เด็กในวัยนี้แม้ว่าจะซนแต่มีความเชื่อฟังมากกว่าชั้นอนุบาล
หนึ่งในเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจากโรงเรียนวัดไผ่วัวนามว่า เพชรกล้าหรือน้องเพชร ผู้มีใบหน้าหล่อตั้งแต่ ผิวพรรณดีราวกับเป็นลูกผู้รากมากดี ใครเห็นก็ทักว่า เป็นลูกคนมีเงิน แต่แท้จริงแล้วเพชรกล้าเป็นลูกชายของผู้หญิงธรรมดา ที่ปากกัดตีนถีบหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อเลี้ยงลูกและมารดา รวมถึงตัวเธอเองด้วย เด็กชายมองไปยังประตูห้องแต่งตัวตลอดเวลา ราวกับว่ารอใครบางคนอยู่
“แม่ยังไม่มาเลยน้านก แม่จะมาไหมฮะ” เพชรกล้าถามรัชนีกร เพื่อนสนิทพวงชมพู มารดาแสนสวยของตน และยังเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นของผู้พูด “แม่บอกว่าจะมา ยังไม่เห็นมาเลย”
การแสดงในวันนี้เป็นการแสดงนอกโรงเรียนครั้งแรกของเพชรกล้า เด็กชายประหม่าและตื่นเต้น อยากได้กำลังใจจากมารดามากที่สุด ทว่าจนป่านนี้ยังไร้วี่แววพวงชมพู เพชรกล้ากลัวว่า มารดาจะผิดคำสัญญา
“มาสิครับ แม่ชมโทรมาบอกน้าเมื่อกี้ว่า ใกล้ถึงแล้ว ยังไงแม่ชมมาทันแน่นอนครับ” รัชนีกรตอบให้หลานชายคลายความกังวล
“จริงนะฮะ” เพชรกล้าถามย้ำ
“จริงสิครับ แม่ชมเคยโกหกหรือผิดสัญญาเพชรไหมครับ แม่ชมมาล้านเปอร์เซ็นต์ครับ” รัชนีกรตอบย้ำ เพชรกล้ายิ้มออกมาได้
“น้านก ผมอยากเข้าห้องน้ำ ปวดฉี่”
“ไปครับน้าพาไป แต่ต้องไปบอกครูปิ่นก่อนนะครับ”
เพชรกล้าพยักหน้ารับรู้ รัชนีกรเดินไปบอกครูนงเยาว์ แล้วเสร็จจึงพาเพชรกล้าไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากห้องแต่งตัว
น้าหลานแยกกันเข้าห้องน้ำ แล้วตกลงกันว่าใครทำธุระเสร็จก่อนให้มารอด้านนอก บังเอิญว่ารัชนีกรเกิดปวดท้องหนักขึ้นมาจึงเข้าห้องน้ำนานกว่าเพชรกล้าที่ออกมายืนรอตรงจุดที่รัชนีกรบอก ทว่าความเป็นเด็กยืนรอนานก็เกิดอาการเบื่อ และในขณะนั้นก็มีคนใส่ชุดมาสคอตรูปสัตว์และตัวการ์ตูนที่กำลังเดินไปยังงานเลี้ยงอีกห้องหนึ่งเดินผ่านมา เพชรกล้ารีบก้าวเท้าวิ่งไปดูทันที ความรีบร้อนอยากดูมาสคอตและไม่ทันระวัง จังหวะที่กำลังวิ่งเลี้ยวไปทางด้านขวา เพชรกล้าชนกับชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าห้องน้ำ ร่างเล็กกระเด็นลงไปนั่งวัดพื้น ชายร่างสูงใหญ่ตกใจรีบย่อตัวดูอาการเด็กชายที่ตนชน
“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ลุงขอโทษนะครับ ลุงไม่ทันระวัง”
ปราณปวิชลูกชายคุณหญิงนารถลดา เจ้าของงานการกุศลที่เพชรกล้าต้องขึ้นแสดงบนเวทีเอ่ยขอโทษและถามด้วยความเป็นห่วง เพชรกล้าเงยหน้ามองคนถาม
นัยน์ตาปราณปวิชนิ่งค้างยามสบสายตาอันบริสุทธิ์ของเด็กชายแปลกหน้า ที่คล้ายกับว่าเขากำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในเยาว์วัย อีกทั้งนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นเหมือนมีพลังดึงดูดให้เขาไม่อยากเคลื่อนสายตาจากใบหน้าเด็กชาย เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่ได้สบตา ปราณปวิชรู้สึกผูกพันกับเด็กคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาแปลกใจมากที่รู้สึกเช่นนี้ ตอบตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
“ไม่เป็นไรฮะ ผมไม่เจ็บฮะ”
เพชรกล้าตอบขณะที่ปราณปวิชประคองให้ลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันที่ปราณปวิชจะพูดคำใด เสียงของรัชนีกรได้ดังขึ้นแล้วรีบเดินแกมวิ่งมาหาหลานชาย
“เพชรกล้า” ปราณปวิชมองต้นเสียงที่คิดว่าเป็นแม่ของเด็กชาย “เกิดอะไรขึ้นครับ”
รัชนีกรรีบดึงตัวหลานชายให้มายืนข้างตน แต่แล้วเธอก็ต้องอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มตรงหน้าแบบเต็มตา ก่อนหลุบตามองหน้าเพชรกล้า สองคนนี้หน้าตาละม้ายคล้ายกันมากเหมือนเป็นเครือญาติกัน แต่คงไม่ใช่เพราะพวงชมพูเคยบอกว่า พ่อบังเกิดเกล้าของเพชรกล้าไม่มีญาติพี่น้อง เป็นลูกที่ถูกทิ้งให้เติบโตอยู่ในสถานเด็กกำพร้า และที่สำคัญเขาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว รัชนีกรคิดว่าคงเป็นคนหน้าเหมือนที่เหมือนกันได้แม้ว่าไม่ใช่ญาติพี่น้อง
“ผมเดินชนลูกชายคุณน่ะครับ ผมขอโทษนะครับ” ปราณปวิชกล่าวอย่างสุภาพ
Chapter 81 15.30 น. บนชายหาดหน้าบ้านพักพ่อลูกคู่หนึ่งกำลังเล่นเตะฟุตบอลอย่างสนุกสนาน คนเป็นลูกเลี้ยงฟุตบอลไปใกล้ประตูของคนเป็นพ่อที่รีบวิ่งไปสกัดลูกฟุตบอลไม่ให้เข้าประตู “เย้ๆ เข้าแล้ว” แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพชรกล้ายิงลูกฟุตบอลเข้าประตูบิดาแบบเต็มเท้า เด็กชายกระโดดด้วยความดีใจ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนทำสำเร็จ นับตั้งแต่ปราณปวิชเดินได้เป็นปกติ และฟิตร่างกายขนแข็งแรง เขาได้ทำกิจกรรมหลายอย่างกับลูกชาย ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ เล่นบาสเกตบอล ไปตีกอล์ฟ ขี่ม้าและเตะฟุตบอล รวมถึงพาไปเล่นสวนสนุกทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ปราณปวิชให้เวลาเพชรกล้าเต็มที่ ชดเชยวันเวลาที่ไม่ได้ดูแล เขาไปรับไปส่งเพชรกล้าที่โรงเรียนเอง ในวันหยุดเพชรกล้าจะไปเรียนร้องเพลง เต้นและเล่นกีตาร์ เขาก็จะเป็นคนพาไป ตบท้ายด้วยการกินไอศกรีมร้านดัง “ต่อไปนี้พี่จะดูแลเพชรเอง ชมอยู่บ้านแต่งตัวสวยๆ ให้พี่ดูก็พอ” เป็นคำพูดที่เขาบอกพวงชมพู ซึ่งเขาก็ทำได้ตามที่พูด ดูแลเพชรกล้าไม่ขาดตกบกพร่อง “เก่งมาครับลูกพ่อ” ปราณปวิชวางมือบนหัวลูกชายแล้วโยกเบาๆ “ไปเล่นน้ำกันดีก
Chapter 80 “ชมว่าชมคลอดเองได้ค่ะ ท้องแรกผ่านมาได้ ท้องนี้ก็สบายมาก” “แต่ถึงยังไงพี่ก็ห่วงอยู่ดี เมียสุดที่รักนี่นา ไม่ห่วงได้ไง” เขายกร่างอวบอิ่มขึ้นมานั่งบนตัก หอมแก้มเธอซ้ำๆ หลายครั้ง “ที่พี่ไม่ให้ทำอะไรเพราะพี่เป็นห่วง อยากดูแลชม ชดเชยท้องแรกที่ไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อชม” “ขอบคุณมากค่ะพี่ปราบ” พวงชมพูซบหน้าลงกับบ่าของสามี กอดร่างเขาไว้ด้วยความรักสุดหัวใจ “เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม ไม่ได้ทำหลายวันแล้ว อยากมาก” ปราณปวิชไม่ปิดกั้นความรู้สึก หอมแก้มภรรยาอีกฟอด “ท้องก็ไม่เว้นนะ” เธอแซว “ไม่เว้นหรอก จะนอนด้วยจนแก่หงำเหงือกเลย” “อย่าลืมนะคะว่าต้องทำยังไง” พวงชมพูกล่าวเตือนเขาเช่นทุกครั้ง “ครับผม จำได้ขึ้นใจครับว่าต้องเบาๆ เดี๋ยวลูกตกใจ” “ถ้างั้นอยากทำอะไรก็เชิญค่ะ” เธอเปิดทางให้เขาเสมอ ปราณปวิชถอดชุมคลุมท้องออกจากร่างเมียรัก เหลือเพียงชุดชั้นในที่ถูกออกไปในวินาทีต่อมา มือใหญ่ลูบท้องนูนของเธอ ก้มลงจูบสองสามครั้งราวกับทักทายทารกน้อยในครรภ์ จากนั้นจึงผ่อนร่างอวบให้นอนลงบนเตียง ส่วนตัวเขาก็รีบเร่งจั
Chapter 79“ค่ะพี่ทัช...เราจะแต่งงานกันค่ะ” อินทัชยิ้มกว้างสวมแหวนเข้ากับนิ้วนางข้างซ้ายของรวิกาญน์ที่ยิ้มรับทั้งน้ำตา...น้ำตาแห่งความดีใจ ส่วนอีกสามคนก็พากันดีใจ ที่การจัดโปรโมชั่นในครั้งนี้สำเร็จเสียที หลังจากลุ้นมาเป็นเดือนว่า เมื่อไหร่รวิกาญน์จะตอบตกลงแต่งงานกับอินทัชเสียที ในที่สุดความหวังและความฝันของทุกคนก็เป็นจริงก่อนหน้านี้สองวัน กรองทองถามลูกชายถึงความคืบหน้าเรื่องแต่งงาน คำตอบที่ได้รับเรียกความหงุดหงิดให้นางไม่น้อย“แต้วยังไม่ยอมแต่งงานกับผมเลยครับคุณแม่” เสียงตอบช่างเศร้า ไม่ใช่ว่าอินทัชไม่ขอรวิกาญน์ เขาทำแล้วหลายครั้ง ทว่าทำตอบที่ได้คือ ยังไม่ถึงเวลา, ขอเวลาอีกหน่อย อินทัชไม่อยากรุกหรือเซ้าซี้มาก เพราะเกรงว่ารวิกาญน์จะไม่พอใจ “ทำไมแต้วถึงไม่ยอม แกไปทำอะไรให้แต้วไม่พอใจหรือเปล่า” “แต้วคิดตลอดว่า เธอไม่คู่ควรกับผม ไม่ว่าจะด้วยเรื่องฐานะ เรื่องสังคม แต้วกลัวว่าคนอื่นจะพูดดูถูกตัวเองว่า แต่งงานกับผมเพราะเงิน เพื่อความสะดวกสบายของตัวเอง แต้วก็เลยบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้ครับ” “แม่เข้าใจแต้วนะ เพราะสังคมที่เราอยู่มันก็เป็นอย่างนั้นจริง แล้วเราก็ห้ามความคิดของคนอื่นไม่ได้ ฉะนั้นเ
Chapter 78 รวิกาญน์มองหน้าครอบครัวอินทัชที่รักและเมตตาตนมากเหลือเกิน เริ่มจากอินทัช หลังจากมีอะไรกันในคืนนั้น ทั้งสองตกลงกันว่า เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกจนกว่ารวิกาญน์จะตอบตกลงแต่งงาน อินทัชก็ไม่ขัดเรื่องนี้ เขาขอแค่เพียงกอด จูบและหอมแก้มซึ่งเธอก็อนุญาตตามคำขอนั้นนอกจากอินทัชจะดูแลเอาใจใส่ตน ไปรับไปส่งระหว่างที่บ้านและที่ทำงาน เขายังดูแลยายสาย ยายสุดที่รักของรวิกาญน์ ด้วยการเปลี่ยนโรงพยาบาลที่รักษาอาการป่วยโรคความดัน มาเป็นโรงพยาบาลเอกชน ไม่พออินทัชยังจ้างพยาบาลมาดูแลยายสายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงรวิกาญน์ค้านทันทีที่เขาบอกเรื่องนี้ แต่เขาก็ให้เหตุผลว่า ยายสายแก่แล้วและอยู่บ้านคนเดียวในช่วงกลางวัน หากเป็นลมหรือความดันขึ้นขึ้นมาคงไม่มีใครรู้ นั่นอาจส่งผลถึงชีวิตได้ แล้ววันไหนที่เธอต้องไปพบลูกค้าหรือไปเที่ยวกลับดึกดื่นจะได้ไม่ต้องห่วงว่า ยายสายจะกินอยู่อย่างไร อีกทั้งยังมีคนอยู่เป็นเพื่อนคุย ยายสายจะได้ไม่เหงา เมื่อได้ยินเหตุผลของอินทัช รวิกาญน์จึงเลิกค้าน ยอมให้อินทัชทำตามความตั้งใจ โดยที่เขาเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางด้านครอบครัวอินทัช ไม่ว่าจะเป็นเอกวิทย์ กรองทอง





