หลังจัดการเด็ก ๆ เสร็จ ลี่ห่ายยอมปล่อยให้เด็ก ๆ ออกไปเล่นกันนอกบ้านได้ตามต้องการ เธอมีสิ่งที่อยากรู้มากกว่าอะไร ๆ ในตอนนี้ เมื่อครู่ตอนเธอนั่งรอให้เด็ก ๆ กินอาหารเสร็จ ระบบมันขึ้นแจ้งเตือนว่าการอัปเดตข้อมูลเสร็จสิ้น เธออยากจะรู้เต็มทีแล้วว่าอัปเดตใหม่แล้วจะมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง
พูดกันตามตรง ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสามสิบปี เธอไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีการอัปเดตระบบติดตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะรวยหรือจน เธอก็ไม่เคยได้ยินข่าวว่าระบบมันอัปเดตด้วยตัวของมันเอง อย่างมากก็แค่เปลี่ยนไมโครชิปที่ฝังอยู่ในร่างกายเป็นอันใหม่ที่ดีขึ้น ซึ่งน้อยคนมากที่จะทำแบบนั้น
หลังจากส่งเด็ก ๆ ออกไปเล่นนอกบ้านแล้ว ลี่ห่ายก็ทำการปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาในทันที เธอขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงเตาแข็ง ๆ ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาแล้วกดเริ่มการทำงานในทันที
สิ่งแรกที่เธอได้เห็นคือภาพทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว แม้แต่วัชพืชหรือหญ้าไร้ประโยชน์ก็ยังไม่มีโผล่มาแม้แต่ต้นเดียว เธอค่อย ๆ ใช้นิ้วลากจอไปมาเพื่อสำรวจพื้นที่ ก่อนที่เธอจะเริ่มรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ ทั้งที่เธอตื่นเต้นแล้วแท้ ๆ
ไอ้พื้นที่ที่ว่านี่ มันเหมือนกับพื้นที่ที่เธอเคยไปทำภารกิจเลย นอกจากจะแห้งแล้งแล้วยังไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง เพราะอย่างนั้นมันก็เลยถูกทิ้งร้างไปอย่างนั้น
“ก็นึกว่าจะมีอะไรดี ๆ ชิ ไอ้เราก็ตื่นเต้นรอเก้อ หืม”
ในตอนที่เธอกำลังจะกดปิดหน้าต่าง ตัวอักษรสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับกะพริบถี่ ๆ ให้เธอได้เห็น เธอค่อย ๆ เพ่งสายตามองไปที่ตัวหนังสือ
[ หาพืชพรรณมาปลูก
ก่อนที่ดินจะแห้งแล้งไปมากกว่านี้ !]
ลี่ห่ายนิ่งอึ้ง ไอ้ข้อความที่เหมือนใส่อารมณ์นี่มันอะไรกัน แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน พื้นที่ไร้ประโยชน์นั่นมันปลูกพืชได้งั้นเเหรอ! ปลูกพืชเนี่ยนะ ตั้งแต่เกิดมาทั้งชีวิต จนตายแล้วก็มาเกิดใหม่ในร่างคนอื่นอีกรอบเนี่ย เธอยังไม่เคยปลูกอะไรรอดเลยแม้แต่อย่างเดียว
ไม่สิ ปลูกแล้วมันไม่ขึ้นเองมากกว่า ฮือออออ
ด้วยความที่ระบบแจ้งเตือนไม่ยอมหยุด เธอจึงย้อนกลับไปที่หน้ากระเป๋า อย่างที่บอกว่าของในกระเป๋านั้น ส่วนใหญ่มันเป็นของที่เธอมีก่อนจะตายลงทั้งหมด แล้วก่อนตายเธอก็ดันมีเมล็ดพืชติดกระเป๋าอยู่ด้วยนี่สิ
“ช่างสิ ขึ้นก็ขึ้น ไม่ขึ้นก็ไปหาอย่างอื่นมาปลูก ที่นี่มีต้นไม้ต้นหญ้าเต็มไปหมด” บ่นพึมพำแล้วเธอก็จัดการกดใช้เมล็ดพืชทันที
หลังจากกดใช้เมล็ดพืชก็มีหน้าต่างใหม่ขึ้นมาให้เธอกดเลือกอีกครั้ง ครั้งนี้มันขึ้นเป็นพื้นที่ให้เธอเลือกวาง เธอค่อย ๆ ลากหาพื้นที่เหมาะ ๆ แล้วปล่อยเมล็ดลงทีละช่อง ทำอย่างกับเกมที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อสำหรับเด็ก ๆ ไม่มีผิด
ลี่ห่ายเหมือนกำลังเล่นเกมปลูกผัก ติดที่ว่าเมล็ดของเธอมีน้อยกว่าในเกมมา ใช้เวลาไม่นานการลงเมล็ดผักของเธอก็เสร็จสิ้น แน่นอนว่าที่เธอบอกว่าเหมือนเกมไม่ใช่แค่การปลูกและระบบ แต่มันถึงกับมีเวลาขึ้นบนหัวของช่องที่เธอปลูกด้วย!
ส้ม 6 วัน 23.58 นาที
เธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองซื้อเมล็ดของส้มมา ไหนสตรีมเมอร์คนนั้นบอกเป็นผัก ส้มนี่มันผลไม้ไม่ใช่หรือไง หลอกลวงผู้บริโภคชัด ๆ แต่ช่างเถอะ ต้นอะไรก็ได้ ขอแค่ปลูกแล้วมันโตก็พอแล้ว
ปัง ปัง ปัง
“พี่สะใภ้ ออกมาทำงานทำการได้แล้วค่ะ” ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ดีหน่อยที่ลี่ห่ายลองท่องระบบดูหมดแล้ว แม้ว่าจะยังไม่คล่อง แต่ก็พอเข้าใจง่าย ทุกอย่างเหมือนเกมที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อ
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า วันนี้ฉันไม่มีงานอะไรที่ต้องทำไม่ใช่เหรอ” สะใภ้บ้านเจียงนั้นแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน เธอถึงได้บอกว่าบ้านนี้ไม่ได้แย่อะไร แต่ละบ้านจะมีงานที่ต้องทำอย่างชัดเจน ซึ่งวันนี้เธอไม่มีงานอะไรที่ต้องทำแล้ว
“หา พี่พูดเรื่องอะไรคะ ก็ซักผ้าให้แม่ไงคะ พี่เป็นคนอาสาทำเองไม่ใช่เเหรอ หน้าที่ของพี่น่ะไม่มีก็จริง แต่เรื่องของแม่สามี พี่เป็นคนเอ่ยปากเองนะคะว่าจะทำเองทั้งหมด พวกฉันไม่ต้องทำอะไร วันนี้พี่เป็นอะไรรึเปล่าคะเนี่ย ดูแปลก ๆ นะ อะนี่ ผ้าของแม่ค่ะ” สะใภ้รองบ่นอุบให้พี่สะใภ้ ก่อนจะยัดตะกร้าใส่ผ้าของหญิงชรามาให้เธอ
เธอต้องยอมรับเลยว่าคนบ้านเจียงตัวเหม็นกันมาก จากความทรงจำของเธอ เหมือนว่าคนที่นี่จะอาบน้ำกันวันเว้นวัน
ไม่แปลกเลยที่เนื้อตัวจะมีกลิ่นเหม็นคาว ๆ ออกมา
ตัวเธอที่เมื่อก่อนได้ไปอยู่และเติบโตในเขตร้อนชื้นก็เลยรักความสะอาดค่อนข้างไปทางมาก อาบน้ำอย่างน้อยวันละสองครั้ง เห็นว่าเธอเป็นทหารหญิงออกไปทำภารกิจบ่อยแบบนี้ แต่เธอก็พยายามอาบน้ำและรักษาความสะอาดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แถมคนในเขตที่เธออยู่ก็สะอาดกันหมด น้อยคนที่จะสกปรก
พอตัวเองที่เป็นคนรักษาความสะอาดมากที่สุดเท่าที่จะมีเวลาทำต้องมาเจอคนบ้านเจียงและคนที่นี่ เธออดจะเผลอกลั้นหายใจใส่ไม่ได้จริง ๆ ยิ่งตะกร้าผ้าของแม่สามีที่ส่งกลิ่นคาว ๆ มานี่แล้วด้วย
ลี่ห่ายไม่ได้อยากจะทำความสะอาดให้ใคร แต่เพราะเธอทนไม่ไหว เธอรีบวิ่งไปหยิบเอาอุปกรณ์การซักผ้าแล้วไปที่ริมแม่น้ำตามความทรงจำในทันที ก่อนจะเริ่มลงมือขยี้ผ้าอย่างรังเกียจ มันเหม็นมากจริง ๆ !
ด้วยพลังแฝงและพลังของผงซักฟอกรุ่นขจัดกลิ่นบนซื้อผ้าเป็นพิเศษจากบ้านเกิด ไม่นานผ้าเหม็น ๆ ของแม่สามีแซ่เจียงก็สะอาดไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ในที่สุด เธอรีบบิดแล้วเอาพวกมันไปตากให้ทันแดด
ดีหน่อยที่ช่วงนี้เป็นฤดูร้อน ผ้าที่ซักเลยทันได้ตากแดด ไม่ต้องตากลมจนแห้ง เพราะการตากลมมันจะทำให้ผ้ามีกลิ่นอับน่ะสิ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ทรมานจนตายคาบ้านเจียงแน่ ๆ
แต่หน้าร้อนแล้วก็ใช่ว่าจะดี อย่าลืมว่าพอร้อนแล้วไม่ชอบอาบน้ำ มันก็เหม็นไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด คิดแล้วก็ปวดหัวจริง ๆ ดีหน่อยที่บ้านนี้ไม่ได้มีชายหนุ่มเยอะแยะอะไร ไม่อย่างนั้นคงจะเหม็นยิ่งกว่าทุกวันนี้อย่างแน่นอน
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
[ระบบทำการเชื่อมต่อตลาดโลกสำเร็จ]
เปิดใช้งานระบบตลาดเลยหรือไม่
[ตกลง] [ยกเลิก]
แล้วใครมันจะไปกดยกเลิกกันล่ะ ระบบตลาดโลกนี่มันอะไรน่ะ ถ้าวิเคราะห์จากชื่อเฉย ๆ มือของเธอก็สั่นจนไม่รู้จะสั่นยังไงแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ หมายความว่าเธอสามารถซื้อขายของกับโลก
อื่น ๆ ได้อย่างนั้นน่ะเหรอ
ลี่ห่ายรีบหลบซ่อนตัวในห้องนอนอีกครั้ง เธอเลื่อนดูระบบของตลาดโลกอย่างตื่นเต้น มันเป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริง ๆ เธอสามารถลงขายของที่มีอยู่ได้ เธอไม่แน่ใจว่าคนที่จะมาซื้อของเธอมันเป็นใคร เธอจะรู้แค่ว่ามีอะไรลงมาขายบ้าง เธอขายอะไรได้บ้าง ได้เงินเท่าไหร่ ก็เท่านั้น
แต่นี่มันก็มากพอแล้ว! เธอตื่นเต้นจนรีบแอบออกจากห้องไปหาอะไรมาขาย แน่นอนว่าของในห้องของเธอดูไม่มีอะไรน่าขายได้เลยสักอย่างเดียว ส้มที่ปลูกอยู่ก็ต้องรออีกเกือบเจ็ดวันถึงจะโต แล้วไม่รู้ด้วยว่าจะโตหรือเปล่า เพราะอย่างนั้น...การขโมยของในบ้านไปขายน่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด
ถ้าลองคิดว่าตลาดโลกนี้เชื่อมกับโลกเก่าของเธอ สิ่งที่ขายดีน่าจะเป็นพืชผักและผลไม้ ลี่ห่ายทำท่าเป็นเดินเข้าไปในครัว ก่อนจะแอบหยิบเอามันฝรั่งที่มีอยู่เป็นกระสอบออกมาสองสามลูกแล้วโยนเข้าไปในช่องสีฟ้า ๆ ที่โผล่ขึ้นมา
เธอหย่อนเสร็จก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องนอนแล้วดูผลลัพธ์ กลายเป็นว่าระบบมันคำนวณน้ำหนักและแสดงสรรพคุณออกมาให้เธอเสร็จสรรพ เธอมีหน้าที่แค่กดยืนยันการขายเท่านั้น
[ยืนยัน]
เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเรียบร้อย ลี่ห่ายทำได้แค่รอก็เท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำแล้วก็เลือกที่จะนอน การนอนคือสิ่งที่เธอเฝ้ารอมาตั้งแต่ชีวิตก่อน วันไหนที่ได้นอนหลับอย่างสนิท นั่นก็แปลว่าชีวิตของเธอมันปลอดภัยยังไงล่ะ
สะใภ้ใหญ่ของบ้านนอนหลับกลางวันไปอย่างไม่สนเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่สนเลยว่าปกติตัวเองจะต้องออกไปเอาใจแม่สามีด้วยการบีบนวดให้อยู่ทุกวัน ปล่อยให้หญิงชรานอนชะเง้อคอรอแล้วรออีก
ลี่ห่ายนอนหลับอย่างมีความสุข แต่การนอนหลับของเธอก็ต้องถูกทำลายลงด้วยเสียงดังโหวกเหวกโวยวายหน้าบ้าน ไม่รู้ใครมามันเรียกเธอนักหนา คนจะหลับจะนอนก็มาขัดอยู่ได้ ไม่สบอารมณ์เลยจริง ๆ
สะใภ้ใหญ่ของบ้านที่นอนหลับจนหัวฟูเดินทำหน้างัวเงียออกไปดูหน้าบ้าน เธอเห็นคนในบ้านยืนอยู่กันครบทุกคนก็รีบเดินออกไปดูอย่างเร่งรีบ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ”
“พี่สะใภ้หายไปไหนมาคะ! รีบไปเลยค่ะ ตอนนี้เจียงหมิงจมน้ำท้ายหมู่บ้าน ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นกำลังช่วย ไม่มีใครว่ายน้ำแข็งสักคน พี่รีบไปดูก่อนเถอะ ลูกชายคนโตของพี่ถูกช่วยขึ้นมาได้ก่อน เหลือแต่คนเล็ก เรียกหาพี่ก็ไม่ตอบสักที!”
“ว่าไงนะ!”