INICIAR SESIÓNหนึ่งปีต่อมา
“เย็นนี้ น้ำจะกลับบ้านต่างจังหวัดนะคะ ส่วนกับข้าวมื้อเช้าของคุณน้ำทำไว้ให้ในตู้เย็นแล้ว คุณก็แค่เอาออกมาเวฟกินได้เลย”
ตั้งแต่ที่ธารารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกับเขา จากที่ปุณณธีร์เป็นคนไม่ทานมื้อเช้า เขาก็ต้องทานทุกเช้าก่อนไปทำงาน
เพราะอดทนดมกลิ่นความหอม ที่ลอยคละฟลุ้งทุกเช้าไม่ไหว ธารารินทร์เธอตื่นมาเข้าครัวเองในทุกเช้าตลอด เขาเลยกลายเป็นคนติดรสมือของเธอเข้าแล้ว และทานมื้อเช้าเป็นประจำเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว
“ฉันทำไม่เป็น” น้ำเสียงเรียบเอ่ยบอกขณะที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา โดยที่สายตายังคงจ้องมองที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก
ปุณณธีร์ต้องตรวจเช็คงานของเขาในทุกเช้าของทุกวัน ในขณะที่รอทานมื้อเช้าฝีมือของธารารินทร์ ก่อนที่ออกไปข้างนอกพร้อมกัน
เขาจะแวะส่งธารารินทร์มหาวิทยาลัยก่อนค่อยเข้าไปที่บริษัท เพราะเป็นทางผ่านพอดี ส่วนศราวินนั้น ตอนนี้ไม่ได้มาขับรถให้เขาแล้ว
“แต่น้ำ...”
“ฉันจะกลับบ้านกับเธอด้วย...” เขาพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ธารารินทร์จะพูดจบเสียด้วยซ้ำ เขาไม่รู้หรอก ว่าเธอจะมีเหตุผลหรือหาข้ออ้างอะไรมาปฏิเสธเขา
“คุณ...” เธอตกใจอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินปุณณธีร์พูดคำนี้ออกมา เพราะทุกครั้งที่เธอกลับบ้าน เขาไม่เคยคิดจะถามไถ่อะไรด้วยซ้ำ แต่มาวันนี้ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้กัน
“ก็ฉันอยู่คนเดียว ฉันทำอะไรไม่เป็น...” เขาหาข้ออ้างขึ้นมาทันที
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปทานข้างนอกเอาก็แล้วกันค่ะ หรือไม่ก็ให้พี่วิน...” เธอจึงนึกถึงศราวินเลขาส่วนตัวของเขาขึ้นมาทันที เพราะทุกทีก็ตัวติดกันตลอดอยู่แล้ว
“มันลาพักร้อนตั้งหลายวัน แล้วมันก็พาเมียมันไปเที่ยวที่ต่างจังหวัดแล้ว”
ทุกครั้งที่ธารารินทร์กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด ก็จะมีศราวินนี้แหละที่คอยจัดการแทนเธอทุกอย่าง และเขาเองก็จะทบดอกเสมอเมื่อเธอกลับมา เขาทำแบบนี้เป็นประจำตามจำนวนวันที่เธอกลับบ้าน จนบางครั้งวันเธอไม่สามารถลุกไปมหาวิทยาลัยได้เลย
ใครจะว่าเขาเสพติดเซ็กส์ก็ช่าง ก็เขาติดจริงนั้นแหละ แต่เขาก็ไม่ได้ติดกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว เขาเป็นแค่กับธารารินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ธารารินทร์คอยจัดแจงไว้ให้ตลอด โดยมีศราวินเป็นคนจัดการต่ออีกที แต่ครั้งนี้ศราวินดันเลือกวันลาพักร้อนตรงกับวันที่เธอจะกลับบ้านด้วย
เขาจึงหาโอกาสนี้กลับบ้านกับเธอด้วยก็แล้วกัน อยากจะไปหลายรอบแล้ว เพียงแต่งานรัดตัวตลอด ตอนนี้งานก็เบาบางลงแล้ว และอยากจะไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอด้วย
“แล้วปกติคุณ...”
“ไม่ต้องถามอะไรมาก ก็ฉันบอกว่าฉันจะกลับบ้านกับเธอด้วย ไปเก็บของออกเดินทางตอนนี้เลย” เขารีบตัดบทเมื่อเห็นว่าเริ่มจะสาวความยาว
“เดี๋ยวค่ะ แต่น้ำจองตั๋วไว้แล้ว รถจะออกตอนเย็น” เธอรีบปรามเขาขึ้นมา และบอกเขาไปขณะที่่เขากำลังจะลากเธอเข้าไปในห้องนอน
“จะเสียดายทำไมแค่ค่าตั๋วไม่กี่บาท ฉันรวย ฉันมีเงินเธอลืมไปแล้วเหรอ?”
ปุณณธีร์ไม่สนใจกับคำพูดของเธอ แถมยังพูดจาถากถางเหมือนประชดชัน แล้วลากเธอเข้าห้องนอนไปเก็บของเตรียมตัวออกเดินทางทันที
“คุณนี่ก็เอาแต่ใจจังเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นทันที ที่เขาเข้ามาภายในห้องนอนของเขาและเธอที่ใช้หลับนอนด้วยกันมาเป็นปี
“ฉันเอาเธอ? ไม่สิ เธอก็เอาฉันเหมือนกัน...”
“ทะลึ่ง...”
เขากลายเป็นคนเสพติดร่างกายของเธอโดยไม่รู้ตัว ตลอดหนึ่งปีที่ผ่าน เขากับเธอมีอะไรกันทุกวันทุกคืน และทุกคืนก็หลายรอบจนเกือบเช้าตลอด
ที่บอกว่าทุกวัน ก็ทุกวันจริง ๆ นั่นแหละ หลังจากสัปดาห์แรกที่เธอมาอยู่กับเขา ประจำเดือนเธอมา ร่างกายของเธอมักจะอ่อนแอและป่วยเป็นไข้ทับระดู เขาเลยเสนอให้เธอคุมกำเนิดแบบฉีดแทน เพราะการฉีดยาคุมกำเนิดไม่ต้องกังวลเรื่องของประจำเดือนมา
“แล้วเราจะไปอยู่กันกี่วัน” เขาพูดขึ้นมาทันที ขณะที่กำลังนั่งอยู่บนปลายเตียงนอนมองดูเธอกำลังพับเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าใบใหญ่
“น่าจะอยู่นานกว่าทุกครั้งหน่อย เพราะปิดเทอมคุณก็ให้น้ำกลับแค่อาทิตย์หนึ่งเอง ดีแค่ไหนแล้วที่แม่ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของน้ำเลย ถ้าคุณจะกลับกะ...”
“ถ้าแม่ถาม ก็ตอบแม่ไปสิไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย” เขาพูดแทรกเธอขึ้นมาทันที ที่เธอพูดกำลังจะบอกเขาว่าอำไร
“ไม่เอาหรอก แค่นี้น้ำก็ละลายใจมากพอแล้ว ขืนแม่รู้ว่าน้ำเป็นผู้หญิงขายศักดิ์ศรีกิน...”
“น้ำ...” เขาเรียกชื่อของเธออย่างดัง เมื่อเธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
เขาไม่อยากให้เธอด้อยค่าตัวเอง ว่าเป็นหญิงสาวขายศักดิ์ศรีกินเลย เพราะเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของเขาเองต่างหาก
“ก็มันจริงไหมค่ะ เพราะน้ำก็ได้เงินจากการพลีกายให้คุณ”
“...” เขาไม่พูดอะไรอีก
ปุณณธีร์พาหญิงสาวออกเดินทางในเวลาช่วงบ่ายของวัน เดิมทีจะออกมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เขากลับใช้เวลารังแกเธออยู่ตั้งหลายชั่วโมง เพราะเธอเอาแต่เงียบตั้งแต่ที่เก็บของใส่กระเป๋าเสร็จ เขาเดาว่าเธออาจจะน้อยใจหรือไม่พอใจอะไร เขาเลยใช้ร่างกายปลอบประโลมเสียหน่อย
เมื่อรถแล่นออกมาได้ไกลจากเมืองกรุงที่แสนจะวุ่นวาย เขากลับเลี้ยวรถแวะเข้าไปยังสถานที่ที่หนึ่ง โดยที่ไม่ได้ถามความเห็นจากคนที่นั่งมาด้วยเลย
“คุณมาทำอะไรที่นี่ค่ะ” เธอถามขึ้นทันที ที่รถจอดสนิทและดับเครื่องยนต์
“ฉันเมื่อย ขอไปงีบสักสองสามชั่วโมง แล้วอีกอย่างตอนนี้แดดจ้า สงสารรถด้วยขอพักรถและพักเอาแรงก่อน เย็น ๆ ค่อยออกเดินทางก็ได้” เขาพูดบอกกับเธอ และมือก็ปลดเข็มขัดนิรภัยกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ
“แต่คุณ...”
“ยังไงก็ถึงเร็วกว่าที่เธอนั่งรถประจำทางกลับแน่นอน” พูดแล้วเขาก็เปิดประตูลงจากรถ และเอากระเป๋าที่อยู่ท้ายรถนั่นลงไปด้วย
ธารารินทร์จึงยอมลงจากรถ แล้วรีบสาวเท้าเดินตามคนร่างสูงเดินเข้าไปยังที่พักแห่งนี้โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือคัดค้านอะไรได้อีกเลย เพราะเขาคงไม่ฟังเธออยู่ดี
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
ผมเป็น...รุ่งเช้า“น้ำ...” เสียงเจ้าบ้านเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวดังขึ้นราวกับว่ามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม เมื่อเห็นว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้ของลูกสาวนั้น ไม่ได้มาคนเดียว“สวัสดีครับ ผมชื่อธาม เป็นเอ่อ...” เขารีบยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าทันที เมื่อเห็นว่ามีสายตาจ้องมองมาที่เขาอย่างจับผิด“เขาเป็นนายจ้างของน้ำเองจ้ะแม่ พอดีน้ำจองตั๋วไม่ได้ แล้วคุณธามเขาก็มีธุระแถวนี้พอดี เลยให้น้ำติดรถมาด้วย และก็อาสามาส่งน้ำถึงที่บ้านนี่แหละแม่...” ธารารินทร์รีบพูดแทรกแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แล้วทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจเอาทั้งคู่เดินทางมาถึงที่หมายในช่วงเช้าพอดี บ้านของธารารินทร์ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย หรือที่เรียกว่าภาคอีสานนั้นเอง ซึ่งคนสวนใหญ่ที่นี่จะประกอบอาชีพทำการเกษตร และใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารเป็นหลัก แต่บางครอบครัวก็ใช้ภาษากลางเหมือนกันครอบครัวของธารารินทร์เองก็ใช้ภาษากลางในการสื่อสารเช่นกัน เธอกับมารดาจะใช้ภาษากลางในการสื่อสารกันตั้งแต่เธอกำเนิด แต่พวกเธอก็ฟังภาษาถิ่นออกและพูดได้“แล้วงานที่คุณจะไปเป็นที่ไหนเหรอพ่อหนุ่ม...” ธารทิพย
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







