Mag-log inหนึ่งปีต่อมา
“เย็นนี้ น้ำจะกลับบ้านต่างจังหวัดนะคะ ส่วนกับข้าวมื้อเช้าของคุณน้ำทำไว้ให้ในตู้เย็นแล้ว คุณก็แค่เอาออกมาเวฟกินได้เลย”
ตั้งแต่ที่ธารารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกับเขา จากที่ปุณณธีร์เป็นคนไม่ทานมื้อเช้า เขาก็ต้องทานทุกเช้าก่อนไปทำงาน
เพราะอดทนดมกลิ่นความหอม ที่ลอยคละฟลุ้งทุกเช้าไม่ไหว ธารารินทร์เธอตื่นมาเข้าครัวเองในทุกเช้าตลอด เขาเลยกลายเป็นคนติดรสมือของเธอเข้าแล้ว และทานมื้อเช้าเป็นประจำเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว
“ฉันทำไม่เป็น” น้ำเสียงเรียบเอ่ยบอกขณะที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา โดยที่สายตายังคงจ้องมองที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก
ปุณณธีร์ต้องตรวจเช็คงานของเขาในทุกเช้าของทุกวัน ในขณะที่รอทานมื้อเช้าฝีมือของธารารินทร์ ก่อนที่ออกไปข้างนอกพร้อมกัน
เขาจะแวะส่งธารารินทร์มหาวิทยาลัยก่อนค่อยเข้าไปที่บริษัท เพราะเป็นทางผ่านพอดี ส่วนศราวินนั้น ตอนนี้ไม่ได้มาขับรถให้เขาแล้ว
“แต่น้ำ...”
“ฉันจะกลับบ้านกับเธอด้วย...” เขาพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ธารารินทร์จะพูดจบเสียด้วยซ้ำ เขาไม่รู้หรอก ว่าเธอจะมีเหตุผลหรือหาข้ออ้างอะไรมาปฏิเสธเขา
“คุณ...” เธอตกใจอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินปุณณธีร์พูดคำนี้ออกมา เพราะทุกครั้งที่เธอกลับบ้าน เขาไม่เคยคิดจะถามไถ่อะไรด้วยซ้ำ แต่มาวันนี้ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้กัน
“ก็ฉันอยู่คนเดียว ฉันทำอะไรไม่เป็น...” เขาหาข้ออ้างขึ้นมาทันที
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปทานข้างนอกเอาก็แล้วกันค่ะ หรือไม่ก็ให้พี่วิน...” เธอจึงนึกถึงศราวินเลขาส่วนตัวของเขาขึ้นมาทันที เพราะทุกทีก็ตัวติดกันตลอดอยู่แล้ว
“มันลาพักร้อนตั้งหลายวัน แล้วมันก็พาเมียมันไปเที่ยวที่ต่างจังหวัดแล้ว”
ทุกครั้งที่ธารารินทร์กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด ก็จะมีศราวินนี้แหละที่คอยจัดการแทนเธอทุกอย่าง และเขาเองก็จะทบดอกเสมอเมื่อเธอกลับมา เขาทำแบบนี้เป็นประจำตามจำนวนวันที่เธอกลับบ้าน จนบางครั้งวันเธอไม่สามารถลุกไปมหาวิทยาลัยได้เลย
ใครจะว่าเขาเสพติดเซ็กส์ก็ช่าง ก็เขาติดจริงนั้นแหละ แต่เขาก็ไม่ได้ติดกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว เขาเป็นแค่กับธารารินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ธารารินทร์คอยจัดแจงไว้ให้ตลอด โดยมีศราวินเป็นคนจัดการต่ออีกที แต่ครั้งนี้ศราวินดันเลือกวันลาพักร้อนตรงกับวันที่เธอจะกลับบ้านด้วย
เขาจึงหาโอกาสนี้กลับบ้านกับเธอด้วยก็แล้วกัน อยากจะไปหลายรอบแล้ว เพียงแต่งานรัดตัวตลอด ตอนนี้งานก็เบาบางลงแล้ว และอยากจะไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอด้วย
“แล้วปกติคุณ...”
“ไม่ต้องถามอะไรมาก ก็ฉันบอกว่าฉันจะกลับบ้านกับเธอด้วย ไปเก็บของออกเดินทางตอนนี้เลย” เขารีบตัดบทเมื่อเห็นว่าเริ่มจะสาวความยาว
“เดี๋ยวค่ะ แต่น้ำจองตั๋วไว้แล้ว รถจะออกตอนเย็น” เธอรีบปรามเขาขึ้นมา และบอกเขาไปขณะที่่เขากำลังจะลากเธอเข้าไปในห้องนอน
“จะเสียดายทำไมแค่ค่าตั๋วไม่กี่บาท ฉันรวย ฉันมีเงินเธอลืมไปแล้วเหรอ?”
ปุณณธีร์ไม่สนใจกับคำพูดของเธอ แถมยังพูดจาถากถางเหมือนประชดชัน แล้วลากเธอเข้าห้องนอนไปเก็บของเตรียมตัวออกเดินทางทันที
“คุณนี่ก็เอาแต่ใจจังเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นทันที ที่เขาเข้ามาภายในห้องนอนของเขาและเธอที่ใช้หลับนอนด้วยกันมาเป็นปี
“ฉันเอาเธอ? ไม่สิ เธอก็เอาฉันเหมือนกัน...”
“ทะลึ่ง...”
เขากลายเป็นคนเสพติดร่างกายของเธอโดยไม่รู้ตัว ตลอดหนึ่งปีที่ผ่าน เขากับเธอมีอะไรกันทุกวันทุกคืน และทุกคืนก็หลายรอบจนเกือบเช้าตลอด
ที่บอกว่าทุกวัน ก็ทุกวันจริง ๆ นั่นแหละ หลังจากสัปดาห์แรกที่เธอมาอยู่กับเขา ประจำเดือนเธอมา ร่างกายของเธอมักจะอ่อนแอและป่วยเป็นไข้ทับระดู เขาเลยเสนอให้เธอคุมกำเนิดแบบฉีดแทน เพราะการฉีดยาคุมกำเนิดไม่ต้องกังวลเรื่องของประจำเดือนมา
“แล้วเราจะไปอยู่กันกี่วัน” เขาพูดขึ้นมาทันที ขณะที่กำลังนั่งอยู่บนปลายเตียงนอนมองดูเธอกำลังพับเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าใบใหญ่
“น่าจะอยู่นานกว่าทุกครั้งหน่อย เพราะปิดเทอมคุณก็ให้น้ำกลับแค่อาทิตย์หนึ่งเอง ดีแค่ไหนแล้วที่แม่ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของน้ำเลย ถ้าคุณจะกลับกะ...”
“ถ้าแม่ถาม ก็ตอบแม่ไปสิไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย” เขาพูดแทรกเธอขึ้นมาทันที ที่เธอพูดกำลังจะบอกเขาว่าอำไร
“ไม่เอาหรอก แค่นี้น้ำก็ละลายใจมากพอแล้ว ขืนแม่รู้ว่าน้ำเป็นผู้หญิงขายศักดิ์ศรีกิน...”
“น้ำ...” เขาเรียกชื่อของเธออย่างดัง เมื่อเธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
เขาไม่อยากให้เธอด้อยค่าตัวเอง ว่าเป็นหญิงสาวขายศักดิ์ศรีกินเลย เพราะเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของเขาเองต่างหาก
“ก็มันจริงไหมค่ะ เพราะน้ำก็ได้เงินจากการพลีกายให้คุณ”
“...” เขาไม่พูดอะไรอีก
ปุณณธีร์พาหญิงสาวออกเดินทางในเวลาช่วงบ่ายของวัน เดิมทีจะออกมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เขากลับใช้เวลารังแกเธออยู่ตั้งหลายชั่วโมง เพราะเธอเอาแต่เงียบตั้งแต่ที่เก็บของใส่กระเป๋าเสร็จ เขาเดาว่าเธออาจจะน้อยใจหรือไม่พอใจอะไร เขาเลยใช้ร่างกายปลอบประโลมเสียหน่อย
เมื่อรถแล่นออกมาได้ไกลจากเมืองกรุงที่แสนจะวุ่นวาย เขากลับเลี้ยวรถแวะเข้าไปยังสถานที่ที่หนึ่ง โดยที่ไม่ได้ถามความเห็นจากคนที่นั่งมาด้วยเลย
“คุณมาทำอะไรที่นี่ค่ะ” เธอถามขึ้นทันที ที่รถจอดสนิทและดับเครื่องยนต์
“ฉันเมื่อย ขอไปงีบสักสองสามชั่วโมง แล้วอีกอย่างตอนนี้แดดจ้า สงสารรถด้วยขอพักรถและพักเอาแรงก่อน เย็น ๆ ค่อยออกเดินทางก็ได้” เขาพูดบอกกับเธอ และมือก็ปลดเข็มขัดนิรภัยกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ
“แต่คุณ...”
“ยังไงก็ถึงเร็วกว่าที่เธอนั่งรถประจำทางกลับแน่นอน” พูดแล้วเขาก็เปิดประตูลงจากรถ และเอากระเป๋าที่อยู่ท้ายรถนั่นลงไปด้วย
ธารารินทร์จึงยอมลงจากรถ แล้วรีบสาวเท้าเดินตามคนร่างสูงเดินเข้าไปยังที่พักแห่งนี้โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือคัดค้านอะไรได้อีกเลย เพราะเขาคงไม่ฟังเธออยู่ดี
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได







