Masukปุณณธีร์กลับมาถึงคอนโดในช่วงเย็นก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าเสียด้วยซ้ำ เขาจึงโทรศัพท์ไปนัดกับศราวินออกไปทานข้าวมื้อเย็นกันข้างนอก
ที่เขาเลือกติดต่อกับศราวินเพราะว่าอยากพาธารารินทร์ออกไปด้วย หากจะโทรศัพท์ไปหาสองเพื่อนซี้ มีหวังเขาคงโดนพวกเพื่อนสอบปากคำเกี่ยวกับคนที่เขาพาไปด้วยแน่
หลายนาทีผ่านไป ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาภายในห้องก็มีแต่ความเงียบ เขาจึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนสายตาคมกวาดมองไปที่เตียงก็พบเพียงความว่างเปล่าไร้เงาของธารารินทร์ เท้ายาวจึงก้าวเดินเข้าไปดูที่ห้องน้ำ ก็เห็นเธอนอนแช่น้ำในอ่างอยู่อย่างสบายใจ โดยที่เธอหูทั้งสองข้างใส่หูฟังนอนหลับตาเคลิ้มอย่างมีความสุข
“สบายเกินไปแล้วนะยัยตัวแสบ” เขาพึมพำเบา ๆ
ปุณณธีร์ยืนมือท้าวเอวและส่ายหน้าเบา ๆ เมื่อมองดูหญิงสาวที่นอนแช่น้ำในอ่างแบบไม่ได้กังวลอะไรเลย มือใหญ่เอื้อมไปถอดหูฟังของเธอออก
ธารารินทร์เบิกตาโพลงพร้อมกับเด้งตัวลุกนั่งทันที เมื่อรับรู้ถึงการโดนลุกล้ำ โดยลืมตัวไปเลยว่าตอนนี้ตัวเองร่างกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ ทำให้เต้าอวบทั้งสองข้างโผล่พ้นเหนือน้ำในอ่าง
“มะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไหนบอกว่าจะกลับดึก” เธอถามเขาออกไปด้วยความแปลกใจที่เขามาอยู่ในห้องนี้ตอนนี้
“รีบลุกไปล้างตัว ฉันหิวข้าว” เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่กลับออกคำสั่งบอกเธอแทนพร้อมกับเอื้อมมือไปกดเปิดน้ำในอ่างที่เธอกำลังแช่อยู่นั้นระบายทิ้งในทันที
“คุณหิวข้าว?” เธอถามเขาย้ำกลับไปทันที แล้วไหนเขาบอกว่าไปบ้านใหญ่หาพ่อกับแม่ แล้วที่บ้านนั้นไม่มีข้าวให้กินหรือไง
“รีบลุกขึ้นไปล้างตัวได้แล้ว” พูดพร้อมกับส่งสายตามองอย่างแทะโลม เมื่อน้ำในอ่างลดลงก็เห็นร่างกายอันเปลือยเปล่าทั้งหมดทุกส่วนของเธอ จนเขาต้องกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่
ธารารินทร์เมื่อรู้ตัวว่าคนร่างสูงกำลังมองมาที่เธออยู่ ก็รีบลุกขึ้นจากอ่าง แล้ววิ่งออกไปล้างตัวอีกฝั่งอย่างไวด้วยความเขินอาย
*
*
ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“บอสนี้ร้ายไม่เบาเลยนะคะ น้องคนนี้ตัวจริงหรือเปล่าค่ะ ถึงกล้าพามาเปิดตัวออกงานด้วยแบบนี้” หญิงสาวเอ่ยแซวผู้เป็นเจ้านายขึ้นมาทันที ที่เขาเดินมานั่งที่โต๊ะในที่ว่าง โดยที่ธารารินทร์นั้นเดินมาตามหลังมาห่าง ๆ
มีนานุช หรือ มีนา หญิงสาววัย 25 ปี เธอรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาของศราวินและพ่วงตำแหน่งแฟนของศราวินควบคู่ไปด้วย
“พูดมากนะมีนา สงสัยโบนัสเดือนนี้...” ปุณณธีร์จึงขู่เธอกลับคืนไปบ้างที่กล้าเอ่ยแซวเขา แต่เขาก็ไม่คิดจะทำจริงหรอก
“นาแค่แซวเล่นเองค่ะบอส ก็นาไม่เคยเห็นบอสควงหรือพาสาวคนไหนออกมาทานข้าวข้างนอกด้วยแบบนี้”
“ควงที่ไหนกัน เดินห่างกันขนาดนั้น” ปุณณธีร์พูดก่อนหันไปมองทางคนที่กำลังจะเดินมาถึงโต๊ะ ก่อนที่เขาจะนั่งลง
“มีนา อะไรควรเงียบก็ปิดปากให้สนิทด้วยน่ะ” ศราวินตำหนิแฟนสาวของตนที่วันนี้รู้สึกจะกล้าพูดแซวเจ้านายมากเป็นพิเศษ
“รู้แล้วน่า พี่วินก็...” เธอหันหน้าไปหาแฟนหนุ่ม แล้วก็ต้องปิดปากเงียบ เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงที่โต๊ะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“พี่วิน สวัสดีค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยทักพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้คนที่อายุเยอะกว่าเธอ ทำให้บทสนทนาหยุดลงทันที ที่ธารารินทร์เดินมาถึง
“สวัสดีครับ คุณน้องน้ำเชิญนั่งครับ” ศราวินพยักหน้าเอ่ยตอบ
“เรียกน้ำเฉย ๆ พอแล้วค่ะพี่วิน” เธอเอ่ยบอกอย่างถ่อมตน ที่ศราวินยังคงเรียกเธอว่าคุณแบบนี้อยู่อีก ทั้งที่เคยคุยกันหน้านี้แล้ว
“ครับ ขออนุญาตนะครับคุณธาม” ศราวินขานรับแล้วหันหน้าไปเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นเจ้านายตนทันที ซึ่งนั่งทำหน้าขรึมอยู่ฝั่งตรงข้าม
“นายจะมาขออนุญาตฉันทำไม” เสียงเข้มพูดขึ้นด้วยหน้าตาที่เรียบเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่ศราวินพูด
“ก็...”
“ก็แล้วแต่นายจะเรียกสิ...”
“นี่มีนา แฟนพี่เองครับ” ศราวินจึงแนะนำหญิงสาวข้างกายตนให้ธารารินทร์รู้จัก เพราะทั้งคู่ยังไม่เคยเจอกันมาก่อน
“สวัสดีค่ะพี่มีนา ชื่อน้ำนะคะ เรียกน้ำเฉย ๆ พอค่ะ”
ธารารินทร์หันหน้าไปตามที่ศราวินแนะนำ แล้วเธอก็ยกมือขึ้นไหว้และส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างเป็นกัน และก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยแนะนำตัวเองกับหญิงสาวด้วย
“สวัสดีจ้ะ บอสตาถึงนะคะเนี่ย” มีนานุชส่งยิ้มกลับอย่างเป็นมิตร และรู้สึกชอบพออย่างนึกเอ็นดูผู้หญิงของเจ้านาย เธอไม่ลืมที่จะเอ่ยแซวขึ้นมาอีกครั้ง
“อะไรนะคะ” ธารารินทร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวพูด เพราะเธอนั่งฝั่งตรงข้ามกันจึงได้ยินคำพูดของหญิงสาวไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นัก
“รีบสั่งอาหารเถอะ หิวแล้ว” ปุณณธีร์จึงรีบเอ่ยตัดบท เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกลูกน้องทั้งสองคนส่อปากคำ
“อ้าว!!! ไอ้ธาม กูก็นึกว่าใคร ลมอะไรหอบมึงออกมากินข้าวข้างนอกแถมมีสาว ๆ อยู่ข้างกายด้วยแบบนี้”
ขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าลงมองดูเมนูอาหารนั้น เสียงร้องทักของใครบางคนก็ดังขึ้นมา ทำเอาทั้งสี่คนเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน แล้วหันไปตามต้นเสียง
ปุณณธีร์เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก็ถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย เขาอุตส่าห์ไม่โทรศัพท์ไปชวนแล้วแท้ ๆ แต่โลกช่างแคบอะไรเบอร์นี้ ดันมาเจอกันจนได้
“กูจะออกมากินข้าวข้างนอกกับใครไม่ได้เลยหรือไง ทีมึงยังพาออกมากินข้าวนอกบ้านได้เลยไอ้ปืน” เขาพูดขึ้นพร้อมกับมองคนที่เพื่อนพามาด้วยทันที
“อ้าว ก็นี้มันเมียกูไหมว่ะ จะให้กูพาสาวคนอื่นมาหรือไง” ปนวัฒน์ตอกกลับทันทีที่เพื่อนพูดออกมาแบบนี้ เขามากับภรรยาท้องแก่ใกล้คลอด แต่มันพาสาวมาจริงเขาแค่เอ่ยแซวเล่น ๆ ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้
“แอมนั่งกับพวกพี่ได้เลยนะ เดี๋ยวมื้อนี้พี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง ถือว่าเนื่องในโอกาสก่อนคลอดก็ได้” ปุณณธีร์จึงหันไปพูดกับหญิงสาวท้องโตแทน เพราะเห็นว่าเธอยืนนานแล้ว
“ขอบคุณนะคะพี่ธาม” หญิงสาวท้องโตขานรับ แล้วเธอก็นั่งลงทันที เพราะนึกหมั่นไส้สามีของเธอเช่นกันที่เจอหน้าเพื่อนทีไรชอบจิกกัดแซวเพื่อน
แอมรา หรือ แอม หญิงสาววัย 20 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของปนวัฒน์นั้นเอง ตอนนี้เธอต้องพักการเรียนเพราะกำลังอุ้มท้อง
“อ้าว น้อง....” ปนวัฒน์ทำหน้าเหว่อ เพราะไม่คิดว่าภรรยาจะน้อมรับคำเชิญของปุณณธีร์ เพราะทุกครั้งที่เพื่อนของเขาชวน เธอมักจะปฏิเสธเพราะเป็นคนขี้อาย แต่ทำไมตอนนี้ถึงนั่งลงได้หน้าตาเฉยไม่สนใจเขาเลย
“มึงไม่นั่ง มึงก็...” ปุณณธีร์จึงพูดขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนยังคงยืนนิ่ง
“...” ปณวัฒน์จึงจำใจต้องนั่งร่วมโต๊ะกับปุณณธีร์เพราะภรรยาของเขานั้นตอบรับคำเชิญและนั่งลงไปแล้วด้วย ใครจะกล้าปฏิเสธหรือขัดใจภรรยา
“สั่งได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” ปุณณธีร์เอ่ยบอกหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอดที่เป็นภรรยาของเพื่อนรักเขานั้นเอง
“ขอบคุณค่ะ”
“นี่มีนาแฟนไอ้วิน ส่วนนี้น้ำน่าจะอายุไล่เลี่ยกันกับเอม”
แล้วปุณณธีร์จึงแนะนำหญิงสาวสองคนให้กับภรรยาของเพื่อนได้รู้จัก ว่าพวกเธอเป็นใคร เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรหญิงสาวคงไม่กล้าถามขึ้นหรอก
ปนวัฒน์มีภรรยาขี้อายพูดน้อย แถมนิสัยดีทำตัวน่ารักใครเห็นใครก็เอ็นดูแบบนี้ เขาไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนของเขามันจะหลงเมียเด็กจนโงหัวไม่แบบนี้ รวบหัวรวบหางทำหญิงสาวท้องเพื่อที่จะได้มีอะไรผูกมัด โดยที่ไม่สนใจว่าหญิงสาวยังเรียนอยู่
“ใครว่ะ เด็กใหม่เหรอ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่เพื่อนแนะนำหญิงสาวข้างกายให้ภรรยาของตนได้รู้จัก เพราะคิดว่ายังไงศราวินคงไม่ควบสองแน่
“เมียกูมั้งไอ้ห่า พูดมากอยู่ได้” ปุณณธีร์หันไปตอบเพื่อนด้วยวาจาและสายตาที่ไม่ค่อยพอใจ จึงเอ่ยตอบด้วยวาจาที่ประชดประชัน แต่ให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น
ธารารินทร์ที่นั่งข้างเขา เธอได้ยินทุกคำพูดของปุณณธีร์ที่คุยกับเพื่อน เธอก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ เอาแต่นั่งเงียบอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
ผมเป็น...รุ่งเช้า“น้ำ...” เสียงเจ้าบ้านเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวดังขึ้นราวกับว่ามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม เมื่อเห็นว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้ของลูกสาวนั้น ไม่ได้มาคนเดียว“สวัสดีครับ ผมชื่อธาม เป็นเอ่อ...” เขารีบยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าทันที เมื่อเห็นว่ามีสายตาจ้องมองมาที่เขาอย่างจับผิด“เขาเป็นนายจ้างของน้ำเองจ้ะแม่ พอดีน้ำจองตั๋วไม่ได้ แล้วคุณธามเขาก็มีธุระแถวนี้พอดี เลยให้น้ำติดรถมาด้วย และก็อาสามาส่งน้ำถึงที่บ้านนี่แหละแม่...” ธารารินทร์รีบพูดแทรกแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แล้วทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจเอาทั้งคู่เดินทางมาถึงที่หมายในช่วงเช้าพอดี บ้านของธารารินทร์ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย หรือที่เรียกว่าภาคอีสานนั้นเอง ซึ่งคนสวนใหญ่ที่นี่จะประกอบอาชีพทำการเกษตร และใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารเป็นหลัก แต่บางครอบครัวก็ใช้ภาษากลางเหมือนกันครอบครัวของธารารินทร์เองก็ใช้ภาษากลางในการสื่อสารเช่นกัน เธอกับมารดาจะใช้ภาษากลางในการสื่อสารกันตั้งแต่เธอกำเนิด แต่พวกเธอก็ฟังภาษาถิ่นออกและพูดได้“แล้วงานที่คุณจะไปเป็นที่ไหนเหรอพ่อหนุ่ม...” ธารทิพย
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







