Masukหลังจากจัดการงานศพเสร็จเรียบร้อย คุณลุงก็มาหา ท่านเป็นคนมีเสน่ห์และเป็นมิตรน่าคบหา บุคลิกภูมิฐานน่าเชื่อถือ เค้าโครงใบหน้าอ่อนโยนใจดี คุณลุงแสดงความเสียใจสุดซึ้งขณะแจ้งให้เขาย้ายออก
“ก็อย่างที่รู้ ร้านนี้เป็นของกงสี มีชื่อพ่อเธอร่วมเป็นเจ้าของด้วย ฉันต้องรีบขายทิ้งก่อนที่กรมบังคับคดีจะพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าของใหม่จะเข้ามาแล้ว รีบเก็บของออกไปซะให้เรียบร้อย อะไรที่ทิ้งไว้จะถูกทิ้งหมด”
“แล้วสมบัติทุกชิ้นที่โอนมาฝากใส่ชื่อคุณลุงล่ะครับ”
“อยากได้ก็ไปฟ้องเอา” คุณลุงเริ่มฉุนเฉียว “ฉันอุตส่าห์ยอมเสี่ยง รับฝากเงินในบัญชีกับที่ดินเอาไว้ คิดแต่ได้ฝ่ายเดียวเชียวนะ บอกตามตรงว่าฉันไม่คิดจะเอาของของพ่อเธอไว้เองหรอก เก็บไว้ก็อึดอัดใจ แต่ถ้าโอนคืนให้แกตอนนี้ เจ้าหนี้ตามฟ้องยึดไปหมดแน่ ฝากไว้ที่ฉันนี่แหละปลอดภัยแล้ว เข้าใจบ้างสิ”
“เงิน”
“แกมีที่อยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ บ้านญาติแม่ก็มีใช่มั้ย ส่วนเงินที่ขายร้านนี้ได้ ฉันไม่ให้แกหรอกนะ พ่อแกติดเงินฉันไม่ใช่น้อยๆ ฉันไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มจากแกก็ถือว่าดีแล้ว”
“เงิน”
ภพตะวันเงยหน้าขึ้น ดวงตาเหนื่อยล้าเต็มไปด้วยข้อกังขา “ทำไมคุณลุงถึงโกงเงินพ่อของภพครับ ถ้าคุณลุงไม่ทำแบบนั้น พ่อกับแม่ของภพก็คงจะไม่...”
“อย่ามาพูดกล่าวหากันมั่วๆ นะ ฉันไปโกงอะไรพ่อแก มีหลักฐานรึเปล่า ไอ้เด็กปากหมา ไปนะ ออกไปเดี๋ยวนี้”
ลุงไล่ตะเพิด ภพตะวันก็แน่ ไม่แม้แต่จะอ้อนวอนขอร้องหรือขอความอนุเคราะห์ใดๆ จากลุง เขาวางเงินไว้ห้าพันบาทเป็นค่าขนย้ายและกำจัดข้าวของในร้านให้ด้วยซ้ำ
ตอนที่ออกมา ภพตะวันแทบไม่มีอะไรติดตัวเลย มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้า ของส่วนตัวนิดหน่อย รูปถ่ายครอบครัวใส่กรอบหนึ่งรูปแล้วก็หนังสือเรียน ส่วนเถ้าอัฐิของพ่อกับแม่ เขากราบขอฝากเจ้าอาวาสไว้ที่วัดก่อน ตอนนี้เขามีเงินติดตัวแค่สามพันบาท เมื่อถูกไล่ออกมาผจญโลกเพียงลำพัง ชีวิตของเด็กที่กำลังจะเรียนจบมัธยมปลายอย่างภพตะวันจึงมาถึงทางแยกสำคัญ
ดีที่คุณครูฝ่ายปกครองท่านนั้นทราบเรื่องก็เมตตา อนุญาตให้เขามาพักที่บ้านพักในโรงเรียนก่อนเป็นการชั่วคราว พวกป้าๆ ร้านข้าวแกงที่โรงเรียนก็คะยั้นคะยอให้เขากินฟรี ตักข้าวให้พูนจาน ภพตะวันกินไปน้ำตาก็ไหลไป ซึ่งเขาไม่เคยลืมพระคุณของคุณป้าร้านข้าวแกงกับคุณครูท่านนี้เลย
การจากไปของพ่อกับแม่สร้างความสะเทือนใจใหญ่หลวงไม่น้อย คนที่รู้ข่าวต่างก็คิดว่าชีวิตเขาต้องหันเหตกต่ำ ติดยา หนีเที่ยว ทำตัวมีปัญหาอะไรเทือกนั้น แต่ภพตะวันไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางแต่อย่างใด ความจนไม่อนุญาตให้เขาเศร้าโศกนานนัก ชีวิตยังคงดำเนินไปตามครรลอง ออกจะมีสีสันเพราะเขาเก็บขยะขายเก่งมาก พวกผู้ใหญ่แถวโรงเรียนเอ็นดูก็เก็บขวดแก้ว ขวดพลาสติกไว้ให้เขา นอกจากนี้ภพตะวันมีวิชาความรู้อะไรก็งัดออกมาหากิน รับจ๊อบติวเตอร์ที่โรงเรียนกวดวิชาของพวกครูบ้าง รับจ้างพิมพ์รายงานไม่ก็ช่วยงานธุรการของครูเพื่อรับค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ บ้าง
“ลองซื้อกองทุนหุ้นตัวนี้สิครับ”
เขาเอ่ยขึ้น เมื่อบังเอิญได้ยินพวกครูปรึกษากันเรื่องวางแผนเกษียณ พวกครูไม่มีใครเชื่อเพราะการลงทุนที่นิยมในตอนนั้นไม่มีชื่อหุ้นตัวนี้ในสายตาเลย แต่ครูที่อุปการะเขาเชื่อ และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็น่าเหลือเชื่อ ภพตะวันจึงตระหนักภายในเวลาไม่นานว่าชอบเล่นหุ้น ชอบวิเคราะห์โอกาสในการลงทุน นับจากนั้นมาเขาจึงเริ่มสนุกกับการจับทิศทางกระแสหุ้น ใช้เงินสะสมที่มีเปิดพอร์ตจำลองหุ้นเล็กๆ น้อยๆ แต่ชีวิตไม่ใช่นิยาย ตลาดหุ้นก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่น กระดานหุ้นแดงบ้างเขียวบ้าง ภพตะวันเรียกช่วงเวลานั้นว่าช่วงตั้งไข่ ฝึกที่จะยืนและเดินอย่างมั่นคงเพื่อที่จะวิ่งในภายภาคหน้า เรียนรู้ที่จะติดตามข่าววิเคราะห์การลงทุน ดูดซับข้อมูลทุกอย่างประดุจฟองน้ำ
“เรียนจบแล้วนะภพตะวัน เก่งมาก”
คุณครูขยี้เผ้าผมของเขาพลางยื่นใบประกาศนียบัตรจบการศึกษาให้อย่างมีเมตตา “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวเธอแน่นอน เธอเป็นลูกศิษย์ที่ครูภูมิใจ”
“ขอบคุณครับ”
“แน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่เรียนต่อ”
“ครับ ภพต้องทำงานเก็บเงินก่อน ภพรับปากครับว่าจะเรียนต่อแน่นอน”
“แล้วคิดจะทำอะไรต่อไป วุฒิ ม.6 เรียกเงินได้สักเท่าไรเชียว”
“คิดเสียว่าเก็บประสบการณ์ไปก็แล้วกันครับ มีติวเตอร์หลายแห่งสนใจเรียกตัวภพไปทำงาน คิดว่าทำงานไม่นานก็น่าจะเก็บเงินเรียนต่อได้พอครับ”
“ดีแล้ว ถ้าเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือก็ติดต่อครูนะ อย่าได้ลังเล ถ้าเหนื่อยล้าก็แวะกลับมา ครูจะอยู่ที่นี่ คอยซัพพอร์ตเธอเสมอนะภพตะวัน”
“ขอบคุณครับครู” เขาพนมมือไหว้และรับอ้อมกอดจากครู “ครูใจดีต่อภพเหลือเกินครับ”
“เธอเป็นเด็กดี ถ้าฉันมีลูกสักคน ฉันก็อยากมีลูกแบบเธอนี่แหละ มุ่งหน้าต่อไปเถอะภพตะวัน อนาคตที่ดีและมีความสุขรอเธออยู่ข้างหน้าแน่นอน”
“ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล
ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n
เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”
ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั
“ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป
บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ
บทที่ 12 ทำร้าย แจ่มจันทร์ใช้การช้อปปิ้งแก้เครียด และแสดงให้คนอื่นๆ เห็นว่าตนเองมีความสุข แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าสามีของตนไปติดพันพนักงานสาวที่ทำงานของเพื่
“จูบแรกรึเปล่า ถ้าใช่ก็ขอโทษด้วย” “คุณวารุณก็ด้วยหรือครับ” “ทำไมถึงถามแ
บทที่ 11 หักห้ามใจ หลังจากขึ้นตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงแรม ช่วงแรกภพตะวันทำตัวเป็นเผด็จการซึ่งล้วนก่อข้อกังขา นั่นคือเขาให้ฝึกอบรมพนักงานแบบนับหนึ่งใหม่อ
แทนไทไม่ปิดบังความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าสนใจภพตะวัน สิ่งแรกที่เขาทำคือสั่งให้โอนย้ายงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเดอะแอตลาสให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แทนไทจึงมีโอกาสแวะเวียนมาที่เดอะแอตลาสบ่อยๆ เขาตื่นเต้นและออกอาการชัดเจนทุกครั้งที่พบหน้าภพตะวัน&nbs







