تسجيل الدخولข้อกล่าวหาที่ไร้สติทำให้พนักงานที่แอบดูอยู่ซุบซิบกันเสียงขรม อตีญาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาระดับอารมณ์ให้เป็นมืออาชีพที่สุด
"ดิฉันไม่ได้ทำค่ะ คุณกำลังเข้าใจผิด" อตีญาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่น "คืนนั้นดิฉันเดินทางกลับบ้านทันทีที่ส่งท่านประธานขึ้นรถ ดิฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปแอบถ่ายรูปคุณ และกรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ ที่นี่คือบริษัท ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาอาละวาด"
"ไม่ต้องมาตอแหล! คืนนั้นแกแอบตามฉันขึ้นไปที่ชั้น 28 ฉันดูกล้องวงจรปิดแล้ว แกนั่นแหละที่ขายข่าวให้พวกนักข่าว!" ลลิตาที่กำลังหน้ามืดตามัวไม่ฟังเหตุผลใดๆ เธอพุ่งเข้าไปหาอตีญาอีกครั้ง เงื้อมือขึ้นหมายจะตบซ้ำให้หายแค้น
แต่ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะกระทบใบหน้าของเลขาหสาว...
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ลลิตา!!!"
เสียงตวาดกร้าวทรงพลังดังลั่นมาจากหน้าประตูห้องทำงานที่เปิดอ้าออก หรัญก้าวพรวดออกมาด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด เขาพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของลลิตาไว้แน่นจนเธอเจ็บจี๊ด ก่อนจะสะบัดออกอย่างแรงจนร่างของหญิงสูงศักดิ์เซถลาถอยหลังไปหลายก้าว
ประธานหนุ่มก้าวเข้ามายืนขวางหน้าอตีญาไว้อย่างปกป้อง แผ่นหลังกว้างของเขาบดบังร่างบางของเธอจนมิด ดวงตาคมกริบที่มักจะเยือกเย็น บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดจนน่าขนลุก เขาจ้องมองลลิตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"พี่หรัญ... ปล่อยลิตานะคะ! ลิตาจะจัดการนังเลขาขี้อิจฉาคนนี้ มันเป็นคนปล่อยภาพลิตา!" ลลิตายังคงโวยวาย น้ำตาแห่งความโกรธและอับอายไหลอาบแก้ม
"หยุดบ้าได้แล้ว!" หรัญตอกกลับเสียงเย็นชา "คนที่ถ่ายรูปคุณคือปาปารัสซี่ที่ตามสืบเรื่องของกวินมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ใช่คุณอตีญา! ภาพพวกนั้นถูกตั้งกล้องถ่ายจากฝั่งตรงข้ามโรงแรม คุณหัดใช้สมองคิดบ้างสิว่าเลขาของผมจะไปมีปัญญาจ้างช่างภาพมืออาชีพมาดักถ่ายคุณตอนไหน!"
"แต่... แต่มันแอบตามลิตาขึ้นไป..."
"ถึงเธอจะตามไปดู มันก็เป็นสิทธิของเธอ ในฐานะคนที่ต้องคอยดูแลผลประโยชน์ให้ผม!" หรัญสวนกลับทันควัน "อตีญารู้เรื่องนี้มาสามวันแล้ว แต่เธอไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้กับผมเลยสักคำ เธอเลือกที่จะปกปิดความเน่าเฟะของคุณเพื่อรักษาเกียรติของคุณด้วยซ้ำ แต่คุณกลับบุกมาทำร้ายเธอถึงในบริษัทของผม!"
คำพูดของหรัญทำให้ลลิตาหน้าซีดเผือด เธอเถียงไม่ออก ได้แต่ยืนตัวสั่น
"รปภ.!" หรัญตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมา "เชิญคุณลลิตาออกไปจากตึกนี้ และห้ามให้เธอเหยียบเข้ามาที่นี่อีกเด็ดขาด! และฟังให้ดีนะลลิตา... ถ้าคุณกล้าแตะต้องคนของผมอีกแม้แต่ปลายเล็บ ผมจะให้ทีมทนายของผมฟ้องร้องคุณข้อหาทำร้ายร่างกายและบุกรุกให้ถึงที่สุด ถึงตอนนั้น อย่าหาว่าผมไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่ก็แล้วกัน!"
ลลิตาถูกรปภ. สองคนเชิญตัวออกไปอย่างทุลักทุเล เธอส่งเสียงกรีดร้องและด่าทอไปตลอดทางจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง เมื่อตัวการความวุ่นวายจากไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมฟลอร์อีกครั้ง หรัญหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาทันที อารมณ์โกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและร้อนรนอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยเป็นมาก่อน
สายตาของเขาจับจ้องไปที่รอยนิ้วมือสีแดงเถือกที่ประทับอยู่บนแก้มเนียนขาวของอตีญา ผมที่เคยรวบตึงหลุดลุ่ยลงมาปรกหน้า และที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรงคือหยาดเลือดสีสดที่ซึมออกมาจากมุมปากของเธอ ความรู้สึกเจ็บปวดปะทุขึ้นในอก มันแปลบปลาบและรุนแรงจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูกตบเสียเอง หรัญไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกโกรธแค้นแทนเธอได้มากขนาดนี้ เขาบอกตัวเองว่า ‘มันเป็นเรื่องธรรมดา... เจ้านายที่ดีก็ต้องโกรธที่ลูกน้องคนเก่งถูกทำร้ายสิ เธอคือเลขาคนสำคัญของฉัน ฉันต้องปกป้องเธอ’ ชายหนุ่มหลอกตัวเองด้วยเหตุผลของหน้าที่การงาน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าแววตาที่เขามองเธอนั้น... มันเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบแล้ว
"คุณ... เจ็บมากไหม"
เสียงทุ้มที่เคยดุดันอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด หรัญยกมือขึ้นช้าๆ หมายจะสัมผัสรอยแดงบนแก้มนั้นเพื่อสำรวจบาดแผล ปลายนิ้วของเขาสั่นเล็กน้อย ทว่าก่อนที่มือของเขาจะแตะโดนผิวของเธอ... อตีญากลับขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว เป็นการรักษาระยะห่างอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ฝ่ามือของหรัญชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขามองหน้าเธอด้วยความรู้สึกชาวาบในอก
"ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ" อตีญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้น เธอยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากลวกๆ ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะที่เข้ามาช่วย... ดิฉันต้องขอประทานโทษด้วยที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในหน้าห้องทำงานของท่าน ดิฉันจะรีบจัดการเก็บเอกสารและให้แม่บ้านมาทำความสะอาดเดี๋ยวนี้ค่ะ"
พูดจบ เธอก็ย่อตัวลงเก็บแฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างเงียบๆ ซ่อนแววตาสั่นไหวและหัวใจที่เต้นระส่ำไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบตึง... เมื่อครู่แผ่นหลังกว้างที่กางกั้นปกป้องเธอไว้ มันทำให้เธอเผลอรู้สึกอบอุ่นจนเกือบจะร้องไห้ออกมา แต่สติที่ยังเหลืออยู่ก็ย้ำเตือนอย่างโหดร้ายว่า... เขาทำไปเพราะเธอคือพนักงาน ของเขาเท่านั้น
หรัญยืนมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของด้วยความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านในใจอย่างบอกไม่ถูก กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมามันหนาจนเขาเริ่มรู้สึกรำคาญใจ ทำไมเธอถึงต้องทำตัวห่างเหินขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นบ้าง
ก็แค่ไม่อยากให้พนักงานคนเก่งต้องมาเจ็บตัวเพราะเรื่องงี่เง่าของเขา... ใช่... เขาแค่อยากดูแลเธอในฐานะเจ้านายเท่านั้นเอง ชายหนุ่มพยายามย้ำคิดในใจ แต่ลึกๆ แล้ว เขาเองก็เริ่มสงสัยว่า... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เลขาหน้าห้องคนนี้ เข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามากถึงเพียงนี้.
ความเย็นเยียบของกระเบื้องหินอ่อน ภายในห้องน้ำหญิงระดับผู้บริหาร ไม่ได้ช่วยลดทอนความปวดร้าวบนพวงแก้มของอตีญาลงได้เลย หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เปิดน้ำก๊อกปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านมือ ก่อนจะแตะลงบนมุมปากที่ยังคงมีรอยเลือดซึมจางๆ ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอ บัดนี้ทอดมองเงาของตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทั้งเหนื่อยล้า ทั้งอดสู แต่ก็ต้องเก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด
เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกผลักออก ร่างของมินตราก้าวเข้ามาภายใน ใบหน้าที่เคยแสร้งทำเป็นใสซื่อและหวาดกลัวเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้เชิดขึ้นอย่างถือดี ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดเหยียดยิ้มเยาะหยันเมื่อเห็นสภาพของเลขาหน้าห้องที่เพิ่งผ่านพ้นพายุอารมณ์ของคุณหญิงลลิตามาหมาดๆ
"เจ็บมากไหมคะ... พี่อตีญา" น้ำเสียงของมินตราไม่ได้มีความห่วงใยเจือปนอยู่แม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวรุ่นน้องเดินนวดไปยืนพิงเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ กอดอกมองคนเจ็บด้วยสายตาเหยียดหยาม
อตีญาดึงกระดาษทิชชูมาซับหน้าอย่างใจเย็น ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนที่กำลังหาเรื่อง
"ดิฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณที่ถาม หากคุณมินตราไม่มีธุระอะไร ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อน"
"เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนล่ะ" มินตราขยับตัวเข้ามาขวางทาง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนจัดลอยปะทะจมูก "ฉันแค่อยากจะมาแสดงความยินดีด้วย ที่วันนี้แผนการของฉันมันออกมาสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่คิดไว้เสียอีก เห็นหน้ายัยลลิตานั่นตอนเต้นแร้งเต้นกาเป็นคนบ้า แล้วก็เห็นแกโดนตบจนเลือดกลบปาก... มันสะใจจนฉันแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เลยล่ะ"
“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ คุณธามไท” หรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และผม... ต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีต รวมไปถึงเรื่องที่ไซต์งานวันนั้นด้วย... ตอนนั้นผมมันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง หวังว่าคุณจะอโหสิกรรมให้ความใจร้อนของผมนะครับ”ธามไทมองมือที่ยื่นมา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบอย่างหนักแน่นและเขย่าเบาๆ“ผมอโหสิกรรมให้ตั้งนานแล้วครับคุณหรัญ... เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธคุณมากนะ โกรธที่คุณทำให้ญาต้องเสียน้ำตา และผมก็เคยคิดอยากจะแย่งเธอมาจากคุณด้วย”คำพูดตรงไปตรงมาของธามไททำเอาอตีญาหน้าเสียเล็กน้อย แต่หรัญกลับยิ้มรับอย่างเข้าใจ“แต่พอผมได้เห็นแววตาของญา...” ธามไทหันไปมองอตีญาด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมก็รู้ว่าหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้ผมเลย เธอรักคุณมาก รักมาตลอด... และวันนี้ เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของเธอ ได้เห็นครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับคุณครับ คุณหรัญ”ธามไทหันกลับมาสบตาหรัญ แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นลูกผู้ชาย“ดูแลญาและหลานๆ ของผมให้ดีที่สุดนะครับ... ถ้าวันไหนคุณทำให้เธอเสียน้ำตาอีก ผมจะไม่ยอมถอยให้แบบนี้อีกแล้วนะ ผ
แม้ในทางนิตินัย พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่อตีญายอมตกลงปลงใจ และมีพยานรักถึงสองคน แต่ในทางพฤตินัย หรัญต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจและนายหญิงเพียงคนเดียวของวิสุทธิสาสน์ เขาแอบซุ่มเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ มานานนับเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากคุณมลฤดี หิรัญ นายอนุวัตร น้าโชติรส และน้าพิรุณ ทุกคนรวมหัวกันปิดบังนายหญิงของไร่อย่างมิดชิดจนกระทั่งเย็นวันศุกร์วันหนึ่ง...อตีญาถูกโชติรสและคุณหญิงมลฤดี อ้างว่าพาไปทำสปาและลองชุดผ้าไหมที่ร้านในตัวเมือง แต่เมื่อกลับมาถึงไร่อมรินทร์ในช่วงพลบค่ำ รถตู้กลับไม่ได้ขับไปที่บ้านพัก แต่กลับเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่เนินเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่หรัญเคยคุกเข่าสารภาพรักกับเธอ“คุณแม่คะ... น้าโชติรส... เรามาทำอะไรที่นี่คะ แขกวีไอพีมาขอชมไร่ตอนกลางคืนเหรอคะ” อตีญาถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นแสงไฟสว่างไสวเรืองรองอยู่เบื้องหน้าคุณหญิงมลฤดีหันมายิ้มกว้าง ลูบแก้มลูกสะใภ้เบาๆ “ลงไปดูเองสิลูก... วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของหนูนะ”ทันทีที่ประตูรถเปิดออก อตีญาก้าวลงมายืนบนพื้นหญ้า และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เธอเบ
อตีญาหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นลูบผมสามีขี้งอนอย่างเอ็นดู ใครจะไปเชื่อว่ามัจจุราชหนุ่มที่เคยเย็นชาและป่าเถื่อน จะกลายสภาพเป็นลูกหมาตัวโตที่ติดภรรยาแจขนาดนี้"ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านประธาน..." อตีญาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ สรรพนามท่านประธาน ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อหยอกล้อ "ถ้าคุณไม่ทำงานหาเงิน แล้วใครจะซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ลูกล่ะคะ... กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะนะคะ คนเก่งของญา"คำว่า 'คนเก่งของญา' พร้อมกับรอยจูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผาก ทำเอาอาการน้อยใจของหรัญมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง สวมกอดเอวหนาของภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่หน้าท้องนูนๆ ของเธอ"ได้ยินไหมครับตัวเล็ก... แม่เราเขาไล่พ่อกลับไปหาเงินแล้วนะ... หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนรังแกแม่ตอนที่พ่อไม่อยู่นะลูก... รอพ่อหน้านะครับ พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหาหนูกับแม่ทุกอาทิตย์เลย พ่อรักหนูกับแม่ที่สุดในโลกเลยนะ"ภาพความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังประสานกันของครอบครัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วไร่องุ่นอมรินทร์ ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และรอยน้ำตาในอดีต ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่บริสุทธิ
ข้อเสนอของอตีญาทำให้หรัญนิ่งอึ้งไป เขาเป็นนักธุรกิจที่เสพติดการทำงานและชีวิตในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต การที่จะต้องแยกกันอยู่กับภรรยาและลูกที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ มันเป็นเรื่องที่ขัดใจเขาอย่างรุนแรง เขาอยากตื่นมาเห็นหน้าเธอทุกเช้า อยากลูบท้องเธอทุกคืนก่อนนอนแต่เมื่อเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความสุขและความสงบที่เปล่งประกายออกมาเมื่อเธอพูดถึงที่นี่ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์พรากความสุขนี้ไปจากเธออีกแล้ว เขาทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่าย 'เสียสละ' และ 'ปรับตัว' เพื่อเธอและลูกบ้าง"ได้สิญา..." หรัญถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มกว้างและดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง "ถ้าที่นี่คือความสุขของคุณ คือที่ที่คุณและลูกจะปลอดภัยและแข็งแรงที่สุด... ผมก็ยินดีครับ คุณอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมก็จะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ที่นี่ให้คุณ จะจ้างทีมแพทย์มาสแตนด์บายที่นี่... ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วทูนหัว""ขอบคุณนะคะ คุณหรัญ" อตีญากอดตอบเขาด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอีกครั้ง"แต่มีข้อแม้นะ" หรัญผละออกเล็กน้อย แกล้งทำเสียงขรึม "ผมจะบินมาหาคุณทุกวันศุกร์ตอนเย็น และกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์
อตีญาก้มมองผู้ชายที่กำลังเปลือยเปล่าความรู้สึกของตนเองอยู่แทบเท้า น้ำตาของเขาทำให้หัวใจของเธอที่เคยก่อกำแพงน้ำแข็งไว้อย่างหนาแน่น เริ่มหลอมละลายลงช้าๆ"วันที่ผมเห็นคุณในชุดกระต่ายที่ไนท์คลับ วันที่ผมเห็นคุณยืนหัวเราะกับไอ้ธามไทที่ไซต์งาน... ผมหึงคุณ หึงจนแทบจะเป็นบ้า!" หรัญสารภาพความในใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ผมทนไม่ได้ที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองคุณ ทนไม่ได้ที่คิดว่าคุณจะไปเป็นของคนอื่น... แต่แทนที่ผมจะบอกรักคุณดีๆ ผมกลับใช้อำนาจ ใช้เงิน และใช้สัญญาบ้าๆ นั่นมาบีบบังคับให้คุณเป็นนางบำเรอของผม ผมทำร้ายคุณด้วยทิฐิและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า เพราะผมไม่กล้ายอมรับความจริงว่า... ท่านประธานที่เก่งกาจอย่างผม กลับพ่ายแพ้ให้กับเลขาหน้าห้องอย่างราบคาบ"หรัญค่อยๆ เลื่อนมือที่กุมมือเธออยู่ ลงมาทาบทับที่หน้าท้องแบนราบที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สัมผัสของเขาแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุด"ผมรักคุณนะ ญา... ผมรักคุณมาตลอด รักมานานจนผมเองก็จำไม่ได้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" หรัญเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก ออกมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น เป็นคำที่อตีญาเฝ้ารอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม "ผมขอร้อ
คำเตือนของพิรุณทำให้หรัญชะงักกึก เขาพยักหน้ารัวๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา "จริงด้วย... ผมจะทำให้เธอตกใจไม่ได้ ผมต้องใจเย็น... แต่ผมจะทำยังไงดีครับ ผมอยากกอดเธอ อยากขอโทษเธอ อยากบอกรักเธอให้เร็วที่สุด!"โชติรสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณรักนายหญิงของพวกเราจริงๆ และพร้อมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต พวกเราก็จะช่วยคุณค่ะ... คุณญาชอบความสงบและธรรมชาติ เรามาวางแผนกันดีกว่าค่ะ ทำยังไงให้การง้อครั้งนี้ พิชิตใจนายหญิงใจแข็งของเราได้"หรัญปาดน้ำตาแห่งความดีใจทิ้ง นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่น และเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปค้อมศีรษะให้พิรุณและโชติรสด้วยความเคารพอย่างสูง ซึ่งเป็นภาพที่วรวุฒิแทบไม่เชื่อสายตา ว่าประธานบริษัทผู้เย่อหยิ่งจะยอมก้มหัวให้หัวหน้าคนงานและแม่บ้าน"ผมขอร้องนะครับ น้าพิรุณ น้าโชติรส... ช่วยผมด้วย ช่วยสร้างโอกาสให้ผมได้สารภาพรักและทวงคืนครอบครัวของผมที... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หรือใช้เงินเท่าไหร่ ผมยอมทุกอย่างครับ!""เรื่องเงินเก็บไว้เถอะครับ ที่นี่เราใช้ใจแลกใจ" พิรุณตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ "พรุ่งนี้เย็น คุณญามีกำหนดการจะไปตรวจแปลงองุ่นโซนทิศตะวันตกที่อยู่บน
คำพูดที่ตัดพ้อและเจียมตัวขั้นสุดนั้น เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความรู้สึกของหรัญ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบปะทุขึ้นจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป"บ้าฉิบ!"หรัญสบถในลำคอ ก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉั
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาด
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ







