Masuk"รถของท่านประธานมาถึงแล้วค่ะ" อตีญาตัดบทเมื่อเห็นรถประจำตำแหน่งขับเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท เธอเดินไปเปิดประตูรถให้เขาอย่างรู้หน้าที่ "เชิญค่ะท่านประธาน พรุ่งนี้พบกันค่ะ"
หรัญยืนนิ่งมองใบหน้าด้านข้างของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมก้าวขึ้นรถไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง เขาก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ
"กลับบ้านดีๆ ล่ะ... แล้วพรุ่งนี้ ไม่ต้องซื้อกาแฟมาเผื่อนะ พรุ่งนี้ผมจะเป็นคนชงให้คุณเอง... ถือเป็นการเลี้ยงขอบคุณสำหรับสัญญาหมื่นล้านก็แล้วกัน"
อตีญาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แต่ก็รีบค้อมศีรษะรับ
"ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน... ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"
เธอปิดประตูรถให้เขา ยืนมองรถยนต์หรูค่อยๆ แล่นห่างออกไปจนกลืนหายไปกับความมืด อตีญายืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าโรงแรม ลมพัดมาเอื่อยๆ พาให้รู้สึกหนาวเหน็บเข้าไปถึงหัวใจ
‘พรุ่งนี้ผมจะเป็นคนชงให้คุณเอง’ ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัว มันเป็นความอบอุ่นเล็กๆ ที่เขาหยิบยื่นให้ แต่สำหรับเธอ มันกลับทำให้กำแพงที่พยายามสร้างขึ้นมาสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอยกมือขึ้นทาบหน้าอกซ้ายของตัวเอง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงเพราะผู้ชายคนนั้น... คนที่เธอท่องไว้ในใจเสมอว่า ไม่มีวันเป็นไปได้
"อย่าหวั่นไหวไปกับความใจดีของเขาเลย อตีญา..." เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับสู่โลกความเป็นจริงของตัวเอง โลกที่เธอเป็นได้แค่เธอที่แอบรักท่านประธานต่อไปอย่างเงียบๆ
ลมกลางคืนพัดมาปะทะใบหน้า อตีญายกมือขึ้นกอดอกเพื่อคลายความหนาวเหน็บ ขณะยืนรอรถแท็กซี่ที่พนักงานต้อนรับของโรงแรมกำลังเรียกให้ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่แล่นมาจอดเทียบ สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับรถสปอร์ตแอสตันมาร์ตินสีดำขลับที่แล่นเข้ามาจอดในโซนวีไอพีที่ค่อนข้างลับตาคน
ประตูรถเปิดออก ร่างระหงของผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคัก อตีญาชะงักงัน... ชุดเดรสสีแชมเปญแบรนด์เนมคุ้นตานั้น เธอเพิ่งเห็นมันเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้ว!
คุณลลิตา... แต่สิ่งที่ทำให้อตีญาต้องเบิกตากว้างไม่ใช่การที่อีกฝ่ายย้อนกลับมาที่โรงแรม แต่เป็นผู้ชายร่างสูงที่เดินอ้อมลงมาจากฝั่งคนขับ ชายหนุ่มสวมหมวกแก๊ปและแว่นตากันแดดสีชา ทว่าโครงหน้าหล่อเหลาและออร่าที่โดดเด่นนั้น ปิดบังอย่างไรก็ไม่อาจซ่อนความเป็นกวิน พระเอกซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศที่กำลังมีข่าวโด่งดังไปได้ ลลิตาควงแขนกวินอย่างสนิทสนม ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปในโรงแรมทางประตูฝั่งที่พักส่วนตัว
อตีญายืนนิ่ง ขมวดคิ้วแน่น สมองของเลขาผู้เก่งกาจประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในฐานะคนนอก เธอไม่ควรยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร แต่ในฐานะเลขาของประธานหรัญ ผู้ชายที่กำลังถูกผู้ใหญ่จับคู่กับผู้หญิงคนนี้ นี่คือ ‘ความเสี่ยง’ ระดับร้ายแรงที่อาจกระทบต่อชื่อเสียงของเจ้านายและบริษัท
‘ควรตามไปดูให้แน่ใจไหม...’ อตีญาชั่งใจอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปิดประตูรถแท็กซี่แล้วกล่าวขอโทษคนขับ เธอตัดสินใจก้าวเท้าย้อนกลับเข้าไปในโรงแรม เดินตามหลังทั้งสองคนไปในระยะที่ปลอดภัย เธอเห็นกวินและลลิตาก้าวเข้าไปในลิฟต์สำหรับแขกวีไอพี อตีญามองตัวเลขที่วิ่งขึ้นไปหยุดอยู่ที่ชั้น 28 ซึ่งเป็นชั้นของห้องสวีทสุดหรู เธอกดลิฟต์อีกตัวตามขึ้นไปทันที
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 28 ทางเดินปูพรมหนานุ่มเงียบกริบ อตีญาเดินช้าๆ ไปตามทาง ก่อนจะทันได้เห็นแผ่นหลังของกวินที่กำลังผลักประตูห้อง 2805 เข้าไป โดยมีลลิตาเดินตามเข้าไปติดๆ ก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่จะปิดลงสนิทพร้อมเสียงล็อกอัตโนมัติ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับภาพที่เห็น อตีญายืนมองบานประตูนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับรู้สึกเวทนาเจ้านายหนุ่มของตนเองจับใจ เธอไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้แต่อย่างใด เธอไม่ใช่ปาปารัสซี่ และไม่คิดจะใช้วิธีสกปรกเพื่อแบล็กเมล์ใคร เธอแค่ต้องการมาดูให้เห็นกับตา เพื่อหาทางเตรียมรับมือหากเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นในอนาคต
เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจน อตีญาก็หมุนตัวเดินกลับไปที่ลิฟต์ และเดินทางกลับบ้านของตัวเองในคืนนั้น โดยเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด
สามวันต่อมา ข่าวลือหน้าหนึ่งของทุกสำนักข่าวบันเทิงและเพจกอสซิปในโซเชียลมีเดียก็ลุกเป็นไฟ ภาพถ่ายแอบถ่ายที่แม้จะมืดสลัวแต่ก็ชัดเจนพอที่จะระบุตัวตนได้ เป็นภาพของคุณหญิงลลิตากำลังควงแขนพระเอกหนุ่มกวินเดินเข้าโรงแรมหรูยามวิกาล แฮชแท็ก #ลลิตากวิน ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ (X) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ชาวเน็ตต่างพากันขุดคุ้ยและวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าคุณหญิงลลิตากำลังอยู่ในช่วงดูตัว กับนักธุรกิจหนุ่มหมื่นล้านอย่างประธานหรัญ บรรยากาศบนชั้นผู้บริหารของบริษัทในเช้าวันนั้นเงียบกริบราวกับเป่าสาก พนักงานทุกคนแทบจะกลั้นหายใจเดินเมื่อผ่านหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท
แต่อตีญายังคงนั่งทำงานที่โต๊ะหน้าห้องอย่างสงบเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจัดเตรียมเอกสาร ชงกาแฟ ที่หรัญไม่ได้ชงให้เธอตามที่เคยพูดเล่นไว้ เพราะงานที่ถาโถมเข้ามา และจัดการตารางงานตามปกติ สำหรับหรัญแล้ว ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้เขาเสียใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกโล่งอก อย่างประหลาดที่ได้ข้ออ้างชั้นดีในการยกเลิกการดูตัวครั้งนี้อย่างเป็นทางการกับมารดาโดยที่ฝ่ายเขาไม่มีความผิด
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกอย่างรวดเร็ว ทำลายความเงียบสงบของฟลอร์ ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดก้าวฉับๆ ออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ใบหน้าที่เคยสะสวยบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและอับอาย ลลิตากำมือแน่น พุ่งตรงมาที่โต๊ะทำงานของอตีญาราวกับพายุเฮอริเคน
"แก! นังเลขาชั้นต่ำ!"
เสียงกรีดร้องบาดแก้วหูทำให้พนักงานแถวนั้นสะดุ้งสุดตัว อตีญาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากถามอะไร ฝ่ามือเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตก็ฟาดลงบนแก้มซ้ายของเธออย่างแรง!
เพียะ!!
แรงตบนั้นทำให้อตีญาหน้าหันไปตามแรง ใบหน้าชาหนึบ รสฝาดเฝื่อนของเลือดคลุ้งขึ้นมาในปาก มุมปากของเธอปริแตกเล็กน้อย เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนลงไปกองกับพื้น
"คุณหญิงลลิตา! นี่คุณทำบ้าอะไรคะ!" อตีญาลุกขึ้นยืนทันที แม้จะเจ็บปวดแต่แววตาของเธอยังคงแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้
"ทำบ้าอะไรน่ะเหรอ! แกนั่นแหละที่ทำบ้าอะไร!" ลลิตาชี้หน้าอตีญา มือไม้สั่นด้วยความโกรธ "แกเป็นคนถ่ายรูปฉันกับกวินคืนนั้นใช่ไหม! แกจงใจปล่อยข่าวให้ปาปารัสซี่เพื่อทำลายชื่อเสียงฉัน! แกอยากให้พี่หรัญถอนหมั้นฉันเพราะแกหวังจะจับเขาเองล่ะสิ นังงูพิษ! นังหน้าด้าน!"
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉันนะคะ!" อตีญาร้องประท้วงเสียงหลง พยายามแกะนิ้วเหล็กกล้าที่เกาะกุมต้นแขนของเธอออก แต่หรัญกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนอีกชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงเลขาในชุดเมดกระต่ายออกมาย่านโถงทางเดินด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบ ลับตาคน เขาผลักแผ่นหลังบางของเธอให้ชนกับผนังบุผนังบุกำมะหยี่อย่างแรง ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังร่างของเธอไว้ตรงกลาง ไม่ให้มีหนทางหนีรอด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงไม่ถึงคืบ อตีญาได้กลิ่นวิสกี้ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่คุ้นเคยโชยมาจากตัวเขา หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ แทบจะเบียดเสียดกับแผงอกแกร่งของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปประกอบกับสายตาคมดุดันที่จ้องมองมา ทำให้หัวใจของอตีญาเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกความอับอายถาโถมเ
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาดนี้!’ อตีญากรีดร้องในใจ เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก ภาวนาให้ความมืดสลัวของห้องช่วยพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ เธอเร่งมือชงเหล้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไปจากขุมนรกแห่งนี้หรัญที่กำลังนั่งฟังคู่ค้าทางธุรกิจพูดคุย ไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย เขาเบื่อหน่ายกับงานสังคมแบบนี้เต็มทน ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจเรื่องของเลขาหน้าห้อง ที่จู่ๆ ก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า เขาสั่งให้วรวุฒิไปสืบดูที่คอนโดก็พบว่าเธอไม่อยู่ ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการดื่มเหล้าที่นี่หญิงสาวในชุดเมดกระต่ายคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเขา หรัญยกแก้วขึ้นจิบ ทว่าในจังหวะที่ร่างบางขยับตัวถอยห่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็พั
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ คุณอตีญาลางานด่วนเข้ามาเมื่อเช้ามืดค่ะ แจ้งว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางครอบครัวที่ต่างจังหวัดค่ะ ขอลาพักร้อนรวมกับลากิจที่เหลือทั้งหมดเลยค่ะ”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง “ลาพักร้อนรวมกับลากิจเลยงั้นเหรอ ปกติเธอไม่เคยลาแบบนี้นี่ แล้วเธอได้บอกไหมว่าฉุกเฉินเรื่องอะไร?”“ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่ะท่านประธาน บอกแค่ว่าเรื่องด่วนมากจริงๆ ค่ะ”หรัญวางสายด้วยความรู้สึกวูบไหวในอก ตลอดห้าปีที่ทำงานด้วยกันมา อตีญาเป็นเลขาที่เคร่งครัดเรื่องเวลามากที่สุด ต่อให้ป่วยเธอก็ยังมาทำงาน หรืออย่างน้อยก็จะโทรรายงานเขาโดยตรงก่อนล่วงหน้า การที่เธอหายไปเฉยๆ และลาผ่านฝ่ายบุคคลแบบนี้ บ่งบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้อง ‘ไม่ธรรมดา’เขาหยิบสมาร์ทโฟนส่วนตัวขึ้นมา กดโทรออกเบอร์ของอตีญาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนตืด... ตืด...ไม่มีคนรับสาย... หรัญ
อตีญายืนนิ่ง หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงกับคำพูดของเจ้าสัวและหรัญ มันคือความตื้นตันที่ได้รับการยอมรับในความสามารถ ทว่าเธอก็ยังคงกดความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยรสรินโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นยืนอย่างก้าวร้าว “ได้! ในเมื่อพวกเธอเลือกนังคนใช้นี่มากกว่าคนกันเอง ก็อย่ามาเรียกฉันว่าเพื่อนอีกเลย! มินตรา กลับ! ต่อไปนี้ไม่ต้องไปเหยียบที่นั่นอีก!”มาดามรสรินและมินตราสะบัดหน้าเดินออกจากคฤหาสน์ไปท่ามกลางความเงียบงันเมื่อความวุ่นวายจบลง คุณหญิงมลฤดีหันมองลูกชายด้วยสายตารู้ทัน “ตาหรัญ... ลูกปกป้องหนูอตีญามากเกินไปหรือเปล่า?”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับมารดาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการ “ผมแค่ปกป้องทรัพยากรบุคคล ที่ดีที่สุดของผมครับคุณแม่ ผมไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวไร้สาระมาทำให้การทำงานของผมสะดุด”เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางอตีญา “อตีญา... กลับกันเถอะ ผมจะไปส่งคุณเอง”“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันกลับเองได้ค่ะ”“นี่คือคำสั่งครับ” หรัญเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาของเขากลับดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิงในรถหรูที่มุ่งหน้าไปยังคอนโดของอตีญา ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริ
ชายหนุ่มพ่นเหตุผลร้อยแปดออกมา เพื่ออธิบายการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของตนเอง เขาหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่เขาโกรธจนแทบคลั่ง ที่เขาพร้อมจะแตกหักกับครอบครัวของมินตรา เป็นเพราะอตีญาคือเลขาคนสำคัญ ที่เขาขาดไม่ได้ในการทำงาน เขาไม่รู้ใจตัวเองเลยสักนิดว่า ลึกๆ แล้ว ความหวงแหนและห่วงใยที่เขามีต่อเธอนั้น... มันได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลแสนไกลแล้วอตีญามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา คำว่า ‘ในฐานะเจ้านาย’ และ ‘คนสำคัญของบริษัท’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในใจ มันเป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีที่ทำให้เธอยอมรับความจริงว่า... ไม่ว่าเขาจะปกป้องเธอมากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว เธอก็เป็นเพียงแค่ฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการทำงานของเขาเท่านั้น ไม่ใช่คนสำคัญในหัวใจ"ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะท่านประธาน" อตีญาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาเจ็บปวดไว้ใต้ขนตางอนยาว "หากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อก่อนนะคะ ช่วงบ่ายท่านประธานมีประชุมบอร์ดบริหารเรื่องไตรมาสที่สาม ดิฉันจะไปเตรียมเอกสารให้พร้อมค่ะ"เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้หรัญยืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก... เขา
บรรยากาศภายในห้องทำงาน ของประธานบริหารสูงสุดในยามบ่ายชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้เย็นเฉียบกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ ‘หรัญ’ ได้เลย ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารสีดำที่ ‘วรวุฒิ’ เพิ่งนำมาวางไว้บนโต๊ะเมื่อสิบนาทีก่อนภายในนั้นไม่ได้บรรจุเอกสารสัญญาธุรกิจหมื่นล้าน แต่เป็นหลักฐานความโสมมทั้งหมด... ทั้งสลิปการโอนเงินจากบัญชีของมินตราไปยังบริษัทนักสืบเอกชน ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตากล้องปาปารัสซี่รับซองเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่วรวุฒิส่งคนไปรีดเค้นความจริงมาได้ ทุกอย่างมัดตัว ‘เด็กฝาก’ ของมารดาเขาจนดิ้นไม่หลุดก๊อก... ก๊อก..."ขออนุญาตค่ะพี่หรัญ"เสียงหวานใสที่ดัดจนเกินธรรมชาติรอดเข้ามา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนม ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ คิดไปเองว่าการที่ประธานบริษัทเรียกพบด่วน คงหนีไม่พ้นการชื่นชมผลงาน หรือไม่ก็อาจจะเรียกมาปรับความเข้าใจเรื่องที่ลลิตามาอาละวาดเมื่อวาน"พี่หรัญมีงานด่วนให้มินช







