Partager

ตอนที่ 5

last update Date de publication: 2026-05-30 20:10:08

ดินยืนมองเรือทหารฝรั่งเศสหัวทองตั้งแต่ถือปิ่นโตลงเรือมา ชายต่างชาติหัวทองแต่งตัวเรียบเนียบยิ่งกว่าชาวสยามแม้จะสวมผ้าไทยก็ยังคงแต่งกายเรียบร้อยสะอาดสะอ้านกลิ่นเสื้อผ้าอาภรณ์หอมฟุ้งผมหยักศกสีทองถูกปาดเรียบเเนบโครงหน้าเรียวปลายจมูกโด่งพุ่งโดดเด่นไม่แพ้สีตาและสีผิว

ในใจต่อต้านชาวต่างชาตินักหนาแต่เพราะใกล้ชิดคนแปลกหน้าก่อนใครทุกครั้งที่เจอกันมักมีบางสิ่งเกิดกับร่างกายเสมอแม้จักไม่รู้ว่าคืออันใดก็ตาม ขณะที่ร่างขาวเดินเข้าวัดมาตามทางเดิยรกครึ้มเพื่อเข้าไปเสวนากับเจ้าอาวาสตามใจปรารถณาแต่กลับถูกร่างทึกทึนยืนกอดอกหน้าตาบอกบุญไม่รับขวางกลางทาง

"เจ้ามาขวางทางข้าใยพสุธา ข้ามิมีอันใดจักเสวนากับเจ้าหลบทางไปเสีย"

"ไม่หลบ ข้ารู้หนาว่าพวกเจ้าไม่ได้เข้าสยามมาเพื่อการพันธมิตร ไสหัวของเจ้ากลับไปก่อนที่ข้าจะฉีกหน้ากากขาวๆ บนหน้าเจ้าออกเพราะเนื้อในมันคงเน่าหนอนดั่งผีตายโหง!"

ปึ่กกก!!

"ข้าจักเข้าไป ใครกล้ามีปัญหากระไรหรือ เจ้าก็แค่คนที่ถูกคนวังเอ็นดูมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขกษัตริย์ชั้นสูงไร้ยศศักดิ์ใยข้าต้องยำเกรงกัน!"

หมับบ!

"ข้าเป็นใครทั่วพระนครย่อมรู้ดีเจ้านั่นแหละที่คนในพระแต่สายตาเจ้าที่มองชาวสยามต่ำต้อยด้อยค่ามาตั้งแต่แรกคิดว่าข้ามองไม่ออกหรอไร ไม่แปลกใจดอกที่จักพูดจาสามหาวได้เช่นนี้ อย่าคิดนะว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ากระทำตำบอนสยามได้ตามต้องการ..ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ!"

เคร๊งงง!!

ปิ่นโตอาหารคาวหวานในมือขาวถูกผลักตกกระจายเกลื่อนพื้นหน้าศาลาริมน้ำชายชายหนุ่มแรกรุ่นร่างกำยำต่างเชื้อชาติยืนประจันหน้ามองเขม็งไปยังดวงตาราวกับเคียดแค้นกันมาแต่ชาติปางใด

"เจ้ามันไม่ฉลาดเอาเสียเลยพสุธา! ถ้ารู้จักผูกมิตรกับพวกข้าคงมิต้องเสียแรงเหนื่อยกะไร!"

คิ้วเรียวขมวดมุ่นจ้องสีดำสนิทในดวงตาชายชาวสยามตรงหน้าที่ครานี้ดูขัดขวางจริงจังไร้แววตากลั่นแกล้งล้อเล่นเช่นเดิม วันนี้ทั้งคู่ปะทะกันลำพัง

หมับบ!

ฝ่ามือสากด้านสีเข้มยกขึ้นบีบสันกรามคมกริบสีขาวยื่นหน้าเหี้ยมเข้าหาชาวต่างชาติผิวขาวจัดกระชากร่างหอมเข้าหากายกำยำเปลือยอกสีแทนรั้งเอวสอบของทหารฝาหรั่งเร็วเสียจนไม่ทันตั้งตัว

"ใยข้าต้องเฉลียวฉลาดเพื่อกดหัวข่มเหงคนที่ตัวเองคิดว่าด้อยกว่าด้วย หา! มาแทรกแซงดินแดนคนอื่นคิดว่าประเทศตนเเข็งแกร่งที่สุดในโลกงั้นหรือ!!"

"ไอ้คนเถื่อน! ปล่อยนะเว้ย ปล่อย เจ้าจักพาข้าไปที่ใดพสุธา!" ชายหนุ่มผิวขาวดิ้นขลุกขลักในวงแขนแกร่งชายฉกรรจ์ชาวสยามแม้ขนาดร่างกายจักทัดเทียมกันแต่พละกำลังกลับมีคนเป็นต่ออย่างเห็นได้ชัด

"เจ้าจำชื่อข้าได้ขึ้นใจแล้วสิ ฌ็อง เชรี~ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าใช้เล่ห์มนต์กลใดทำให้ข้าขนลุกขนชันมึนเมาในกลิ่นกายเจ้าได้ มาหยามกันถึงถิ่นแดนสยามแสนรักของข้าแล้วจักคิดทำการสกปรกก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปง่ายๆ !"

"อื๊ออ!!!"

ร่างขาวสว่างถูกปิดปากลากเข้าไปทางฝั่งป่าช้าเงียบสงัดไร้ผู้คนยิ่งลึกยิ่งสงัด เปลี่ยวชื้น มีเพียงเสียงจักจั่นเรไรร้องระงม

แซ่กกก เเซ่กกกกก

"ความจริงแล้วเจ้าก็แค่ฝรั่งเจ้าสำอางเรี่ยวแรงกระไรก็สู้ข้ามิได้แต่ใช้วิธีสกปรกกับข้าสินะถึงได้ชนะเดิมพันวันนั้น ชอบนักใช่ไหมปั่นหัวยั่วโมโหข้าข้าจักทำให้รู้ว่าเจ้ามันกระจอกเชรี!"

"อื๊ออออ อ่อยยยยย!!"

เปาะแปะ! เปาะแปะ! เปาะแปะ!

"บ้าเอ๊ยฝนตกเหรอวะ!"

ซ่าาาาาา

ตุ้บบบ! ปึ้งงง

ประตูไม้ปิดลงพรอมร่างคนสองคนในกระท่อมกลางป่าช้าเสียงฝนซัดสาดหลังคาหญ้าแฝกหยดเป็นหย่อมๆ

"เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือพสุธาพาข้ากลับออกไปจากป่าเดี๋ยวนี้!"

"ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าสารภาพมาซะดีๆ ว่าที่พากันมาเมืองสยามมิใช่เพราะมาผูกสัมพันธ์เจ้ามาหากระไรกันแน่?"

มือสากหนาเคลื่อนลงจากปากอิ่มที่ถูกปิดมาตลอดทางแต่กลับคว้าลำคอขาวกดลงบนพื้นไม้นั่งทับร่างขาวกักขังไม่ให้ดิ้นหนีเพลานี้ต่อให้ตะโกนก็ไม่มีใครได้ยิน

"ถ้าเจ้ามิชอบข้าก็มิต้องมาเสวนากับข้าใยต้องทำเรื่องต่ำช้าให้พวกข้าขุ่นเคือง ไม่รู้จักสถานะตัวเองเลยหรือว่าเป็นรองเมืองตะวันตกเพียงใด แทนที่จักเฉลียวฉลาดผูกสัมพันกับฝรั่งเศสไว้เพื่อต่อรองกับเมืองอื่นที่จักตามมาแต่กลับตั้งแง่กลั่นแกล้งข้าอยากเห็นข้าไม่พอใจมากนักหรือไง!"

ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงบ่งบอกอารมณ์ขุ่นเคือองชัดเจนพยายามผลักร่างหนาลงกลับไม่เป็นผล

"จองหอง อวดดี วาจาสามหาวเหยียดหยามสยามเมืองข้ายิ่งนักถ้าเจ้าหายไปหรือตายไปสักคนก็คงไม่เป็นกระไรหรอกกระมัง"

ปึ้กกก!

หมัดหนักทุบลงบนลิ้นปี่ใต้ร่างทำคนขาวหมดเรี่ยวแรงปล่อยมือออกจากการผลักไส นัยน์ตาสีฟ้าหรี่เล็กลงด้วยความเจ็บปวดหางตารื้นหยาดน้ำจากความเจ็บจุก วันนี้หนุ่มฝรั่งเศสมิมีสิ่งใดตระเตรียมมา ยาที่เคยใช้กับชาวสยามตรงหน้าก็ควานหาไม่เห็นคงหลงระหว่างทางที่ฉุดคร่ากันมาตลอดทางเพราะแม้เต่เสื้อผ้าผมเผ้าก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิงจนเห็นแผงอกขาวลึกจนถึงสะดือ

กำปั้นสีเข้มง้างขึ้นหมายซัดหน้าขาวให้คลายความลับออกมาแต่สภาพชายฝรั่งนั้นกลับมาทำให้ร่างหนาสีเข้มมีปฏิกริยาอีกครั้ง

ตุ้บๆๆๆๆ

หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นเมื่อเผลอวางมือบนอกขาวกระเพื่อมแรงราวกับจะดังแข่งเสียงสายฝน

ผิวขาวสะท้อนแสงฟ้าแลบเห็นเต็มตาสามผัสเนินอกแน่นเต็มมือ ราวกลับกลั่นแกล้งกันกลิ่นที่กวนใจนักหนาโชยมาจากกายขาวตรงหน้านี้นี่เอง

จมูกโด่งก้มลงประชิดซอกคอขาวที่มีกลิ่นหอมกว่าที่ใดหอมกว่าน้ำอบใดในพระนคร

ซื้ดดด~

"จะ เจ้าทำบ้ากระไร ดอมดมสิ่งใดกันออกไปให้พ้นกายข้าบัดเดี๋ยวนี้!" ฝ่ามือขาวพยายามยันร่างบนตัวออกชาวสยามผู้นี้กระทำการอุกอาจกว่าครั้งไหนแววตาวาวโรจ

"ทำไมกายเจ้าหอมหวนเช่นนี้สิ่งนี่ใช่หรือไม่ที่เรียกว่าของขลังฝาหรั่ง เช่นเดียวกับน้ำมันพรายหรือไรกัน?"

"เจ้าพูดกระไรของขลังคืออันใดข้าไม่รู้จัก!"

"กลิ่นนี้ไงบนกายเจ้ามีกลิ่นของมันทั้งตัวสิ่งที่ทำให้ค่ามึนสิ่งที่ทำให้ข้ามึนเบลอมันอันตรายแน่ๆ หัวใจข้าเต้นแรงเพราะกลิ่นนี้"

ฟึ้บบบ ฟึ่บบบ พรึ่บบ

" ข้าจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้าออกอยากรู้ว่าเจ้าลงอักขระใดใยจึงทำข้าเป็นเช่นนี้"

"เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ยะ อย่า พสุธา! อย่า!!"

กายขาวเนียนละเอียดประจักแก่สายตาชาวสยามยามฟ้าแลบแปลบปลาบร่างหนาเนื้อแน่นถูกรวบแขนสองข้างไว้บนห้วให้เส้นผมสีทองหยกศกกระจายบนกระดานไม้สีน้ำตาลตัดกัน คนผิวเข้มนั่งทับหน้าขาขาวโน้มตัวลงต่ำปลายจมูกชิดติดกัน ดวงตาสองสีจ้องกันในความมืดเสียงกร่นด่าปัดป้องดิ้นพล่านเงียบไปทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่ไม่มีใครได้ยินต่อให้แรงมาแบทะลุอกเพราะเสียงฝนตกฟ้าร้อง

กลิ่นหอมตลบอบอวลของกายฝรั่งเศสขาวทำคนห่ามพลั้งเผลอฝังจมูกลงข้างซอกคอขาว

ตุบ ตุบ ตุบ

เส้นเลือดใหญ่ข้างคอกระตุกแรงยามถูกแตะต้องขับกลิ่นกายชายต่างชาติฟุ้งชวนมึนเมา กลิ่นน้ำปรุงของคนตะวันตกหอมจรุงใจบนกายกำยำไม่มีใครเหมือนราวกับเสพฝิ่นทั้งคู่เคลิบเคลิ้มหยุดสูดดมไม่ได้มือสากสีเข้มแตะต้องเรือนร่างข้างใต้ราวกับต้องมนต์มือไม้สอดประสานกันเป็นอย่างดีริมฝีปากหยักร้อนพะผ่าวคาบงับดูดดึงผิวขาวราวกับเล็มชิมขนมหวานดวงตาหลี่เล็กเลื่อนลอยปล่อยตัวให้บรรยากาศเป็นใจและการโลมเล้าเคล้าคลอ

อึ่กก!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 35

    ..เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 34

    เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 33

    ..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 32 🔥

    จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 31

    "กอดทำไม..น่าสมเพชมากเลยหรือไง?" "อยากกอด...อยากกอดผมไหม?" "พูดบ้าอะไรของนาย" "ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วยดีถ้าเราทำมันด้วยกัน" "หึ หึ ตัวเล็กเท่าลูกหมาอวดดีนัก" "ปฐพีผมชอบคุณ..ชอบคุณจริงๆ" "...พูดบ้าอะไร? ..ฉันไม่ใช่" "คุณจะเป็นอะไรผมก็รัก..ผมรักไปแล้ว..มันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอยิ่งนานวันยิ่งชัดเเล้วผมก็เป็นลูกครึ่งฝรั่งผมไม่ถือ ผมกลัวว่าถ้าไม่ได้บอกรักแล้วไม่รู้จะได้บอกอีกไหมชีวิตมันไม่แน่นอนนี่คุณสอนผมเอง.." "ฉัน..กลัว..กลัวมาตลอดกลัวจะเป็นเหมือนพ่อ" "ผมรักคุณไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรผมก็จะรักคุณต่อให้ตายจากกันความรักที่เกิดขึ้นกับคุณจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผม..คุณ..รักผมไหม?" "....อืม" พรึ่บบบ ตึ่กๆๆๆ "ค คุณ คุณดินจะไปไหนครับ ขึ้นบ้านไปทำไม?" สัปเหร่อเจ้าบ้านจับข้อมือเล็กข้างที่มีสร้อยเหมือนกันดึงร่างเล็กให้เดินขึ้นเรือนไม้มาด้วยกัน "ฉุดไง" "หาา?" คำตอบคุณสัปเหร่อสุดหล่อทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงรู้ตัวอีกทีคุณพี่ก็ปิดประตูบ้านลงกลอนเสียแล้ว โดนแน่!! "สมัยก่อนเขาก็ฉุดกันทั้งนั้นพ่อฉันก็ฉุดแม่เข้าป่าช้าเหมือนกันถึงได้มีลูกเป็นลูกครึ่งแบบนี้ไง" เจ้า

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 30

    "..."อีกจิตวิญญาณตระกูลคงคาวนารามล่วงลับไปแล้วจากไปเช่นหลายๆ คนที่ถูกความรักทำร้ายดวงจิตนั้นไปสู่สุขคติคืนร่างเล็กที่แสนจะแข็งแกร่งของเอสเม่ที่ตอบรับช่วยเหลือคนตระกูลคงคาวนารามอย่างดี ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้งทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นจะหวาดกลัวหลบเลี่ยงการสิงสู่ร่างที่ทำอันตรายกายหยาบได้หัวทุยผมสีเทานอนหนุนตักแกร่งบนแคร่ใต้ร่มไม้ข้าบ้านสัปเหร่อระหว่างรอไฟมอดเพื่อเก็บกระดูกของอารยา ไม่รู้ว่าก้มมองหน้าขาวซีดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นผมยุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาหลับไหลตั้งแต่การเผาร่างอารยาเสร็จสิ้น ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปรอยผมสีเทาปรกหน้าเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราขนตาแพนุ่มขยับยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกก่อกวนแต่ก็หลับลงเช่นเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองคนที่บังเอิญไปเจอกันฝั่งคะนู้นเพราะมีข่าวเรื่องอัญมณีสีแดงเดินทางกลับมาที่ไทยแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้ตัวขาวบนตักแต่ข้อมูลใหม่ที่ได้คือมันอยู่ที่ “ฌ็อง มารีอา” ใครกันนามสกุลเดียวกับ..แม่"หิว..หิวจัง""ตื่นมากี่ครั้งก็หิวทุกครั้งเป็นบ้าอะไร?""ด ดิน..นี่พี่มานอนข้างเมรุอีกแล้วเหรอ?""อยากตื่นมาในเมรุหรือเปล่าล่ะ..ของกินข้างตัวนั่นกินซะเอามาจากงานศพให้เ

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 14

    รัก..ความรัก..คนที่รัก..ครอบครัว..ความรับผิดชอบ..สังคม..เมื่อเติบโตขึ้นราวกับต้องรับรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้คือส่วนประกอบและตัวแปรของความรักทั้งหมดไม่ว่าจะรักกันมากเพียงใดถ้ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งลุกล้ำเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ความรักที่ว่ามากมายก็อาจจะยังไม่มากพอ..กลางดึกในคืนนั้นม

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 13

    จากวันเป็นเดือนเคลื่อนผ่าน คำสัญญาระหว่างคนสองคนผูกกันรัดแน่นฝังลึกตรึงตราตรึงใจยากที่ใครจักเข้าใจในความรักครั้งนี้ได้ในหัวใจมีเพียงคนคนหนึ่งเต็มดวงแต่มิสามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ได้ ทุกคืนวันนัดแนะลักลอบพรอดรักมิต่างจากโจรขโมยภายใต้ความสุขสมในใจของเชรียังนึกถึงบิดาที่เจ็บป่วยเสมอรับรู้ได้ถึงความค

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 12 🔥

    คนหนึ่งตึงเครียดอีกคนรุกหนักถึงกับเอ่ยขอให้หนีตามกันความแตกต่างและภาระหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักระหว่างคนสองคน "เราหนีไปอยู่กันเพียงลำพังดีหรือไม่...เพียงเราสอง ที่ที่มีความรักของเราเท่านั้น" "ข้าทำไม่ได้..ข้าทิ้งท่านพ่อกับบ้านเมืองไม่ได้" "สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำเป็นสิ่งไม่ดีเจ้าก็รู้นี่เชรีเมียรั

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 11

    อั่คคค! "คนสยามเช่นข้ามันเป็นกระไรสกปรกฉันใดข้าไปทำอะไรให้เจ้าถึงใช้วาจาทำร้ายย่ำยีเกียรติข้าเช่นนี้ ตนเองมิใช่หรือที่เข้ามาเป็นขโมยในคราบเจ้าขุนมูลนายกบฏเช่นเจ้ามีสิทธิ์เอ่ยว่าจาเช่นนี้กับข้าหรือ!'' ปฐพีกัดฟันกรอดร่างใหญ่โตในเงามืดช่างน่าสะพรึงกว่าเดิมนัก ข้อมือขาวแข็งแกร่งถูกกำจนรอบรั้งร่างใหญ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status