登入"พะ พี่ดิน..พี่แบกฝาหรั่งมาจากป่าช้าหรือ?"
ไอ้เมฆ ไอ้แดงกับกลุ่มก๊วนเด็กกร่างวิ่งเข้ามาหาทันทีเมื่อเห็นลูกพี่ถอดเสื้แตัวดำเดินแบกร่างขาวตรงมายังศาลาท่าน้ำ เด็กวัดท่าทางกระสับกระส่ายเพราะทุกวันต้องอยู่ด้วยกันแต่หัวหน้าก๊วนหายไปตั้งแต่ฝนตกยันเย็นก็หาตัวไม่เจอจนเจ้าอาวาสสั่งให้ตามหาลูกชายตัวดีกลัวจักไปเล่นเกเรที่ไหน "เออ" "แล้วนั่นเสื้อพี่.." "เลิกไต่ถามข้าจะไปส่งเมี...มันข้ามฟากพวกเอ็งพายเรือให้หน่อยคุณชายท่านเดินมิไหว" "พี่ดิน..พี่กระทืบฝาหรั่งหรือ? แต่..เนื้อตัวก็ขาวๆ แดงเล็กน้อยมิมีรอยแตกนี่เจ็บตรงที่ใดหรือ? .." "หรือว่ากระดูกจะหัก!" "มิมีกระไรหักดอกเอ็งพายเรือไปก่อนดูท่าทหารฝั่งนั้นก็ตั้งตารอเช่นกัน" ดินพยักพะเยิดไปทางฝั่งคลองตรงข้ามทหารฝั่งนั้นดูเหมือนจะรอการกลับมาของสมาชิกตนเองเช่นกันแก๊งเด็กวัดจึงทำตามคำสั่งรุ่นพี่ที่ประคองคนตัวขาวหน้าซีดตลอดเวลาไปส่งอีกฝั่ง "เชรีเจ้าไปอยู่แห่งหนใดมาฝนตกหนักเช่นนี้ข้าห่วงเจ้านักไปตามหาที่กุฏิเจ้าอาวาสก็มิเห็นเจ้าอาวาสก็บอกว่าเจ้ามิได้ไปหาแถมยังเจอปิ่นโตตกอยู่กลางทางนึกว่าเจ้าโดนโจรร้ายปล้นเสียอีก" เพื่อนทหารเข้ามาคว้าตัวเชรีแล้วผลักชายสยามคนเดิมที่เคยมีเรื่องกับฝ่ายของตน "ที่นั่นเขตอภัยทานจักมีโจรได้เยี่ยงไร แล้วใยต้องโอบประคองแนบแน่นเช่นนั้นแค่เจ็บ...ขาไม่ได้โดนกระทืบเสียหน่อย!" ดินเอ่ยขึ้นมองร่างขาวที่ถูกโอบประคองสองฝั่งแล้วขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หมดธุระก็กลับฝั่งเจ้าไปเสียตลอดมาคอยแต่กลั่นแกล้งกันจู่ๆ มาทำดีตอนที่สหายข้าตกในสภาพเช่นยี้ถ้ามีสิ่งใดหนักหนาหลังการสอบสวนเชรีแล้วเราจักได้เห็นดีกัน "กลัวตายห่าล่ะ..ไปพวกมึง!" ดินมองสอบสายตาสีฟ้าของเชรีก่อนจะหัวเสียกลับไปเเม้ในใจจะขุ่นเคืองแต่เพราะคนเจ็บส่ายหน้าให้จึงยอมกลับไปแต่โดยดี "พี่ดิน พี่พาคุณชายฌ็องไปที่ใดไหนเล่าให้พวกกระผมฟังหน่อย มันดูอ่อนลงตอนอยู่กับพี่ พี่สั่งสอนมันเยี่ยงไร เล่าให้พวกกระผมฟังบ้างซี~" แดงผู้อยากรู้อยากเห็นเขย่าแขนรุ่นพี่คนสนิทหลังกลับมาจากฝั่งตรงข้าม "ฟาด.." ดินพูดสั้นๆ ใบหน้าสีเข้มคล้ายจะเปลี่ยนสีไดเมื่อนึกถึงการฟาดคนละอริยาบทกับที่คนอื่นเข้าใจ "หา! ฟาด?'' ลูกสมุนทั้งสี่ตาลุกวาวคิดว่าถือไม้ไล่ฟาดกันจักเกิดเรื่องได้ถ้าฝาหรั่งเอาไปฟ้องผู้อื่น "เออ ฟาดตูดตรึงมือฟาด ฟาดไปหลายทีเลย" ดินยังคงพูดจาสองแง่สองง่ามสีหน้ากรุ้มกริ่ม "สีหน้าพี่ดูประหลาดหนาชายชาติทหารนี่กลัวการถูกฟาดตูดฤา?" "นั่นน่ะสิที่ฝั่งตะวันตกน่าจะฝึกเข้มงวดกว่าเราหรือว่าเขาไม่เคยฟาดกัน?" "เช่นนั้นกระมัง" ดินตอบปัดเดินผิวปากนำหน้าไปทางที่พัก "แต่พี่ดูชอบหนาที่ได้ฟาดฝาหรั่งนั่น?" แดงยังคงสงสัยไม่เลิกเอียงคอมองใบหน้าระรื่นด้วยความงุนงง "แหงสิข้าคือชายอกสามศอกแดนสยามหนาถ้าสู้ซึ่งหน้าอย่างไรข้าก็ชนะอยู่แล้ว" "ทีนี้มันก็ไม่กล้าหือกับพี่แล้วซี?" "ใช่แล้ว~" สีหน้าภูมิใจของดินกระหยิ่มยิ้มย่องตาเป็นประกายต่างจากเดิมและลูกสมุนก็ยินดีตามไปด้วย .. วันรุ่งขึ้น ดินยืนกอดอกมองคนตัวขาวที่สว่างไสวเป็นจุดสนใจของผู้คนมิเสื่อมคลาย พ่อฝาหรั่งคนนั้นหายเจ็บเนื้อปวดตัวแล้วฤาใยเดินออกมาจ่ายตลาดหน้าขาวผ่องผมเรียบแปล้เสื้อผ้าเรียบกว่าใครในพระนครนี้เล่า ไม่รู้เอาเวลาใดมาแต่งองค์ทรงเครื่อง ตนแค่ตื่นมาล้างหน้าสีฟันได้ก็บุญโข ยามรุ่งสางต้องมาซื้อข้าวของให้เจ้าอาวาสแทบทุกเช้าวันนี้ก็เจอพ่อชายเนื้อหอมเช่นเคย คราเก่าก่อนอยากวิ่งไปกระชากกคอเสื้อหาเรื่องแต่ยามนี้อยากกระชากเข้ามาจูบมาหอมให้หายคิดถึง นับแต่ได้เสียเป็นผัวเมียกันแล้วแยกย้ายไปจักทำธุระกงการใดก็เห็นเพียงใบหน้าฝาหรั่งนามว่าเชรีค่ำคืนที่เคยนอนหลับสบายเพียงลำพังกลับรู้สึกอ้างว้างอยากกอดร่างแน่นให้อบอุ่นใจ ฝาหรั่งมาก่อกวนแม้ยามหลับไหลในความฝันผมสีทองนั้นถูกลูบด้วยความถนุถนอมใบหนาเรียวยาวขาวใสถูกจุมพิตทั่วทั้งใบหน้าเรือนร่างใหญ่โตจรดปลายเท้าขาวกับเป็นสิ่งเย้ายวนชวนเข้าหา ยามตื่นมาก็ยังคงได้กลิ่นติดปลายจมูกราวกับโดนของแม้จะขอน้ำมนต์หลวงพ่อมาอาบดื่มมิวายใจยังคงสั่นไหวทุกครั้งที่นึกถึง ..อดทน..มิได้ดอก "ใยมาเดินเล่นได้หายเจ็บแล้วฤา?" คนผิวเข้มเดินตรงเข้าหาฝรั่งหน้าตาหาเรื่องกว่าครั้งไหนเอ่ยถามชาวต่างชาติเสียงห้วน ".." คนหน้านิ่งขมวดคิ้วมุ่นเมื่อหันมาเจอหน้าผัวชาวสยามตัวดำยืนจ้องดวงตาสีฟ้าแน่นิ่ง ข้าขอคุยกับ..ท่านพสุธาสักครู่เป็นการส่วนตัว" คุณชายฝาหรั่งเดินนำไปยังต้นไม้ใหญ่แม้คนของฝรั่งเศสจะตามไปแต่ลูกน้องของดินกลับขวางไว้ "ใยเจ้าเย็นชาใส่ข้าอีกเชรีเมียข้า!" "หุบปากของเจ้าเสียพสุธาถ้ายังไม่อยากถูกเสียบหัวประจานเลิกเดินเบียดข้าเสียทีข้ายังเจ็บอยู่" ฝรั่งตัวขาวปรายหางตามองร่างถึกสีเข้มตอบกลับเสียงลอดไรฟัน "เจ็บแล้วยังเดินออกมาใยฝาหรั่งจึงดื้อดึงนัก" แววตาเปล่งประกายน้ำเสียงออเซาะกว่าทุกครั้งของดินทำเชรีเม้มปากกลั้นยิ้มเสียยกใหญ่ "ข้าจักให้คนของข้ารู้ได้เยี่ยงไรว่ามีสัมพันธ์กับต่างชาติเจ้าเองก็เช่นกันปรี่เข้ามาเช่นนี้มิกลัวใคนรู้หรือไร เราต่างรู้จุดประสงค์ของกันดีใยยังเข้าหาข้าไม่เกรงสายตาผู้ใดถ้าใครรู้มีหวังโดนเนรเทศทั้งคู่จักทำเช่นไร" "แล้วกระไรเล่าถ้าเจ้าไม่มีใจกับข้าสักนิดเจ้าคงไม่สารภาพความลับนั่นออกมา ใยสนใจเพียงผู้อื่นไม่สนใจข้า เจ้ามัน..ใจร้าย! หัวใจด้านชาที่สุด!" ตึ่ก!!ๆๆๆๆๆ "พี่ดินรอเราด้วย!" ชายสยามตัวโตดิ้นเร่าหลังจากตามคนตัวขาวมาสักพักแล้วเขาไม่แม้แต่ยิ้มให้ ท่าทีที่เคยโมโหอยากเข้าไปชกหน้ากลายเป็นท่าทีมันเขี้ยวเคี้ยวฟันกำหมัดกลางอากาศแต่มิกล้าทำกระไร ฝาหรั่งหัวทองตาฟ้าเดินเลือกซื้อข้าวปลาอาหารอย่างใจเย็นทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เช้าตรู่ที่ตลาดคนต่างเชื้อชาติทั้งคู่ก็ยังมาเจอกันที่ผู้ติดตามทั้งสองฝั่งต้องแปลกใจเมื่อถูกสั่งให้เดินห่างเพราะเชรีบอกมีธุระจักคุยกับดิน แทนที่จะเห็นท่าทางหวาดกลัวจากเชรีแต่กลับเป็นดินที่เข้าไปเบียดกระซิบกระซาบกับชาวฝาหรั่งแล้วมีสีหน้าไม่พอใจส่วนนายฝาหรั่งยังคงหน้านิ่งเชิดหยิ่งพูดน้อยเช่นเดิม "พี่ดินรอเราด้วยรีบวิ่งมาเล่าเรายังมิได้แกล้งมันเลยหนาไหนบอกว่ามันกลัวพี่ไง?" "กูมิมีอารมณ์ทำอันใด!" "เราไปเสพสุรากันดีหรือไม่ในเมืองมีร้านเหล้าฝาหรั่งเพียบดื่มกันไหมพี่เขาว่าร้านเหล้ามีสาวสวยมารินให้ด้วยนะ" "มึงจักชวนใยยามนี้อยากโดนหวายหลวงพ่อหรือไงไอ้เมฆ!" ...ลูกสมุนก้มหน้าหลบตายหกลุ่มลูกพี่อารมณ์เสียทั้งวันจนมิกล้าเข้าใกล้กระทั่งตกเย็น "ไป! กูจักดื่ม" ดินสวนขึ้นมาทันควันโดยมิได้ไตร่ตรอง..เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี
เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี
..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่
จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ
"กอดทำไม..น่าสมเพชมากเลยหรือไง?" "อยากกอด...อยากกอดผมไหม?" "พูดบ้าอะไรของนาย" "ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วยดีถ้าเราทำมันด้วยกัน" "หึ หึ ตัวเล็กเท่าลูกหมาอวดดีนัก" "ปฐพีผมชอบคุณ..ชอบคุณจริงๆ" "...พูดบ้าอะไร? ..ฉันไม่ใช่" "คุณจะเป็นอะไรผมก็รัก..ผมรักไปแล้ว..มันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอยิ่งนานวันยิ่งชัดเเล้วผมก็เป็นลูกครึ่งฝรั่งผมไม่ถือ ผมกลัวว่าถ้าไม่ได้บอกรักแล้วไม่รู้จะได้บอกอีกไหมชีวิตมันไม่แน่นอนนี่คุณสอนผมเอง.." "ฉัน..กลัว..กลัวมาตลอดกลัวจะเป็นเหมือนพ่อ" "ผมรักคุณไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรผมก็จะรักคุณต่อให้ตายจากกันความรักที่เกิดขึ้นกับคุณจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผม..คุณ..รักผมไหม?" "....อืม" พรึ่บบบ ตึ่กๆๆๆ "ค คุณ คุณดินจะไปไหนครับ ขึ้นบ้านไปทำไม?" สัปเหร่อเจ้าบ้านจับข้อมือเล็กข้างที่มีสร้อยเหมือนกันดึงร่างเล็กให้เดินขึ้นเรือนไม้มาด้วยกัน "ฉุดไง" "หาา?" คำตอบคุณสัปเหร่อสุดหล่อทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงรู้ตัวอีกทีคุณพี่ก็ปิดประตูบ้านลงกลอนเสียแล้ว โดนแน่!! "สมัยก่อนเขาก็ฉุดกันทั้งนั้นพ่อฉันก็ฉุดแม่เข้าป่าช้าเหมือนกันถึงได้มีลูกเป็นลูกครึ่งแบบนี้ไง" เจ้า
"..."อีกจิตวิญญาณตระกูลคงคาวนารามล่วงลับไปแล้วจากไปเช่นหลายๆ คนที่ถูกความรักทำร้ายดวงจิตนั้นไปสู่สุขคติคืนร่างเล็กที่แสนจะแข็งแกร่งของเอสเม่ที่ตอบรับช่วยเหลือคนตระกูลคงคาวนารามอย่างดี ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้งทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นจะหวาดกลัวหลบเลี่ยงการสิงสู่ร่างที่ทำอันตรายกายหยาบได้หัวทุยผมสีเทานอนหนุนตักแกร่งบนแคร่ใต้ร่มไม้ข้าบ้านสัปเหร่อระหว่างรอไฟมอดเพื่อเก็บกระดูกของอารยา ไม่รู้ว่าก้มมองหน้าขาวซีดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นผมยุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาหลับไหลตั้งแต่การเผาร่างอารยาเสร็จสิ้น ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปรอยผมสีเทาปรกหน้าเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราขนตาแพนุ่มขยับยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกก่อกวนแต่ก็หลับลงเช่นเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองคนที่บังเอิญไปเจอกันฝั่งคะนู้นเพราะมีข่าวเรื่องอัญมณีสีแดงเดินทางกลับมาที่ไทยแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้ตัวขาวบนตักแต่ข้อมูลใหม่ที่ได้คือมันอยู่ที่ “ฌ็อง มารีอา” ใครกันนามสกุลเดียวกับ..แม่"หิว..หิวจัง""ตื่นมากี่ครั้งก็หิวทุกครั้งเป็นบ้าอะไร?""ด ดิน..นี่พี่มานอนข้างเมรุอีกแล้วเหรอ?""อยากตื่นมาในเมรุหรือเปล่าล่ะ..ของกินข้างตัวนั่นกินซะเอามาจากงานศพให้เ