مشاركة

บทที่ 8

last update تاريخ النشر: 2026-05-30 20:14:43

"..ปล่อยข้าเสียที"

คนพูดไทยแปล่งเอื้อนเอ่ยเสียงแหบแห้งซอกคอขาวถูกคลอเคลียลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดชวนสยิว

"...อยากมัดเจ้าไว้ที่นี่"

ฝนหยุดลงร่างขาวแน่นเนื้อบนพื้นกระดานเย็นช่วยทำให้อบอุ่นผ่อนคลายมิอาจปล่อยไปอย่างที่เจ้าตัวเอ่ยขอ เสียงพร่ำเพ้อข้างซอกคอลูบไล้ร่างเปลือยทั่วทุกตารางเนื้อราวกับเสพฝิ่น

"ข้าต้องกลับ..พาข้ากลับเถิด" เสียงแหบห้าวอ่อนลงอีกระดับแม้จะยื้อยุดไม่ให้ร่างหนากระทำการลวนลามแต่กลับห้ามมิได้เลย

"เจ้าขอร้องข้าเจ้าเอ่ยเสียงหวานใส่ข้าหรือเชรี"

"ข้ามิได้เอ่ยกระไรเสียงข้าก็เป็นเช่นนี้แล"

"อยู่ข้างนอกเจ้าเสียงขรึมหน้าเคร่งราวกับพญาเหยี่ยวยามอยู่ใต้ร่างข้าเจ้าเหมือน..ลูกนกขมิ้น"

"เพ้อเจ้อ"

"เจ้าสารภาพกับข้ามาได้หรือไม่พวกเจ้ามาทำกงการใดในสยาม"

แม้จะลุ่มหลงมัวเมาในกามารมณ์พสุธากลับไม่ลืมเรื่องที่ได้ยินมา นึกเสียดายศัตรูขึ้นมามิอยากให้ทำผิด

"..." ไร้เสียงตอบรับจากคนใต้ร่างท่อนแขนแกร่งกระชับโอบเอวขึ้นกอดเงยหน้าขึ้นสบตาสีฟ้าใส

"เจ้าเป็นเมียข้าหนาเชรีอยากจักฆ่าผัวตัวหรือ?"

"เจ้า...พูดบ้ากระไร ฉุดข้ามาทำพิรี้พิเรนแล้วทึกทักเสียเอง"

"หรือมิจริง..เจ้ากอดรัดข้ายามเราหลอมรวมกันเจ้าจูบตอบข้าปลดปล่อยไปกับข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้แล้วไม่เรียกผัวเมียจักเรียกอันใดได้อีก"

"ข้า...จักเป็นเช่นนั้นกับเจ้าได้เยี่ยงไร"

"ข้าไม่แต่งงานออกเรือนกับหญิงอื่นได้ เจ้าอยู่ที่สยามไปจนตายข้าก็ดูแลเจ้าได้ถึงข้าจักตัวดำแต่ข้ารวยกว่าที่เจ้าคิดหนาอย่ามาดูถูกผัวเจ้านักเชรี"

"ไอ้บ้า!เจ้ามัน...ซื่อบื้อพสุธา!..เจ้าไม่เข้าใจดอก"

"ผัวเจ้าชื่อดินหัดจำไว้ซะมีกระไรก็เอื้อนเอ่ยออกมาอย่าให้ข้าต้องขืนใจเจ้าหนาเชรี"

"ทำถึงเพียงนี้ยังไม่เรียกขืนใจอีกรึ? เจ้านี่มันหน้าด้านเสียจริง!"

"บอกข้ามาเจ้าจักทำอันใดข้ารู้นะเรื่องที่เจ้าคุยกันเจ้าจักเอาอันใดในเมรุวัดนี้"

"ใยเจ้ารู้?"

"วันก่อนข้าดำน้ำไปใต้ศาลาฝั่งคะนู้น เจ้าจะไปรู้กระไรที่นั่นข้าวิ่งเล่นมาทุกซอกทุกมุม ตอบมาบัดเดี๋ยวนี้หนาเชรี"

"ของในเมรุเป็นอัญมณีต้องสาปท่านพ่อข้าต้องการมันเพราะหมอดูบอกว่ามันจักทำให้ท่านพ่อหายป่วยได้"

"หา!! นี่มันของสยามใยฝรั่งเศสจึ่งรู้ความได้?"

"ชาวสยามนำความลับนี้ไปเอ่ยกับท่านพ่อท่านสนใจมากยิ่งท่านสนใจชาวสยามก็ยิ่งเอ่ยสรรพคุณของมัน"

"มันเป็นของคู่ต้นตระกูลข้าไม่มีมันตระกูลข้าก็จักชิบหายแตกแยกเช่นกัน..บ้าจริงใครกันเอาความลับตระกูลข้าไปเร่ขายของที่ท่านปู่ให้หลวงพ่อ"

"..."

"เชรีใยเจ้าเงียบไป?"

"ท่านพ่อข้าทรมาณข้า...จะอยู่เป็นสุขกับเจ้าที่นี่ได้เยี่ยงไร?"

"เจ้า..รู้สึกกับข้าหรือไม่?"

"รู้สึกอันใด?"

"ดี..ชอบ..อันใดก็ได้ที่ทำกันรู้สึกกับข้าเช่นไร?"

"ก่อนหน้านี้เราก็มิได้ชอบขี้หน้ากันนักจักให้ข้ารู้สึกกระไร..ถ้าเรื่องที่ทำกันมันดีแต่เราจะสมานฉันท์เพียงเพราะเรื่องเช่นนี้ฤา?"

"คนฝาหรั่งเขาทำเรื่องแบบนี้กันง่ายสิหนาเจ้าได้ข้าแล้วเอ่ยว่าไม่รู้สึกได้หน้าตาเฉย..เย็นชายิ่งนัก"

"เจ้าพูดบ้ากระไรช่วยพาข้ากลับเรือนที..ข้า.."

"อยากกลับนักก็กลับเองซี่เจ้ามันคนไม่มีความรู้สึกทั้งที่ทำกันไปขนาดนั้นแท้ๆ "

"ข้าเดินไม่ไหวไม่รู้จักทางด้วยเจ้านี่มันทึ่มเสียจริงข้าไม่รู้จักด่าเจ้าว่ากระไรดีแล้วพสุธา!"

"เจ้าว่าข้างั้นรึเชรี"

"เออ! พาข้ากลับเดี๋ยวนี้!"

"เห่อะ..ย่ำยีข้าแล้วก็ตะคอกใส่ข้าใครว่าฝาหรั่งอ่อนโยน เสื้อเจ้าขาดจะใส่อันใดกลับเล่า?"

"เจ้าทำมันขาดมิใช่ฤาจักถามหาอันใดเอาเสื้อเจ้ามาให้ข้าเสีย!"

"แล้วข้าจักใส่อันใด?"

"ไม่ต้องใส่!"

"ใยเจ้าใจร้ายกับผัวเยี่ยงนี้เชรี~"

"หุบปากไปซะ!"

ใยเหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้คราแรกตั้งใจจับฝาหรั่งตัวขาวมากระทืบให้คายความลับว่าจักมาเอาอันใดในสยาม แต่ดันฉุดทายาทฝรั่งมาทำเรื่องพิรี้พิเรนถึงขั้นได้เสียเป็นผัวเมียกันหลายครั้งหลายคราในวันเดียว

ไม่ใช่ทำแล้วสะใจแต่ดัน...ติดใจ

ติดใจจนเรียกคนตัวโตขาวผ่องนั่นว่าเมียยามกอดรัดเต็มไม้เต็มมือผิวพรรณขาวเนียนที่เคยปรามาศว่าเหมือนผีกลับเอาแต่ลูบคลำตระกองกอดมิรู้คลาย เดี๋ยวคว้าเอวเดี๋ยวคว้าอกกอดลำขาแกร่งจูบซับยามกระแทกกระทั้นสุขสมมิอาจลืมเลือน

ร่างกายตอบรับสอดประสานดีเกินกว่าจะห้ามใจ รสจูบตะกรุมตะกรามของคนปากร้ายสองคนกลายเป็นความวาบหวามหวานล้ำติดปลายลิ้นราวกับพึ่งผละออกจากกัน

กลิ่นจากกายบุรุษหอมหวนชวนเคลิบเคลิ้มติดปลายจมูกฝังลึกในโสตประสาทจดจำกลิ่นอีกคนราวกับฝังลึกเป็นินหนึ่งอันเดียวกับปลายจมูก

แม้ยามเดินแบกร่างแกร่งออกจากป่าช้าที่ที่คุ้นเคยแต่กลับไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อนป่าช้าอับชื้นคล้ายเปลี่ยนเป็นดงดอกไม้หลากชนิดคราบคาวผสมกลิ่นกายหอมกรุ่นทำเคลิ้มเสียยิ่งกว่าเคลิ้มไออุ่นบนหลังและท่อนขาที่หลงไหลนักหนาทำเอาลืมว่าแบกร่างใหญ่โตของชายต่างชาติไว้

ไม่เคยรู้เลยว่าร่างกายเพศชายจะทำให้รู้สึกต้องการมากมายได้ถึงเพียงนี้

ทำในที่แสงสลัวยังร้อนรุ่มเจียนคลั่งถ้าได้ทำยามสว่างจ้าหัวใจอาจจะเต้นแรงจนตายก็เป็นได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 35

    ..เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 34

    เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 33

    ..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 32 🔥

    จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 31

    "กอดทำไม..น่าสมเพชมากเลยหรือไง?" "อยากกอด...อยากกอดผมไหม?" "พูดบ้าอะไรของนาย" "ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วยดีถ้าเราทำมันด้วยกัน" "หึ หึ ตัวเล็กเท่าลูกหมาอวดดีนัก" "ปฐพีผมชอบคุณ..ชอบคุณจริงๆ" "...พูดบ้าอะไร? ..ฉันไม่ใช่" "คุณจะเป็นอะไรผมก็รัก..ผมรักไปแล้ว..มันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอยิ่งนานวันยิ่งชัดเเล้วผมก็เป็นลูกครึ่งฝรั่งผมไม่ถือ ผมกลัวว่าถ้าไม่ได้บอกรักแล้วไม่รู้จะได้บอกอีกไหมชีวิตมันไม่แน่นอนนี่คุณสอนผมเอง.." "ฉัน..กลัว..กลัวมาตลอดกลัวจะเป็นเหมือนพ่อ" "ผมรักคุณไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรผมก็จะรักคุณต่อให้ตายจากกันความรักที่เกิดขึ้นกับคุณจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผม..คุณ..รักผมไหม?" "....อืม" พรึ่บบบ ตึ่กๆๆๆ "ค คุณ คุณดินจะไปไหนครับ ขึ้นบ้านไปทำไม?" สัปเหร่อเจ้าบ้านจับข้อมือเล็กข้างที่มีสร้อยเหมือนกันดึงร่างเล็กให้เดินขึ้นเรือนไม้มาด้วยกัน "ฉุดไง" "หาา?" คำตอบคุณสัปเหร่อสุดหล่อทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงรู้ตัวอีกทีคุณพี่ก็ปิดประตูบ้านลงกลอนเสียแล้ว โดนแน่!! "สมัยก่อนเขาก็ฉุดกันทั้งนั้นพ่อฉันก็ฉุดแม่เข้าป่าช้าเหมือนกันถึงได้มีลูกเป็นลูกครึ่งแบบนี้ไง" เจ้า

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 30

    "..."อีกจิตวิญญาณตระกูลคงคาวนารามล่วงลับไปแล้วจากไปเช่นหลายๆ คนที่ถูกความรักทำร้ายดวงจิตนั้นไปสู่สุขคติคืนร่างเล็กที่แสนจะแข็งแกร่งของเอสเม่ที่ตอบรับช่วยเหลือคนตระกูลคงคาวนารามอย่างดี ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้งทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นจะหวาดกลัวหลบเลี่ยงการสิงสู่ร่างที่ทำอันตรายกายหยาบได้หัวทุยผมสีเทานอนหนุนตักแกร่งบนแคร่ใต้ร่มไม้ข้าบ้านสัปเหร่อระหว่างรอไฟมอดเพื่อเก็บกระดูกของอารยา ไม่รู้ว่าก้มมองหน้าขาวซีดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นผมยุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาหลับไหลตั้งแต่การเผาร่างอารยาเสร็จสิ้น ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปรอยผมสีเทาปรกหน้าเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราขนตาแพนุ่มขยับยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกก่อกวนแต่ก็หลับลงเช่นเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองคนที่บังเอิญไปเจอกันฝั่งคะนู้นเพราะมีข่าวเรื่องอัญมณีสีแดงเดินทางกลับมาที่ไทยแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้ตัวขาวบนตักแต่ข้อมูลใหม่ที่ได้คือมันอยู่ที่ “ฌ็อง มารีอา” ใครกันนามสกุลเดียวกับ..แม่"หิว..หิวจัง""ตื่นมากี่ครั้งก็หิวทุกครั้งเป็นบ้าอะไร?""ด ดิน..นี่พี่มานอนข้างเมรุอีกแล้วเหรอ?""อยากตื่นมาในเมรุหรือเปล่าล่ะ..ของกินข้างตัวนั่นกินซะเอามาจากงานศพให้เ

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 14

    รัก..ความรัก..คนที่รัก..ครอบครัว..ความรับผิดชอบ..สังคม..เมื่อเติบโตขึ้นราวกับต้องรับรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้คือส่วนประกอบและตัวแปรของความรักทั้งหมดไม่ว่าจะรักกันมากเพียงใดถ้ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งลุกล้ำเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ความรักที่ว่ามากมายก็อาจจะยังไม่มากพอ..กลางดึกในคืนนั้นม

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 13

    จากวันเป็นเดือนเคลื่อนผ่าน คำสัญญาระหว่างคนสองคนผูกกันรัดแน่นฝังลึกตรึงตราตรึงใจยากที่ใครจักเข้าใจในความรักครั้งนี้ได้ในหัวใจมีเพียงคนคนหนึ่งเต็มดวงแต่มิสามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ได้ ทุกคืนวันนัดแนะลักลอบพรอดรักมิต่างจากโจรขโมยภายใต้ความสุขสมในใจของเชรียังนึกถึงบิดาที่เจ็บป่วยเสมอรับรู้ได้ถึงความค

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 12 🔥

    คนหนึ่งตึงเครียดอีกคนรุกหนักถึงกับเอ่ยขอให้หนีตามกันความแตกต่างและภาระหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักระหว่างคนสองคน "เราหนีไปอยู่กันเพียงลำพังดีหรือไม่...เพียงเราสอง ที่ที่มีความรักของเราเท่านั้น" "ข้าทำไม่ได้..ข้าทิ้งท่านพ่อกับบ้านเมืองไม่ได้" "สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำเป็นสิ่งไม่ดีเจ้าก็รู้นี่เชรีเมียรั

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 1

    สัปเหร่อที่รักช่วงสมัยหนึ่งสยามเริ่มคบค้ากับพันธมิตรชาวฝรั่งเศสเพลานั้นสยามคุ้นเคยกับฝรั่งมังค่าตาฟ้าหัวทองผิวขาวจัดแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีระย้าระยางมีพิธีรีตองในการตัดเย็บตามแบบฉบับชาวตะวันตกเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม..เพื่อการค้าระหว่างประเทศและเพื่อ..สัมพันธ์อันดี'มากันแล้วนั่น ลำนั้น ลำโน้น มากัน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status